เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 - หาเรื่อง

บทที่ 4 - หาเรื่อง

บทที่ 4 - หาเรื่อง


บทที่ 4 - หาเรื่อง

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

อวิ๋นหมิงเก็บหินวิญญาณระดับต่ำสิบแปดก้อนเข้าไปในพื้นที่ของระบบ ซึ่งมันเปลี่ยนเป็นแต้มความมั่งคั่งอันน้อยนิดให้เขา

คัมภีร์โอสถเบื้องต้นและสูตรโอสถรวมปราณกลายเป็นลำแสงพุ่งทะลุเข้าสู่หว่างคิ้วของเขา

ภายในหัวก็มีความรู้เกี่ยวกับการหลอมโอสถเพิ่มขึ้นมามากมายในพริบตา

โอสถถูกแบ่งออกเป็นระดับหนึ่งถึงเก้า โอสถรวมปราณคือโอสถระดับหนึ่ง เป็นยาที่ผู้ฝึกตนขั้นหลอมปราณกินกัน และนับว่าเป็นโอสถระดับต่ำที่สุดด้วย

โอสถสร้างรากฐานจัดเป็นโอสถระดับสอง ของเหลวหยกทองคำเบญจธาตุจัดเป็นโอสถระดับสาม ส่วนโอสถทารกเร้นลับและโอสถทารกหยกเก้าวัฏจักรจะอยู่ในระดับสี่

แต่อวิ๋นหมิงยังห่างไกลจากขั้นสร้างรากฐานอีกตั้งแสนแปดพันลี้ ไม่ต้องพูดถึงโอสถระดับสูงพวกนั้นเลย

ประจวบเหมาะกับที่ถึงเวลาทำความสะอาดเตาหลอมพอดี

เขายังคงเข้าไปในห้องเงียบของหอโอสถ และก้มหน้าก้มตาทำความสะอาดเตาหลอมของตัวเองไป ระหว่างนั้นก็มีคนสังเกตเห็นว่าเขาเบิกทะลวงถึงขั้นหลอมปราณระดับสามแล้วจึงมองด้วยความประหลาดใจ แต่ก็ไม่มีใครเก็บมาใส่ใจมากนัก

ถึงแม้ศิษย์รับใช้จะทะลวงถึงระดับสามได้ยาก แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีเสียทีเดียว ยิ่งไปกว่านั้นเส้นทางการฝึกตนของศิษย์รับใช้ส่วนใหญ่ก็มักจะมาตันอยู่แค่นี้ ไม่สามารถก้าวหน้าไปได้มากกว่านี้อีกตลอดชีวิต

อวิ๋นหมิงไม่ได้สนใจสายตาพวกนั้น เขาสนใจแค่ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีก็พอ

สามคนที่มาสายเมื่อวาน วันนี้กลับมาตรงเวลาเป๊ะ เพียงแต่สายตาที่มองอวิ๋นหมิงนั้นแฝงไปด้วยความสะใจแปลกๆ ทำเอาอวิ๋นหมิงงงงวยแต่ก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจ

ทั้งสองฝ่ายไม่ได้คุยอะไรกันมากนัก พออวิ๋นหมิงทำงานของตัวเองเสร็จก็เดินจากไป

เวลาล่วงเลยไปครึ่งเดือน

ระดับพลังของอวิ๋นหมิงมาถึงจุดสูงสุดของขั้นหลอมปราณระดับสามแล้ว ขาดอีกแค่นิดเดียวก็จะทะลวงเข้าสู่ระดับสี่

แถมรากฐานของเขายังมั่นคงเหนือกว่าคู่ต่อสู้ในระดับเดียวกันอย่างเทียบไม่ติด

"ติ๊ง! วันนี้ฤกษ์ดีเหมาะแก่การฝึกฝน ความเร็วในการฝึกฝนเพิ่มขึ้น สิทธิ์สุ่มสิบครั้งถูกส่งมอบแล้ว"

ชื่อ: [อวิ๋นหมิง] ระดับพลัง: [ขั้นหลอมปราณระดับสาม] เคล็ดวิชา: [เคล็ดวิชาปราณบริสุทธิ์ไท่เสวียน] (ระดับสีม่วง) [คัมภีร์โอสถเบื้องต้น] (ระดับสีฟ้า) จำนวนสิทธิ์สุ่ม: [140] ความมั่งคั่ง: 0

อวิ๋นหมิงมองดูหน้าต่างระบบ เนื่องจากเขาเปลี่ยนมาฝึกเคล็ดวิชาปราณบริสุทธิ์ไท่เสวียนแล้ว เคล็ดวิชาปราณดั้งเดิมจึงหายไปจากหน้าต่างระบบ

แต่สิ่งที่ทำให้เขาตื่นเต้นที่สุดก็คือจำนวนสิทธิ์สุ่มที่ทะลุหลักร้อยไปแล้วต่างหาก

ช่วงครึ่งเดือนที่ผ่านมาเขาเคยกดสุ่มสิบครั้งไปแค่หนเดียวเท่านั้น เพื่อให้ตัวเองรอดตายจากความหิวและมีหินวิญญาณเอาไว้ฝึกฝน เพราะตอนนั้นเขาไม่มีหินวิญญาณติดตัวเลยจริงๆ

หากศิษย์รับใช้ไม่มีวาสนาหรือโชคลาภเป็นของตัวเอง การหวังพึ่งแค่หินวิญญาณสามสิบก้อนที่สำนักแจกให้ทุกเดือนคงยากที่จะลืมตาอ้าปากได้

ส่วนการดองสิทธิ์สุ่มไว้เยอะขนาดนี้ ความจริงเขาตั้งใจจะรอจังหวะดีๆ เผื่อเจอวันที่ระบบบอกว่า 'เหมาะแก่การสุ่มกาชา' เขาจะได้เทหมดหน้าตักเพื่อดูว่าจะได้ของดีอะไรบ้าง

น่าเสียดายที่ผ่านมาครึ่งเดือนก็ยังไม่มีโอกาสเหมาะๆ เลย วันนี้ก็เป็นแค่วันที่เหมาะแก่การฝึกฝนอีกตามเคย

อวิ๋นหมิงถอนหายใจเบาๆ เตรียมตัวจะไปหอโอสถ ใครจะรู้ว่าพอเพิ่งผลักประตูห้องออกไป จู่ๆ ก็มีพลังมหาศาลสายหนึ่งพุ่งเข้ามาปะทะตัวเขาอย่างจัง

"ตูม!"

ถึงแม้อวิ๋นหมิงจะตอบสนองอย่างรวดเร็วด้วยการยกแขนทั้งสองข้างขึ้นมาป้องกัน พร้อมกับรีดเร้นพลังวิญญาณทั่วร่างมาเป็นเกราะกำบัง แต่เพราะถูกจู่โจมกะทันหันเขาจึงปลิวลอยละลิ่วไปอยู่ดี

เขากระเด็นไถลไปไกลหลายเมตรกว่าจะตั้งหลักหยุดได้ อวิ๋นหมิงรีบปรับลมหายใจระงับพลังวิญญาณที่ปั่นป่วนในร่างอย่างรวดเร็ว พอเงยหน้าขึ้นมองก็พบเด็กหนุ่มคนหนึ่งในชุดศิษย์สายนอกกำลังมองมาที่เขาด้วยสายตาประสงค์ร้าย

"ศิษย์พี่ท่านนี้ ข้าไม่เคยไปล่วงเกินอะไรท่านเลยนะขอรับ" อวิ๋นหมิงเอ่ยถาม เพื่อถ่วงเวลาให้ตัวเองได้ปรับลมหายใจ

"เจ้าไม่รู้จักข้า แต่ข้ารู้จักเจ้า อวิ๋นหมิงใช่ไหมล่ะ" เด็กหนุ่มพูดพลางเดินเข้ามาหาอวิ๋นหมิงด้วยท่าทางสบายๆ ไม่หยี่หระ

"ศิษย์พี่จำคนผิดแล้ว ข้าไม่ใช่อวิ๋นหมิง" อวิ๋นหมิงแถหน้าตาย

คำตอบนี้ทำเอาเด็กหนุ่มถึงกับชะงักไปชั่วขณะ นึกว่าตัวเองตีผิดคนจริงๆ แต่แค่จังหวะที่เผลอไผล อวิ๋นหมิงก็พุ่งพรวดเข้ามาอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว

"ไอ้น้อง สู้กันอยู่ห้ามเหม่อสิวะ!" อวิ๋นหมิงตวาดลั่น พร้อมกับง้างหมัดซัดเปรี้ยงเข้าที่ดั้งจมูกของเด็กหนุ่มอย่างจัง

หมัดนี้ทำเอาเด็กหนุ่มเลือดกำเดากระฉูด ร่างปลิวละลิ่วลอยกลับหลังไปกระแทกพื้นอย่างแรง

อวิ๋นหมิงยังไม่วางใจ เขาเตรียมพุ่งเข้าไปซ้ำให้ตายชัวร์ๆ

ตั้งใจจะแทงให้ตายจริงๆ เพราะก่อนหน้านี้เขาไปซื้อดาบสั้นที่ตลาดของสำนักมาไว้ป้องกันตัว แม้จะเป็นแค่อาวุธระดับหนึ่งขั้นต่ำ แต่ก็ผลาญหินวิญญาณระดับต่ำของเขาไปถึงห้าก้อน ทำเอาเขาปวดใจไปพักใหญ่

ตอนนี้เด็กหนุ่มกำลังหน้ามืดตาลาย นึกไม่ถึงเลยว่าอวิ๋นหมิงจะสวนกลับอย่างดุดันขนาดนี้ กว่าเขาจะตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาตอบโต้ อวิ๋นหมิงก็เงื้อดาบเล็งเตรียมจะจ้วงอกเขาแล้ว

"ปึ้ก"

เสียงทึบๆ ดังขึ้น จู่ๆ บนร่างของเด็กหนุ่มก็ปรากฏม่านบางๆ ชั้นหนึ่งขึ้นมาคลุมตัวไว้ ม่านคุ้มภัยนี้ช่วยรับคมดาบของอวิ๋นหมิงไว้ได้พอดิบพอดี

เมื่อเห็นว่าอวิ๋นหมิงกะจะเอาถึงตาย เด็กหนุ่มก็หน้าถอดสี ริมฝีปากซีดเผือด ถ้าไม่ใช่เพราะอาวุธป้องกันตัวที่เขาทุ่มเงินซื้อมา ป่านนี้เขาคงตายไปแล้ว

"หืม" อวิ๋นหมิงมองดูม่านบางๆ นั่น เห็นชัดๆ ว่าดูบอบบางแต่กลับแทงไม่เข้าเลย ในจังหวะที่เขากำลังรวบรวมพลังวิญญาณเตรียมจะลองจ้วงอีกรอบ

เด็กหนุ่มก็ตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากพื้นอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ แล้วลนลานถอยห่างจากอวิ๋นหมิง

เขาทั้งคลานทั้งวิ่งหนีรักษาระยะห่าง พร้อมกับตะโกนด่าอวิ๋นหมิงไปด้วย "อวิ๋นหมิง เจ้าบ้าไปแล้วหรือไง สำนักมีกฎห้ามทำร้ายเพื่อนร่วมสำนัก เจ้าเห็นหอคุมกฎเป็นหัวหลักหัวตอหรือไง"

อวิ๋นหมิงแคะหูอย่างรำคาญ "ทีงี้ทำเป็นรู้จักกฎสำนักขึ้นมาเชียวนะ ทีตอนลอบกัดข้าเมื่อกี้ทำไมไม่ยักกะนึกถึง"

หลังจากถอยห่างจากอวิ๋นหมิงมาได้ระยะหนึ่ง เด็กหนุ่มถึงได้เอ่ยปากอีกครั้ง "ได้ หายกัน ถือว่าเจ๊ากันไป ที่ข้ามาวันนี้ก็เพื่อมาสั่งสอนเจ้า"

อวิ๋นหมิงมองดูสภาพเด็กหนุ่มแล้วก้มมองดูตัวเอง สรุปว่าใครสั่งสอนใครกันแน่เนี่ย ไอ้เด็กนี่คงจะตกใจจนสติแตกไปแล้วสินะ "งั้นก็เข้ามาสิ ข้าก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเจ้ามีน้ำยาแค่ไหน"

เด็กหนุ่มกวาดสายตามองไปรอบๆ ไม่เห็นมีใครอยู่ แถวนี้คงไม่มีใครเห็นสภาพน่าอับอายของเขา โชคดีที่ไอ้หมอนี่อยู่ห่างไกลผู้คน

หลังจากจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ เด็กหนุ่มก็กลับมาทำท่าทางหยิ่งยโสโอหังเหมือนเดิม "อวิ๋นหมิง จำใส่กะโหลกไว้ให้ดี คนที่มาสั่งสอนเจ้าก็คือศิษย์สายนอก จูต้าชาง ขั้นหลอมปราณระดับสี่..."

ยังไม่ทันที่จูต้าชางจะพล่ามจบ อวิ๋นหมิงก็ขว้างดาบสั้นพุ่งตรงแสกหน้าเขาเสียก่อน

ดาบสั้นเฉี่ยวแก้มเขาบินผ่านไป ทำเอาเขาตกใจจนยืนนิ่งเป็นเสาหินไปอีกรอบ

อวิ๋นหมิงอาศัยจังหวะที่เขาเผลอ ง้างหมัดแบบเดิมซัดเข้าที่หน้าของจูต้าชางเต็มแรง

จูต้าชางผู้โชคร้ายกลายร่างเป็นดาวตกปลิวกระเด็นออกไปอีกครั้ง

แต่คราวนี้เขากลิ้งไปกับพื้นแค่สองตลบก็รีบดีดตัวลุกขึ้นมาทันที กลัวว่าอวิ๋นหมิงจะเข้ามาซ้ำตอนที่เขายังมึนอยู่

อวิ๋นหมิงเห็นจูต้าชางลุกขึ้นมาอย่างไวก็แอบเสียดายในใจ อดเข้าไปซ้ำเลยแฮะ มุกเดิมใช้สองรอบไม่ได้ผลจริงๆ ด้วย

จูต้าชางยังคงมึนหัวอยู่ เขาได้รับคำสั่งมาหาเรื่อง นึกไม่ถึงว่าจะมาเจอของแข็ง นี่เป็นการมาหาเรื่องคนอื่นครั้งแรกของเขาแท้ๆ ทำไมประสบการณ์มันถึงได้เลวร้ายขนาดนี้เนี่ย

พอเขาตั้งสติได้ กลับมองไม่เห็นเงาของอวิ๋นหมิงแล้ว จู่ๆ ก็รู้สึกเย็นวาบที่สันหลัง พร้อมกับได้ยินเสียงเดาะลิ้นดังขึ้น

"จิ๊ๆ ไอ้ม่านฟองสบู่ของเจ้านี่มันคือของวิเศษอะไรเนี่ย ใช้ดีจังแฮะ"

จูต้าชางตกใจสุดขีด หันขวับเหวี่ยงหมัดไปด้านหลังสุดแรงเกิด แต่กลับคว้าน้ำ ไม่เห็นแม้แต่เงาของอวิ๋นหมิง

ด้วยสัญชาตญาณ จูต้าชางก้มมองป้ายหยกที่เอว แสงของมันริบหรี่ลงแล้ว คาดว่าคงรับการโจมตีได้อีกไม่กี่ที

"คาถาโล่ทองคำ!" สิ้นเสียงของจูต้าชาง บนร่างของเขาก็ปรากฏม่านพลังสีทองอ่อนๆ ขึ้นมาอีกชั้น

คาถาโล่ทองคำเป็นคาถาป้องกันระดับหนึ่งขั้นต่ำ สามารถป้องกันการโจมตีของระดับหลอมปราณขั้นสี่หรือต่ำกว่าได้

อวิ๋นหมิงแทงดาบเข้าใส่โล่นั่น แต่ก็มีเพียงเสียงโลหะกระทบกันดังแกร๊งๆ ไม่สามารถสร้างบาดแผลให้จูต้าชางได้เลยสักนิด

เมื่อจูต้าชางเห็นว่าอวิ๋นหมิงหมดมุกแล้ว เขาก็แสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย เตรียมตัวจะเอาคืน

เมื่อกี้เขาคงโดนหมัดของอวิ๋นหมิงอัดจนสมองเบลอไปหน่อย ถึงจะเก่งแค่ไหนก็เป็นแค่ศิษย์รับใช้ระดับสามเท่านั้นแหละ คนที่ยังไม่ถึงระดับสี่ไม่มีทางแบกรับการผลาญพลังวิญญาณจากการใช้คาถาได้หรอก

ส่วนตัวเขาคือยอดฝีมือในหมู่ผู้ฝึกตนระดับสี่เชียวนะ เขารู้จักคาถาระดับหนึ่งขั้นต่ำถึงสามคาถาเลยทีเดียว!

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 4 - หาเรื่อง

คัดลอกลิงก์แล้ว