- หน้าแรก
- ระบบรีไซเคิล พลิกของเก่าไร้ค่าเป็น 100,000 หยวน
- บทที่ 36 – ปราการด่านแรกแห่งการยอมรับ
บทที่ 36 – ปราการด่านแรกแห่งการยอมรับ
บทที่ 36 – ปราการด่านแรกแห่งการยอมรับ
บทที่ 36 – ปราการด่านแรกแห่งการยอมรับ
แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องลอดผ่านหน้าต่างห้องพักของเย่หราน เขาตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกที่แตกต่างไปจากทุกวัน ยอดเงินในบัญชีจำนวนแปดหลักคือความมั่นใจที่จับต้องได้ แต่วันนี้เขากำลังจะไปไขว่คว้าสิ่งที่เงินจำนวนนั้นซื้อไม่ได้ นั่นคือการยอมรับอย่างเป็นทางการจากยอดฝีมือระดับสูงสุดของวงการโบราณวัตถุในจินหลิง
เย่หรานหยิบแจกันโต้วไฉลายผีเสื้อสมัยเฉิงฮว่าออกมาจากตู้เซฟอย่างแผ่วเบา เขาเพ่งมองความงดงามของมันอีกครั้ง ลวดลายผีเสื้อที่ดูเหมือนกำลังขยับปีกอยู่ท่ามกลางหมู่มวลบุปผานั้นคือผลงานระดับมาสเตอร์พีซที่ช่างหลวงทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อรังสรรค์ขึ้น
"ระบบ ตรวจสอบความสมบูรณ์เป็นครั้งสุดท้าย" เย่หรานสั่งการในใจ
[ระบบ: วัตถุอยู่ในสภาพสมบูรณ์ 100% ไม่พบรอยร้าวหรือการซ่อมแซมแอบแฝง มูลค่าตลาดปัจจุบัน: 20,000,000 - 25,000,000 หยวน]
เย่หรานพยักหน้าอย่างพึงพอใจก่อนจะบรรจุแจกันลงในกล่องบุกำมะหยี่ชั้นดี เขาแต่งกายด้วยชุดสุภาพที่ดูเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความภูมิฐาน ไม่นานนักเสียงโทรศัพท์จากหล่าวเฟิงก็ดังขึ้น แจ้งว่าเขาจอดรถรออยู่ที่หน้าตึกแล้ว
บนรถ หล่าวเฟิงดูจะกระวนกระวายใจยิ่งกว่าเย่หรานเสียอีก เขากำพวงมาลัยแน่นพลางเอ่ยขึ้น "เย่หราน นายแน่ใจนะว่าวันนี้จะรับมือไหว? ฉันได้ยินมาว่านอกจากอาจารย์ฉิวซานแล้ว ยังมีพวกตาแก่จากสถาบันโบราณคดีที่หัวแข็งสุดๆ มาร่วมด้วย ทุกคนต่างจ้องจะจับผิดแจกันใบนี้ เพราะไม่มีใครเชื่อว่าของที่ได้มาในราคาเพียงหลักร้อยหยวนจะเป็นของแท้จากเตาเผาหลวงสมัยเฉิงฮว่าได้จริงๆ"
เย่หรานยิ้มบางๆ พลางมองออกไปนอกหน้าต่าง "ความจริงมันเปลี่ยนไม่ได้หรอกครับหล่าวเฟิง ใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ไม่มีผลต่อเนื้อดินและสีเคลือบบนตัวแจกันหรอก"
เมื่อรถจอดลงที่หน้าหมู่อาคารไม้ทรงโบราณของร้านอาหารชุนวั่งโหลว เย่หรานสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่เคร่งขรึมกว่าปกติ พนักงานต้อนรับนำทางพวกเขาไปยังห้องรับรองพิเศษที่อยู่ชั้นบนสุด ทันทีที่ประตูเปิดออก เย่หรานก็พบกับชายวัยกลางคนสวมสูทสากลสีเทาเข้มนั่งกอดอกอยู่บนเก้าอี้ไม้ชิงชัน สายตาของเขาจดจ้องมาที่เย่หรานด้วยความเข้มงวดและมีร่องรอยของทิฐิที่ปิดไม่มิด
ชายผู้นี้คือ ฉิวซาน หรือที่วงการเรียกขานว่าอาจารย์ฉิว ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องเซรามิกที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งในจินหลิง เขาเป็นคนประเภทที่เชื่อในตำราและประสบการณ์มากกว่าสิ่งอื่นใด
"มาแล้วงั้นรึ" ฉิวซานเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ไม่แม้แต่จะลุกขึ้นทักทาย "หล่าวเฟิงบอกว่าเธอคืออัจฉริยะรุ่นใหม่ที่เก็บของหลุดได้เหมือนเก็บก้อนหินริมทาง แต่สำหรับฉัน... วงการนี้ไม่มีคำว่าฟลุ๊ค มีแต่คำว่าตาไม่ถึงแล้วโดนหลอก"
หล่าวเฟิงรีบเข้าไปไกล่เกลี่ย "อาจารย์ฉิวครับ ใจเย็นก่อน เย่หรานเขาเอาของมาให้ตรวจสอบแล้วครับ"
เย่หรานเดินเข้าไปนั่งฝั่งตรงข้ามอย่างสงบนิ่ง เขาวางกล่องไม้ลงบนโต๊ะและค่อยๆ เปิดฝาออก แสงไฟนวลตาของห้องรับรองตกกระทบลงบนผิวแจกันโต้วไฉในทันที ความแวววาวที่ดูนุ่มนวลและสีสันที่ตัดกันอย่างลงตัวทำให้ห้องทั้งห้องดูสว่างไสวขึ้นมาในพริบตา
ฉิวซานชะงักไปชั่วครู่ ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยอย่างควบคุมไม่ได้ เขาเอื้อมมือที่สั่นเทาไปหยิบแว่นขยายคู่ใจขึ้นมาส่องดูผิวสัมผัสอย่างละเอียด "สีแดงโต้วไฉนี่... มันดูสดใสเกินไป รอยตำหนิตามกาลเวลาก็แทบไม่มี สภาพมันสมบูรณ์จนน่าสงสัย ยิ่งราคาที่เธอซื้อมา... ยิ่งทำให้ฉันเชื่อไม่ลงว่ามันจะเป็นของแท้ไปได้"
"สภาพที่สมบูรณ์ไม่ได้หมายความว่าปลอมเสมอไปครับอาจารย์" เย่หรานกล่าวเสียงเรียบ "ของล้ำค่าบางชิ้นถูกเก็บงำไว้ในกรุที่มิดชิด หรือถูกดูแลโดยตระกูลที่รักสันโดษ มันถึงได้รอดพ้นจากรอยขีดข่วนของกาลเวลามาได้ อาจารย์ลองดูที่ฐานแจกันสิครับ รอยวนของการขึ้นรูปและน้ำหนักดินมันหลอกกันไม่ได้"
ฉิวซานหรี่ตาลง เขาพลิกดูฐานแจกันอย่างพินิจพิเคราะห์ เหงื่อเริ่มซึมออกมาตามไรผม "ฉันยอมรับว่างานฝีมือชิ้นนี้ไร้ที่ติ แต่ทิฐิในฐานะผู้เชี่ยวชาญของฉันมันบอกว่าของระดับสมบัติชาติไม่มีทางมาอยู่ในมือเด็กหนุ่มอย่างเธอได้ง่ายๆ แบบนี้ ฉันยังไม่สรุป... จนกว่าพวกปรมาจารย์เฝิงและคนอื่นๆ จะมาถึง"
หล่าวเฟิงลอบปาดเหงื่อพลางรินน้ำชาให้ทั้งสองคน บรรยากาศภายในห้องเต็มไปด้วยความกดดันที่มองไม่เห็น เย่หรานไม่ได้โต้แย้งต่อ เขาเพียงแค่นั่งจิบน้ำชาอย่างใจเย็น ราวกับพยัคฆ์ที่กำลังรอคอยพายุใหญ่
เขารู้ดีว่าฉิวซานเป็นเพียงด่านแรกเท่านั้น สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นหลังจากนี้ต่างหากที่จะเป็นบทพิสูจน์ที่แท้จริง ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเสียงพูดคุยด้วยน้ำเสียงทรงพลังก็ดังแว่วมาจากโถงทางเดินด้านนอก บ่งบอกว่าเวลาแห่งการตัดสิน... ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
[จบบท]