- หน้าแรก
- โลกของผมกลายเป็นเกมออนไลน์ไปแล้ว
- บทที่ 86: ตระกูลหลู่แห่งกังหนำ มาเพื่ออวยพรวันเกิด
บทที่ 86: ตระกูลหลู่แห่งกังหนำ มาเพื่ออวยพรวันเกิด
บทที่ 86: ตระกูลหลู่แห่งกังหนำ มาเพื่ออวยพรวันเกิด
บทที่ 86: ตระกูลหลู่แห่งกังหนำ มาเพื่ออวยพรวันเกิด
สองวันต่อมา ภายในตำหนักเจิ้นอู่ บนเขาบู๊ตึ๊ง
ในตอนนี้ตำหนักเจิ้นอู่คลาคล่ำไปด้วยผู้คน รวมแล้วมีมากกว่าสามร้อยคน
คนทั้งสามร้อยกว่าคนนี้ โดยไม่มีข้อยกเว้น อย่างต่ำที่สุดล้วนเป็นคนในยุทธจักรที่อยู่ในขอบเขตปราณแท้ขึ้นไป ส่วนระดับปรมาจารย์ก็มีอยู่ไม่น้อย
ตามหลักแล้ว วันนี้เป็นวันฉลองวันเกิดของจางซานฟง บรรยากาศควรจะเต็มไปด้วยความชื่นมื่น
ทว่าในตอนนี้ ภายในตำหนักเจิ้นอู่กลับให้ความรู้สึกเหมือนกำลังจะมีการปะทะกันเกิดขึ้น
ณ เวลานี้ คนจากสำนักต่างๆ กำลังรุมล้อมซักไซ้เตียชุ่ยซัวที่หายสาบสูญไปสิบปีและเพิ่งกลับมาอย่างดุเดือด
“จอมยุทธ์ห้าเตีย โปรดบอกที่ซ่อนของไอ้โจรชั่วเจี่ยซุ่นแก่ข้าด้วยเถิด พี่ชายร่วมอุทรของข้าต้องตายด้วยน้ำมือของเจี่ยซุ่น หนี้เลือดครั้งนี้ข้าต้องชำระให้ได้” แม่ชีมิกจ้อ(เมี่ยเจวี๋ยซือไท่) เจ้าสำนักง้อไบ๊มองเตียชุ่ยซัวพลางเค้นถาม
“ใต้หล้าต่างทราบดีว่าไต้ซือคงเกี่ยง(คงเจี้ยน) แห่งวัดเส้าหลินเป็นผู้มีเมตตา แต่กลับต้องมาตายด้วยน้ำมือของเจี่ยซุ่น ความแค้นครั้งนี้วัดเส้าหลินจะไม่จัดการได้อย่างไร? จอมยุทธ์ห้าเตีย โปรดแจ้งที่ซ่อนของเจี่ยซุ่นออกมาด้วย” ไต้ซือคงบุ๋น(คงเหวิน) เจ้าอาวาสวัดเส้าหลินมองเตียชุ่ยซัวพลางกล่าวเสียงเข้ม
“เหล่าวีรบุรุษที่มาชุมนุมกันในวันนี้ มีผู้ใดบ้างที่ไม่มีญาติสนิทมิตรสหายต้องตายด้วยน้ำมือเจี่ยซุ่น? จอมยุทธ์ห้าเตีย โปรดบอกที่ซ่อนของเจี่ยซุ่นมาเถอะนะ” ยอดฝีมือระดับปรมาจารย์อีกคนหนึ่งเอ่ยซักไซ้เตียชุ่ยซัว
“ทุกท่าน วันนี้เป็นวันฉลองวันเกิดครบหนึ่งร้อยปีของท่านอาจารย์ พวกท่านมารุมล้อมบีบคั้นกันเช่นนี้ มันสมควรแล้วรึ? หากพวกท่านจัดงานพิธีใหญ่โตอันใด แล้วบู๊ตึ๊งของข้าไปบีบคั้นพวกท่านถึงที่บ้าง พวกท่านจะรู้สึกอย่างไร? เจี่ยซุ่นเป็นโจรชั่วจริงแท้แน่นอน แต่วันนี้คืองานวันเกิดท่านอาจารย์ ข้าหวังว่าพวกท่านจะมีเรื่องอันใดค่อยว่ากันวันหลัง อย่าได้รบกวนงานวันเกิดท่านอาจารย์เลย” ซ่งเอี้ยงเกีย(ซ่งหยวนเฉียว) มองไปยังเหล่านักยุทธ์ที่กำลังบีบคั้นพลางก้าวออกมากล่าวเสียงดัง
“การอวยพรวันเกิดก็เรื่องหนึ่ง ทว่าการถามหาที่ซ่อนของเจี่ยซุ่นก็คือจุดประสงค์ในการมาครั้งนี้ของพวกเรา หากพลาดวันนี้ไป ด้วยความแข็งแกร่งของบู๊ตึ๊ง การจะซ่อนตัวเตียชุ่ยซัวไว้จะยากเย็นเพียงใด? หรือจะพูดอีกอย่าง การจะปกป้องเตียชุ่ยซัวไว้มันจะยากตรงไหน?” ใครบางคนมองซ่งเอี้ยงเกียพลางตะโกนขึ้น
“ทุกท่านตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะมาก่อเรื่องที่นี่ รบกวนงานวันเกิดท่านอาจารย์ใช่หรือไม่? เดิมทีข้านึกว่าพวกท่านพกพาอาวุธเข้ามาเพื่อเป็นของขวัญอวยพร ดูท่าจะไม่ใช่เช่นนั้น แต่คงคิดว่าหากซักถามไม่สำเร็จ งั้นก็จะใช้กำลังบีบบังคับสินะ?” ซ่งเอี้ยงเกียกล่าวเสียงเย็นชา
“จอมยุทธ์ซ่งกล่าวเกินไปแล้ว พวกเรามิได้มีเจตนาจะรบกวนงานวันเกิดของท่านปรมาจารย์จาง เพียงแค่จอมยุทธ์ห้าเตียบอกที่ซ่อนของเจี่ยซุ่นออกมา ทุกอย่างย่อมไม่เกิดขึ้น” ฮ่อไท่ชง(เหอไท่ชง) เจ้าสำนักคุนหลุนก้าวออกมากล่าว
“ทุกท่าน เจี่ยซุ่นฆ่าคนดั่งผักปลา นี่คือความจริงที่มิอาจบิดเบือน ทว่าที่ซ่อนของเขา ข้าบอกพวกท่านไม่ได้จริงๆ” เตียชุ่ยซัวก้าวออกมากล่าวในตอนนี้
“จอมยุทธ์ห้าเตีย ท่านคิดจะปกป้องเจี่ยซุ่น ยอมแบกรับชื่อเสียว่าเป็นศัตรูกับคนทั้งยุทธจักรเชียวรึ?” ไต้ซือคงบุ๋นมองเตียชุ่ยซัวพลางเค้นถาม
“คนในยุทธจักรยึดถือคำว่าคุณธรรมน้ำใจเป็นสำคัญ ข้ากับเจี่ยซุ่นได้สาบานเป็นพี่น้องกัน หากข้าทรยศบอกที่ซ่อนของเขา ข้าเตียชุ่ยซัวจะยังมีหน้ายืนหยัดอยู่ระหว่างฟ้าดินได้อีกหรือ?” เตียชุ่ยซัวกล่าวตอบโต้เสียงเข้ม
“จอมยุทธ์ห้าเตีย ท่านจะปกป้องเจี่ยซุ่นจริงๆ สินะ?” แม่ชีมิกจ้อจ้องมองเตียชุ่ยซัวด้วยสีหน้าเย็นชา
“ขอทุกท่านโปรดประทานอภัย” เตียชุ่ยซัวกล่าว
หลังจากเตียชุ่ยซัวพูดจบ บรรยากาศในที่นี้พลันเย็นเยียบลงทันที
“ทุกท่าน น้องห้าของข้าเป็นคนรักคุณธรรมน้ำใจ ดังนั้นโปรดอย่าได้บีบคั้นเขาอีกเลย อีกทั้งที่พวกท่านบอกว่าน้องห้าของข้าเป็นศัตรูกับคนทั้งยุทธจักรนั้นมันดูจะเกินไปหน่อย เรื่องของน้องห้า บู๊ตึ๊งของข้าจะให้คำอธิบายแก่พวกท่านในภายหลัง ตอนนี้คืองานวันเกิดท่านอาจารย์ ข้าไม่อยากให้งานวันเกิดท่านอาจารย์ต้องจบลงด้วยความไม่ราบรื่น หวังว่าทุกท่านจะเห็นแก่หน้าบู๊ตึ๊ง เห็นแก่หน้าท่านอาจารย์ของข้าบ้าง” ซ่งเอี้ยงเกียก้าวออกมากล่าวเสียงเข้ม
หลังจากซ่งเอี้ยงเกียพูดจบ บรรดาเจ้าสำนักต่างๆ ที่อยู่ในที่นี้ต่างก็นิ่งเงียบไป ดูเหมือนกำลังครุ่นคิดบางอย่าง
“แม้บู๊ตึ๊งของท่านจะเป็นผู้นำยุทธจักร แต่เกรงว่าคงแบกรับเรื่องของเจี่ยซุ่นไม่ไหว หากวันนี้ไม่ให้คำอธิบายแก่พวกเรา เหล่าสหายชาวยุทธ์ที่มารวมตัวกันในวันนี้ย่อมไม่มีทางรามือเป็นแน่” ทว่าในตอนนี้เอง ยอดฝีมือระดับปรมาจารย์ขั้นต้นคนหนึ่งพลันก้าวออกมาตะโกนเสียงดัง
คำพูดของคนผู้นี้เปรียบเสมือนการเปิดช่องว่าง ทุกคนที่อยู่ในที่นี้ต่างพากันหันไปมองซ่งเอี้ยงเกียทันที
สถานการณ์ที่นิ่งสงบลงเมื่อครู่ พลันถูกทำลายลงในพริบตา
“ไม่มีทางรามือรึ? หรือว่าทุกท่านคิดจะใช้กำลังในบู๊ตึ๊งของข้า?” ซ่งเอี้ยงเกียถามเสียงเย็นชา
“หากต้องใช้กำลังเพื่อสะสางเรื่องนี้จริงๆ งั้นก็คงต้องขอล่วงเกินแล้ว” ยอดฝีมือระดับปรมาจารย์ขั้นต้นคนเดิมกล่าวต่อ
“บู๊ตึ๊งของข้าใช่ว่าจะเกรงกลัวพวกท่าน!” ฮึงหลีเต็ง(อินหลีถิง) ผู้ที่มีนิสัยมุทะลุที่สุดในบรรดาเจ็ดจอมยุทธ์บู๊ตึ๊ง ร้องตะโกนขึ้นเสียงดัง
หลังจากฮึงหลีเต็งพูดจบ ศิษย์บู๊ตึ๊งต่างพากันมองไปยังกลุ่มคนจากสำนักต่างๆ ด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตร
คนจากสำนักต่างๆ เองก็พากันเตรียมพร้อมรับมือเช่นกัน
...
ในตอนนี้เอง ณ ด้านล่างของตำหนักเจิ้นอู่ จู่ๆ มีเสียงของศิษย์บู๊ตึ๊งดังขึ้น
“ผู้นำตระกูลหลู่แห่งกังหนำ มาเพื่ออวยพรวันเกิด!”
สิ้นคำพูดนี้ บรรดาคนจากสำนักต่างๆ ภายในตำหนักเจิ้นอู่ต่างก็สีหน้าเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เต็มไปด้วยความตกตะลึงสุดขีด
“รีบเชิญเข้ามาเร็วเข้า!”
ซ่งเอี้ยงเกียเมื่อได้ยินเสียงศิษย์รายงาน ก็รีบร้องตะโกนสั่งการทันที
พูดจบ เขาก็หันไปบอกเจ็ดจอมยุทธ์บู๊ตึ๊งคนอื่นๆ ที่อยู่ข้างกายว่า “พวกเจ้ารีบไปต้อนรับท่านผู้นำหลู่เร็วเข้า ไม่สิ ข้าจะไปต้อนรับด้วยตนเอง”
ในขณะที่ซ่งเอี้ยงเกียกำลังจะเดินออกไป เบื้องหลังพลันมีเสียงของชายชราดังขึ้น เห็นชายชราผู้หนึ่งที่มีผมขาวราวกับหิมะแต่ใบหน้าดูเยาว์วัยราวกับเทพเซียนเดินออกมา
“ท่านผู้นำตระกูลหลู่เดินทางมาไกลเพื่ออวยพรวันเกิดข้าผู้เฒ่า มีหรือที่ข้าจะไม่ไปต้อนรับด้วยตนเอง?”
ชายชรามองซ่งเอี้ยงเกียพลางกล่าว
ผู้ที่มาไม่ใช่ใครอื่น แต่คือเจ้าสำนักบู๊ตึ๊ง จางซานฟงนั่นเอง
หลังจากจางซานฟงพูดจบ เขาก็เดินตรงไปยังด้านนอกตำหนักเจิ้นอู่
ศิษย์บู๊ตึ๊งคนอื่นๆ ต่างเดินตามหลัง บรรดาเจ้าสำนักต่างๆ ต่างมองหน้ากันครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบเดินตามไปโดยไม่กล้าชักช้า