- หน้าแรก
- ระบบรีไซเคิล พลิกของเก่าไร้ค่าเป็น 100,000 หยวน
- บทที่ 26 – ความลับใต้ชั้นสนิมและการเผชิญหน้า
บทที่ 26 – ความลับใต้ชั้นสนิมและการเผชิญหน้า
บทที่ 26 – ความลับใต้ชั้นสนิมและการเผชิญหน้า
บทที่ 26 – ความลับใต้ชั้นสนิมและการเผชิญหน้า
หลังจากได้ปิ่นเงินปลายราชวงศ์ชิงมาในราคาถูกแสนถูก เย่หรานไม่ได้แสดงท่าทีตื่นเต้นออกนอกหน้า เขายังคงเดินเอามือล้วงกระเป๋าไปตามทางเดินแคบๆ ในตลาด ยิ่งเดินผ่านแผงลอยที่วางของไร้ค่ามากมายเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งมั่นใจว่าในกองขยะเหล่านี้มีสมบัติซ่อนอยู่เสมอ ไลฟ์สดของเขายังคงเปิดอยู่ แต่ดูเหมือนผู้ชมจะเริ่มให้ความสนใจกับการเคลื่อนไหวของเขามากขึ้นเรื่อยๆ
"หลายคนถามว่าผมซื้อสนิมเขรอะๆ นั่นไปทำไม" เย่หรานเอ่ยขึ้นขณะเดินผ่านร้านขายเครื่องสังคโลกเลียนแบบ "เดี๋ยวเราจะมาเฉลยกันครับ แต่ก่อนอื่น... ขอผมแวะทำธุระเล็กน้อยก่อน"
เขาไม่ได้ตรงไปที่ร้านทำความสะอาดของเก่า แต่เดินเลี้ยวเข้าไปในร้านขายอุปกรณ์เขียนพู่กันจีน ซึ่งมีอ่างล้างมือเล็กๆ ตั้งอยู่ที่หลังร้าน เย่หรานขอยืมภาชนะและน้ำยาทำความสะอาดของทางร้านมาเล็กน้อย โดยอ้างว่าเป็นนักศึกษาวิชาประวัติศาสตร์ที่ต้องการศึกษาปฏิกิริยาเคมีบนโลหะเก่า
เขาวางปิ่นปักผมสีดำสนิทลงในอ่างน้ำอย่างแผ่วเบา จากนั้นจึงค่อยๆ ใช้แปรงขนอ่อนขัดคราบสนิมสีดำที่เกาะแน่นออกไปทีละน้อย จังหวะที่น้ำใสๆ เริ่มเปลี่ยนเป็นสีเทาขุ่นมัวจากการชำระล้างความสกปรกที่สะสมมานับร้อยปี ในไลฟ์สด ผู้ชมต่างเฝ้ามองผ่านกล้องสมาร์ทโฟนด้วยใจระทึก
"โฮ้ย สตรีมเมอร์จะขัดมันทำไมเนี่ย ถ้ามันเป็นแค่เศษเหล็กก็เสียเวลาเปล่า!" "เดี๋ยวนะ... ทำไมผิวของมันเริ่มเปลี่ยนไปแล้วล่ะ?" "เฮ้ย! นั่นมันลายฉลุหรือเปล่า? ทำไมมันดูละเอียดจัง!"
เมื่อคราบสนิมหนาเตอะถูกชำระล้างออกไปจนหมด ปิ่นสีดำที่เคยดูเหมือนเศษขยะก็เริ่มเผยความงามที่แท้จริงออกมา พื้นผิวสีเงินวาววับปรากฏให้เห็น ลวดลายดอกโบตั๋นที่แกะสลักอย่างวิจิตรบรรจงเริ่มเด่นชัดขึ้นมา ลายเส้นที่อ่อนช้อยและประณีตนั้นบอกชัดเจนว่าเป็นงานฝีมือของช่างหลวงชั้นครู ไม่ใช่ปิ่นตลาดนัดทั่วไป
เย่หรานหยิบปิ่นขึ้นมาเช็ดจนแห้งสนิท แสงแดดที่ส่องลอดผ่านหลังคาร้านลงมากระทบกับผิวเงิน ทำให้มันเปล่งประกายเจิดจ้าอย่างมีชีวิตชีวาอีกครั้ง
"เห็นไหมครับ" เย่หรานหมุนปิ่นให้หน้ากล้องดู "นี่คือเหตุผลที่ผมบอกว่าอย่ามองข้ามของที่ดูแย่ที่สุดในร้าน เพราะบางครั้ง... ประวัติศาสตร์ก็แค่ซ่อนตัวอยู่ใต้คราบสนิมเท่านั้น"
ผู้ชมในไลฟ์สดเงียบไปชั่วขณะ ก่อนที่คอมเมนต์จะไหลทะลักราวกับเขื่อนแตก
"พระเจ้า! นั่นมันปิ่นเงินแท้แน่นอน ดูลายสลักนั่นสิ!" "สตรีมเมอร์ตาถึงเกินไปแล้ว! สองร้อยแลกกับหมื่นห้าเนี่ยนะ?" "ผมเริ่มเชื่อแล้วว่าสตรีมเมอร์ของจริง ไม่ใช่แค่มีดวง แต่เขามีวิชา!"
เย่หรานยิ้มรับคำชมเหล่านั้น เขาเก็บปิ่นใส่ซองกำมะหยี่ที่ขอมาจากทางร้านไว้อย่างดี วันนี้เขายังไม่คิดจะขายมัน เพราะปิ่นชิ้นนี้มีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ และเขาต้องการนำไปให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบร่องรอยการแกะสลักอย่างละเอียดอีกครั้ง แต่ขณะที่เขากำลังจะก้าวออกจากร้าน สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นความผิดปกติที่ด้านนอก
ชายคนหนึ่งท่าทางลุกลี้ลุกลนกำลังถกเถียงกับเจ้าของร้านขายเหรียญโบราณที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งของทางเดิน ชายคนนั้นดูไม่เหมือนคนในวงการนัก และดูเหมือนเขากำลังพยายามจะยัดเยียดบางอย่างให้กับเจ้าของร้าน
ในขณะเดียวกัน ระบบรีไซเคิลของเย่หรานก็เตือนขึ้นทันทีด้วยตัวอักษรสีแดงเข้มที่ทำให้เขาต้องชะงัก: [คำเตือน: ตรวจพบไอเทมที่มีความเสี่ยงสูง มูลค่าเกินประเมินราคาตลาดปกติ]
เย่หรานหรี่ตาลง เขารู้ดีว่าระบบไม่เคยเตือนแบบพร่ำเพรื่อ ความเสี่ยงสูงในที่นี้อาจหมายถึงของที่ "ร้อนแรง" เกินกว่าที่คนทั่วไปจะครอบครอง หรือของที่กำลังมีข้อพิพาทรุนแรง
เขากดปิดไลฟ์สดลงชั่วคราวเพื่อไม่ให้เป็นการดึงดูดความสนใจ ก่อนจะก้าวเท้าตรงไปยังทิศทางที่เกิดการโต้เถียงกันนั้นด้วยท่าทีนิ่งเฉยดุจคนเดินผ่านทางทั่วไป แต่สายตาของเขากลับจดจ้องไปยังกล่องไม้ใบเก่าที่ชายลุกลี้ลุกลนคนนั้นกอดไว้แน่นเหมือนชีวิต
[จบบท]