- หน้าแรก
- เมื่อเสียงในใจของคุณชายตัวจริงถูกล่วงรู้
- บทที่ 21: ฉันไปยั่วโมโหยายบ้าคนนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?
บทที่ 21: ฉันไปยั่วโมโหยายบ้าคนนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?
บทที่ 21: ฉันไปยั่วโมโหยายบ้าคนนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?
บทที่ 21: ฉันไปยั่วโมโหยายบ้าคนนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?
จางหย่ง: "..." หมายความว่ายังไง?
วินาทีต่อมา ลู่ซางหนิงก็กระดิกนิ้วเรียก
บอดี้การ์ดสองคนที่ยืนอยู่ไม่ไกลเดินเข้ามาทันที แล้วระดมหมัดใส่จางหย่งไม่ยั้ง
ฮุกซ้าย ฮุกขวา
อัปเปอร์คัต เสยคาง
ตามด้วยเตะซ้าย เตะขวา
เตะสูง เตะเจาะยางเข้าเนื้อเน้นๆ
ชั่วพริบตาจางหย่งก็ถูกซ้อมจนหน้าตาปูดบวมเขียวช้ำไปหมด
ฟันหน้าของเขากระเด็นหลุดไปซี่หนึ่งด้วย
ลู่ซางหนิงมองสภาพอันสะบักสะบอมของเขาแล้วรู้สึกปวดใจอยู่แวบหนึ่ง
แต่พอคิดได้ว่าช่วงหลายปีมานี้เขาหลอกลวงเธอมาตลอด ซ้ำยังไปนอนกับผู้หญิงคนอื่นมาตั้งหลายปี เขาไม่สะอาดอีกต่อไปแล้ว!
ความรู้สึกปวดใจเพียงเล็กน้อยนั้นก็มลายหายไปในอากาศทันที
เธอกัดฟันกรอดแล้วสั่ง "ซ้อมมันให้หนักกว่านี้อีก"
จางหย่ง: "..."
ยังจะตีอีกเหรอ? บัดซบ... เวรเอ๊ย!
เขาเคียดแค้นอยู่ในใจ!
แค้นจนแทบจะขบฟันให้แหลกละเอียด!
นังตัวดี กล้าดีกระซ้อมฉันขนาดนี้เชียว!
ถ้าฉันแต่งงานกับแกและยึดตระกูลลู่มาไว้ในกำมือได้เมื่อไหร่ ฉันจะซ้อมแกให้ปางตายเลยคอยดู
อย่างแรก ฉันจะทำให้แกต้องคุกเข่าร้องขอชีวิตอยู่ใต้ร่างฉัน!
จากนั้นฉันจะฮุบสมบัติของตระกูลลู่ แล้วก็จัดการล้างบางพวกตระกูลลู่ให้หมดทุกคน!
จางหย่งเกลียดชังจนคันคะเยอไปทั้งหัวใจ แต่เขาก็ยังอ้าปากที่ฟันหน้าหลุดหายไป เผยให้เห็นเลือดกลบปาก พลางร้องขอความเมตตา:
"ที่รัก ขอแค่ตีผมแล้วมันช่วยให้คุณหายโกรธและยกโทษให้ผมได้ ผมก็ยอมให้คุณตีจนตาย"
"ยอมตายจริงๆ งั้นเหรอ?" ลู่ซางหนิงยื่นหน้าเข้าไปใกล้ "จางหย่ง ฉันจะบอกอะไรให้นะ สิ่งที่ฉันเกลียดที่สุดในชีวิตก็คือการถูกหักหลัง นายก็น่าจะรู้ว่าผลของการหักหลังฉันมันเป็นยังไง"
จางหย่งรีบพูดประจบประแจง "ที่รัก ถ้าเป็นคนอื่นผมคงไม่ยอมตายให้หรอก แต่ถ้าเป็นคุณ ต่อให้ต้องตายสักร้อยครั้งผมก็ยอม ผมรู้ตัวแล้วว่าผิดไปจริงๆ ยกโทษให้ผมเถอะนะ ได้ไหม?"
ลู่ซางหนิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า "ถ้าฉันปล่อยให้นายตายไปง่ายๆ แบบนั้น มันจะไม่ถือว่าปล่อยนายไปง่ายเกินไปหน่อยเหรอ? เอาอย่างนี้ โทรหาโจวน่าน่าเดี๋ยวนี้ บอกให้เธอไปรอนายที่ห้อง แล้วบอกว่านายมีเซอร์ไพรส์จะให้"
"ผม..." จางหย่งอึกอักไม่กล้าพูด
ลู่ซางหนิงเริ่มหมดความอดทน เธอเน้นเสียงทีละคำ "โทร! เดี๋ยว! นี้!"
"อ๊ะๆ... ได้ๆ..." จางหย่งรีบล้วงโทรศัพท์ออกมาแล้วกดโทรออกด้วยมือที่สั่นเทา "น่าน่า ทะ ทำอะไรอยู่เหรอ?"
ลู่ซางหนิงคว้าโทรศัพท์มาจากจางหย่งแล้วเปิดลำโพง
จากนั้นก็ส่งโทรศัพท์คืนให้เขา
เสียงอ่อนหวานยั่วยวนดังมาจากปลายสายทันที "แหม ตาบ้า ทำไมเพิ่งจะมาโทรหาฉันป่านนี้ล่ะ? แล้วเรื่องของเราตอนนี้จะเอายังไงกันดีเนี่ย?"
จางหย่งมองลู่ซางหนิงด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะพูดกับปลายสายว่า "มาหาผมที่ห้องหน่อยสิ ผมมีเรื่องจะคุยด้วย"
"โอ๊ย ไม่อยากไปหรอก ตอนนี้นักข่าวจ้องจะเล่นงานอยู่ ถ้าฉันไปหาคุณที่ห้องแล้วโดนนักข่าวจับได้จะทำยังไงล่ะ?"
"ไม่เป็นไรหรอก ปลอมตัวแล้วแอบมาเงียบๆ สิ"
"เอาแบบนั้นก็ได้~ รอเดี๋ยวนะ ฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้แหละ~"
ลู่ซางหนิงแทบจะอ้วกกับเสียงจริตจะก้านของนังจิ้งจอกร่านสวาทโจวน่าน่า
หลังจากจางหย่งวางสาย เขาก็มองหน้าลู่ซางหนิง "ที่รัก ผมโทรไปแล้ว คุณยกโทษให้ผมได้หรือยัง? นังแพศยาโจวน่าน่านั่น คุณจะจัดการยังไงก็เชิญเลย!"
"จัดการมันให้ตายไปเลย! ใครใช้ให้มันมาทำลายความสัมพันธ์ของเราล่ะ!"
ลู่ซางหนิงเงยหน้าขึ้นมอง
ท้องฟ้าเบื้องหน้าเป็นสีฟ้าครามสดใส
สระน้ำมีขนาดใหญ่ ดอกไม้ป่าไร้ชื่อที่งดงามบานสะพรั่งอยู่รอบๆ
ผิวน้ำกระเพื่อมเป็นคลื่นสีเขียวมรกต
ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็เป็นภาพที่กลมกลืนและงดงามยิ่งนัก
ลู่ซางหนิงจับมือที่บอบช้ำจนเขียวม่วงของจางหย่ง แล้วก้าวเดินไปที่ริมสระน้ำทีละก้าว
เธอชี้ไปที่ผิวน้ำอันเงียบสงบ จู่ๆ ก็พูดขึ้นว่า "ผิวน้ำที่นิ่งสนิทแบบนี้ ถ้าจู่ๆ มีอะไรตกลงไป นายคิดว่ามันจะเกิดรอยกระเพื่อมขนาดใหญ่ไหม?"
จางหย่งพยักหน้าประจบ "แน่นอนสิครับ! น้ำต้องกระเซ็นขึ้นมาสูงมากแน่ๆ"
ทันทีที่พูดจบ หัวใจของเขาก็กระตุกวูบ
และเป็นไปตามคาด ลู่ซางหนิงก้าวถอยหลังไปสองก้าว
เธอเรียก "จางหย่ง"
"ครับ~" จางหย่งหันกลับมา คิดว่าลู่ซางหนิงยอมยกโทษให้เขาแล้ว
วินาทีต่อมา
ลู่ซางหนิงยกเท้าขวาขึ้น
แล้วถีบเข้าที่ท้องน้อยของจางหย่งอย่างแรง
ตูม!
จางหย่งหงายหลังตกลงไปในสระน้ำอย่างจัง
ผิวน้ำที่เคยเงียบสงบสาดกระเซ็นเป็นละอองน้ำขนาดใหญ่ในพริบตา
ลู่ซางหนิงพยักหน้า
ราวกับว่าเธอกำลังพูดกับจางหย่ง หรืออาจจะกำลังพูดกับตัวเอง "ถ้ามีอะไรตกลงไปในน้ำ มันก็เกิดรอยกระเพื่อมจริงๆ ด้วย... อ่า วงน้ำพวกนี้สวยจังเลยนะ!"
พูดจบ ลู่ซางหนิงก็สับรองเท้าส้นเข็มสีดำแบรนด์หรูเดินดังตึกๆๆ ตรงไปยังรถบูกัตติสุดหรูของเธอ
เธอเปิดประตูรถเข้าไปนั่ง แล้วขับออกไปอย่างเย็นชา
บอดี้การ์ดทั้งสองคนก็เดินตามหลังและจากไปเช่นกัน
"ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!"
"ซางหนิง ผมว่ายน้ำไม่เป็น รีบช่วยผมที!"
"ช่วยด้วย ซางหนิง!"
"..."
ในสระน้ำ จางหย่งตะโกนร้องขอความช่วยเหลือขณะตะเกียกตะกายว่ายท่าลูกหมาตกน้ำอยู่ตรงนั้น
...
ห้องเรียนชั้นมัธยมปลายปีที่ 3 (ห้อง 2)
ในแต่ละคาบเรียน ลู่ฉือรู้สึกราวกับว่าหนึ่งวันยาวนานเหมือนหนึ่งปี
ครูสอนอยู่หน้าชั้น
ลู่ฉือก็นั่งคุยกับระบบอยู่หลังห้อง
เขาเริ่มบ่นตั้งแต่เด็กผู้หญิงโต๊ะแถวแรกริมซ้ายสุดของห้อง ลากยาวมาจนถึงดาวโรงเรียนอย่างซูอวี่เหนียนที่นั่งอยู่ข้างๆ เขา
ซูอวี่เหนียนฟังเขาบ่นเกี่ยวกับเพื่อนร่วมชั้นเหล่านั้น ใบหน้าของเธอเดี๋ยวคล้ำเดี๋ยวแดง เดี๋ยวแดงเดี๋ยวคล้ำ
ระบบ: 【เด็กผู้หญิงที่นั่งแถวแรกริมซ้ายสุดชื่อหลิวหงเหมย เมื่อครึ่งเดือนก่อน พ่อของเธอแอบไปหาเมียน้อยแล้วแม่จับได้ แม่เธอโกรธจัดเลยบุกไปตบเมียน้อยคนนั้น... แต่เพื่อไม่ให้กระทบกับการสอบเข้ามหาวิทยาลัยของหลิวหงเหมย พ่อแม่เลยปิดเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ และวางแผนจะหย่ากันหลังจากเธอสอบเสร็จ】
ลู่ฉือ: 【เฮ้อ ความรักของแม่ยิ่งใหญ่จริงๆ】
ระบบ: 【เด็กผู้ชายที่นั่งแถวสองริมขวาสุดชื่อจางลี่ บ้านเขารวยมาก แต่พ่อเขาแอบไปเป็นชู้กับพี่เลี้ยงเด็ก แถมยังมีลูกชายด้วยกันอายุตั้ง 3 ขวบครึ่งแล้ว】
ลู่ฉือ: 【เฮ้อ น่าสงสารจางลี่จริงๆ】
ระบบ: 【เด็กผู้หญิงที่นั่งตรงกลางแถวสามชื่อหยางเจียวเจียว เมื่อเช้าตอนออกจากบ้านเธอลืมใส่กางเกงในมาล่ะ】
ลู่ฉือ: 【เฮ้อ น่าสงสารกางเกงในจริงๆ】
ระบบ: 【เด็กผู้ชายฝั่งขวาในแถวที่สี่ชื่อหลิวเซียว เมื่อกี้เขาอั้นไม่ไหวแอบตดออกมา แถมยังมีเศษอึเล็ดติดกางเกงมาเพียบเลย】
ลู่ฉือ: 【เฮ้อ น่าสงสารเศษอึพวกนั้นจริงๆ】
...
ระบบ: 【ดาวโรงเรียนที่นั่งข้างๆ โฮสต์ ซูอวี่เหนียน วันนี้ได้รับจดหมายรักอีกสามฉบับ แต่ว่าเธอทิ้งจดหมายรักพวกนั้นลงชักโครกไปแล้ว】
ลู่ฉือ: 【เฮ้อ น่าสงสารชักโครกจริงๆ】
ระบบ: 【ฮ่าๆๆ ตลกชะมัด หนึ่งในจดหมายรักนั่นเป็นของลู่จี้หยางล่ะ ในจดหมายเขาบอกว่าซูอวี่เหนียนคือหัวใจ คือตับไต และเป็นสามในสี่ของชีวิตเขาเลยนะ】
ลู่ฉือ: 【ไอ้โง่ลู่จี้หยาง ยังหน้าด้านตามจีบดาวโรงเรียนอยู่อีก หวังสูงไปหน่อยมั้ง! ซูอวี่เหนียนไม่มีทางชอบเขาหรอก!... แต่ก็ช่างเถอะ ไม่ใช่กงการอะไรของฉัน ซูอวี่เหนียนก็เป็นแค่ยายบ้าคนหนึ่ง เลิกพูดถึงเธอเถอะ】
ซูอวี่เหนียน คนที่ถูกเรียกว่ายายบ้า: "..."
เธอถลึงตาใส่ลู่ฉือด้วยความโกรธจัดแล้วด่าว่า "ชิ! นายนั่นแหละที่เป็น... ตื๊ด... ไอ้โรคจิตเอ๊ย!"
ลู่ฉือ: "..." ฉันไปยั่วโมโหยายบ้าคนนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?
ระบบ: 【โฮสต์ จู่ๆ ฉันก็เจอเรื่องซุบซิบที่เด็ดกว่านี้ของดาวโรงเรียนซูล่ะ อยากฟังไหม?】
ลู่ฉือ: 【... โอ้ เล่ามาสิ】
ระบบ: 【เฮ้อ น่าสลดใจจริงๆ ครอบครัวของซูอวี่เหนียนเดิมทีเป็นหนึ่งในตระกูลเศรษฐีชั้นนำในปักกิ่ง ภายนอกดูเหมือนมีความสุขดี แต่เบื้องหลัง พ่อของเธอแอบเป็นชู้กับหมอประจำตระกูลมาตั้งนานแล้ว】
ซูอวี่เหนียน: "..." พ่อนายน่ะสิที่เป็นชู้กับหมอประจำตระกูล!
ในใจของเธอโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ แต่เพื่อให้ได้ยินข้อมูลเพิ่มเติม ซูอวี่เหนียนจึงต้องพยายามข่มอารมณ์หงุดหงิดเอาไว้ แล้วฝืนทนฟังต่อไป