- หน้าแรก
- โลกของผมกลายเป็นเกมออนไลน์ไปแล้ว
- บทที่ 79: ตกลงรับสองบุปผาแห่งเกล็ดหิมะเป็นสาวใช้
บทที่ 79: ตกลงรับสองบุปผาแห่งเกล็ดหิมะเป็นสาวใช้
บทที่ 79: ตกลงรับสองบุปผาแห่งเกล็ดหิมะเป็นสาวใช้
บทที่ 79: ตกลงรับสองบุปผาแห่งเกล็ดหิมะเป็นสาวใช้
(ต้นฉบับไม่มีบทที่ 78 ไม่รู้ว่าลืมหรือเปล่า?)
ในวันนี้ จูฉางหลิ่งได้มาถึงที่พักของหลู่เม่าจง
หลังจากเคาะประตูและแจ้งตัวตนแล้ว จูฉางหลิ่งก็ได้รับอนุญาตให้เข้าพบหลู่เม่าจง
“เจ้ามาหาข้ามีธุระอะไรรึ?” หลู่เม่าจงมองจูฉางหลิ่งแล้วถาม
“ท่านพ่อบ้านหลู่ หมู่บ้านสกุลคู่จูอู่ของข้ามีความสัมพันธ์อันดีกับท่านก๊วยเจ๋งผู้รักษาเมืองเซียงหยางเมื่อร้อยปีก่อน วิชาสิบแปดฝ่ามือพิชิตมังกรที่เลื่องชื่อของท่านก๊วยเจ๋ง หมู่บ้านของข้าได้รับการสืบทอดมาบ้าง แม้จะไม่ครบทั้งสิบแปดกระบวนท่า แต่ก็มีถึงอยู่แปดกนระบวนท่าในนั้น ข้ามาที่นี่เพื่อขอมอบวิชาสิบแปดฝ่ามือพิชิตมังกรให้ท่านผู้นำ นี่คือคัมภีร์วิชาสิบแปดฝ่ามือพิชิตมังกรขอรับ” จูฉางหลิ่งถือคัมภีร์วิชาสิบแปดฝ่ามือพิชิตมังกรไว้ในมือพลางกล่าวด้วยความนอบน้อม
“สิบแปดฝ่ามือพิชิตมังกรรึ? บอกมาเถอะ ธุระที่แท้จริงของเจ้าคืออะไรกันแน่?” หลู่เม่าจงไม่ได้รีบรับคัมภีร์ในมือจูฉางหลิ่ง แต่กลับมองจูฉางหลิ่งด้วยสายตาที่มีความหมายลึกซึ้งแล้วถามต่อ
หลู่เม่าจงเป็นคนประเภทไหนกันล่ะ ในฐานะพ่อบ้านของตระกูลหลู่ เขาพบเจอผู้คนมามากมายนับไม่ถ้วน มีหรือที่เขาจะมองไม่ออกว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงของจูฉางหลิ่งที่มาที่นี่ไม่ใช่เพียงเพื่อมอบคัมภีร์วิชา
“คือเรื่องเป็นเช่นนี้ขอรับ ข้าเห็นท่านผู้นำตระกูลหลู่เดินทางมาไกลแต่กลับไม่มีสาวใช้คอยปรนนิบัติข้างกายเลย จูจิ่วเจินบุตรสาวของข้ากับอู๋ชิงอิงหลานสาวของข้าแม้จะยังเยาว์วัย แต่พื้นฐานร่างกายก็นับว่าไม่เลว ข้าจึงอยากจะให้พวกนางได้เป็นสาวใช้คอยปรนนิบัติท่านผู้นำตระกูลหลู่ในการเดินทางต่อจากนี้ขอรับ” จูฉางหลิ่งมองหลู่เม่าจงโดยไม่กล้าปิดบัง เขาจึงบอกจุดประสงค์ที่แท้จริงออกมาตรงๆ
อย่างไรเสีย สำหรับคนระดับหลู่เม่าจงแล้ว การพูดจาอ้อมค้อมมีแต่จะทำให้อีกฝ่ายนึกรำคาญ สู้พูดจาตรงไปตรงมาเสียยังจะดีกว่า
“บุตรสาวและหลานสาวของเจ้ารึ? เจ้าคิดจะใช้พวกนางเพื่อเกาะแข้งเกาะขาผู้นำตระกูลหลู่ของข้าสินะ?” หลู่เม่าจงมองจูฉางหลิ่งพูด
“หากท่านผู้นำตระกูลหลู่จะเมตตาเอ็นดูพวกนาง ย่อมถือว่าเป็นวาสนาอันสูงสุดของพวกนางแล้วขอรับ แต่หากไม่เป็นเช่นนั้น การได้คอยปรนนิบัติรับใช้ท่านผู้นำก็นับว่าเป็นบุญของพวกนางขอรับ” จูฉางหลิ่งมองหลู่เม่าจงพลางกล่าวด้วยความนอบน้อม
“เจ้าก็นับว่าซื่อสัตย์ดี เอาเถอะ เห็นแก่ที่เจ้ามอบวิชาสิบแปดฝ่ามือพิชิตมังกรให้ ข้าจะไปขอเข้าพบท่านผู้นำเพื่อลองถามดูว่าท่านจะตกลงหรือไม่ อย่างไรเสียการที่ท่านผู้นำไม่มีสาวใช้คอยปรนนิบัติระหว่างทาง มันก็ดูจะไม่ค่อยสะดวกนักจริงๆ นั่นแหละ” หลู่เม่าจงมองจูฉางหลิ่งพูด
“ขอบพระคุณท่านพ่อบ้านหลู่มากขอรับ!” จูฉางหลิ่งมองหลู่เม่าจงพลางพยักหน้าด้วยความตื่นเต้น
“เจ้าถอยไปก่อนเถอะ”
หลังจากจูฉางหลิ่งวางคัมภีร์สิบแปดฝ่ามือพิชิตมังกรทิ้งไว้ หลู่เม่าจงจึงโบกมือไล่จูฉางหลิ่งออกไป
“ขอรับ” จูฉางหลิ่งรีบถอยออกไปอย่างนอบน้อมทันที
หลังจากจูฉางหลิ่งจากไป หลู่เม่าจงก็นำคัมภีร์สิบแปดฝ่ามือพิชิตมังกรมุ่งหน้าไปขอเข้าพบหลู่หยาง
หลู่เม่าจงไม่ได้เปิดอ่านคัมภีร์สิบแปดฝ่ามือพิชิตมังกรเลย แม้วิชาสิบแปดฝ่ามือพิชิตมังกรจะมีชื่อเสียงเกรียงไกรเพียงใด แต่ตระกูลหลู่ของพวกเขาก็ใช่ว่าจะไม่มีคัมภีร์วิชาที่ทัดเทียมกับวิชานี้เสียเมื่อไหร่ ยิ่งไปกว่านั้นนี่เป็นเพียงฉบับไม่สมบูรณ์ เขาจึงไม่นึกสนใจนัก
วิชาสิบแปดฝ่ามือพิชิตมังกรนี้ อย่างมากก็แค่ช่วยเพิ่มคัมภีร์วิชาให้ตระกูลหลู่ไปอีกเล่ม เพื่อให้คนในตระกูลมีทางเลือกมากขึ้นแค่นั้นเอง
ความจริงแล้ว วิชาต่างๆ ของตระกูลหลู่ หลู่หยางในฐานะผู้นำตระกูลย่อมมีสิทธิ์ที่จะเปิดอ่านได้ทุกวิชา
ทว่าน่าเสียดายนัก ตระกูลหลู่คือตระกูลที่เขาสุ่มได้มา แม้ตระกูลหลู่จะมีวิชามากมายและเลเวลสูงส่งเพียงใด แม้แต่วิชาสีทองที่ทัดเทียมกับคัมภีร์เก้าเอี้ยงก็ยังมีถึงสามวิชา แต่น่าเสียดายที่เขาไม่สามารถเรียนรู้พวกมันได้
นั่นเป็นเพราะวิชาเหล่านี้ถูกมอบให้คนในตระกูลหลู่ผ่านทางการสุ่มตัวตน หากหลู่หยางต้องการจะเรียนรู้ นอกจากว่าคนในตระกูลหลู่จะเกิดความมุ่งร้ายต่อตัวเอก แล้วตัวเอกสังหารทิ้งจนดรอปออกมา แต่นั่นย่อมเป็นไปไม่ได้ เพราะคนในตระกูลหลู่ทุกคนล้วนจงรักภักดีต่อหลู่หยางอย่างยิ่งยวด ต่อให้จะมีคนนอกแซ่อื่นที่ได้เรียนวิชาของตระกูลหลู่ไปบ้าง แต่นั่นก็ไม่ใช่เชิงลึก อย่างไรเสียคนนอกจะมาเรียนวิชาระดับสุดยอดที่แท้จริงได้อย่างไรกันล่ะ ถุกต้องไหมท
ดังนั้นเรื่องนี้จึงกลายเป็นวงจรที่ไม่มีทางออก ไม่อย่างนั้นหลู่หยางคงไม่กระตือรือร้นที่จะออกมาตามหาคัมภีร์เก้าเอี้ยงขนาดนี้
...
หลู่เม่าจงมาถึงห้องของหลู่หยางในเวลาไม่นาน หากเป็นคนอื่นย่อมต้องถูกผู้คุ้มกันที่เฝ้าหน้าห้องขวางไว้ แต่สำหรับหลู่เม่าจง ย่อมไม่มีใครกล้าขวาง
หลังจากหลู่เม่าจงเคาะประตูขอเข้าพบ เขาก็เดินเข้าไปในห้องของหลู่หยางทันที
“เม่าจง มีธุระอะไรรึ?” หลู่หยางมองหลู่เม่าจงที่เดินเข้ามาแล้วถามขึ้น
“เรียนท่านผู้นำ เมื่อครู่จูฉางหลิ่งมาหาบ่าวเพื่อมอบคัมภีร์วิชาสิบแปดฝ่ามือพิชิตมังกรฉบับไม่สมบูรณ์ให้ บ่าวจึงนำมามอบให้ท่านผู้นำขอรับ” หลู่เม่าจงมองหลู่หยางพลางหยิบคัมภีร์สิบแปดฝ่ามือพิชิตมังกรออกมามอบให้ด้วยความนอบน้อม
“คัมภีร์สิบแปดฝ่ามือพิชิตมังกรรึ? ฉบับไม่สมบูรณ์? เอาเถอะ วางไว้ตรงนั้นแหละ” หลู่หยางพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
หากเป็นฉบับสมบูรณ์ทั้งสิบแปดกระบวนท่า หลู่หยางอาจจะนึกสนใจอยู่บ้าง แต่ถ้าเป็นฉบับไม่สมบูรณ์ หลู่หยางก็แทบจะหมดความสนใจไปเลย เพราะฉบับไม่สมบูรณ์ไม่สามารถใช้แต้มสกิลเรียนรู้ได้ ทว่าก็ใช่ว่าจะไร้ประโยชน์เสียทีเดียว พรรคกระยาจกได้ทำวิชาสิบแปดฝ่ามือพิชิตมังกรสูญหายไปหลายท่า ไม่แน่ว่าท่าที่สูญหายไปอาจจะบังเอิญตรงกับกระบวนท่าที่จูฉางหลิ่งมอบให้ก็ได้ ถึงตอนนั้นขอเพียงได้วิชาจากพรรคกระยาจกมา ก็ย่อมจะได้วิชาฉบับสมบูรณ์มาครอง
“เรียนท่านผู้นำ ยังมีอีกเรื่องหนึ่งขอรับ” หลังจากหลู่เม่าจงวางคัมภีร์ลงแล้ว เขาก็มองหลู่หยางรายงานต่อด้วยความนอบน้อม
“เรื่องอะไรรึ?” หลู่หยางถาม
“การเดินทางไปยังเขาบู๊ตึ๊งในครั้งนี้ ยังต้องใช้เวลาอีกกว่าครึ่งเดือน พวกบ่าวล้วนเป็นชายฉกรรจ์หยาบกระด้าง บางเรื่องอาจจะไม่ค่อยสะดวกนัก บ่าวจึงคิดจะจัดหาสาวใช้มาคอยปรนนิบัติรับใช้ท่านผู้นำสักสองคนขอรับ เมื่อครู่จูฉางหลิ่งเพิ่งจะมาหาบ่าวเพื่อขอมอบบุตรสาวและหลานสาวของเขา ซึ่งถูกขนานนามว่าสองบุปผาแห่งเกล็ดหิมะ นามว่าจูจิ่วเจินกับอู๋ชิงอิงให้แก่ท่านผู้นำขอรับ” หลู่เม่าจงรายงานด้วยความนอบน้อม
“สองบุปผาแห่งเกล็ดหิมะรึ? จูจิ่วเจินกับอู๋ชิงอิง? เอาเถอะ เจ้าไปจัดการตามสมควรแล้วกัน” หลู่หยางครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะมองหลู่เม่าจงแล้วพยักหน้าตอบตกลง