เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 21 เริ่มงานอย่างเป็นทางการ

บทที่ 21 เริ่มงานอย่างเป็นทางการ

บทที่ 21 เริ่มงานอย่างเป็นทางการ


บทที่ 21 เริ่มงานอย่างเป็นทางการ

ฉินหวยหรูรู้สึกเหลืออดกับคำพูดของแม่สามีอย่างเจี่ยจางซื่ออยู่บ้าง "ไม่ใช่นะแม่ ทำไมแม่ถึงคิดกับฉันแบบนั้นล่ะ? ที่ฉันทำลงไปก็เพื่อครอบครัวเรา เพื่อให้เด็กๆ ได้มีชีวิตที่ดีขึ้น ถ้าแม่ยังจะพูดแบบนี้ ต่อไปก็ไม่ต้องมากินของที่ฉันเอามาจากคนอื่นเลย"

เพื่อหาเลี้ยงครอบครัว เลี้ยงลูกๆ และเลี้ยงแม่สามีที่ทั้งขี้เกียจและตะกละ ฉินหวยหรูต้องทำงานหนักอย่างเหน็ดเหนื่อยทุกวัน ซ้ำยังต้องคอยทนรับฟังเสียงบ่นจู้จี้จุกจิกของแม่สามีไม่เว้นแต่ละวัน

การที่เธอต้องทำตัวคลุมเครือกับคนนอก พยายามสร้างความสัมพันธ์และพูดจาเอาอกเอาใจคนนู้นทีคนนี้ที กระทั่งยอมให้คนอื่นเอาเปรียบไปบ้างในบางครั้ง ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้คนพวกนั้นยอมยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือครอบครัวเธอสักนิด เพื่อให้ลูกๆ ของเธอได้กินอิ่มไม่ใช่หรือไง? เธอทำผิดตรงไหนกัน?

เมื่อได้ยินคำพูดของฉินหวยหรู เจี่ยจางซื่อก็เกิดอาการไม่พอใจขึ้นมาทันที "นี่แก ฉินหวยหรู ตั้งแต่ตงซวี่จากไป ก็ไม่มีใครควบคุมแกได้แล้วใช่ไหม?"

"หัดคิดซะบ้าง แกมันคนบ้านนอก ถ้าไม่ได้แต่งงานกับตงซวี่ แกจะได้เข้ามาเสวยสุขในเมืองแบบนี้ไหม?"

"เดี๋ยวนี้ไม่เพียงแต่หัดเถียงคำไม่ตกฟาก แต่แกยังคิดจะไล่แม่สามีอย่างฉันไปให้พ้นทาง เพื่อจะได้ไปเสวยสุขกับพวกคนไร้ศีลธรรมข้างนอกนั่นล่ะสิ?"

"คอยดูเถอะ ฉันจะไปหาคนมาตัดสินเรื่องนี้"

"โอยยย! ตงซวี่ ลูกเพิ่งจากไปได้ไม่นาน ฉินหวยหรู นังผู้หญิงใจดำคนนี้ก็กำเริบเสิบสานซะแล้ว"

"มันไม่ทำตัวให้อยู่ในกรอบประเพณีอันดีงามของผู้หญิงเลย! ฉันพูดตักเตือนแค่นิดหน่อย มันก็คิดจะไล่คนแก่อย่างฉันออกจากบ้าน! ตงซวี่ ทำไมลูกถึงรีบด่วนจากไปเร็วนัก? แล้วหญิงชราอย่างแม่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปยังไง?" เจี่ยจางซื่อเริ่มตีโพยตีพายอย่างคนไร้เหตุผล

เมื่อได้ยินเสียงโอดครวญของเจี่ยจางซื่อ สีหน้าของฉินหวยหรูก็มืดมนลง เธอรู้เหนื่อยล้าเหลือเกิน

ในที่สุดเธอก็เข้าใจแม่สามีอย่างถ่องแท้ ไม่เพียงแต่ขี้เกียจและเห็นแก่กินเท่านั้น แต่หญิงชรายังควบคุมเธอไว้แน่นหนา เพราะกลัวว่าถ้าเธอหนีไปกับผู้ชายคนอื่นจริงๆ แม่สามีก็จะไม่มีใครคอยเลี้ยงดูในยามบั้นปลายชีวิต

ในขณะที่ปากก็เคี้ยวของที่เธอไป 'ขอร้อง' คนนอกมาให้กิน แม่สามีก็ยังไม่วายคอยตำหนิติเตียนและหาเรื่องหาราวไม่หยุดหย่อน

"เอาล่ะๆ แม่ ฉันผิดเอง พอใจหรือยัง? เลิกโวยวายสักทีเถอะ" ฉินหวยหรูทำได้เพียงเอ่ยขอโทษเจี่ยจางซื่ออย่างจนใจ

"ฮึ!" เมื่อเห็นฉินหวยหรูยอมอ่อนข้อให้ เจี่ยจางซื่อก็แค่นเสียงเย็นชา

"ฉันจะบอกอะไรให้นะฉินหวยหรู อย่าคิดว่าพอไม่มีตงซวี่อยู่แล้ว แกจะทำอะไรตามใจชอบได้"

"ข้าวที่แกกิน บ้านที่แกซุกหัวนอนตอนนี้ ล้วนเป็นสมบัติของตระกูลเจี่ย งานของแกก็รับช่วงต่อมาจากตงซวี่ ถ้าฉันจับได้ว่าแกไปทำตัวบัดสีบัดเถลิงกับคนข้างนอกล่ะก็ ระวังตัวไว้เถอะ ฉันจะไล่แกกลับบ้านนอกแน่ ตราบใดที่คนแก่อย่างฉันยังมีชีวิตอยู่ อย่าได้หวังว่าจะได้แต่งงานใหม่ ตอนมีชีวิตแกคือคนของตระกูลเจี่ย ตอนตายแกก็ต้องเป็นผีของตระกูลเจี่ย"

"ฉันขอเตือนให้แกเลิกคิดเรื่องพรรค์นั้นซะ สิ่งที่แกควรทำคือเลี้ยงดูปั้งเกิ่งกับเด็กๆ ให้ดี เมื่อไหร่ที่ปั้งเกิ่งโตเป็นผู้ใหญ่ วันสบายของแกก็จะมาถึงเองนั่นแหละ"

ฉินหวยหรูได้ยินคำพูดของเจี่ยจางซื่อนับครั้งไม่ถ้วนจนแทบจะท่องจำได้ขึ้นใจ

แต่แล้วมันจะมีประโยชน์อะไร? เธอไม่สามารถแตกหักกับแม่สามีคนนี้ได้จริงๆ...

เช้าวันรุ่งขึ้น หลินเซิงหลี่แต่งตัวอย่างประณีตเรียบร้อย เขายืนมองตัวเองในกระจกและหมุนตัวไปมาสองสามรอบ ก่อนจะพยักหน้าอย่างพึงพอใจ "ฉันนี่มันหล่อเหลาเอาการจริงๆ!"

วันนี้เป็นวันเริ่มงานวันแรกอย่างเป็นทางการของหลินเซิงหลี่ที่โรงงานรีดเหล็ก หลังจากเข้าไปทักทายหัวหน้าแผนกหยวนที่แผนกเทคนิคแล้ว หลินเซิงหลี่ก็มาถึงยังกลุ่มเทคนิคที่สามของตน

สำนักงานของกลุ่มเทคนิคที่สามตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกบนชั้นสองของแผนกเทคนิค เป็นห้องโถงกว้างขวางขนาดประมาณ 100 ตารางเมตร

มีโต๊ะทำงานหลายตัววางชิดผนังใกล้กับประตูทางเข้าสำนักงาน ส่วนอีกฝั่งเป็นโต๊ะปฏิบัติงาน โดยมีกองชิ้นส่วนเครื่องจักรที่พังเสียหายกองสุมอยู่บนพื้น

"สวัสดีครับวิศวกรเปา เสี่ยวจิน เสี่ยวฟาง" หลินเซิงหลี่กล่าวทักทายทุกคนทีละคนขณะเดินเข้าไปในสำนักงานของกลุ่มเทคนิคที่สาม

"โอ้ สหายหลินมาแล้วเหรอ" หัวหน้ากลุ่มเปาหมิงซิน หัวหน้าแห่งกลุ่มเทคนิคที่สาม ส่งยิ้มและพยักหน้าให้หลินเซิงหลี่

"สวัสดีครับช่างเทคนิคหลิน" จินโหย่วเฉียน เด็กฝึกงานของกลุ่มเทคนิคที่สามเอ่ยตอบ

"สวัสดีครับพี่เซิงหลี่ เดี๋ยวผมรินน้ำให้นะครับ" นี่คือฟางเว่ยกั๋ว เด็กฝึกงานที่อายุน้อยที่สุดในกลุ่มเทคนิคที่สาม เขาทักทายหลินเซิงหลี่พลางรับแก้วน้ำเซรามิกใบใหญ่ไปรินน้ำให้

"อืม ดีเลย ขอบใจมากนะ!" หลินเซิงหลี่กล่าวขอบคุณฟางเว่ยกั๋วด้วยความกระตือรือร้น

"เสี่ยวหลิน วันนี้เป็นวันแรกของการทำงาน เธอควรจะศึกษากฎระเบียบของโรงงานและแผนกเราก่อนนะ ช่วงบ่ายฉันค่อยพาเธอไปเดินดูรอบๆ โรงงานย่อยที่กลุ่มของเรารับผิดชอบ จะได้ทำความคุ้นเคยเอาไว้"

"ได้ครับวิศวกรเปา" หลินเซิงหลี่ไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ กับการจัดการของหัวหน้ากลุ่มเปา การทำงานในองค์กรย่อมต้องเชื่อฟังการจัดการของผู้นำ คงไม่ดีแน่หากจะเป็นตัวสร้างปัญหาตั้งแต่วันแรก

สำหรับแผนกเทคนิคของโรงงานแล้ว งานค่อนข้างผ่อนคลายสบายๆ

นอกเหนือจากการซ่อมแซมเครื่องจักรในโรงงาน หรือกรณีที่มีเครื่องจักรใหม่เข้ามาแล้วต้องไปอธิบายข้อควรระวังให้ช่างฝีมือในโรงงานย่อยฟังตามคู่มือทางเทคนิค เวลาส่วนใหญ่ทุกคนก็มักจะนั่งจิบชาและพูดคุยกันอยู่ในสำนักงาน

ส่วนเรื่องการวิจัยและพัฒนาทางเทคนิค หรือการปรับปรุงกระบวนการผลิตนั้น นับว่าเป็นเรื่องที่คิดไกลเกินไปจริงๆ

ไม่ต้องพูดถึงระดับการศึกษาโดยเฉลี่ยของผู้คนในยุคนี้เลย แม้ว่าแผนกเทคนิคของพวกเขาจะถือว่ามีระดับการศึกษาสูงที่สุดในโรงงานรีดเหล็ก เพราะมีทั้งช่างเทคนิคและวิศวกรก็ตามที

แต่ดูเอาเถอะ หากรวมหลินเซิงหลี่ด้วย ก็มีคนจบระดับอาชีวศึกษาเพียงสองคน จบมัธยมปลายหนึ่งคน ส่วนหัวหน้าแผนกหยวนนั้นเป็นทหารย้ายสายงานมา ถือว่ามีความรู้เทียบเท่าระดับอาชีวะแบบฉิวเฉียด ส่วนที่เหลือนั้นส่วนใหญ่ก็จบแค่มัธยมต้นหรือประถมศึกษากันทั้งนั้น

คนพวกนี้พื้นฐานไม่ได้มีความรู้หรือวิสัยทัศน์สูงส่งนัก แล้วจะไปคาดหวังให้พวกเขาค้นคว้าวิจัยอะไรได้ล่ะ?

ส่วนเรื่องการสร้างเลียนแบบน่ะเหรอ! มันไม่ได้มีเครื่องจักรมากมายให้คุณถอดประกอบหรือศึกษาหรอกนะ

เครื่องจักรในปัจจุบันล้วนนำเข้าจากต่างประเทศ โดยหลักๆ มาจากสหภาพโซเวียต

แม้แต่เครื่องจักรที่ดูเทอะทะและหยาบกระด้างจากโซเวียต โรงงานต่างๆ ก็ยังทะนุถนอมราวกับเป็นของล้ำค่า ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเครื่องจักรที่มีเทคโนโลยีสูงขึ้นมาอีกนิดซึ่งนำเข้าจากประเทศที่พัฒนาแล้ว เครื่องจักรเหล่านั้นจะมีเจ้าหน้าที่เฉพาะคอยดูแล แทบจะยกขึ้นหิ้งบูชากันเลยทีเดียว

แล้วยังคิดจะรื้อเพื่อเอามาศึกษาอีกเหรอ? คิดอะไรอยู่? ถ้ากล้ารื้อเครื่องจักรล่ะก็ นาทีต่อไปพวกหัวหน้าโรงงานย่อยและผู้บริหารโรงงานคงได้รื้อร่างคุณแทนแน่

หลินเซิงหลี่นั่งลงที่โต๊ะทำงานและเริ่มอ่านกฎระเบียบต่างๆ

สำหรับหลินเซิงหลี่ผู้มีความจำที่เป็นเลิศ การศึกษากฎระเบียบเพียงน้อยนิดแค่นี้เป็นเรื่องกล้วยๆ

อย่างไรก็ตาม เพื่อไม่ให้ดูน่าตกตะลึงจนเกินไป หลินเซิงหลี่จึงแสร้งทำเป็นนั่งอ่านอยู่ประมาณหนึ่งชั่วโมง

หัวหน้ากลุ่มเปาที่กำลังง่วนอยู่หน้าโต๊ะปฏิบัติงาน พยายามตรวจสอบชิ้นส่วนเก่าเพื่อดูว่ายังพอมีทางซ่อมแซมได้หรือไม่ จู่ๆ ก็เงยหน้าขึ้นและเห็นหลินเซิงหลี่ยืนมองเขาอยู่ข้างๆ

"อ้าว เสี่ยวหลิน ทำไมไม่อ่านต่อล่ะ?"

"วิศวกรเปา ผมอ่านจบและจำได้หมดแล้วครับ ในเมื่อไม่มีอะไรให้ทำ ผมเลยเดินมาดูว่าหัวหน้ากำลังยุ่งอยู่กับอะไร เผื่อจะได้เรียนรู้อะไรบ้าง" หลินเซิงหลี่ยิ้มตอบ

ต่อคำตอบของหลินเซิงหลี่ หัวหน้ากลุ่มเปารู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย แต่ที่มากกว่านั้นคือความไม่เชื่อ

แม้ว่ากฎระเบียบเหล่านั้นจะไม่ได้เยอะมาก แต่ไม่ต้องพูดถึงการจำได้ทั้งหมดหรอก แค่อ่านให้จบก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งค่อนวันแล้วไม่ใช่หรือไง?

จบบทที่ บทที่ 21 เริ่มงานอย่างเป็นทางการ

คัดลอกลิงก์แล้ว