- หน้าแรก
- ยอดคนส่งพัสดุกับรางวัลระดับเทพ
- บทที่ 5 เฮ้อ ผมมันจนจริงๆ
บทที่ 5 เฮ้อ ผมมันจนจริงๆ
บทที่ 5 เฮ้อ ผมมันจนจริงๆ
บทที่ 5 เฮ้อ ผมมันจนจริงๆ
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าสะสวยของจ้าวเข่อเอ๋อร์ก็แดงก่ำด้วยความโกรธ ดวงตากลมโตตวัดมองจ้าวเหมยฮวาที่นั่งอยู่ข้างๆ
"แม่คะ!"
"ถึงครอบครัวเราจะมีฐานะ แต่แม่จะไปเรียกร้องแบบนั้นไม่ได้นะคะ! แต่งงานกับใครก็ต้องยอมรับในสิ่งที่เขาเป็นให้ได้สิ!"
"แค่เราสองคนรักกัน แค่เขาขยันทำมาหากินและมีความทะเยอทะยาน แค่นี้ก็พอแล้วไม่ใช่เหรอคะ!"
"ต่อให้เขาจะยากจน หนูยินดีที่จะอยู่กับเขาค่ะ"
พูดจบ จ้าวเข่อเอ๋อร์ก็ขบริมฝีปากสีระเรื่อ ใบหน้าสวยหวานแดงปลั่ง พลางลอบมองซูหนิง
ลูกค้าคนอื่นๆ ในร้านที่กำลังดื่มกาแฟอยู่ได้ยินดังนั้นต่างก็พยักหน้าเห็นด้วย
ดูเหมือนว่าหญิงสาวคนนี้จะไม่ได้แย่อย่างที่แม่ของเธอพูด อย่างน้อยเธอก็เป็นคนมีเหตุผล
"ลูกโง่! รู้ตัวหรือเปล่าว่าพูดอะไรออกมา? ความรักมันกินได้หรือไง? เลิกทำตัวไร้เดียงสาได้แล้ว"
จ้าวเหมยฮวาส่ายหน้าด้วยความผิดหวังด้วยท่าทางของคนที่อาบน้ำร้อนมาก่อน "เขาก็แค่พนักงานส่งของ เงินเดือนแค่ไม่กี่พัน เขาจะให้ชีวิตที่ลูกต้องการได้เหรอ? ไม่ใช่ว่าแม่ดูถูกเขานะ แต่แค่จะซื้อกระเป๋าดีๆ ให้ลูกสักใบ คงต้องใช้เงินเดือนทั้งปีของเขาเลยมั้ง?"
จ้าวเข่อเอ๋อร์สะบัดหน้าหนี ไม่อยากคุยกับแม่ของเธออีก
"ฉันนึกว่าเพื่อนเก่าจะแนะนำคู่ดูตัวดีๆ มาให้ ที่ไหนได้ ดันแนะนำพนักงานส่งของมาซะงั้น! ยอมรับนะว่าเธอหน้าตาหล่อเหลาเอาการ แต่แล้วยังไงล่ะ? ต่อให้หล่อแค่ไหน มันก็ปิดบังความจริงที่ว่าเธอจนไม่ได้หรอกนะ"
"เธอให้ความสุขกับลูกสาวฉันไม่ได้หรอก"
จ้าวเหมยฮวายังคงพูดจาเยาะเย้ยต่อไป "ยอมรับความจริงเถอะพ่อหนุ่ม! คนบางคนก็อยู่สูงเกินกว่าที่เธอจะเอื้อมถึง ถ้าเพื่อนฉันไม่ได้แนะนำเธอมาล่ะก็ พอรู้ว่าเธอเป็นแค่พนักงานส่งพัสดุ ฉันก็ไม่อยากจะเสวนาด้วยแล้ว"
"แม่คะ!!" จ้าวเข่อเอ๋อร์ทนดูแม่ทำตัวเย่อหยิ่งแบบนี้ไม่ไหวจนต้องตะโกนออกมา
"โธ่ ลูกสาวเอ๋ย ตั้งแต่พนักงานส่งของคนนี้โผล่มา มองตาก็รู้แล้วว่าลูกสนใจเขา แปลกจริงๆ แม่ไปเป็นเพื่อนดูตัวมาตั้งหลายครั้ง แต่ละคนก็มีหน้ามีตาร่ำรวยกันทั้งนั้น แต่ลูกกลับเอาแต่ทำหน้าเบื่อโลก พอมาครั้งนี้ดันไปสนใจหนุ่มส่งพัสดุซะได้ รสนิยมลูกนี่แย่จริงๆ!"
จ้าวเหมยฮวาถอนหายใจ
"เอาล่ะ พ่อหนุ่ม เราพอแค่นี้เถอะ ลูกสาวฉันไม่เหมาะกับเธอหรอก"
จ้าวเหมยฮวาตัดสินใจแทนจ้าวเข่อเอ๋อร์เสร็จสรรพ
"ฮึ หนูไม่สนหรอก! หนูชอบพี่ชายสุดหล่อคนนี้"
จ้าวเข่อเอ๋อร์พองแก้มป่อง ใบหน้าฉายแววดื้อรั้น
"นี่ๆ ทำไมถึงไม่ฟังแม่เลยนะ"
เมื่อเห็นว่าจ้าวเข่อเอ๋อร์มีท่าทีแน่วแน่กับซูหนิง จ้าวเหมยฮวาก็ทำหน้าจนใจ และตัดสินใจไล่หนุ่มส่งของน่ารำคาญคนนี้ไปให้พ้นๆ ก่อน
"นี่ เธอทำงานที่ไหนล่ะ เดี๋ยวฉันไปส่ง แล้วตั้งแต่นี้ไปก็เลิกมายุ่งกับลูกสาวฉันได้แล้ว"
จ้าวเหมยฮวาหยิบกุญแจรถออกมาด้วยท่าทางเหนือกว่าแล้วกดปุ่ม
ทันใดนั้น ไฟหน้ารถออดี้ เอ4 ที่จอดอยู่ด้านนอกกระจกใสบานใหญ่ของร้านสตาร์บัคส์ก็สว่างวาบขึ้น
"ไม่เป็นไรครับ ผมมีรถมาเอง" ซูหนิงกล่าวอย่างใจเย็น
"มีรถงั้นเหรอ?"
"รถอะไรล่ะ?"
"รถสามล้อบุโรทั่งที่เอาไว้ส่งของหรือไง?"
จ้าวเหมยฮวาเบะปากพูดอย่างดูถูก
ลูกค้าคนอื่นๆ ที่กำลังดื่มกาแฟเห็นเหตุการณ์นี้แล้วก็ได้แต่ด่าทออยู่ในใจ
"เชี่ยเอ๊ย!"
"ยัยป้าคนนี้จะดูถูกคนเกินไปแล้ว!"
"เพิ่งเคยเห็นแม่ที่แย่ขนาดนี้เป็นครั้งแรกเลยเนี่ย!"
"โคตรจะหัวสูงเลย! ทำตัวข่มคนอื่นเกินไปแล้ว!"
"ส่งพัสดุแล้วมันทำไม? ไปเหยียบตาปลาป้าแกหรือไง?"
"ไม่รู้ว่าแม่ไร้สมองแบบนี้คลอดลูกสาวที่มีเหตุผลขนาดนี้ออกมาได้ยังไง! หรือว่าจะโดนสวมเขาเนี่ย?"
ลูกค้าบางคนมองหน้ากัน จู่ๆ ก็คิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ แล้วเผลอยิ้มอย่างมีเลศนัยออกมา
"หืม? กุญแจรถผมไปไหนล่ะเนี่ย?" ซูหนิงคลำกระเป๋าเสื้อตัวเอง แต่จังหวะนั้นกลับหากุญแจรถไม่เจอ
"เลิกเสแสร้งได้แล้ว ไม่มีรถก็บอกมาเถอะว่าไม่มี ทำไมไม่เอากุญแจรถสามล้อของเธอออกมาล่ะ? เธอก็แค่อยากจะอวดเก่งไปงั้นแหละ!" จ้าวเหมยฮวากล่าวเสียงเย็นชา
ทว่าในตอนนั้นเอง ซูหนิงก็เหลือบไปเห็นกุญแจรถลัมโบร์กินีที่หล่นจากกระเป๋าเสื้อหน้าอกตกอยู่ข้างโซฟา
"อ้อ ขอโทษทีครับ กุญแจรถผมร่วง"
"ที่แท้มันก็หล่นอยู่ข้างโซฟานี่เอง"
พูดจบ ซูหนิงก็หยิบกุญแจรถลัมโบร์กินีขึ้นมาแล้วกดปุ่ม!
ทันใดนั้นเอง!
บริเวณด้านนอกกระจกใสบานใหญ่ของร้านสตาร์บัคส์ ไฟหน้ารถลัมโบร์กินี เวเนโน สุดเท่และสะดุดตาก็สว่างวาบขึ้น พร้อมกับประตูรถที่เปิดกางออกราวกับปีกจักจั่น!
โคตรเท่!
ทรงพลัง!
เงียบกริบ!
ทั้งร้านตกอยู่ในความเงียบงัน!
ไม่ว่าจะเป็นจ้าวเหมยฮวาหรือลูกค้าคนอื่นๆ ในร้านกาแฟ
ทุกคนต่างเบิกตากว้างจ้องมองไปที่ซูหนิงเป็นตาเดียว!
บรรยากาศเริ่มกระอักกระอ่วนขึ้นมาในทันที
"เอ๋? มีอะไรเหรอครับ? รถผมมีปัญหาตรงไหนหรือเปล่า?"
"ก็นะ ผมมันก็แค่พนักงานส่งของ เลยมีปัญญาขับได้แต่รถแบบนี้แหละ"
"คุณป้าครับ ผมมันจนเกินไปจริงๆ ไม่คู่ควรกับลูกสาวคุณป้าหรอกครับ"
ซูหนิงกะพริบตาปริบๆ ส่ายหน้าพลางทำหน้าตาใสซื่อ
เขาเองก็ไม่อยากจะทำตัวถ่อมตนหรอก
แต่สถานการณ์มันไม่เป็นใจนี่นา?
จะให้เขาทำยังไงได้?
มักจะมีคนบางประเภทที่ชอบหักหน้าคนอื่น
ถ้าไม่หักหน้ากลับ เธอคนนั้นก็จะยิ่งได้ใจ!
งั้นก็คงต้องตบหน้าคืนซะหน่อยแล้ว
เขาก็แค่คนใสซื่อบริสุทธิ์
เขาเองก็ไม่ได้อยากจะหักหน้าใครเหมือนกัน
วินาทีนั้น ลูกค้าคนอื่นๆ ต่างอ้าปากค้างและร้องอุทานออกมา
"พระเจ้าช่วย! คนคนนี้เป็นมหาเศรษฐีระดับไหนกันเนี่ย? ลัมโบร์กินี เวเนโน! รถสปอร์ตคันละหลายสิบล้านเชียวนะ!"
"เมื่อกี้ฉันยังแอบสงสารหนุ่มส่งพัสดุคนนี้อยู่เลย แต่พอเห็นฉากนี้แล้วฉันน้ำตาจะไหล สังคมเมืองมันอยู่ยากจริงๆ ฉันอยากกลับบ้านนอกแล้ว~"
"คุณพระ ช่วยดูชุดพนักงานส่งของที่เขาใส่ทีสิ ไม่นึกเลยว่าเขาจะถือกุญแจรถสปอร์ตระดับหลายสิบล้านอยู่ในมือ! นี่มันจะถ่อมตัวเกินไปแล้ว!"
"รถหรูราคา 50 ล้าน! แค่คิดก็น้ำลายสอแล้ว"
"นี่ๆ พี่ชายสุดหล่อ ยังหาแฟนอยู่ไหมคะ? ฉันก็งานดีนะ"
ไทยมุงคนอื่นๆ ต่างก็พากันฮือฮา
"เจอจุดหักมุมแบบนี้ ฉันล่ะอึ้งไปเลย!"
"ไหนบอกว่าเป็นแค่พนักงานส่งของจนๆ ไง? ทำไมพล็อตเรื่องมันไม่เหมือนเดิมล่ะ? ปกติเวลาโดนพ่อแม่ฝ่ายหญิงดูถูก มันต้องเป็นจังหวะพลิกโชคชะตา แล้วตอกกลับว่า 'อย่าดูถูกคนหนุ่มที่ยากจน' ไม่ใช่เหรอ?"
"ลืมเรื่องพลิกโชคชะตาไปได้เลย หมอนี่เป็นอภิมหาเศรษฐีมาตั้งแต่แรกแล้ว แกพูดเรื่องอะไรอยู่เนี่ย?"
"การตบหน้ามันมาไวเหลือเกิน~ มาไวเหมือนพายุทอร์นาโดเลย~"
จ้าวเข่อเอ๋อร์ยกมือเรียวสวยขึ้นปิดริมฝีปากสีเชอร์รี่ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
เธอคิดมาตลอดว่าซูหนิงเป็นคนจนมากๆ ต่อให้ซูหนิงจะจนแค่ไหน เธอก็ตัดสินใจแล้วว่าจะเป็นแฟนกับเขา
แต่ทว่า...
นี่เรียกว่าจนเหรอ?
นี่มันรวยระดับอภิมหาเศรษฐีแล้ว!
เปิดตัวมาทีก็จัดลัมโบร์กินี เวเนโน เลยเนี่ยนะ!
ในตอนนี้ ใบหน้าของจ้าวเหมยฮวาดูไม่ได้เลย เธอรู้สึกอับอายขายขี้หน้าเป็นอย่างมาก ราวกับถูกตบหน้าฉาดใหญ่จนหูอื้อไปหมด!
เธอไม่คาดคิดเลยว่าพนักงานส่งของกระจอกๆ จะหยิบกุญแจรถลัมโบร์กินีออกมาได้อย่างหน้าตาเฉยแบบนี้
เธอประเมินเขาต่ำไป!
เมื่อกี้เธอไม่น่าด่วนสรุปพูดแบบนั้นออกไปเลย น่าจะค่อยๆ ตะล่อมถามเขาดูก่อน!
จ้าวเหมยฮวารู้สึกเสียใจอยู่ลึกๆ
แต่ทว่า
ปากของจ้าวเหมยฮวาก็ยังคงจัดจ้าน เธอเอ่ยเสียงเย็นชา "หึ ดูเหมือนเธอจะเตรียมตัวมาดีสำหรับการดูตัวครั้งนี้เลยนะ ถึงขนาดยอมเช่ารถลัมโบร์กินีมาเลยงั้นสิ นี่มันพยายามทำตัวหน้าใหญ่ใจโตบังหน้าชัดๆ!!"