- หน้าแรก
- เมื่อเสียงในใจของคุณชายตัวจริงถูกล่วงรู้
- บทที่ 20: "นายไม่คิดบ้างเหรอว่าคำแก้ตัวของนายมันดูไม่จริงใจเอาซะเลย?"
บทที่ 20: "นายไม่คิดบ้างเหรอว่าคำแก้ตัวของนายมันดูไม่จริงใจเอาซะเลย?"
บทที่ 20: "นายไม่คิดบ้างเหรอว่าคำแก้ตัวของนายมันดูไม่จริงใจเอาซะเลย?"
บทที่ 20: "นายไม่คิดบ้างเหรอว่าคำแก้ตัวของนายมันดูไม่จริงใจเอาซะเลย?"
ลู่ฉือ: 【เชี่ย! เกิดอะไรขึ้นเนี่ย? ยัยผู้หญิงบ้านี่เป็นอะไรไป?】
พอถูกด่าว่าเป็นผู้หญิงบ้า ลู่ซางหนิงก็สะอึกขึ้นมาพลางชี้หน้าด่า "ลู่ฉือ แก... แก... แก..."
แต่ยังไม่ทันจะพูดจบประโยค ร่างของเธอก็ล้มตึงลงไปกองกับพื้น... แล้วหลับสนิทไปเลย
"คุณหนู!"
"ซางหนิง!"
"พี่ใหญ่!"
คนในตระกูลลู่ต่างกุลีกุจอเข้าไปช่วยพยุงลู่ซางหนิงขึ้นมาทันที
ลู่ฉืออาศัยจังหวะชุลมุนรีบชิ่งหนีกลับไปนอน
เช้าวันรุ่งขึ้น ลู่ฉือตื่นเตรียมตัวไปโรงเรียน และบังเอิญเจอลู่ซางหนิงในห้องนั่งเล่น
ลู่ซางหนิงสร่างเมาแล้ว แต่ท่าทีของเธอกลับทำเหมือนเรื่องเมื่อวานไม่เคยเกิดขึ้น
พอเห็นหน้าลู่ฉือ เธอก็ยังคงทำหน้าตึงเย็นชาใส่เขาเหมือนเดิม
ลู่ฉือไม่สนใจ ในเมื่ออีกฝ่ายไม่ต้อนรับ เขาเองก็คร้านที่จะใส่ใจเธอเหมือนกัน
กินข้าวเสร็จ เขาก็คว้านมมาหนึ่งขวดแล้วเดินออกจากบ้านไป
ลู่ซางหนิงจำไม่ได้จริงๆ ว่าเมื่อวานตัวเองผลักลู่ฉือล้มแถมยังด่าทอเขาไป
ภาพจำทุกอย่างหลังความเมามายถูกตัดทิ้งไปจนหมดสิ้น
ทว่าเรื่องอื่นๆ เธอยังจำได้แม่น
เรื่องเร่งด่วนที่สุดในตอนนี้คือต้องจัดการกับไอ้สารเลวจางหย่ง กับนังแพศยาโจวนาน่า!
ทันทีที่มาถึงบริษัท ลู่ซางหนิงก็เปิดดูโทรศัพท์มือถือและพบว่าในโลกออนไลน์มีแต่ข่าวของจางหย่งที่ไปเปิดห้องกับเมียน้อยติดเทรนด์อยู่เต็มไปหมด
#คู่หมั้นของลู่ซางหนิงรักษาการประธานบริหารกลุ่มบริษัทลู่ควงเลขาฯสาวเข้าโรงแรม#
#จางหย่งนอกใจ#
#ลู่ซางหนิงปะทะจางหย่ง#
#คู่หมั้นลู่ซางหนิงนอกใจ#
#โจวนาน่านางเอกคลิปฉาวในโรงแรม#
#เลขาฯสาวโจวนาน่า#
#ภาพถ่ายชีวิตประจำวันโจวนาน่า#
ลู่ซางหนิงมองดูหัวข้อข่าวที่กำลังเป็นกระแสด้วยสายตาเย็นชา เมื่อคืนหลังจากเมาหนักเธอก็ร้องไห้อย่างหนักตลอดทั้งคืนจนเช้านี้ดวงตายังคงบวมเป่ง
แต่พื้นฐานแล้วเธอเป็นคนเด็ดขาดมาตลอด แม้ความสัมพันธ์หลายปีจะตัดใจได้ยาก ทว่าการถูกทรยศหักหลังกลับทำให้เธอรู้สึกเคียดแค้นมากกว่า
ยิ่งรักมากก็ยิ่งแค้นมาก
ลู่ซางหนิงนั่งอยู่ในห้องทำงานครู่หนึ่ง ก่อนจะกดโทรศัพท์โทรออกด้วยสีหน้าเรียบเฉย
"ฮัลโหล ตรวจสอบโครงการทั้งหมดที่บริษัทเราทำร่วมกับตระกูลจาง แล้วยกเลิกให้หมด"
"แล้วก็แจ้งไปยังทุกบริษัทในประเทศด้วยว่า ใครก็ตามที่ทำธุรกิจกับตระกูลจาง ถือเป็นศัตรูกับกลุ่มบริษัทลู่ของเรา"
หลังจากวางสายไปได้ไม่ถึงชั่วโมง
กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง~
ไอ้สารเลวจางหย่งก็โทรมา
ช่วงสองวันที่ผ่านมาเขาพยายามโทรหาเธอหลายครั้ง แต่ลู่ซางหนิงไม่ยอมรับสาย ซ้ำยังบล็อกเบอร์ของเขาไปแล้ว
ครั้งนี้เขาใช้เบอร์ใหม่โทรมา ทันทีที่เธอกดรับสาย น้ำเสียงร้อนรนและน่าเวทนาก็ดังขึ้นทันที
"ซางหนิง ที่รัก ในที่สุดคุณก็ยอมรับสายผม ผมอยากจะอธิบายให้คุณฟังนะ เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดผมเลย เป็นเพราะโจวนาน่า นังแพศยานั่นมันมายั่วผมก่อน..."
ลู่ซางหนิงเดือดดาลจนถึงขีดสุด
แม้เธอจะไม่ค่อยมีประสบการณ์เรื่องความรักนัก แต่จางหย่งก็คือรักแรก เป็นความสัมพันธ์ครั้งแรกในชีวิตของเธอ
แต่สิ่งที่เธอเกลียดที่สุดในชีวิตก็คือผู้ชายที่เห็นความรู้สึกของคนอื่นเป็นของเล่น แล้วสุดท้ายก็โยนความผิดให้ผู้หญิง
นอกจากจะเลวทรามแล้ว ยังไร้ความรับผิดชอบสิ้นดี
"ไปตายซะ! ยังมีหน้าโทรมาอีกนะ ไสหัวไป!"
ทันทีที่วางสาย ลู่ซางหนิงก็ตั้งค่าโทรศัพท์ให้ปฏิเสธสายแปลกหน้าทั้งหมด
คราวนี้จางหย่งโทรไม่ติดอีกต่อไป ไม่ว่าเขาจะเปลี่ยนไปใช้เบอร์อะไรก็โทรไม่เข้าอีกเลย
ตอนเที่ยง ลู่ซางหนิงเดินออกจากอาคารสำนักงาน เตรียมตัวจะกลับไปพักกินข้าวกลางวันที่บ้าน
เธอก็เห็นจางหย่งยืนถือดอกกุหลาบเก้าสิบเก้าดอกอยู่ตรงทางเข้าหลัก
ทันทีที่เห็นลู่ซางหนิง เขาก็วิ่งร้องไห้ฟูมฟายเข้ามาหา
จางหย่งร้องไห้น้ำมูกน้ำตาไหลพรากพลางพร่ำบอก "ซางหนิง ที่รัก ผมขอโทษ เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดผมจริงๆ นะ เป็นเพราะโจวนาน่า นังร่านนั่นมันยั่วผม ผมถึงหลวมตัวไปกับมัน"
"ซางหนิง ผมรู้ตัวแล้วว่าผมผิด ผมจะไม่ยอมหลงกลมันอีกแล้ว ผมตัดขาดกับมันแล้วนะ หลายวันที่ผ่านมาผมคิดทบทวนดูแล้ว คนที่ผมรักที่สุดในชีวิตนี้คือคุณ ไม่ใช่ใครอื่นเลย"
สีหน้าของลู่ซางหนิงยังคงเย็นชา
เธอจ้องมองผู้ชายที่ตัวเองรักมานานกว่าสามปี
หากไม่ได้ลู่ฉือ ป่านนี้เธอก็คงยังมองธาตุแท้ของเขาไม่ออก
"ที่รัก ให้อภัยผมเถอะนะ?"
"ผมจะไม่ทำตัวโง่เง่าแบบนั้นอีกแล้ว เดือนหน้าเราก็จะแต่งงานกันแล้วนะ ผมรักคุณจริงๆ ผมทิ้งความรักหลายปีของเราไปไม่ได้หรอก"
"ที่รัก ขอร้องล่ะ ให้โอกาสผมอีกสักครั้งเถอะนะ?"
"นะที่รัก?"
คำอ้อนวอนซ้ำแล้วซ้ำเล่าของจางหย่งไม่ได้ทำให้ลู่ซางหนิงใจอ่อนเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน มันยิ่งทำให้เธอรู้สึกขยะแขยงเขามากขึ้นไปอีก
"จางหย่ง ฉันเสียเวลาไปตั้งสามปีที่รักและเชื่อใจนายมาก ถึงขนาดอยากจะฝากทั้งชีวิตไว้กับนาย ฉันไม่คิดเลยนะว่านายจะเป็นคนแบบนี้!"
จางหย่งส่ายหน้าอย่างเอาเป็นเอาตาย พยายามจะยัดเยียดช่อกุหลาบใส่อ้อมแขนลู่ซางหนิง
ลู่ซางหนิงปัดช่อดอกไม้ทิ้ง ทันทีที่มันร่วงลงพื้น เธอก็เตะมันกระเด็นออกไปไกล
"ไอ้เลวจางหย่ง เก็บหน้ากากจอมปลอมของนายไปซะเถอะ! นอกจากฉันจะไม่มีวันให้อภัยนายแล้ว ฉันยังสั่งยกเลิกโครงการทั้งหมดที่ตระกูลจางทำร่วมกับตระกูลเราด้วย เตรียมตัวอยู่ไม่สู้ตายได้เลย!"
คำพูดของลู่ซางหนิงทำเอาจางหย่งถึงกับช็อก
ยิ่งเมื่อนึกถึงสายที่โทรมาจากที่บ้านเพื่อแจ้งว่ากลุ่มบริษัทลู่ได้ยกเลิกความร่วมมือทั้งหมดกับตระกูลจางไปแล้ว เขาก็ยิ่งลุกลนหนักขึ้นไปอีก
เขารีบสวมกอดลู่ซางหนิงไว้แน่นและพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ที่รัก ให้อภัยผมเถอะนะ ผมไม่อยากเสียคุณไป ธุรกิจอะไรนั่นมันไม่สำคัญเลย สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความรักที่ผมมีให้คุณต่างหาก"
"ที่รัก ผมรักคุณ ครั้งนี้ผมผิดไปแล้วจริงๆ ผมสาบานว่าเรื่องแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก ถ้ามันเกิดขึ้นอีก ขอให้ฟ้าผ่าผมตายโหงไปเลย!"
จางหย่งพร่ำขอโทษไปพร้อมกับตบหน้าตัวเองฉาดใหญ่ ตบซ้ายทีขวาที
จนแก้มทั้งสองข้างบวมเป่งและเต็มไปด้วยรอยนิ้วมือสีแดงปื้น เห็นได้ชัดว่าเขาลงมือตบตัวเองอย่างไม่ออมแรงเลย
ลู่ซางหนิงมองดูสภาพอันน่าสมเพชของผู้ชายตรงหน้าโดยไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ มีเพียงความขยะแขยงฝังลึกอยู่ภายในใจ
ผู้ชายที่พอทำผิดก็เอาแต่โยนความผิดให้ผู้หญิง ช่างเป็นพวกขี้ขลาดตาขาวจริงๆ
ผู้ชายพรรค์นี้ ตอนที่ถูกจับได้ก็ยอมทำร้ายตัวเองเพื่อขอความเห็นใจ แต่ถ้าจับไม่ได้ เขาก็จะปิดบังมันไปจนถึงที่สุด
ช่างเป็นเศษสวะที่น่าสะอิดสะเอียนและต่ำตมเสียจริง!
เธอโบกมือไปด้านหลัง บอดี้การ์ดสองคนก็ก้าวออกมาทันที
ลู่ซางหนิงออกคำสั่งเสียงเย็นชา "เอาตัวเขาไป"
บอดี้การ์ดทั้งสองเข้าประกบจางหย่งซ้ายขวา แล้วหิ้วปีกเขายัดเข้าไปในรถบูกัตติของลู่ซางหนิงทันที
ภายในรถ จางหย่งยังคงหลงคิดว่าลู่ซางหนิงใจอ่อนและยอมให้อภัยเขาแล้ว เขาจึงดีใจจนตัวสั่นเทิ้ม
"ที่รัก ผมรู้ว่าคุณไม่ทิ้งผมหรอก คุณต้องให้อภัยผมอยู่แล้ว ผมก็แค่ทำผิดพลาดเหมือนที่ผู้ชายทั้งโลกเขาทำกันนั่นแหละ ที่รักของผมใจดีและมีเหตุผลที่สุด ยังไงก็ต้องให้อภัยผมแน่นอน"
"เหอะ!" ลู่ซางหนิงแค่นหัวเราะ
รถบูกัตติแล่นฉิวไปตามท้องถนน
ก่อนจะมาจอดเทียบอยู่ริมถนนสายเปลี่ยวในเขตชานเมือง ห่างออกไปราวสิบเมตรมีบ่อน้ำทิ้งร้างอยู่แห่งหนึ่ง
ลู่ซางหนิงสั่งเสียงเรียบ "จอดรถ"
ทันใดนั้นรถก็จอดสนิท
หลังจากบอดี้การ์ดทั้งสองลากตัวจางหย่งลงมาจากรถแล้ว พวกเขาก็ปล่อยตัวเขาไป
ลู่ซางหนิงก้าวลงจากรถอย่างไม่เร่งรีบพลางกอดอกไว้หลวมๆ
จางหย่งคิดว่าสถานการณ์กำลังพลิกผันไปในทางที่ดี เขาจึงรีบพุ่งเข้าไปคว้าแขนของลู่ซางหนิงไว้
เขาเอ่ยอย่างดีใจ "ที่รัก ผมรู้ว่าคุณต้องให้อภัยผม วิวที่นี่ก็สวยดีเหมือนกันนะ มาสิ เราไปนั่งริมสระน้ำนั่น ชมวิวไปด้วย แล้วฟังผมค่อยๆ อธิบายไปด้วยดีกว่า"
ลู่ซางหนิงตอบกลับเสียงเย็น "เอาสิ!"
จางหย่งยังคงควงแขนลู่ซางหนิงเดินตรงไปยังบ่อน้ำพลางพูดด้วยความปิติ "ขอบคุณนะที่รัก ขอบคุณที่คุณเข้าใจและสนับสนุนผม"
ลู่ซางหนิงไม่ได้ขัดขืน ปล่อยให้เขาเกาะแกะไปจนถึงริมสระ
"เอาล่ะ เล่าเรื่องของนายกับโจวนาน่ามาสิ"
จางหย่งรีบแก้ตัวเป็นพัลวัน "ที่รัก คุณก็รู้ว่าผมจริงใจกับคุณแค่ไหน ครั้งนั้นผมเมามากจนทนลูกไม้หลอกล่อของมันไม่ไหว ผมถึงได้... แต่เรื่องแบบนี้จะไม่มีทางเกิดขึ้นอีกเด็ดขาด เชื่อผมนะ!"
ลู่ซางหนิงพยักหน้าพลางแค่นยิ้มเยาะ "นายไม่คิดบ้างเหรอว่าคำแก้ตัวของนายมันดูไม่จริงใจเอาซะเลย?"