- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นอาจารย์ฮอกวอตส์ ชีวิตนี้ผมจะเปลี่ยนโลกเวทมนตร์
- ตอนที่ 22: การรวมตัวของเหล่าศาสตราจารย์
ตอนที่ 22: การรวมตัวของเหล่าศาสตราจารย์
ตอนที่ 22: การรวมตัวของเหล่าศาสตราจารย์
ตอนที่ 22: การรวมตัวของเหล่าศาสตราจารย์
เที่ยงวันต่อมา เมื่อแสงแดดสาดส่องผ่านหน้าต่างลงมาบนใบหน้าของแคลร์ เปลือกตาของเขาก็กระตุก และในที่สุดเขาก็ตื่นขึ้นมา
แคลร์ลืมตาขึ้น ความงุนงงในดวงตาค่อยๆ จางหายไป แทนที่ด้วยความกระจ่างใส เมื่อมองดูหญิงสาวแสนสวยที่นอนเปลือยเปล่าอยู่ในอ้อมกอด เขาก็อดไม่ได้ที่จะคลึงเอวตัวเองเบาๆ
เฮ้อ กว่าหนึ่งเดือนที่ผ่านมาหมดไปกับการกระตุ้นรูนเวทมนตร์ของเมิร์ตแลป ซึ่งสูบพลังงานไปอย่างต่อเนื่อง
ซ้ำร้าย เมื่อคืนช่วงหัวค่ำดันเกิดอุบัติเหตุเล็กน้อยขึ้นอีก และช่วงดึกเขาก็ต้องง้ออเดลสุดชีวิตเพื่อให้เธออารมณ์ดีขึ้น กว่าจะได้นอนก็เกือบจะรุ่งสางเข้าไปแล้ว ทำให้เขาทั้งเหนื่อยล้าทั้งกายและใจ จนต้องนอนยาวมาจนถึงป่านนี้
แคลร์ค่อยๆ พยายามจะลุกขึ้น แต่อเดลกอดเขาไว้แน่นมาก ทันทีที่เขาขยับตัว ขนตาของอเดลก็สั่นไหวและเธอก็ลืมตาขึ้น
ดวงตาสีฟ้าประกายน้ำทะเลของเธอสบเข้ากับนัยน์ตาสีฟ้าประกายน้ำแข็งของแคลร์ แววตาที่ดูสับสนงุนงงในตอนแรกจางหายไปอย่างรวดเร็วเมื่ออเดลนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน
ประกายความหงุดหงิดพาดผ่านดวงตาของอเดล เธอพลิกตัวขึ้นคร่อมแคลร์ บิดเอวไปมาคล้ายงูน้ำ และประกาศกร้าวว่า "ไอ้บ้า คุณชอบแก้ปัญหาด้วยวิธีนี้ใช่มั้ย? วันนี้แม่จะปล่อยให้คุณแก้ปัญหาให้หนำใจไปเลย แล้วคุณจะได้รู้ว่าในโลกนี้ไม่มีที่ดินผืนไหนที่ถูกไถพรวนจนพัง มีแต่วัวเท่านั้นแหละที่ถูกใช้งานจนตาย!"
"ซี๊ด~"
แคลร์ตกตะลึงกับการพลิกผันอย่างกะทันหันนี้ และก่อนที่เขาจะทันได้ตั้งตัว เขาก็ถูกอเดลกดลงกับเตียง และเธอก็เริ่มยั่วยวนเขาหนักขึ้นไปอีก
ในพริบตา มหาสงครามก็ปะทุขึ้นอีกครั้ง เป็นสงครามที่ทำให้ฟ้าดินมืดมิด บดบังแสงตะวันและจันทรา แม้แต่พญาครุฑทองคำก็ยังทนดูไม่ได้ ต้องบินหลบเร้นไปหลังภูเขา
ในยามค่ำคืนที่ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใดแล้ว แคลร์ลืมตาขึ้น เปลือกตาของเขาหนักอึ้งราวกับภูเขาสองลูก ดวงตาของเขาหม่นหมองและเหม่อลอยขณะจ้องมองเพดานอย่างว่างเปล่า จมอยู่ในห้วงความคิด
สิ่งเดียวที่แคลร์อยากทำในตอนนี้คือการกลับไปในชาติก่อน และฆ่าพวกที่ปล่อยข่าวลือมั่วๆ บนอินเทอร์เน็ตให้หมด
ไอ้ที่ว่า 'ยิ่งทำก็ยิ่งรัก'!
และไอ้พวกคำคมน้ำเน่าพวกนั้น มันก็แค่คำโกหกทั้งเพ
ถ้าไม่ใช่เพราะเขามีร่างกายที่แข็งแกร่งกว่าคนทั่วไปล่ะก็ คนอื่นคงเหนื่อยตายและไปนั่งคุยกับพระเจ้าหรือพระเยซูไปนานแล้ว หลังจากที่ต้องกรำศึกมาตั้งแต่รุ่งสางจนถึงตอนนี้ อย่าว่าแต่เรื่องรักเลย
เฮ้อ!
สุดท้าย เขาก็ยังเด็กเกินไปและตกหลุมพรางของพวกมันจนได้
เวลาผ่านไปนานเท่าใดก็ไม่อาจทราบได้ แคลร์รู้สึกได้ถึงการขยับตัวของหญิงสาวในอ้อมกอด จากนั้นเธอก็ถอนหายใจออกมาอย่างสบายตัว
"อืมมม ที่รัก คราวหน้าฉันขอแบบนี้อีกนะ!"
อเดลกอดแคลร์แน่นและกระซิบ
แคลร์จ้องมองเพดานอย่างเหม่อลอย นิ่งเงียบไปนาน
เพลงนั้นพูดถูกจริงๆ ผู้หญิงตีนเขาน่ะคือเสือร้าย เป็นประเภทที่กินคนทั้งเป็นได้เลยล่ะ
เขาเหนื่อยแล้ว ปล่อยให้ทุกอย่างพังทลายไปเถอะ!
เขารู้สึกว่าเรื่องนี้มันเหนื่อยยิ่งกว่าการเผชิญหน้ากับคำสาปของลอร์ดโวลเดอมอร์เสียอีก ถ้าต้องเจอแบบนี้อีกสักสองสามครั้ง เขากลัวจริงๆ ว่าเขาคงไม่ได้ตายระหว่างทางในการสำรวจรูนเวทมนตร์ต่างๆ หรอก แต่อาจจะมาตายเอาตรงนี้แทน
แม้ว่าการตายแบบนี้จะเป็นความฝันของผู้ชายหลายคน แต่เขาไม่อยากอายุสั้นหรอกนะ...
หลังจากนั้น แคลร์ก็รีบมุ่งหน้าไปฮอกวอตส์ทันที และปฏิเสธที่จะออกมาข้างนอกไม่ว่าด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตาม
โชคดีที่ใกล้จะถึงเวลาเปิดเทอมแล้ว เมื่อมาถึงฮอกวอตส์ แคลร์ก็จัดการเก็บกวาดและตกแต่งห้องทำงานบนชั้นสามที่ได้รับมอบหมายใหม่คร่าวๆ ให้เป็นสไตล์ที่เขาชอบ
โต๊ะและเก้าอี้ไม้เนื้อมะฮอกกานี โซฟานุ่มๆ ชั้นวางหนังสือที่เป็นระเบียบเรียบร้อย แถมยังมีชั้นวางไวน์ที่เขาออกแบบเอง ทำให้ห้องเรียนเปลี่ยนสไตล์ไปอย่างสิ้นเชิง
นี่คือผลงานตลอดทั้งวันของแคลร์
ในวันที่สามหลังจากที่แคลร์มาถึงฮอกวอตส์ เขากำลังสังเกตรูนเวทมนตร์ของเมิร์ตแลปในอ่างเพนซิฟ เพื่อกระตุ้นจุดเชื่อมต่อเวทมนตร์ภายในร่างกายของเขา
จู่ๆ แคลร์ก็รู้สึกใจสั่น จิตสำนึกของเขาดึงกลับมาจากอ่างเพนซิฟ และเขาหันหน้าไปมองจุดๆ หนึ่ง
ผู้พิทักษ์นกฟีนิกซ์ตัวหนึ่งปรากฏขึ้นตรงนั้น และพูดด้วยเสียงของดัมเบิลดอร์
"ศาสตราจารย์ลินเดอมันน์ กรุณามาที่ระเบียงทางเดินด้านขวาบนชั้นสี่ด้วย"
แคลร์มองดูผู้พิทักษ์นกฟีนิกซ์บินจากไป เขาเลิกคิ้วขึ้น เมื่อได้ยินชื่อสถานที่อันคุ้นเคย ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัว
ตาเฒ่าดัมเบิลดอร์คงไม่ได้เรียกเขาไปช่วยสร้างด่านอุปสรรคหรอกนะ?
เมื่อคืนเขายังเพิ่งจะดูภาพยนตร์แฮร์รี่ พอตเตอร์ภาคแรกจากความทรงจำเพื่อทบทวนความจำและหลีกเลี่ยงปัญหาบางอย่างอยู่เลย
วันนี้ ดัมเบิลดอร์เรียกเขาไปที่ระเบียงทางเดินด้านขวาบนชั้นสี่ มันต้องเกี่ยวข้องกันแน่ๆ
ในภาพยนตร์ ควิเรลล์ซึ่งเป็นศาสตราจารย์ใหม่ของปีนี้ก็เป็นคนพามอนสเตอร์โทรลไปไว้ที่นั่น เขาเองก็น่าจะได้รับโอกาสนี้เช่นกัน
แต่เขาไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้จริงๆ มันน่ารำคาญ เขาเอาเวลาไปกระตุ้นจุดเชื่อมต่อเวทมนตร์ยังจะดีซะกว่า
แต่ในเมื่อดัมเบิลดอร์เอ่ยปากเรียกแล้ว แคลร์ก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องไป
หลังจากจัดแจงตัวเองอย่างรวดเร็ว แคลร์ก็เดินออกจากห้องทำงาน
เขาอยู่ใกล้มาก เดินแค่หกเจ็ดนาทีก็ถึงจุดหมายแล้ว
เมื่อแคลร์เห็นฝูงชนยืนอยู่ที่ระเบียงทางเดิน เขาก็รู้ทันทีว่าตัวเองเดาถูก
อย่างไรก็ตาม มาถึงขั้นนี้แล้วเขาคงหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็คงต้องสร้างเกมเด็กเล่นง่ายๆ สักเกมก็แล้วกัน
ใช่แล้ว ในความเห็นของแคลร์ ไอ้สิ่งที่เรียกว่า 'ด่านอุปสรรค' เนี่ย มันก็เหมือนเกมของเด็กเล่นนั่นแหละ ไม่งั้นในตอนจบเด็กสามคนนั้นจะผ่านมันไปได้อย่างง่ายดายได้ยังไง
"อาจารย์ใหญ่ดัมเบิลดอร์ ศาสตราจารย์มักกอนนากัล ศาสตราจารย์ฟลิตวิก ศาสตราจารย์สเนป ศาสตราจารย์สเปราต์ ศาสตราจารย์ควิเรลล์ แฮกริด สวัสดีครับทุกคน มากันครบเลย นี่เป็นการประชุมศาสตราจารย์หรือเปล่าครับ?"
แคลร์เอ่ยทักทายทุกคน
ทุกคนมาถึงกันหมดแล้ว เขาเป็นคนสุดท้าย
ทุกคนพยักหน้าตอบรับแคลร์ บางคนมีแววตาสงสัย บางคนก็แสดงความรังเกียจออกมา
"แคลร์ ศาสตราจารย์มักกอนนากัลบอกฉันว่าเธอจะมาสอนวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืด ฉันดีใจจริงๆ! ว่างๆ เธอต้องแวะมาดื่มด้วยกันนะ แล้วฉันจะพาไปดูสัตว์เลี้ยงตัวโปรดของฉัน"
เมื่อเห็นแคลร์มาถึง แฮกริดก็พูดขึ้นอย่างกระตือรือร้น เขาและแคลร์สนิทสนมกันมาก แคลร์มักจะคลุกคลีอยู่กับสัตว์วิเศษอยู่เสมอเนื่องจากความจำเป็นของสูตรโกงของเขา และแฮกริดก็มีหน้าที่ดูแลป่าต้องห้าม แคลร์จึงมักจะแวะเวียนไปหาแฮกริดบ่อยๆ สมัยเรียน เรียกได้ว่าแฮกริดเป็นคนที่เขาสนิทที่สุด รองจากศาสตราจารย์มักกอนนากัลเลยล่ะ
"แฮกริด ช่วงสองสามวันมานี้ผมเพิ่งจะจัดห้องทำงานเสร็จเอง คืนนี้ผมจะเอาไวน์ชั้นดีไปหานายนะ"
ในช่วงสองวันที่ผ่านมานับตั้งแต่มาถึงฮอกวอตส์ แคลร์เอาแต่พักผ่อนฟื้นฟูร่างกายอยู่ในห้องทำงานของเขา
นอกจากกระตุ้นจุดเชื่อมต่อเวทมนตร์แล้ว เขาก็เอาแต่ดูภาพยนตร์ซ้ำไปซ้ำมา จนยังไม่มีเวลาไปเยี่ยมศาสตราจารย์ท่านอื่นเลย
เขาดีใจมากที่ได้พบแฮกริดอีกครั้ง การได้พบปะเพื่อนเก่าจะขาดไวน์ดีๆ ไปได้อย่างไร?
แม้ว่าเขาจะทะลุมิติมาเพราะดื่มเหล้าหนักในชาติก่อน แต่แคลร์ก็ยังเลิกนิสัยชอบดื่มแอลกอฮอล์ไม่ได้อยู่ดี
ในความคิดของเขา การทะลุมิติมาไม่ใช่เพราะเขาดื่มเหล้าหรอก แต่เป็นเพราะเขาคออ่อนต่างหาก
ถ้าเขาสามารถดื่มเป็นพันจอกแล้วไม่ล้มล่ะก็ เรื่องปวดหัวอย่างการทะลุมิติจะมาเยือนเขาไหมล่ะ?
ท้ายที่สุดแล้ว มันเป็นปัญหาของตัวเขาเอง ไม่เกี่ยวกับเหล้าสักนิด!