เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23: ศาสตราจารย์กิตติมศักดิ์ตลอดชีพ

บทที่ 23: ศาสตราจารย์กิตติมศักดิ์ตลอดชีพ

บทที่ 23: ศาสตราจารย์กิตติมศักดิ์ตลอดชีพ


บทที่ 23: ศาสตราจารย์กิตติมศักดิ์ตลอดชีพ

ผลลัพธ์ทำให้พวกเขาต้องผิดหวัง ใบหน้าของผู้คนในงานเต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก ความเบิกบาน และความสุข ทว่ากลับไม่มีร่องรอยของความอิจฉาริษยาหรือความโกรธเคืองเลยแม้แต่น้อย หากนี่คือการแสดง คนตระกูลลั่วทั้งบ้านก็สมควรจะเข้าวงการบันเทิงไปซะให้หมด

"การตัดสินใจนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ตอนที่เธอเกิดมาแล้ว เดิมทีพวกเราตั้งใจว่าจะมอบสิ่งนี้ให้เป็นของขวัญบรรลุนิติภาวะในงานเลี้ยงเปิดตัวของเธอ ถึงตอนนี้จะช้าไปหนึ่งปี แต่ก็อย่างที่เขาว่ากัน มาช้ายังดีกว่าไม่มา หลานสาวของฉันจากบ้านไปหลายปีและมีหน้าที่การงานเป็นของตัวเอง ซึ่งก็มีขนาดใหญ่โตพอสมควร แต่สิ่งที่ฉันอยากจะบอกเธอก็คือ เธอจะเป็นสมาชิกของตระกูลลั่วเสมอ เธอมีตระกูลลั่วคอยหนุนหลัง และเธอคู่ควรกับสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด" ขณะที่พูด คุณปู่ลั่วก็ทำท่าลูบหัวเธอด้วยความเอ็นดู

"ลำดับต่อไป หวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินกับงานเลี้ยงอย่างเต็มที่ หากขาดตกบกพร่องประการใด ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย"

ทันทีที่พวกเขาก้าวลงจากเวที สมาชิกทั้งสี่คนของตระกูลกู้ก็เดินเข้ามาหา

นายท่านผู้เฒ่ากู้ก้าวไปข้างหน้าและตบไหล่คุณปู่ลั่วอย่างสนิทสนมราวกับพี่น้อง ก่อนจะหันมองลั่วอวิ๋นเยียนด้วยรอยยิ้ม "หนานหนานน้อยของเรายิ่งโตก็ยิ่งสวยนะเนี่ย ตอนเด็กๆ หนูหน้าตาเหมือนนางฟ้าตัวน้อยเลย ปู่แซ่กู้ เมื่อก่อนหนูเคยเรียกปู่ว่าคุณปู่กู้ ส่วนนี่คือคุณลุงกู้กับคุณป้าหลินของหนูนะ"

"สวัสดีค่ะ คุณปู่กู้ สวัสดีค่ะ คุณลุงกู้ คุณป้าหลิน" ลั่วอวิ๋นเยียนกล่าวทักทายพร้อมรอยยิ้ม โดยตั้งใจเมินกู้สือหลินที่ยืนอยู่ข้างๆ อย่างเห็นได้ชัด

ใบหน้าของคุณแม่กู้เต็มไปด้วยรอยยิ้มเบิกบานขณะคว้ามือเธอมากุมไว้ "โธ่ ช่างเป็นเด็กดีอะไรอย่างนี้ น่ารักน่าเอ็นดูจริงๆ"

คุณย่าลั่วใช้นิ้วชี้จิ้มหน้าผากหลานสาวเบาๆ "แล้วลูกชายของคุณป้าหลินล่ะลูก? เขาอายุมากกว่าหนูนะ หนูควรจะเรียกเขาว่าพี่สือหลินสิจ๊ะ"

ลั่วอวิ๋นเยียนเลิกคิ้วและยิ้มรับ ยอมทำตามคำสอนแต่โดยดี "สวัสดีค่ะ พี่สือหลิน"

"สวัสดีครับ น้องอวิ๋นเยียน~" กู้สือหลินจงใจเน้นเสียงช่วงท้าย น้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยความอ่อนโยนและความรักใคร่เอ็นดู

สมาชิกตระกูลกู้ทั้งสามคนลอบสบตากันและยิ้มอย่างรู้ทัน

คุณแม่กู้ถึงกับเสนอขึ้นว่า "พวกเด็กวัยรุ่นคงมีเรื่องคุยกันมากกว่า ทำไมไม่ไปเดินเล่นด้วยกันล่ะจ๊ะ?"

คุณปู่ลั่วรู้สึกทะแม่งๆ และกำลังจะเอ่ยปากห้าม แต่นายท่านผู้เฒ่ากู้กลับพูดแทรกขึ้นมาเสียก่อน "ตาเฒ่าลั่ว พวกเราไปคุยกับตาเฒ่าซูกับคนอื่นๆ กันเถอะ วันนี้พวกตาแก่มากันครบเลยนี่"

"ไปกันเถอะ น้องอวิ๋นเยียน" กู้สือหลินก้มลงมองเด็กสาวข้างกาย

ลั่วอวิ๋นเยียนมองไปด้านข้างแล้วกระตุกยิ้มมุมปาก "เกรงว่าคงจะไม่ได้หรอกนะ พ่อคนสวย"

กู้สือหลินมองตามสายตาของเธอไป คุณชายทั้งเจ็ดแห่งตระกูลลั่วและตระกูลซูกำลังเดินตรงเข้ามาด้วยท่าทีเอาเรื่อง

บ้าชะมัด คำนวณพลาดไปหน่อย ลืมก้างขวางคอพวกนี้ไปซะสนิทเลย!

ลั่วอวิ๋นเช่อเดินมาขนาบข้างลั่วอวิ๋นเยียนพร้อมกับถือแก้วน้ำส้มมาด้วย "ป้าหวังเตรียมไว้ให้น้องน่ะ เป็นแบบเดียวกับที่น้องเคยซื้อมาแช่ตู้เย็นไว้ แกกลัวว่าน้องจะกินอย่างอื่นไม่คุ้นปาก"

"ขอบคุณค่ะ พี่ใหญ่ ฝากขอบคุณคุณป้าหวังด้วยนะคะ" ลั่วอวิ๋นเยียนรับน้ำส้มมาจิบด้วยสีหน้าพึงพอใจ

หลังจากเห็นเธอรับแก้วไปแล้ว เขาถึงค่อยหันไปมองกู้สือหลิน "นายไม่ยุ่งเหรอ อาหลิน? ทำไมวันนี้ถึงมีเวลามาได้ล่ะ?"

"นี่งานเลี้ยงต้อนรับเหยียนเหยียนกลับบ้านนะ โอกาสสำคัญแบบนี้ ฉันก็ต้องมาอยู่แล้ว" สีหน้าของกู้สือหลินยังคงเรียบเฉยขณะจิบไวน์แดงอย่างใจเย็น

ฉู่ม่อเซวียนที่พาน้องชายมาดูหน้างานถึงกับรู้สึกอับอายแทน ลูกพี่ครับ หน้าพี่จะหนาไปถึงไหนเนี่ย?!

เจ็ดหนุ่มแห่งตระกูลลั่วและตระกูลซูสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ จึงจ้องมองกู้สือหลินด้วยความระแวดระวัง

หลินพิงถิงที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ทนรอต่อไปไม่ไหวแล้ว เธอเพิ่งกลับจากไปคุยธุรกิจที่ต่างประเทศเมื่อวานนี้ เลยยังไม่ได้เห็นรูปถ่ายที่เป็นกระแสในอินเทอร์เน็ต

เธอมางานเลี้ยงต้อนรับคุณหนูใหญ่ตระกูลลั่วก็เพื่อแสดงความเคารพต่อตระกูลลั่วเป็นหลัก เพราะคนภายนอกยังไม่เคยได้ยินชื่อของคุณหนูใหญ่คนนี้มาก่อน

เธอไม่คาดคิดเลยว่าคุณหนูใหญ่ตระกูลลั่วคนนี้จะเป็นทั้งอาจารย์และผู้มีพระคุณที่เธอเฝ้ารอคอยมาตลอดสองปี

ลั่วอวิ๋นเยียน แซ่ลั่ว...!

หลินพิงถิงรีบก้าวไปข้างหน้า "ศาสตราจารย์ลั่ว ไม่ได้พบกันนานเลยนะคะ ดีใจจังเลยที่ได้พบคุณอีก!"

เจ็ดหนุ่มแห่งตระกูลลั่วและตระกูลซูที่กำลังตั้งท่าเผชิญหน้าต่างพากันอึ้งไปตามๆ กัน ลั่วอะไรนะ? ศาสตราจารย์อะไร? ศาสตราจารย์ที่ไหน? คุณเรียกใครในตระกูลลั่วว่าอะไรนะ?!

มีเพียงกู้สือหลินที่ดูเหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง เขาปรายตามองเด็กสาวที่กำลังทำหน้างง นี่เธอเป็นถึงศาสตราจารย์เลยเหรอ? แถมยังเคยสอนลูกพี่ลูกน้องที่อายุมากกว่าเขาไม่กี่เดือนอีกต่างหาก

ลั่วอวิ๋นเยียนมองคนตรงหน้าแต่นึกไม่ออก "ขอโทษนะคะ คุณคือ...?"

"ฉันหลินพิงถิงค่ะ ฉันโชคดีมากที่สอบติดและได้เรียนในคลาสของคุณหนึ่งเทอมที่สถาบันลอสต์อาร์ต แถมคุณยังเคยช่วยฉันไว้ตอนที่ฉันเจออันตรายนอกมหาวิทยาลัยด้วย" หลินพิงถิงรีบตอบ

ลั่วอวิ๋นเยียนเค้นความทรงจำและในที่สุดก็นึกออก เมื่อสองปีก่อน เธอถูกตาแก่เคราขาวจากคณะกรรมการวิชาการหลอกให้ไปสอนหนังสืออยู่เทอมหนึ่ง

ในคลาสเรียนมีเด็กสาวชาวจีนคนหนึ่งที่มักจะนั่งแถวหน้าสุดเสมอและทำคะแนนได้สูงสุดตลอด

ครั้งหนึ่งที่หน้าร้านเหล้าเล็กๆ นอกมหาวิทยาลัย เธอเห็นเด็กคนนั้นกำลังถูกปล้น จึงไปแย่งกระเป๋าคืนมาให้และซ้อมไอ้โจรนั่นจนหมอบ

"อ้อ คุณนี่เอง ไม่คิดเลยว่าจะได้เจอกันอีก" ลั่วอวิ๋นเยียนส่งยิ้มให้เธอ

หลินพิงถิงยิ่งดีใจเข้าไปใหญ่ "ฉันเรียนจบเมื่อปีที่แล้วค่ะ ตอนนี้กำลังเข้ามาดูแลบริษัทของครอบครัว"

"เดี๋ยวๆๆ ศาสตราจารย์อะไรนะ? อวิ๋นเยียน ทำไมน้องไม่เห็นเคยบอกพวกเราเลยล่ะ?" ลั่วอวิ๋นซีพูดแทรกขึ้นมาด้วยสีหน้างุนงง

หลินพิงถิงไม่คาดคิดมาก่อนว่าคนตระกูลลั่วจะไม่รู้เรื่องนี้ เธอมองลั่วอวิ๋นเยียนเป็นเชิงถาม เมื่อเห็นอีกฝ่ายพยักหน้า เธอจึงอธิบายต่อ

"ศาสตราจารย์ลั่วใช้เวลาสามปีคว้าใบปริญญาเอกจาสถาบันลอสต์อาร์ตได้ตั้งแต่อายุ 16 ปีค่ะ แถมยังได้เป็นหนึ่งในสองศาสตราจารย์กิตติมศักดิ์ตลอดชีพของสถาบันลอสต์อาร์ตด้วย ถ้าไม่เชื่อลองเข้าไปดูในเว็บไซต์หลักก็ได้นะคะ ถึงจะไม่มีรูปถ่าย แต่ก็มีระบุชื่อกับอายุไว้ชัดเจน"

ลั่วอวิ๋นเยียนไหวไหล่ "ก็... ตามนั้นแหละค่ะ ที่ไม่ได้บอกก่อนหน้านี้เพราะคิดว่าไม่จำเป็นเท่าไหร่ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรนี่นา"

บรรดาพี่ชายต่างพากันอ้าปากค้าง น้องจะใจเย็นกับเรื่องนี้เกินไปหน่อยไหม??!

เมื่อตั้งสติได้ พวกเขาก็พากันเอ่ยชมเปาะ "หนานหนานของพวกเราเก่งที่สุดเลย!"

แขกคนอื่นๆ ในงานที่ดูเหมือนกำลังจับกลุ่มคุยกัน แท้จริงแล้วต่างก็คอยเงี่ยหูฟังความเคลื่อนไหวของพวกเขาอยู่ เมื่อได้ยินบทสนทนานี้ ทุกคนก็ถึงกับตกตะลึงไปตามๆ กัน

บางคนถึงกับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูเว็บไซต์หลักของสถาบันลอสต์ และในหมวดหมู่ศาสตราจารย์กิตติมศักดิ์ตลอดชีพ พวกเขาก็เห็นชื่อ 'ลั่วอวิ๋นเยียน อายุ 19 ปี' ระบุไว้จริงๆ

คุณหนูหลินเป็นเพียงคนเดียวในแวดวงไฮโซของเมืองหลวงที่สอบเข้าสถาบันลอสต์อาร์ตได้ หลังเรียนจบ เธอก็ต่อยอดขยายบริษัทของตระกูลหลินจนเติบโตขึ้นอย่างมาก ซึ่งเป็นเรื่องที่ใครๆ ต่างก็พูดถึง อ้อ จริงๆ ก็มีคุณชายกู้อีกคน แต่เขาไม่ได้ไปเรียน

แต่ตอนนี้คุณกำลังจะบอกว่าเด็กคนนี้จบปริญญาเอกตอนอายุ 16 แถมยังเป็นศาสตราจารย์กิตติมศักดิ์ตลอดชีพเนี่ยนะ? นั่นมันสถาบันลอสต์อาร์ตเลยนะ! มหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของโลกเชียวนะ! จะถ่อมตัวขิงกันเกินไปแล้วมั้ง? นี่มันไม่ใช่เรื่องใหญ่ตรงไหนกันฟะ?!

แล้วพวกนายที่เป็นพี่ชายน่ะ ไม่ตกใจกันเลยหรือไง? เอาแต่อวยกันหน้ามืดตามัวเนี่ยนะ?! พวกคลั่งรักน้องสาวนี่มันน่ากลัวจริงๆ!

เมื่อข่าวนี้ลอยไปเข้าหูพวกผู้หลักผู้ใหญ่ พวกเขาก็ชะงักอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะดึงสติกลับมาได้ แววตาของพวกเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจและปีติยินดี

ในตอนนั้นเอง พ่อบ้านจางก็เดินเข้ามาหาคุณปู่ลั่วและกระซิบอะไรบางอย่างที่ข้างหู

สีหน้าของเขาพลันเปลี่ยนเป็นแปลกประหลาด เมื่อเห็นท่าไม่ดี บรรดาเพื่อนเก่าจึงเตรียมจะเอ่ยปากถาม แต่ก็เห็นเขาลุกขึ้นยืนเสียก่อน "พวกนายคุยกันไปก่อนนะ ฉันมีธุระต้องไปจัดการ ขอตัวสักครู่"

ไม่มีใครเซ้าซี้ถามอะไรให้มากความ นายท่านผู้เฒ่ากู้กล่าวเพียงว่า "ถ้าจัดการไม่ได้ก็บอกฉันคำเดียวนะ"

คุณปู่ลั่วโบกมือปัดก่อนจะเดินตรงไปยังประตู

ในเวลาเดียวกันนั้น ชายวัยกลางคนคนหนึ่งก็เดินประคองชายชราวัยเจ็ดสิบกว่าปีเข้ามาพอดี

จบบทที่ บทที่ 23: ศาสตราจารย์กิตติมศักดิ์ตลอดชีพ

คัดลอกลิงก์แล้ว