เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 175 ยากจะจบเรื่อง

บทที่ 175 ยากจะจบเรื่อง

บทที่ 175 ยากจะจบเรื่อง


บทที่ 175 ยากจะจบเรื่อง

เรื่องราวใหญ่โตเสียแล้ว!

ไม่ต้องพูดถึงสีหน้าที่ดูไม่ได้ของนางเลย ตอนนี้ผู้บำเพ็ญเพียรด้านนอกต่างก็กระตือรือร้น งัดเอายันต์ระดับต่ำสารพัดชนิดออกมาทดสอบพลังป้องกันของค่ายกลหอจินหม่านกันแล้ว

ด้วยจำนวนคนนับหมื่นเช่นนี้ ไม่ต้องถึงขั้นใช้ยันต์คนละแผ่นด้วยซ้ำ ก็สามารถถล่มค่ายกลระดับสองที่คุ้มครองหอแห่งนี้ให้แตกกระจายเป็นชิ้นๆ ได้สบายๆ

ชายชราระดับแก่นทองคำที่เพิ่งก่อเรื่องใหญ่โตเริ่มใจฝ่อ ทว่าปากของมันยังคงแข็งรั้นกล่าวว่า "คุณหนู ข้าน้อยและพี่โจวต่างก็เป็นแก่นทองคำขั้นปลาย ต้องสามารถสังหาร..."

"สังหารมารดาเจ้าสิ... สังหาร... ในหัวเจ้ามีแต่สมองหมูหรืออย่างไร!"

ความโกรธที่จินเมี่ยวซ่านอดกลั้นมาจนถึงตอนนี้ ในที่สุดก็ระเบิดออกมาจนได้ ที่หอการค้าต้องตกต่ำลงก็เพราะมีไอ้พวกชอบใช้บารมีข่มเหงผู้อื่นจนลืมดูฐานะตัวเองแบบนี้อยู่มากเกินไปนั่นแหละ

นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ช่วงหลายปีมานี้ หอจินหม่านยิ่งสู้หอเทียนเป่าไม่ได้เลย

"เปิดประตูทำธุรกิจ ต้องยึดหลักสันติเป็นที่ตั้ง เจ้าอ้าปากก็ฆ่า หุบปากก็ฆ่า แล้วใครหน้าไหนจะกล้ามาทำธุรกิจกับหอจินหม่าน!"

"คุณหนู..." ตาเฒ่าระดับแก่นทองคำถูกด่าจนมันรู้สึกน้อยใจนิดๆ

จินเมี่ยวซ่านพ่นคำด่าออกมาเป็นชุด ไม่คิดจะปล่อยผ่านความงี่เง่าของมันเลยสักนิด

"ข้าเพิ่งบอกไปหยกๆ ว่าหอจินหม่านให้ความสำคัญกับกฎระเบียบที่สุด เจ้าก็ดันไปข่มขู่เขาต่อหน้าข้า นี่มันหักหน้าคุณหนูอย่างข้าชัดๆ เจ้าคิดว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่! หา?!!"

"อย่าบอกนะว่าเจ้ากำลังปกป้องศักดิ์ศรีให้คุณหนูอย่างข้า? ตั้งแต่เมื่อใดกันที่เรื่องของข้าถึงคราวให้เจ้ามาสอดปาก? หรือเป็นเพราะปกติข้าทำดีกับเจ้ามากเกินไป จนกลายเป็นการเปิดทางให้เจ้าส่งหลานชายมาทำตัวน่าสะอิดสะเอียนใส่ข้า??"

บางทีอาจเป็นเพราะปกติแล้วนางต้องรักษามารยาทเพื่อให้เกียรติผู้แข็งแกร่ง จึงทำให้จินเมี่ยวซ่านสะสมความคับแค้นใจเอาไว้มากเกินไป พอถึงคราวระเบิดออกมา จึงหยุดไม่อยู่อีกต่อไป

ผู้เฒ่าระดับแก่นทองคำอีกคนที่รีบรุดมาอยู่ด้านข้าง หรือก็คือผู้เฒ่าโจว ก็ได้แต่ปิดปากเงียบสนิท คุณหนูในสภาพนี้ ตัวเขาเองก็เพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรกเช่นกัน

สามลมหายใจต่อมา บางทีนางอาจจะด่าจนหนำใจแล้ว

จินเมี่ยวซ่านจึงฟื้นคืนความเยือกเย็นกลับมาอย่างรวดเร็ว

"เรื่องนี้จะปล่อยให้เกิดแบบอย่างไม่ได้ หากแพร่งพรายออกไป ชื่อเสียงของหอจินหม่านจะต้องเสียหายหนัก หอเทียนเป่าจะต้องฉวยโอกาสซ้ำเติม แย่งชิงตลาดของพวกเราไปแน่"

เมื่อเห็นว่าเริ่มพูดถึงเรื่องจริงจัง ผู้เฒ่าโจวถึงกล้าปริปาก ในที่สุดใบหน้าของเขาก็ขมขื่น อารมณ์ไม่ดีนักเช่นกัน

"ความโลภในใจคนถูกเจ้าเด็กนั่นกระตุ้นขึ้นมาแล้ว ถึงตอนนี้ต่อให้เขากลับคำ ถอนคำพูดไปก็เปล่าประโยชน์ คนพวกนี้จะต้องลงมือโจมตีอย่างแน่นอน"

ใช่สิ! ตอนนี้พูดอะไรไปก็เปล่าประโยชน์แล้ว

เรื่องนี้ควรจะจบลงเช่นไรกันแน่? ต่อให้จินเมี่ยวซ่านจะมั่นใจว่าตนเองมีสติปัญญาเป็นเลิศ แต่ตอนนี้ก็ยังคิดหาวิธีไม่ออกเลย

เวลานี้นี่เอง

ตาเฒ่าที่ถูกด่าจนเอ๋อไปแล้วก็โพล่งขึ้นมากะทันหัน

"หอสาขาเมืองหยกวิญญาณคงรักษาไว้ไม่ได้แล้ว เจ้าเด็กนั่นก็อย่าหวังว่าจะได้ดีไปกว่ากัน เบื้องบนไม่มีทางปล่อยเขาไปแน่ มิสู้ให้ข้าไปจับตัวมัน..."

"หุบปาก!"

ครั้งนี้เป็นผู้เฒ่าโจวที่ตวาดออกมา เขาเห็นสีหน้าของคุณหนูกลับมาดำทะมึนอีกครั้ง จึงรีบช่วยชีวิตสหายเก่าของตนทันที

"น้องหลิว ทำไมเจ้าถึงยังแยกแยะอะไรไม่ออกอีก เขาก็คือเจ้าเมืองหยกวิญญาณ ที่นี่คืออาณาเขตของนิกายโลหิตวิญญาณผกผัน!"

"ไปฆ่าประมุขหอลงทัณฑ์ในถิ่นของพวกเขา เจ้าบ้าไปแล้วหรือไร? แล้วเจ้าเด็กนั่นยังยกเอาสามตระกูลระดับวิญญาณแรกกำเนิดมาอ้างอีก รวมๆ กันแล้วมีผู้บำเพ็ญเพียรวิญญาณแรกกำเนิดตั้งสิบกว่าคน เจ้าจะรับผิดชอบไหวรึ?"

"ข้า... แล้วถ้าเกิดมันโกหกล่ะ! ต่อให้เป็นเรื่องจริง คนตายไปแล้วคนหนึ่ง มีสิทธิ์อะไรให้บรรพชนวิญญาณแรกกำเนิดตั้งมากมายออกหน้าทวงคืนความยุติธรรมให้มัน"

"เหอะ!"

จินเมี่ยวซ่านส่ายหน้า นางผิดหวังในตัวผู้เฒ่าหลิวอย่างถึงที่สุด แววตาเย็นยะเยือกจับขั้วหัวใจขณะเอ่ยว่า

"จะทวงคืนความยุติธรรมหรือไม่ มันสำคัญงั้นหรือ? หากพวกเขากล่าวอ้างเพื่อกรรโชกทรัพย์ก้อนโตจากหอของพวกเราล่ะ? เจ้าก็รู้ว่าฝ่ายเราเสียเปรียบ แล้วเบื้องบนจะยอมจ่ายหรือไม่? หากไม่จ่ายจะต้องเปิดศึกหรือเปล่า? หากมีผู้บำเพ็ญเพียรวิญญาณแรกกำเนิดตายขึ้นมา เจ้าจะรับผิดชอบไหวไหม?"

"ถอยออกมาสักหมื่นก้าวเลยนะ ฆ่าหวังอี้แล้วมันจะมีประโยชน์อะไร สามารถกอบกู้ความเสียหายของหอจินหม่านกลับมาได้หรือ? เจ้ารู้หรือไม่ว่าความน่าเชื่อถือของหอการค้ามีมูลค่าเท่าใด? มันคือสมบัติที่ประเมินค่าไม่ได้!"

ในที่สุดชายชราแซ่หลิวก็ตระหนักได้ว่าตัวเองได้ทำความผิดพลาดครั้งใหญ่หลวงเพียงใด ขาของมันอ่อนยวบ ทรุดลงคุกเข่าทันที

"หลิว... ข้าน้อยแซ่หลิวขอยอมตายเพื่อไถ่โทษขอรับ"

"ตาย? มันง่ายเกินไปสำหรับเจ้า รอให้จัดการเรื่องนี้เสร็จก่อนค่อยว่ากัน"

จินเมี่ยวซ่านกัดฟัน นางดีดลูกปัดล้ำค่าเม็ดหนึ่งออกไป วัตถุชิ้นนั้นซ่อนเร้นเข้าไปในอากาศและอันตรธานหายไปในพริบตา

…………

จวนเจ้าเมือง

หวังอี้ยืนอยู่บนที่สูงด้วยท่วงท่าสบายๆ มองดูหอจินหม่านที่ถูกปิดล้อม เขาคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าเรื่องราวจะบานปลายมาถึงขั้นนี้ แต่ในใจกลับไม่รู้สึกตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย

ที่ลงนามสัญญากับสามคุณชายแห่งโลหิตผกผัน ก็เพื่อเอาไว้ใช้เป็นหนังเสือคลุมร่างยามเกิดเรื่องเช่นนี้ไม่ใช่หรือ อย่างไรเสียพวกเขาก็ปฏิเสธไม่ได้อยู่แล้ว

ส่วนเรื่องที่ว่าปัญหาจะใหญ่เกินไปไหม ก็เหมือนจะใหญ่ไปนิดนึงแหละนะ~

ไม่เป็นไร!

เอาคนไปฆ่าทิ้งก่อนค่อยว่ากัน เขาถูกตาเฒ่านั่นทำให้สะอิดสะเอียนจนแทบแย่ หากไม่ฆ่ามันทิ้งตรงนั้น ในใจก็คงไม่สบอารมณ์ หากไม่ใช่เพราะไพ่ตายอย่างปราณมรณะหายไปเพราะแขนศพถูกทำลายล่ะก็...

ตอนนั้นเขาคงตบตาเฒ่านั่นไปสักฉาด ให้มันได้ลิ้มรสชาติของการถูกปราณมรณะลดทอนอายุขัยไปแล้ว

ในจังหวะที่เขากำลังเต็มไปด้วยความมุ่งร้ายอยู่นั้นเอง

มิติเบื้องหน้าก็พลันเกิดความผันผวนอย่างกะทันหัน ลูกปัดกลมผลึกใสเม็ดหนึ่งพุ่งทะลวงมิติมาปรากฏอยู่ตรงหน้าเขา หวังอี้หน้าถอดสีทันที

'โซ่ตรวนวัชระ' หลายเส้นที่มีต้นกำเนิดมาจากค่ายกลระดับสามพุ่งแหวกอากาศเข้ามา รัดพันลูกปัดเม็ดนั้นเอาไว้จนแน่นหนา

วินาทีต่อมา

น้ำเสียงของจินเมี่ยวซ่านก็ดังออกมาจากด้านใน ฟังดูมีเมตตาและเป็นมิตรอย่างยิ่ง

"พี่หวัง เรื่องนี้เป็นเมี่ยวซ่านที่ทำไม่ถูกต้อง ท่านพอจะมีวิธีสลายตัวผู้บำเพ็ญเพียรที่โลภมากพวกนี้หรือไม่ เงื่อนไขต่างๆ เราพูดคุยกันได้"

นางเองก็อับจนหนทางแล้ว ในเมื่อหวังอี้สามารถลงมือโต้กลับได้อย่างเด็ดขาดปานนี้ บางทีเขาอาจจะมีแผนสำรองสำหรับจบเรื่องนี้ไว้แล้วก็ได้? เพราะอย่างไรเสียก็คงเป็นไปไม่ได้ที่จะดึงดันให้ตายตกตามกันไปทั้งสองฝ่ายหรอกกระมัง

มาถึงขั้นนี้ ความเสียหายของหอจินหม่านนั้นไม่อาจหลีกเลี่ยงได้อีกแล้ว การหาวิธีลดความเสียหายให้เหลือน้อยที่สุด คือปัญหาเร่งด่วนที่นางต้องนำมาพิจารณา

โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบที่จะตามมาจากเรื่องนี้

การทำลายความน่าเชื่อถือของหอจินหม่านนั้นรุนแรงเกินไป รุนแรงเสียจนทำให้ฐานะ 'ผู้มีสิทธิ์สืบทอด' ของนางอาจถูกริบคืนได้เลย ต่อให้มีบรรพชนวิญญาณแรกกำเนิดสักหนึ่งหรือสองคนก็ยังคุ้มครองนางไว้ไม่ได้

เพราะสิ่งที่ถูกละเมิดคือผลประโยชน์ของคนส่วนใหญ่!

หัวใจของหวังอี้เต้นระรัวอย่างหนักหน่วง เขามีแผนจบเรื่องนี้จริงๆ แต่โอกาสสำเร็จมีเพียงแค่สองส่วนเท่านั้น หากเหตุการณ์ในวันนี้บานปลาย เขาจะต้องกลับไปที่นิกาย และกลายเป็น "หนึ่งในสี่ขยะแห่งนิกายโลหิตวิญญาณผกผัน" อย่างแท้จริง

ราคาที่ต้องจ่ายก็คือ ก่อนที่จะถึงระดับวิญญาณแรกกำเนิด เขาคงไม่กล้าก้าวเท้าออกจากนิกายอีกเลย ส่วนเรื่องระดับตบะคงทำได้แค่พึ่งพา [ช่องจัดวาง] ค่อยๆ ขัดเกลาไปอย่างช้าๆ

แต่การที่จินเมี่ยวซ่านเป็นฝ่ายเสนอเรื่องนี้ขึ้นมา ต่อให้เขาจะหวั่นไหว ก็ย่อมไม่มีทางตอบตกลงง่ายๆ แน่นอน มิฉะนั้นก็เท่ากับแสดงให้เห็นว่าเขาหวาดกลัวแล้วไม่ใช่หรือ?

"ฝันไปเถอะ เจ้าเมืองอย่างข้าปรารถนาให้พวกเจ้าทั้งหมดมาตายอยู่ที่นี่ใจจะขาด"

เวลานี้นี่เอง

ลูกปัดลึกลับเม็ดนี้สั่นไหวเล็กน้อย ราวกับกลายสภาพเป็นความว่างเปล่า มองโซ่ตรวนวัชระเป็นดั่งธาตุอากาศ มันจำลองภาพเหตุการณ์บนชั้นดาดฟ้าของหอจินหม่านออกมาให้เห็น

รวมถึงภาพของหญิงสาวที่นั่งอยู่ และตาเฒ่าที่ยืนหนึ่งคน คุกเข่าอีกหนึ่งคน

"ของวิเศษชิ้นนี้มีนามว่า [มุกก่อกำเนิดมิติ] เป็นอาวุธเวทระดับสามขั้นสุดยอด มีพลังในการหลบหนีข้ามมิติที่หาได้ยากยิ่ง เจ้ารั้งตัวข้าไว้ไม่ได้หรอก มิสู้เรียกร้องเอาของวิเศษที่มีประโยชน์ต่อตัวเจ้าจะดีกว่า"

"หากจะสังหารล้างบางหอจินหม่านสาขาเมืองหยกวิญญาณจริงๆ ต่อให้เจ้ามีเหตุผล แต่ก็ไม่มีใครคุ้มครองเจ้าไว้ได้ ถึงขั้นที่ว่าต่อให้ซ่อนตัวกลับไปในนิกายโลหิตวิญญาณผกผันก็ยังเปล่าประโยชน์!"

หวังอี้หรี่ตาลง จินเมี่ยวซ่านกำลังจงใจยั่วโมโหเขา

อีกทั้ง การเจรจากันแค่สองคนก็เพียงพอแล้ว เหตุใดนางถึงต้องจำลองภาพบรรยากาศรอบด้านออกมาให้เห็นด้วยเล่า

เขาค้นพบจุดบอดเข้าแล้ว

ตาเฒ่าที่คุกเข่าอยู่ ซึ่งเคยส่งเสียงโวยวายว่าจะฆ่าเขานั่นไง!

"ฮะ"

"อยากคุยก็ได้ ฆ่าตาเฒ่าที่คุกเข่าอยู่นั่นทิ้งซะ แล้วส่งศพมันมาที่จวนเจ้าเมือง เราค่อยมาคุยกัน"

"ตกลง"

จินเมี่ยวซ่านตอบตกลงโดยไม่มีความลังเลเลยแม้แต่นิดเดียว กระทั่งเสียงของหวังอี้ยังไม่ทันขาดคำ นางก็บีบป้ายหยกแผ่นหนึ่งจนแหลกละเอียดไปแล้ว

"คุณหนู!"

ผู้เฒ่าโจวที่อยู่ด้านข้างเพิ่งจะตะโกนเรียกสรรพนามออกมาได้คำเดียว ก็จำต้องถอดใจอย่างอับจนหนทาง เพราะเพียงแค่ชั่วลมหายใจสั้นๆ นี้ เฒ่าหลิวก็ล้มตึงลงไปแล้ว กลิ่นอายจิตวิญญาณดับสูญ ร่างกายหลงเหลือเพียงพลังชีวิตจางๆเท่านั้น

กลายสภาพเป็นสุดยอดวัตถุดิบชั้นเลิศสำหรับการหลอมเจียงซือไปเสียแล้ว

คนเป็นที่ตายแล้ว!

นี่ก็คือ [อาคมมารผลาญวิญญาณ] ที่หอจินหม่านฝังไว้ในจุดหนีหวานของคนนอกตระกูลอย่างพวกเขานั่นเอง

แน่นอนว่าการดำรงอยู่ของ "เกียรติยศพิเศษ" เช่นนี้นั้นมีน้อยมาก จะมีเพียงผู้ที่รับหน้าที่เป็นผู้พิทักษ์ทายาทของผู้ยิ่งใหญ่เท่านั้นที่จะถูกฝังอาคม ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้พิทักษ์เผ่นหนีไปยามเกิดวิกฤตความเป็นความตาย

ตามหลักแล้ว การจะได้เป็นผู้พิทักษ์นั้น ย่อมต้องผ่านการคัดกรองมาอย่างเข้มงวด ชะตากรรมของส่วนบุคคลและเผ่าพันธุ์ ล้วนผูกติดเชื่อมโยงอยู่กับผู้มีพรสวรรค์ที่ตนปกป้องอย่างแนบแน่น

แต่… อย่าได้ดูถูกจรรยาบรรณของผู้บำเพ็ญเพียรวิถีมารเชียว! การทำเช่นนี้ย่อมมีเหตุผลในตัวของมัน แค่เชื่อก็สิ้นเรื่องแล้ว

"ตอนนี้... คุยกันได้แล้วหรือยัง"

ได้ยินดังนั้น หวังอี้ก็แผดเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง เผยให้เห็นถึงความโอหังกำเริบเสิบสานที่ไม่ตรงกับนิสัยในยามปกติ

ช่วยไม่ได้ ตอนนี้เขาสวมบทบาทคนบ้าอยู่ ยิ่งคลุ้มคลั่งเท่าไหร่ก็ยิ่งดี

รอจนถึงตอนเจรจา จะได้ช่วงชิงผลประโยชน์ก้อนโตมาได้มากขึ้น!

"จินเมี่ยวซ่าน เจ้าน่าสนใจกว่าที่ข้าคิดไว้นะ"

"เฮ้! ตาเฒ่าทางนั้นน่ะ

"การตายของสหายร่วมงานเจ้า จะต้องไปโทษที่หัวคุณหนูของพวกเจ้าแล้วล่ะ นางจงใจหลอกล่อให้ข้าตั้งเงื่อนไขเพื่อระบายความแค้นนี้ ตอนที่ข้าไม่อยู่ ทางฝั่งพวกเจ้าก็คงจะตื่นเต้นเร้าใจไม่เบาเลยสินะ"

ผู้เฒ่าโจวหลุบตามองจมูก จมูกเพ่งมองใจ ปิดกั้นประสาทสัมผัสของตัวเองโดยตรง แสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น

แต่ถึงอย่างไรเขาก็เป็นคนที่ดิ้นรนต่อสู้ไต่เต้าขึ้นมาจากระดับล่าง ประสบการณ์เล่ห์เหลี่ยมชั้นเชิงและแผนการร้ายในตระกูลจินที่เขาพบเจอมา ยังมีมากกว่าในวังหลังของฮ่องเต้เสียอีก เรื่องความคิดของคุณหนู มีหรือที่เขาจะดูไม่ออก

แล้ว... จะให้ทำอย่างไรได้เล่า! สายเลือดตระกูลโจวของเขาก็ล้วนถูกทิ้งไว้ในถ้ำสวรรค์ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของตระกูลจินแห่งเทียนฉือ ซึ่งนั่นก็เป็นทั้งเกียรติยศและข้อจำกัด!

เฮ้อ~

"เอาพอหอมปากหอมคอก็พอ หากยังมัวชักช้าต่อไป ต่อให้งัดวิธีแก้ไขปัญหาออกมาได้ ก็ใช่ว่าจะได้ผลเสมอไปหรอกนะ"

จินเมี่ยวซ่านเริ่มรอไม่ไหวแล้ว น้ำเสียงของนางรีบร้อนขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อหวังอี้เห็นเช่นนั้น ก็รู้จักพอประมาณ เขาไม่มีความมั่นใจมากนักจริงๆ แต่จังหวะเวลาในช่วงนี้ก็พอจะฉวยโอกาสใช้ประโยชน์ได้สักระลอกหนึ่ง

"นำข้อมูลทั้งหมดของหอจินหม่านที่เกี่ยวกับ [ตงจี๋จิง] มาบอกข้าให้หมด จำไว้ว่าต้องเป็นทั้งหมด!"

จินเมี่ยวซ่านครุ่นคิดเล็กน้อย ก็รู้ถึงเจตนาของหวังอี้ในทันที

นางเอ่ยอย่างคลางแคลงใจ "แบบนี้จะได้ผลจริงๆ หรือ?"

"ข้าจะไปรู้ได้เยี่ยงไร จะได้เรื่องหรือไม่ได้เรื่อง อย่างไรเสียก็ต้องลองดู"

หวังอี้เอ่ยขึ้นด้วยท่าทางไม่ยี่หระ

"แผนจบเรื่องเจ้าก็ได้รู้ไปแล้ว ส่วนค่าชดเชยที่ข้าเรียกร้องก็มีไม่มากนัก เอาทรัพยากรวิญญาณระดับสามสองชิ้นนั้นมาให้ข้า จากนั้นข้าต้องการของวิเศษระดับแก่นทองคำขั้นสูงสองชนิด ซึ่งในจำนวนนั้นจะต้องมีธาตุหยินและธาตุน้ำแข็งรวมอยู่ด้วย"

"เป็นไปไม่ได้!"

จินเมี่ยวซ่านปฏิเสธทันควันโดยไม่ต้องคิด นางกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

"เจ้ารู้หรือไม่ว่าของวิเศษระดับแก่นทองคำสองชนิดมันหายากเพียงใด ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการระบุธาตุเฉพาะเจาะจงเลย ของล้ำค่าพรรค์นี้พอปรากฏขึ้นมาเมื่อใด แทบจะถูกนำไปใช้ในทันที ต่อให้เป็นหอจินหม่านก็ยังไม่มีช่องทางให้กว้านซื้อ"

"ข้าไม่เชื่อ"

หวังอี้แสดงความเคลือบแคลงสงสัยอย่างเปิดเผย เขาแค่นเสียงหัวเราะเยาะ

"หอจินหม่านที่เป็นถึงองค์กรหอการค้าขนาดยักษ์ที่ทอดตัวข้ามสองดินแดน หากจะบอกว่าไม่มีของวิเศษระดับวิญญาณแรกกำเนิดเหลืออยู่เลย ข้าก็พอเชื่อได้ แต่ของวิเศษระดับแก่นทองคำนี่... พอเถอะ เจ้ากำลังหลอกผีอยู่หรือไง?!!"

"ข้า…"

เมื่อมองออกถึงความลังเลใจของอีกฝ่าย หวังอี้ก็เปลี่ยนเป้าหมายเสียดื้อๆ

"ไม่ตกลงงั้นรึ? ถ้าเช่นนั้นก็เอา [กิ่งไม้วิเศษก่อเกิดไม่สิ้นสุด] ในมือเจ้ามาเป็นค่าชดเชยให้ข้า"

"ไม่ได้! นี่มันคือของล้ำค่าขั้นสุดยอด..."

"นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ถ้าเช่นนั้นก็จงตายตกตามกันไปเสียเถอะ"

หวังอี้หมุนตัวเตรียมจะจากไป จินเมี่ยวซ่านอดไม่ได้ที่จะต้องลดขีดจำกัดล่างของตัวเองลงซ้ำแล้วซ้ำเล่า "อย่าเพิ่งไป ข้าตกลงตามเงื่อนไขก่อนหน้านี้ของเจ้า แต่ไม่สามารถระบุตายตัวว่าเป็นธาตุหยินหรือธาตุน้ำแข็งได้ และของวิเศษระดับแก่นทองคำก็เป็นแค่ระดับธรรมดาเท่านั้น"

สำหรับเรื่องนี้ หวังอี้มีให้เพียงคำเดียว

"ไสหัวไป!"

จบบทที่ บทที่ 175 ยากจะจบเรื่อง

คัดลอกลิงก์แล้ว