เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 80: ถึงแม่น้ำฮั่นสุ่ย ภรรยาของเตียชุ่ยซัวไม่ใช่ฮึงซู่ซู่?

บทที่ 80: ถึงแม่น้ำฮั่นสุ่ย ภรรยาของเตียชุ่ยซัวไม่ใช่ฮึงซู่ซู่?

บทที่ 80: ถึงแม่น้ำฮั่นสุ่ย ภรรยาของเตียชุ่ยซัวไม่ใช่ฮึงซู่ซู่?


บทที่ 80: ถึงแม่น้ำฮั่นสุ่ย ภรรยาของเตียชุ่ยซัวไม่ใช่ฮึงซู่ซู่?

การต้องนั่งรถม้าคนเดียวไปตลอดทางมันก็น่าเบื่อจริงๆ นั่นแหละ การมีคนมาอยู่เป็นเพื่อนย่อมช่วยคลายความเหงาได้บ้าง นับประสาอะไรกับการที่มีสาวน้อยโลลิผู้งดงามถึงสองคน แม้พวกนางจะอายุเพียงสิบสองสิบสามปีและยังโตไม่เต็มที่ แต่ก็จัดว่าเป็นสาวงามระดับล่มเมืองแน่นอน รออีกเพียงปีสองปี ความงามย่อมไม่ด้อยไปกว่าพวกหรูอวี้

หากเป็นในโลกปัจจุบัน หลู่หยางคงไม่รับไว้ เพราะพวกนางยังเด็กเกินไป อายุเพียงสิบสองสิบสามปีเพิ่งจะเข้าชั้นมัธยมต้นเท่านั้นเอง แต่ในโลกใบนี้ อายุสิบเอ็ดสิบสองก็สามารถแต่งงานมีลูกได้แล้ว อายุสิบสองสิบสามจึงไม่ถือว่าเด็กนัก ยิ่งไปกว่านั้น จูจิ่วเจินกับพวกนางล้วนเป็นผู้ฝึกยุทธ์ พัฒนาการทางร่างกายจึงไม่ต่างจากเด็กมัธยมปลายเท่าใดนัก

แน่นอนว่า หลู่หยางก็ใช่ว่าจะต้องกินพวกนางในตอนนี้เสียเมื่อไหร่ อย่างไรเสียวันเวลายังอีกยาวไกล ไม่ต้องรีบร้อนไปหรอก

...

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว พริบตาเดียวก็ถึงยามเที่ยงของวันต่อมา

ในช่วงเที่ยง หลู่หยางและคนอื่นๆ ได้ร่วมนั่งทานอาหารกับพวกจูฉางหลิ่ง นี่คืออาหารมื้อสุดท้ายที่พวกเขาจะทานที่หมู่บ้านสกุลคู่จูอู่ หลังจากทานเสร็จ หลู่หยางตั้งใจจะออกเดินทางมุ่งหน้าไปยังบู๊ตึ๊งทันที

ในระหว่างทานอาหาร หลู่หยางได้ให้คำมั่นสัญญาแก่พวกจูฉางหลิ่งไว้ประการหนึ่ง

“พวกเจ้ามีความดีความชอบในการมอบวิชาดรรชนีเอกสุริยันและสิบแปดฝ่ามือพิชิตมังกร ตระกูลหลู่ของข้าเป็นคนประเภทที่ให้รางวัลและลงโทษอย่างชัดเจน นับจากนี้ไปในเขตคุนหลุน ข้าอนุญาตให้พวกเจ้าใช้ชื่อตระกูลหลู่ของข้าในการเคลื่อนไหวได้ ส่วนเครื่องบรรณาการประจำปีก็ไม่ต้องเพิ่มขึ้น ให้ส่งมอบตามสัดส่วนที่หลู่ฉางอันเคยกำหนดไว้ก็พอ” หลู่หยางมองจูฉางหลิ่งกับอู่เลี่ยพูด

“ขอรับ ขอบพระคุณท่านผู้นำตระกูลหลู่เป็นอย่างสูงขอรับ!” เมื่อได้ยินคำพูดของหลู่หยาง จูฉางหลิ่งก็รีบกล่าวด้วยความตื่นเต้นสุดขีดทันที

ด้วยคำพูดนี้ของหลู่หยาง หมู่บ้านสกุลคู่จูอู่ของพวกเขาย่อมสามารถยืนหยัดทัดเทียมกับสำนักคุนหลุนได้แน่นอน แม้ความแข็งแกร่งจะสู้สำนักคุนหลุนไม่ได้ แต่สำนักคุนหลุนจะกล้ามาเป็นศัตรูกับหมู่บ้านสกุลคู่จูอู่ของพวกเขาเหรอไง?

แน่นอน ความจริงจูฉางหลิ่งรู้ดีว่าวิชาดรรชนีเอกสุริยันและสิบแปดฝ่ามือพิชิตมังกรนั้นเป็นเพียงเรื่องรอง การที่หลู่หยางพูดเช่นนี้ออกมา คาดว่าส่วนใหญ่น่าจะเป็นเพราะเห็นแก่หน้าจูจิ่วเจินกับอู๋ชิงอิงทั้งสองนางมากกว่า

ทว่าเรื่องบางเรื่องรู้แล้วก็ไม่ต้องพูดออกมา แค่เข้าใจอยู่ในใจก็เพียงพอแล้ว

หลังจากทานมื้อเที่ยงเสร็จ หลู่เม่าจงรีบไปจัดการเตรียมการออกเดินทาง

เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว จูจิ่วเจินกับอู๋ชิงอิงที่เตรียมสัมภาระเรียบร้อยแล้วก็เดินออกมา

สำหรับการต้องจากหมู่บ้านสกุลคู่จูอู่ไป แม้จูจิ่วเจินกับอู๋ชิงอิงจะมีความอาลัยอาวรณ์อยู่บ้าง แต่ความตื่นเต้นนั้นมีมากกว่า อย่างไรเสียเขตพื้นที่ของหมู่บ้านสกุลคู่จูอู่ก็ห่างไกลความเจริญเกินไป การได้ติดตามหลู่หยางไปย่อมทำให้พวกนางได้เห็นโลกที่กว้างใหญ่กว่าเดิม

แม้พวกนางจะเปลี่ยนฐานะจากคุณหนูผู้สูงศักดิ์ที่ถูกประคบประหงมมากลายเป็นสาวใช้ แต่ฐานะสาวใช้นี้ เกรงว่าจะสูงส่งกว่าฐานะคุณหนูแห่งหมู่บ้านสกุลคู่จูอู่เสียอีก อย่างไรเสียพวกนางก็เป็นถึงสาวใช้ของผู้นำตระกูลหลู่เชียวนะ

ข้ารับใช้หน้าจวนเสนาบดียังมียศศักดิ์เทียบเท่าขุนนางขั้นสาม ขอเพียงพวกนางได้รับความโปรดปรานจากหลู่หยาง ใครเล่าจะกล้ามาล่วงเกินพวกนาง?

เมื่อก่อนพวกนางหวาดกลัวการล่วงเกินยอดฝีมือผู้เก่งกาจ แต่หลังจากนี้ไป เกรงว่าคงเป็นคนอื่นที่ต้องหวาดกลัวการล่วงเกินพวกนางเสียมากกว่า

ในไม่ช้า รถม้าของพวกหลู่หยางก็ออกเดินทางจากหมู่บ้านสกุลคู่จูอู่ไป

บนรถม้าของหลู่หยางมีคนเพิ่มมาอีกสองคน คือจูจิ่วเจินกับอู๋ชิงอิง ส่วนเรื่องอื่นๆ ยังคงเหมือนเดิม

หลังจากรถม้าของพวกหลู่หยางลับตาไปแล้ว

จูฉางหลิ่งก็หันไปมองอู่เลี่ยที่อยู่ข้างกายแล้วพูดว่า “น้องรัก อย่าได้อาลัยอาวรณ์ไปเลย ตอนนี้พวกเราได้รับคำมั่นสัญญาจากท่านผู้นำตระกูลหลู่แล้ว การพัฒนาของหมู่บ้านสกุลคู่จูอู่ย่อมไร้ขีดจำกัด ต่อจากนี้พวกเราต้องลงมือทำศึกใหญ่กันเสียที อย่างมากเพียงหนึ่งปี อิทธิพลของพวกเราย่อมต้องขยายใหญ่โตขึ้นกว่าเดิมเกินสิบเท่าแน่นอน”

“พี่ใหญ่พูดถูกต้อง” อู่เลี่ยพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของจูฉางหลิ่ง

...

เป็นแบบนี้ วันเวลาผ่านไปราวกับสายน้ำไหล

พริบตาเดียวเวลาก็ผ่านไปหลายสิบวันแล้ว

ในตอนนี้พวกหลู่หยางได้มาถึงเขตแม่น้ำฮั่นสุ่ย ซึ่งอยู่ห่างจากเขาบู๊ตึ๊งเพียงหกเจ็ดวันของการเดินทางเท่านั้น

หลายสิบวันที่ผ่านมานี้ หลู่หยางใช้ชีวิตอย่างสุขสบายกว่าตอนขามามาก

จูจิ่วเจินกับอู๋ชิงอิงแม้จะเป็นคุณหนูที่ถูกประคบประหงมมา แต่ชั้นเชิงในการปรนนิบัติรับใช้คนนั้นไม่ได้ด้อยเลยแม้แต่น้อย

ทั้งรินน้ำชาและคอยรับใช้ข้างกาย ไม่ขาดตกบกพร่องเลยสักอย่าง

ก็ไม่แปลกอะนะ ไม่เคยได้กินเนื้อหมูแต่ก็เคยเห็นหมูวิ่ง จูจิ่วเจินกับพวกนางเคยถูกคนปรนนิบัติรับใช้มาก่อน ย่อมต้องรู้วิธีการปรนนิบัติคนเป็นธรรมดา

แม้ท่วงท่าจะดูเก้ๆ กังๆ ไปบ้างในช่วงแรก แต่ข้อดีคือพวกนางมีกันสองคน

จูจิ่วเจินกับอู๋ชิงอิงในตอนแรกยังอยู่ฝ่ายเดียวกันดีๆ อยู่หรอก แต่พอหลู่หยางเริ่มแสดงความลำเอียงไปทางคนใดคนหนึ่ง อีกคนก็จะยิ่งพยายามหนักขึ้นเพื่อเรียกร้องความสนใจและความเอ็นดูจากหลู่หยาง

มิน่าล่ะ ในต้นฉบับถึงได้จ้องจะชิงดีชิงเด่นกันตลอดเวลา ที่แท้มันคือนิสัยที่เข้ากันไม่ได้มาแต่เกิดนี่เอง คือชอบการแข่งขันเปรียบเทียบกันเป็นชีวิตจิตใจ

ทว่าการแข่งขันในเชิงสร้างสรรค์แบบนี้ หลู่หยางย่อมไม่คิดจะห้ามปราม เพราะสุดท้ายแล้วคนที่ได้รับผลประโยชน์ก็คือเขาทั้งนั้น เมื่อคนหนึ่งได้รับความเอ็นดู อีกคนก็จะยิ่งพยายามเพื่อกู้หน้าคืนมาและต้องการจะเหนือกว่าอีกคนให้จงได้

นอกจากเรื่องของจูจิ่วเจินกับพวกนางแล้ว

ในระหว่างทาง หลู่หยางและคนอื่นๆ พบว่ามีชาวยุทธ์ปรากฏตัวขึ้นมากมาย และเป้าหมายของคนส่วนใหญ่ล้วนมุ่งหน้าไปยังเขาบู๊ตึ๊งทั้งสิ้น

หลังจากหลู่เม่าจงและคนอื่นๆ แอบไปสืบข่าวมาบ้าง จึงได้ล่วงรู้ว่า เตียชุ่ยซัว(จางชุ่ยซาน) ที่หายสาบสูญไปพร้อมกับเจี่ยซุ่น(เซี่ยซุ่น ราชสีห์ขนทอง)ได้ปรากฏตัวขึ้นแล้ว

คนเหล่านี้มุ่งหน้าไปยังเขาบู๊ตึ๊งก็เพื่อดาบฆ่ามังกรในมือของเจี่ยซุ่น ซึ่งเป็นไปตามเนื้อเรื่องในต้นฉบับเกือบทั้งหมด

ทว่าสำหรับดาบฆ่ามังกรแล้ว พวกหลู่เม่าจงกลับเผยแววตาดูแคลนออกมา

'ดาบฆ่ามังกรอันล้ำค่า สั่งการทั่วหล้า ใครเล่าจะกล้าไม่เชื่อฟัง?'

ประโยคนี้ในสายตาของพวกเขา นับเป็นเพียงเรื่องตลกเรื่องหนึ่งเท่านั้น

ตระกูลหลู่ของพวกเขาคือตระกูลขุนนางเก่าแก่พันปี มีระบบเครือข่ายข้อมูลข่าวสารที่สมบูรณ์แบบ ที่มาที่ไปของดาบฆ่ามังกร คนอื่นอาจจะไม่รู้ แต่พวกเขารู้แจ้งเห็นจริงยิ่งกว่าใคร

ดาบหนึ่งเล่มและกระบี่หนึ่งเล่มที่ก๊วยเจ๋งกับอึ้งย้งสร้างขึ้นมา คนรุ่นหลังกลับนำไปเล่าต่อกันจนผิดเพี้ยนไปไกล ว่าขอเพียงได้ครอบครองอย่างใดอย่างหนึ่ง ก็จะสามารถกลายเป็นจ้าวยุทธจักรได้

ช่างน่าขันนัก กระบี่อิงฟ้าดาบฆ่ามังกร ในสายตาของพวกเขา มันก็เป็นเพียงอาวุธสองชิ้น อย่างมากที่สุดก็แค่เป็นอาวุธระดับสุดยอดแค่นั้นเอง

นอกจากเรื่องการกลับมาของเตียชุ่ยซัวแล้ว ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่ดึงดูดความสนใจของหลู่หยาง

นั่นคือสิ่งที่ต่างจากต้นฉบับ ภรรยาของเตียชุ่ยซัวกลับไม่ใช่ฮึงซู่ซู่(อินซู่ซู่) แต่เป็นสาวใช้คนสนิทที่เติบโตมาพร้อมกับฮึงซู่ซู่นั่นเอง

ในโลกใบนี้ ฮึงซู่ซู่ถูกคนของนิกายอินทรีฟ้าช่วยตัวไปได้ในตอนนั้น มีเพียงสาวใช้ของฮึงซู่ซู่เท่านั้นที่หายสาบสูญไปพร้อมกับเตียชุ่ยซัว

หลังจากทราบข่าวนี้ หลู่หยางก็รู้สึกประหลาดใจไม่น้อย แต่เขาก็ไม่ได้คิดอะไรมาก

อย่างไรเสียที่นี่ก็คือโลกความจริง ไม่ใช่ต้นฉบับนิยายเสียหน่อย

จบบทที่ บทที่ 80: ถึงแม่น้ำฮั่นสุ่ย ภรรยาของเตียชุ่ยซัวไม่ใช่ฮึงซู่ซู่?

คัดลอกลิงก์แล้ว