เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 431 เจิ้นกั๋วกงช่างใจกล้าบ้าบิ่นจริงๆ

ตอนที่ 431 เจิ้นกั๋วกงช่างใจกล้าบ้าบิ่นจริงๆ

ตอนที่ 431 เจิ้นกั๋วกงช่างใจกล้าบ้าบิ่นจริงๆ


ตอนที่ 431 เจิ้นกั๋วกงช่างใจกล้าบ้าบิ่นจริงๆ

งานเฉลิมพระชนมพรรษาในปีนี้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่และหรูหรากว่าทุกปี เนื่องจากมีคณะทูตจากต่างแดนเดินทางมาร่วมถวายพระพร

นี่นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่สถาปนาราชวงศ์ต้าโจวที่มีคณะทูตต่างชาติมาเยือนอย่างเป็นทางการ ราชสำนักและบรรดาขุนนางต่างให้ความสำคัญอย่างยิ่งยวด ทว่าตัวฮ่องเต้ผู้เป็นเจ้าของวันเกิดกลับดูไม่ค่อยใส่ใจนัก

ช่วงหลายวันมานี้ ขุนนางต่างถกเถียงกันว่า ฮ่องเต้สมควรเสด็จไปประกอบพิธีสักการะที่ศาลเจ้าขงจื๊อในวันเฉลิมพระชนมพรรษาหรือไม่

คณะทูตต่างชาติชื่นชมวัฒนธรรมจงหยวนและเคารพสองมหาปราชญ์อย่างขงจื๊อและเมิ่งจื่อเป็นอย่างมาก ก่อนหน้านี้องค์รัชทายาทแห่งอูซุนถึงขั้นเอ่ยปากขอให้ต้าโจวไปตั้งสำนักศึกษาที่นั่น เมื่อคณะทูตจากอันหนานและประเทศอื่นๆ ทราบเรื่องก็เห็นด้วยและหวังให้ต้าโจวไปตั้งสำนักศึกษาในประเทศของตนเช่นกัน

บรรดาขุนนางเห็นทูตต่างชาติศรัทธาในวัฒนธรรมของตนก็รู้สึกภาคภูมิใจ ขุนนางบางส่วนจึงเสนอให้ฮ่องเต้นำคณะทูตไปสักการะสองมหาปราชญ์พร้อมกัน คณะทูตต่างชาติเองก็ตั้งตารอที่จะได้กราบไหว้ขงจื๊อกับเมิ่งจื่อ หากได้ร่วมพิธีกับฮ่องเต้ย่อมถือเป็นเกียรติยศสูงสุด

ทว่าไม่มีธรรมเนียมใดระบุว่าฮ่องเต้ต้องสักการะขงจื๊อและเมิ่งจื่อในวันเฉลิมพระชนมพรรษา และการสักการะสองมหาปราชญ์ก็ไม่ใช่พิธีที่ต้องทำทุกปี

เมื่อครั้งก่อตั้งราชวงศ์ต้าโจว ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันเคยสักการะขงจื๊อและเมิ่งจื่อร่วมกับอดีตฮ่องเต้ และเมื่อพระองค์ขึ้นครองราชย์ก็เสด็จไปสักการะอีกครั้ง หลังจากนั้นพระองค์ก็ไม่เคยเสด็จไปอีกเลย แม้ขุนนางจะคอยเตือนให้เสด็จไปในวันคล้ายวันเกิดของขงจื๊อและเมิ่งจื่อทุกปี แต่พระองค์ก็ทรงรำคาญความยุ่งยาก จึงมักมอบหมายให้องค์รัชทายาทนำขุนนางและบัณฑิตสำนักศึกษาหลวงไปแทนเสมอ

ณ ห้องทรงพระอักษร ฮ่องเต้นำพระบาทพาดบนโต๊ะทรงงาน พระหัตถ์รองท้ายทอยด้วยท่าทีผ่อนคลาย

"ให้รัชทายาทไปทำพิธีแทนก็แล้วกัน"

อัครเสนาบดีเหอและราชครูหลิวไม่ได้แปลกใจกับรับสั่งนี้

"ฝ่าบาท ในวันเฉลิมพระชนมพรรษา หากให้องค์รัชทายาทไปเป็นผู้นำพิธีคงไม่เหมาะสมนะพะยะค่ะ" อัครเสนาบดีเหอกราบทูล

ราชครูหลิวเสริม "ฝ่าบาทไม่ได้เสด็จไปสักการะขงจื๊อและเมิ่งจื่อมาหลายปีแล้วนะพะยะค่ะ"

"ข้าไม่เคยไป แต่รัชทายาทก็ไปทุกปีไม่ใช่รึ" ฮ่องเต้เบ้ปาก "ข้าเกลียดเรื่องยุ่งยากพวกนี้"

"ปีนี้มีทูตต่างชาติมาร่วมพิธี ฝ่าบาทเสด็จไปเป็นองค์ประธานเองย่อมดีกว่าพะยะค่ะ"

ฮ่องเต้ตรัสอย่างรำคาญพระทัย "วุ่นวายเสียจริง" แท้จริงแล้วฮ่องเต้ทรงโปรดปรานสำนักฝ่าเจียมากกว่าคำสอนของขงจื๊อและเมิ่งจื่อ "ใครเสนอให้ข้านำทูตต่างชาติไปสักการะขงจื๊อกับเมิ่งจื่อ? พวกเขาไม่รู้รึว่าข้ายุ่ง?"

"โหวเซวียนผิงเป็นผู้เสนอพะยะค่ะ คณะทูตก็ตั้งตารอที่จะได้สักการะสองมหาปราชญ์ร่วมกับพระองค์" อัครเสนาบดีเหอพยายามเกลี้ยกล่อม "ฝ่าบาท ถึงจะไม่โปรด แต่ปีนี้เสด็จไปสักครั้งเถิดพะยะค่ะ"

"ฝ่าบาท อย่างน้อยก็ไปสร้างภาพสักหน่อยเถิดพะยะค่ะ" ราชครูหลิวทูลอย่างตรงไปตรงมา

ฮ่องเต้แกว่งพระบาทไปมา "ข้าขี้เกียจเสแสร้ง อีกอย่าง ในวันเกิดของข้า ข้าก็ควรไหว้ฟ้าดินและบรรพบุรุษสิ จะไปไหว้ขงจื๊อกับเมิ่งจื่อทำไม พวกเขาไม่ได้เป็นคนให้กำเนิดข้าเสียหน่อย"

"การสักการะขงจื๊อและเมิ่งจื่อในวันเฉลิมพระชนมพรรษาถือเป็นการให้เกียรติสองมหาปราชญ์อย่างสูงนะพะยะค่ะ" อัครเสนาบดีเหอกล่าว "ยิ่งไปกว่านั้น ในบรรดางานเทศกาลช่วงนี้ มีเพียงงานเฉลิมพระชนมพรรษาของพระองค์เท่านั้นที่ยิ่งใหญ่และโดดเด่นที่สุด"

"ในวันเกิด ข้าจะสักการะแค่ฟ้าดินและบรรพบุรุษเท่านั้น" ฮ่องเต้ไม่พอใจที่ผู้คนคลั่งไคล้ลัทธิขงจื๊อจนเกินพอดี "ให้จัดพิธีบวงสรวงขงจื๊ออย่างยิ่งใหญ่ก่อนวันเกิดข้าหนึ่งวันก็แล้วกัน" พระองค์จงใจเน้นย้ำคำว่า 'ยิ่งใหญ่'

อัครเสนาบดีเหอและราชครูหลิวสบตากันแล้วพยักหน้าเห็นด้วย "เช่นนั้นก็ได้พะยะค่ะ"

ราชครูหลิวทูลถามต่อ "ยังคงให้องค์รัชทายาทเป็นผู้นำพิธีหรือพะยะค่ะ?"

"ไม่ ครั้งนี้ให้เจ้าสี่ไปนำพิธี"

อัครเสนาบดีเหอและราชครูหลิวชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเข้าใจพระประสงค์อย่างรวดเร็ว

"ฝ่าบาททรงให้องค์ชายสี่ไป หรือจะอัญเชิญอ๋องไต้ไปเป็นผู้นำพิธีดีพะยะค่ะ?" อัครเสนาบดีเหอถามตรงๆ

"ใจจริงข้าอยากให้ไอ้ลูกรองไปนำพิธี แต่ถามว่ามันคู่ควรหรือไม่?" ฮ่องเต้ตรัสอย่างดูแคลน "ถ้าข้าให้มันไป คนทั้งแผ่นดินคงคิดว่าข้าเตรียมปลดคนโตแล้วตั้งคนรองขึ้นเป็นรัชทายาทแทนแน่"

อ๋องไต้เป็นขุนนางฝ่ายบู๊ หากให้ไปนำพิธีสักการะซึ่งเป็นตัวแทนของฝ่ายบุ๋น บรรดาขุนนางย่อมต้องคัดค้าน

"การมอบหมายให้องค์ชายสี่ไปนำพิธี เท่ากับผลักดันเขาให้กลายเป็นจุดสนใจนะพะยะค่ะ" อัครเสนาบดีเหอขมวดคิ้ว "องค์ชายสี่ยังไม่สวมกวาน (ยังไม่บรรลุนิติภาวะ) ให้ไปนำพิธีเช่นนี้จะเหมาะสมหรือพะยะค่ะ?"

จบบทที่ ตอนที่ 431 เจิ้นกั๋วกงช่างใจกล้าบ้าบิ่นจริงๆ

คัดลอกลิงก์แล้ว