- หน้าแรก
- เหล่าเสนาบดีต่างอ้อนวอนให้ข้าขึ้นนั่งบัลลังก์
- ตอนที่ 477 สุนัขกัดกัน
ตอนที่ 477 สุนัขกัดกัน
ตอนที่ 477 สุนัขกัดกัน
ตอนที่ 477 สุนัขกัดกัน
ช่วงนี้ บรรยากาศในราชสำนักตึงเครียดสุดๆ พรรคพวกขององค์รัชทายาทและพรรคพวกของอ๋องไต้กำลังปะทะกันอย่างดุเดือด ไม่ใช่แกกัดข้า ข้าก็กัดแก กัดกันอย่างไม่ปรานี ทั้งสองฝ่ายต่างก็สูญเสียคนของตัวเองไป
บรรดาขุนนางที่วางตัวเป็นกลาง หรือสนับสนุนองค์ชายสี่และองค์ชายองค์อื่นๆ ต่างก็เฝ้าดูการต่อสู้ระหว่างพรรคพวกขององค์รัชทายาทและอ๋องไต้ราวกับกำลังดูละครลิง
สมาชิกพรรคพวกขององค์รัชทายาทและอ๋องไต้ไม่กล้าทำอะไรให้เป็นเรื่องใหญ่โตนัก หากพวกเขาทำเกินไป ฮ่องเต้ก็จะไม่ปล่อยพวกเขาไว้แน่
ต้องขอบคุณพรรคพวกขององค์รัชทายาทและอ๋องไต้ ช่วงนี้ฮ่องเต้ทรงเพลิดเพลินกับละครฉากนี้มากและทรงพระสำราญเป็นอย่างยิ่ง แน่นอนว่าสิ่งที่ทำให้ฮ่องเต้เบิกบานพระทัยที่สุดก็คือการที่พระองค์สามารถแทรกซึมบัณฑิตจากตระกูลยากจนให้เข้าไปรับตำแหน่งขุนนางที่ว่างลงได้
ขณะที่พรรคพวกขององค์รัชทายาทและอ๋องไต้กัดกัน ขุนนางหลายคนก็ถูกลดตำแหน่ง ถูกส่งไปประจำการในพื้นที่ห่างไกล ถูกจำคุก หรือร้ายแรงกว่านั้นก็คือถูกเนรเทศไปหลิ่งหนาน ทำให้เกิดตำแหน่งว่างมากมายในราชสำนัก
ไม่ว่าพวกเขาจะสังกัดพรรคองค์รัชทายาทหรือพรรคอ๋องไต้ ขุนนางทุกคนล้วนมาจากตระกูลขุนนางหรือตระกูลข้าราชการ ไม่มีใครมาจากตระกูลยากจนเลย ตำแหน่งที่ว่างลงบางตำแหน่งก็เป็นตำแหน่งสำคัญจริงๆ
เมื่อฮ่องเต้ทรงแต่งตั้งขุนนางจากตระกูลยากจนให้เข้ามารับตำแหน่งเหล่านี้ ขุนนางหลายคนย่อมมองออกถึงเจตนาของพระองค์ ต่อให้สังเกตเห็น พวกเขาก็หยุดยั้งมันไม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้น ความสูญเสียครั้งนี้มาจากคนขององค์รัชทายาทและอ๋องไต้ ไม่ใช่คนของพวกเขา พวกเขาจึงไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องออกหน้า
ขุนนางหลายคนคาดเดาว่าการห้ำหั่นกันระหว่างพรรคองค์รัชทายาทและพรรคอ๋องไต้นั้น เป็นแผนการของฮ่องเต้ เพื่อจะได้เปิดทางให้ขุนนางจากตระกูลยากจนได้ก้าวขึ้นมา
แผนของฮ่องเต้ล้ำลึกจริงๆ ไม่เพียงแต่จะปราบปรามอิทธิพลของพรรคองค์รัชทายาทและพรรคอ๋องไต้ได้อย่างชอบธรรม แต่ยังช่วยสนับสนุนขุนนางจากตระกูลยากจนให้ก้าวหน้าขึ้นได้อย่างแนบเนียนด้วย
ตอนนี้ในราชสำนัก ขุนนางจากตระกูลยากจนมีจำนวนเพิ่มขึ้น แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งสำคัญ จะมีก็แต่คนที่มีความสามารถโดดเด่นจริงๆ เท่านั้นที่ได้รับมอบหมายตำแหน่งสำคัญ ขุนนางทุกคนต่างมองออกถึงเจตนาของฮ่องเต้ แต่พวกเขาก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร พูดให้ถูกคือ พวกเขาค่อนข้างดูถูกด้วยซ้ำ เพราะพวกเขามองว่าสิ่งที่ฮ่องเต้ทำนั้นเปล่าประโยชน์
ตั้งแต่สมัยโบราณ ขุนนางในราชสำนักหรือในหน่วยงานท้องถิ่นล้วนมาจากตระกูลขุนนางหรือตระกูลข้าราชการ มีน้อยคนนักที่มาจากตระกูลยากจน ยิ่งไปกว่านั้น ฮ่องเต้ทุกราชวงศ์ก็ปรารถนาที่จะให้คนตระกูลยากจนมาแทนที่ตระกูลขุนนาง แต่ผลลัพธ์คืออะไร? ล้มเหลวกันหมด
การใช้บัณฑิตจากตระกูลยากจนไปต่อกรกับคนจากตระกูลขุนนาง ก็ไม่ต่างอะไรกับการเอาไข่ไปกระทบหิน
บรรดาขุนนางต่างเยาะเย้ยฮ่องเต้ในใจ และกำลังรอคอยความล้มเหลวของพระองค์อยู่
พรรคองค์รัชทายาทและพรรคอ๋องไต้สูญเสียขุนนางไปบางส่วน แต่มันก็ไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่สำหรับพวกเขา เพราะผู้ที่กุมตำแหน่งสำคัญและมีอำนาจที่แท้จริงไม่ได้ถูกผลกระทบ ยิ่งไปกว่านั้น ฮ่องเต้ก็ไม่กล้าลงมือกับพวกเขาง่ายๆ หรอก
เมื่อบัณฑิตจากสำนักศึกษาหลวงทราบข่าวว่าขุนนางจากตระกูลยากจนบางคนได้รับตำแหน่งสำคัญ พวกเขาก็เต็มไปด้วยความหวังและความกระตือรือร้น
ในห้องทรงพระอักษรตำหนักเฉิงกวง ฮ่องเต้ประทับพาดพระบาทบนโต๊ะทรงงาน ทรงแกว่งพระบาทไปมาอย่างอารมณ์ดี พระพักตร์เปื้อนยิ้ม พลางฮัมเพลงที่เพิ่งฮิตในเมืองหลวงอย่างมีความสุข
เมื่ออัครเสนาบดีเหอและราชครูหลิวเห็นความเบิกบานของฮ่องเต้ แววตาของพวกเขาก็เต็มไปด้วยความเหนื่อยหน่าย
"ฝ่าบาทพะยะค่ะ พระองค์ไม่ทรงดีพระทัยเร็วไปหน่อยหรือพะยะค่ะ?" อัครเสนาบดีเหออดไม่ได้ที่จะพูดขัดจังหวะเมื่อเห็นอารมณ์ดีๆ ของฮ่องเต้
ราชครูหลิวพูดเสริมว่า "คราวนี้เป็นคนขององค์รัชทายาทและอ๋องไต้ที่กัดกันเอง ไม่ใช่แผนของพระองค์สักหน่อย พระองค์ทรงดีพระทัยเรื่องอะไรหรือพะยะค่ะ?"
ขณะเคี้ยวแอปเปิ้ล ฮ่องเต้ตรัสว่า "ทำไมข้าถึงจะไม่ดีใจล่ะ คราวนี้การที่พวกเขากัดกันเองทำให้ข้าสามารถดันขุนนางจากตระกูลยากจนให้เลื่อนขั้นได้อย่างราบรื่นไงล่ะ"
อัครเสนาบดีเหอยังคงสาดน้ำเย็นใส่ต่อไป "ฝ่าบาทพะยะค่ะ ขุนนางที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้ส่วนใหญ่เป็นแค่ปลาซิวปลาสร้อยนะพะยะค่ะ"
"ปลาซิวปลาสร้อยก็ดีแล้ว" ฮ่องเต้เคี้ยวแอปเปิ้ลต่อ "ปลาซิวปลาสร้อยก็โตเป็นปลาใหญ่เนื้อแน่นได้ในอนาคตนะ"
เมื่อเห็นท่าทีพอใจของฮ่องเต้ ราชครูหลิวก็รู้สึกรำคาญใจยิ่งนัก
"ฝ่าบาทพะยะค่ะ ปลาซิวปลาสร้อยพวกนี้อาจจะไม่โตเป็นปลาใหญ่เนื้อแน่นก็ได้นะพะยะค่ะ"
เขากล่าวต่อว่า "หรือก่อนที่พวกเขาจะโตเป็นปลาใหญ่เนื้อแน่น พวกเขาก็อาจจะโดนตระกูลขุนนางดึงตัวไปก่อนก็ได้นะพะยะค่ะ เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยๆ"
อัครเสนาบดีเหอเสริมประเด็นของราชครูหลิว "การจะเอาคนตระกูลยากจนมาแทนที่ตระกูลขุนนางนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะพะยะค่ะ ราชวงศ์ที่แล้วก็เคยลองทำแต่ก็ล้มเหลวพะยะค่ะ"
ราชครูหลิวเสริมอีกว่า "อดีตฮ่องเต้ก่อตั้งสำนักศึกษาหลวง โดยใช้วิธีแต่งตั้งบัณฑิตจากสำนักศึกษาให้รับตำแหน่งขุนนาง มันเป็นความคิดที่ดีพะยะค่ะ แต่พูดกันตามตรง มันยากที่จะโค่นล้มตระกูลขุนนางได้พะยะค่ะ"
อัครเสนาบดีเหอถอนหายใจยาวและกล่าวว่า "เฮ้อ สุดท้ายแล้ว มันก็ไม่ใช่กลยุทธ์ที่ดีพะยะค่ะ"
"งั้นพวกท่านก็คิดกลยุทธ์ที่ดีๆ มาให้ข้าสิ" ฮ่องเต้ถลึงตาใส่อัครเสนาบดีเหอและคนอื่นๆ ตรัสอย่างหงุดหงิดว่า "ถ้าพวกท่านคิดกลยุทธ์ดีๆ ออกมาได้ ข้าจะยอมกราบพวกท่านเลย"