- หน้าแรก
- ไหนว่าถือพรหมจรรย์ แล้วเจ้าก้อนแป้งในอ้อมกอดนี่คือใคร
- บทที่ 23: ศาสตราจารย์กิตติมศักดิ์ตลอดชีพ
บทที่ 23: ศาสตราจารย์กิตติมศักดิ์ตลอดชีพ
บทที่ 23: ศาสตราจารย์กิตติมศักดิ์ตลอดชีพ
บทที่ 23: ศาสตราจารย์กิตติมศักดิ์ตลอดชีพ
ผลลัพธ์ทำให้พวกเขาต้องผิดหวัง ใบหน้าของผู้คนในงานเต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก ความเบิกบาน และความสุข ทว่ากลับไม่มีร่องรอยของความอิจฉาริษยาหรือความโกรธเคืองเลยแม้แต่น้อย หากนี่คือการแสดง คนตระกูลลั่วทั้งบ้านก็สมควรจะเข้าวงการบันเทิงไปซะให้หมด
"การตัดสินใจนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ตอนที่เธอเกิดมาแล้ว เดิมทีพวกเราตั้งใจว่าจะมอบสิ่งนี้ให้เป็นของขวัญบรรลุนิติภาวะในงานเลี้ยงเปิดตัวของเธอ ถึงตอนนี้จะช้าไปหนึ่งปี แต่ก็อย่างที่เขาว่ากัน มาช้ายังดีกว่าไม่มา หลานสาวของฉันจากบ้านไปหลายปีและมีหน้าที่การงานเป็นของตัวเอง ซึ่งก็มีขนาดใหญ่โตพอสมควร แต่สิ่งที่ฉันอยากจะบอกเธอก็คือ เธอจะเป็นสมาชิกของตระกูลลั่วเสมอ เธอมีตระกูลลั่วคอยหนุนหลัง และเธอคู่ควรกับสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด" ขณะที่พูด คุณปู่ลั่วก็ทำท่าลูบหัวเธอด้วยความเอ็นดู
"ลำดับต่อไป หวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินกับงานเลี้ยงอย่างเต็มที่ หากขาดตกบกพร่องประการใด ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย"
ทันทีที่พวกเขาก้าวลงจากเวที สมาชิกทั้งสี่คนของตระกูลกู้ก็เดินเข้ามาหา
นายท่านผู้เฒ่ากู้ก้าวไปข้างหน้าและตบไหล่คุณปู่ลั่วอย่างสนิทสนมราวกับพี่น้อง ก่อนจะหันมองลั่วอวิ๋นเยียนด้วยรอยยิ้ม "หนานหนานน้อยของเรายิ่งโตก็ยิ่งสวยนะเนี่ย ตอนเด็กๆ หนูหน้าตาเหมือนนางฟ้าตัวน้อยเลย ปู่แซ่กู้ เมื่อก่อนหนูเคยเรียกปู่ว่าคุณปู่กู้ ส่วนนี่คือคุณลุงกู้กับคุณป้าหลินของหนูนะ"
"สวัสดีค่ะ คุณปู่กู้ สวัสดีค่ะ คุณลุงกู้ คุณป้าหลิน" ลั่วอวิ๋นเยียนกล่าวทักทายพร้อมรอยยิ้ม โดยตั้งใจเมินกู้สือหลินที่ยืนอยู่ข้างๆ อย่างเห็นได้ชัด
ใบหน้าของคุณแม่กู้เต็มไปด้วยรอยยิ้มเบิกบานขณะคว้ามือเธอมากุมไว้ "โธ่ ช่างเป็นเด็กดีอะไรอย่างนี้ น่ารักน่าเอ็นดูจริงๆ"
คุณย่าลั่วใช้นิ้วชี้จิ้มหน้าผากหลานสาวเบาๆ "แล้วลูกชายของคุณป้าหลินล่ะลูก? เขาอายุมากกว่าหนูนะ หนูควรจะเรียกเขาว่าพี่สือหลินสิจ๊ะ"
ลั่วอวิ๋นเยียนเลิกคิ้วและยิ้มรับ ยอมทำตามคำสอนแต่โดยดี "สวัสดีค่ะ พี่สือหลิน"
"สวัสดีครับ น้องอวิ๋นเยียน~" กู้สือหลินจงใจเน้นเสียงช่วงท้าย น้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยความอ่อนโยนและความรักใคร่เอ็นดู
สมาชิกตระกูลกู้ทั้งสามคนลอบสบตากันและยิ้มอย่างรู้ทัน
คุณแม่กู้ถึงกับเสนอขึ้นว่า "พวกเด็กวัยรุ่นคงมีเรื่องคุยกันมากกว่า ทำไมไม่ไปเดินเล่นด้วยกันล่ะจ๊ะ?"
คุณปู่ลั่วรู้สึกทะแม่งๆ และกำลังจะเอ่ยปากห้าม แต่นายท่านผู้เฒ่ากู้กลับพูดแทรกขึ้นมาเสียก่อน "ตาเฒ่าลั่ว พวกเราไปคุยกับตาเฒ่าซูกับคนอื่นๆ กันเถอะ วันนี้พวกตาแก่มากันครบเลยนี่"
"ไปกันเถอะ น้องอวิ๋นเยียน" กู้สือหลินก้มลงมองเด็กสาวข้างกาย
ลั่วอวิ๋นเยียนมองไปด้านข้างแล้วกระตุกยิ้มมุมปาก "เกรงว่าคงจะไม่ได้หรอกนะ พ่อคนสวย"
กู้สือหลินมองตามสายตาของเธอไป คุณชายทั้งเจ็ดแห่งตระกูลลั่วและตระกูลซูกำลังเดินตรงเข้ามาด้วยท่าทีเอาเรื่อง
บ้าชะมัด คำนวณพลาดไปหน่อย ลืมก้างขวางคอพวกนี้ไปซะสนิทเลย!
ลั่วอวิ๋นเช่อเดินมาขนาบข้างลั่วอวิ๋นเยียนพร้อมกับถือแก้วน้ำส้มมาด้วย "ป้าหวังเตรียมไว้ให้น้องน่ะ เป็นแบบเดียวกับที่น้องเคยซื้อมาแช่ตู้เย็นไว้ แกกลัวว่าน้องจะกินอย่างอื่นไม่คุ้นปาก"
"ขอบคุณค่ะ พี่ใหญ่ ฝากขอบคุณคุณป้าหวังด้วยนะคะ" ลั่วอวิ๋นเยียนรับน้ำส้มมาจิบด้วยสีหน้าพึงพอใจ
หลังจากเห็นเธอรับแก้วไปแล้ว เขาถึงค่อยหันไปมองกู้สือหลิน "นายไม่ยุ่งเหรอ อาหลิน? ทำไมวันนี้ถึงมีเวลามาได้ล่ะ?"
"นี่งานเลี้ยงต้อนรับเหยียนเหยียนกลับบ้านนะ โอกาสสำคัญแบบนี้ ฉันก็ต้องมาอยู่แล้ว" สีหน้าของกู้สือหลินยังคงเรียบเฉยขณะจิบไวน์แดงอย่างใจเย็น
ฉู่ม่อเซวียนที่พาน้องชายมาดูหน้างานถึงกับรู้สึกอับอายแทน ลูกพี่ครับ หน้าพี่จะหนาไปถึงไหนเนี่ย?!
เจ็ดหนุ่มแห่งตระกูลลั่วและตระกูลซูสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ จึงจ้องมองกู้สือหลินด้วยความระแวดระวัง
หลินพิงถิงที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ทนรอต่อไปไม่ไหวแล้ว เธอเพิ่งกลับจากไปคุยธุรกิจที่ต่างประเทศเมื่อวานนี้ เลยยังไม่ได้เห็นรูปถ่ายที่เป็นกระแสในอินเทอร์เน็ต
เธอมางานเลี้ยงต้อนรับคุณหนูใหญ่ตระกูลลั่วก็เพื่อแสดงความเคารพต่อตระกูลลั่วเป็นหลัก เพราะคนภายนอกยังไม่เคยได้ยินชื่อของคุณหนูใหญ่คนนี้มาก่อน
เธอไม่คาดคิดเลยว่าคุณหนูใหญ่ตระกูลลั่วคนนี้จะเป็นทั้งอาจารย์และผู้มีพระคุณที่เธอเฝ้ารอคอยมาตลอดสองปี
ลั่วอวิ๋นเยียน แซ่ลั่ว...!
หลินพิงถิงรีบก้าวไปข้างหน้า "ศาสตราจารย์ลั่ว ไม่ได้พบกันนานเลยนะคะ ดีใจจังเลยที่ได้พบคุณอีก!"
เจ็ดหนุ่มแห่งตระกูลลั่วและตระกูลซูที่กำลังตั้งท่าเผชิญหน้าต่างพากันอึ้งไปตามๆ กัน ลั่วอะไรนะ? ศาสตราจารย์อะไร? ศาสตราจารย์ที่ไหน? คุณเรียกใครในตระกูลลั่วว่าอะไรนะ?!
มีเพียงกู้สือหลินที่ดูเหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง เขาปรายตามองเด็กสาวที่กำลังทำหน้างง นี่เธอเป็นถึงศาสตราจารย์เลยเหรอ? แถมยังเคยสอนลูกพี่ลูกน้องที่อายุมากกว่าเขาไม่กี่เดือนอีกต่างหาก
ลั่วอวิ๋นเยียนมองคนตรงหน้าแต่นึกไม่ออก "ขอโทษนะคะ คุณคือ...?"
"ฉันหลินพิงถิงค่ะ ฉันโชคดีมากที่สอบติดและได้เรียนในคลาสของคุณหนึ่งเทอมที่สถาบันลอสต์อาร์ต แถมคุณยังเคยช่วยฉันไว้ตอนที่ฉันเจออันตรายนอกมหาวิทยาลัยด้วย" หลินพิงถิงรีบตอบ
ลั่วอวิ๋นเยียนเค้นความทรงจำและในที่สุดก็นึกออก เมื่อสองปีก่อน เธอถูกตาแก่เคราขาวจากคณะกรรมการวิชาการหลอกให้ไปสอนหนังสืออยู่เทอมหนึ่ง
ในคลาสเรียนมีเด็กสาวชาวจีนคนหนึ่งที่มักจะนั่งแถวหน้าสุดเสมอและทำคะแนนได้สูงสุดตลอด
ครั้งหนึ่งที่หน้าร้านเหล้าเล็กๆ นอกมหาวิทยาลัย เธอเห็นเด็กคนนั้นกำลังถูกปล้น จึงไปแย่งกระเป๋าคืนมาให้และซ้อมไอ้โจรนั่นจนหมอบ
"อ้อ คุณนี่เอง ไม่คิดเลยว่าจะได้เจอกันอีก" ลั่วอวิ๋นเยียนส่งยิ้มให้เธอ
หลินพิงถิงยิ่งดีใจเข้าไปใหญ่ "ฉันเรียนจบเมื่อปีที่แล้วค่ะ ตอนนี้กำลังเข้ามาดูแลบริษัทของครอบครัว"
"เดี๋ยวๆๆ ศาสตราจารย์อะไรนะ? อวิ๋นเยียน ทำไมน้องไม่เห็นเคยบอกพวกเราเลยล่ะ?" ลั่วอวิ๋นซีพูดแทรกขึ้นมาด้วยสีหน้างุนงง
หลินพิงถิงไม่คาดคิดมาก่อนว่าคนตระกูลลั่วจะไม่รู้เรื่องนี้ เธอมองลั่วอวิ๋นเยียนเป็นเชิงถาม เมื่อเห็นอีกฝ่ายพยักหน้า เธอจึงอธิบายต่อ
"ศาสตราจารย์ลั่วใช้เวลาสามปีคว้าใบปริญญาเอกจาสถาบันลอสต์อาร์ตได้ตั้งแต่อายุ 16 ปีค่ะ แถมยังได้เป็นหนึ่งในสองศาสตราจารย์กิตติมศักดิ์ตลอดชีพของสถาบันลอสต์อาร์ตด้วย ถ้าไม่เชื่อลองเข้าไปดูในเว็บไซต์หลักก็ได้นะคะ ถึงจะไม่มีรูปถ่าย แต่ก็มีระบุชื่อกับอายุไว้ชัดเจน"
ลั่วอวิ๋นเยียนไหวไหล่ "ก็... ตามนั้นแหละค่ะ ที่ไม่ได้บอกก่อนหน้านี้เพราะคิดว่าไม่จำเป็นเท่าไหร่ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรนี่นา"
บรรดาพี่ชายต่างพากันอ้าปากค้าง น้องจะใจเย็นกับเรื่องนี้เกินไปหน่อยไหม??!
เมื่อตั้งสติได้ พวกเขาก็พากันเอ่ยชมเปาะ "หนานหนานของพวกเราเก่งที่สุดเลย!"
แขกคนอื่นๆ ในงานที่ดูเหมือนกำลังจับกลุ่มคุยกัน แท้จริงแล้วต่างก็คอยเงี่ยหูฟังความเคลื่อนไหวของพวกเขาอยู่ เมื่อได้ยินบทสนทนานี้ ทุกคนก็ถึงกับตกตะลึงไปตามๆ กัน
บางคนถึงกับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูเว็บไซต์หลักของสถาบันลอสต์ และในหมวดหมู่ศาสตราจารย์กิตติมศักดิ์ตลอดชีพ พวกเขาก็เห็นชื่อ 'ลั่วอวิ๋นเยียน อายุ 19 ปี' ระบุไว้จริงๆ
คุณหนูหลินเป็นเพียงคนเดียวในแวดวงไฮโซของเมืองหลวงที่สอบเข้าสถาบันลอสต์อาร์ตได้ หลังเรียนจบ เธอก็ต่อยอดขยายบริษัทของตระกูลหลินจนเติบโตขึ้นอย่างมาก ซึ่งเป็นเรื่องที่ใครๆ ต่างก็พูดถึง อ้อ จริงๆ ก็มีคุณชายกู้อีกคน แต่เขาไม่ได้ไปเรียน
แต่ตอนนี้คุณกำลังจะบอกว่าเด็กคนนี้จบปริญญาเอกตอนอายุ 16 แถมยังเป็นศาสตราจารย์กิตติมศักดิ์ตลอดชีพเนี่ยนะ? นั่นมันสถาบันลอสต์อาร์ตเลยนะ! มหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของโลกเชียวนะ! จะถ่อมตัวขิงกันเกินไปแล้วมั้ง? นี่มันไม่ใช่เรื่องใหญ่ตรงไหนกันฟะ?!
แล้วพวกนายที่เป็นพี่ชายน่ะ ไม่ตกใจกันเลยหรือไง? เอาแต่อวยกันหน้ามืดตามัวเนี่ยนะ?! พวกคลั่งรักน้องสาวนี่มันน่ากลัวจริงๆ!
เมื่อข่าวนี้ลอยไปเข้าหูพวกผู้หลักผู้ใหญ่ พวกเขาก็ชะงักอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะดึงสติกลับมาได้ แววตาของพวกเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจและปีติยินดี
ในตอนนั้นเอง พ่อบ้านจางก็เดินเข้ามาหาคุณปู่ลั่วและกระซิบอะไรบางอย่างที่ข้างหู
สีหน้าของเขาพลันเปลี่ยนเป็นแปลกประหลาด เมื่อเห็นท่าไม่ดี บรรดาเพื่อนเก่าจึงเตรียมจะเอ่ยปากถาม แต่ก็เห็นเขาลุกขึ้นยืนเสียก่อน "พวกนายคุยกันไปก่อนนะ ฉันมีธุระต้องไปจัดการ ขอตัวสักครู่"
ไม่มีใครเซ้าซี้ถามอะไรให้มากความ นายท่านผู้เฒ่ากู้กล่าวเพียงว่า "ถ้าจัดการไม่ได้ก็บอกฉันคำเดียวนะ"
คุณปู่ลั่วโบกมือปัดก่อนจะเดินตรงไปยังประตู
ในเวลาเดียวกันนั้น ชายวัยกลางคนคนหนึ่งก็เดินประคองชายชราวัยเจ็ดสิบกว่าปีเข้ามาพอดี