เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 28 รับศิษย์พี่หญิงกลับมาแล้วเคี้ยวเสีย

บทที่ 28 รับศิษย์พี่หญิงกลับมาแล้วเคี้ยวเสีย

บทที่ 28 รับศิษย์พี่หญิงกลับมาแล้วเคี้ยวเสีย


โม่อวี่ตัดสินใจซื้อมาโดยไม่ลังเล

ในชั่วพริบตา ความรู้อันมหาศาลก็หลั่งไหลเข้าสู่สมองราวกับคลื่นยักษ์ทะลัก

ร่างกายมนุษย์ประกอบด้วยอนุภาคกว่าแปดร้อยสี่สิบล้านอนุภาค ซึ่งสามารถตื่นรู้กลายเป็นช้างยักษ์ได้

ช้างยักษ์วิวัฒนาการเป็นช้างมังกร ช้างมังกรวิวัฒนาการเป็นช้างบรรพกาล และช้างบรรพกาลวิวัฒนาการเป็นช้างเทวะ

หากสามารถบ่มเพาะอนุภาคทั้งหมดในร่างกายให้กลายเป็นช้างเทวะได้ เพียงแค่พละกำลังบริสุทธิ์ของกายเนื้อก็มากพอที่จะบดขยี้จักรวาลทั้งปวงให้แหลกสลายได้แล้ว

แม้ว่าคัมภีร์ภาคต้นจะบ่มเพาะได้ถึงแค่ขั้นช้างยักษ์ แต่นั่นก็เพียงพอแล้ว

เมื่อใดที่เขาบ่มเพาะภาคต้นจนถึงขั้นสมบูรณ์แบบ เมื่อนั้นเขาย่อมต้องสะสมแต้มตัวร้ายได้มากพอที่จะซื้อภาคต่อไปอย่างแน่นอน

สำหรับสองอย่างหลัง เขายังไม่มีแผนที่จะซื้อมันในตอนนี้

ความว่างเปล่าอมตะ ความสามารถศักดิ์สิทธิ์อันทรงพลัง จิตสำนึกไม่มีวันดับสูญ วิญญาณที่แท้จริงคงอยู่ชั่วนิรันดร์

แต่เขาไม่มีปัญญาจ่าย

เชือกมัดเซียน อาวุธเซียนสายควบคุมที่ทรงอานุภาพ

แต่ด้วยความที่มันเป็นถึงอาวุธเซียน พลังปราณของเขาจึงไม่มากพอที่จะใช้งานมันได้

ในตอนนั้นเอง เสียงของระบบก็ดังก้องขึ้น

"สินเชื่อพลังปราณเซียน: ทุกครั้งที่ท่านใช้เชือกมัดเซียน ระบบจะเติมเต็มพลังปราณเซียนส่วนที่ขาดหายไปให้ท่านโดยอัตโนมัติ จำกัดเพียงวันละครั้ง ในราคา 600 แต้มตัวร้าย"

ไอ้ระบบหน้าเลือด แกกะจะขูดรีดแต้มตัวร้ายที่เหลืออยู่ของข้าให้หมดเลยใช่ไหม?

แต่มันก็ดูเหมือนฟังก์ชันที่ไร้ประโยชน์จริงๆ นั่นแหละ

เป็นแค่การเล่นคำหลอกเด็กทั้งนั้น

ไม่เพียงแต่จะสูบพลังปราณของเขาไปจนหมด แต่ยังจำกัดให้ใช้ได้แค่อาวุธเซียนชิ้นนี้ชิ้นเดียวอีก

ต่อให้ตายเขาก็ไม่ซื้อบริการพรรค์นี้หรอก!

และเขาจะไม่มีวันซื้อเชือกมัดเซียนเด็ดขาด!

โม่อวี่หันเหความสนใจกลับไปที่ร้านค้าปกติ

ท่ามกลางสินค้าที่ละลานตา สมุนไพรวิญญาณชนิดหนึ่งก็สะดุดตาเขาเข้า

"บัวหยกรังสรรค์โชคชะตา หนึ่งหมื่นแต้มตัวร้าย"

"มันสามารถหล่อหลอมกายเนื้อของผู้ฝึกตนขึ้นมาใหม่ ทำให้ต้านทานต่อสิ่งชั่วร้ายทั้งปวง ป้องกันพิษและความเย็น และต้านทานต่อเวทอาคมและของวิเศษที่ใช้ช่วงชิงวิญญาณต่างๆ ได้ เมื่อนำไปหลอมรวมกับตัวยาอื่นๆ เป็นโอสถ ก็สามารถช่วยให้ผู้ฝึกตนก่อรูปกายาหลังกำเนิดขึ้นมาได้"

ตอนนี้เขามีแต้มตัวร้ายเหลืออยู่ 3,600 แต้ม

หลังจากนี้ เขาจะเก็บหอมรอมริบแต้มตัวร้ายเพื่อซื้อมันมาช่วยหล่อหลอมกายเนื้อให้พี่เยี่ยนซี

"ศิษย์อา ข้าเข้าไปได้หรือไม่เจ้าคะ? ข้ามาเป่าขลุ่ยให้ท่านฟังไงล่ะ"

นอกประตู เสียงร้องเรียกแผ่วเบาขัดจังหวะความคิดของโม่อวี่

เป็นเมิ่งหลานอินนั่นเอง

โม่อวี่ก้มมองลงไป ซูเม่ยเอ๋อร์ในอ้อมแขนกำลังจ้องมองเขาด้วยสายตายิ้มๆ น้ำเสียงของนางเย้ายวนใจ

"ดูเหมือนว่าข้าจะมาขัดจังหวะการพลอดรักของเจ้ากับแม่หนู่น้อยนั่นสินะ?"

โม่อวี่พยักหน้ารัวๆ ราวกับสากตำข้าว

ใช่ๆๆ ท่านควรรีบไปได้แล้ว

"เจ้ายังกล้าพยักหน้าอีกรึ?"

น้ำเสียงของซูเม่ยเอ๋อร์เปลี่ยนไปในฉับพลัน แฝงด้วยจิตสังหารอันเย็นเยียบ

ร่างของนางกระพริบวูบ แปลงกายเป็นมนุษย์ยืนอยู่ข้างเตียง ใบหน้าสวยของนางเย็นชาขณะจ้องมองโม่อวี่เขม็ง

โม่อวี่ส่ายหน้ารัวๆ ดั่งป๋องแป๋ง

ไม่นะ ไม่ ศิษย์พี่หญิง ฟังข้าอธิบายก่อน!

ซูเม่ยเอ๋อร์หัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะของนางใสกังวานและไพเราะ ทว่ากลับแฝงความอันตรายที่ชวนให้ใจสั่น

ร่างอันอรชรของนางค่อยๆ โน้มตัวลงมา

ท่อนแขนขาวผ่องยิ่งกว่าเกล็ดหิมะทั้งสองข้าง โอบรอบคอของโม่อวี่ราวกับงูวิญญาณ พ่นลมหายใจหอมกรุ่นออกมา

"น้องชายตัวน้อย ข้าสวยไหมล่ะ~"

น้ำเสียงของนางหยดย้อยจนแทบจะคั้นน้ำออกมาได้ และเมื่อนางกรอกตา ประกายแสงสีชมพูก็วูบไหว มนต์เสน่ห์ของนางช่างดึงดูดวิญญาณเสียจริง

โม่อวี่สัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมละมุนที่โชยมาปะทะจมูก

เบื้องหน้าเขาคือใบหน้าที่งดงามไร้ที่ติของซูเม่ยเอ๋อร์ ผิวพรรณขาวเนียนดุจหิมะ บอบบางเสียจนดูราวกับจะแตกสลายได้เพียงแค่สัมผัส

ไม่เพียงเท่านั้น จากมุมนี้ สองเต้าอวบอิ่มขาวผ่องและร่องอกอันลึกล้ำยากหยั่งถึง ล้วนประจักษ์ชัดแก่สายตา

ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้นางกำลังร่ายมนตร์เสน่ห์ใส่อีกต่างหาก

โม่อวี่รีบโคจรเคล็ดวิชาเพื่อตั้งสติ และเค้นคำพูดออกมาได้อย่างยากลำบาก

"สวยขอรับ!"

ซูเม่ยเอ๋อร์รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

เจ้าเด็กคนนี้ สามารถต้านทานมนตร์เสน่ห์ของนางได้แล้วงั้นรึ?

น่าสนใจดีนี่

นางยื่นหน้าเข้าไปใกล้มากขึ้น ปลายจมูกแทบจะชนกับจมูกของโม่อวี่ ลมหายใจหอมดุจดอกกล้วยไม้

"ถ้าอย่างนั้น... ระหว่างข้ากับแม่หนูน้อยของเจ้า ใครสวยกว่ากันล่ะ~"

โม่อวี่ลอบโอดครวญในใจ

คำถามปราบเซียนชัดๆ

ก่อนที่เขาจะทันได้ตอบ เสียงนุ่มนวลของเมิ่งหลานอินก็ดังมาจากนอกประตูอีกครั้ง

"ศิษย์อา? ท่านอยู่ข้างในหรือเปล่าเจ้าคะ?"

ซูเม่ยเอ๋อร์ยกมือขาวผ่องขึ้นอย่างแผ่วเบา แสงสีชมพูสว่างวาบและพุ่งตรงไปยังประตู ล็อกมันเอาไว้แน่นหนา

ดวงตาคู่สวยของนางสั่นไหว จับจ้องไปที่โม่อวี่ รอคอยคำตอบจากเขา

"ศิษย์พี่เม่ยเอ๋อร์ย่อมสวยที่สุดอยู่แล้วขอรับ"

โม่อวี่จ้องมองใบหน้าที่งดงามไร้ที่ติเบื้องหน้า

สมองของเขาทำงานอย่างรวดเร็ว

ซูเม่ยเอ๋อร์ไม่ใช่เมิ่งหลานอิน

หากคนที่อยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้คือเมิ่งหลานอิน เขาคงพุ่งเข้าใส่ไปแล้ว

แต่นังจิ้งจอกนี่... หากเขาตกหลุมพรางมนตร์เสน่ห์ของนางเข้าจริงๆ ใครจะไปรู้ว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น?

เขาจำได้ว่ามีครั้งหนึ่ง เขาถูกควบคุมด้วยมนตร์เสน่ห์ของนาง และเดินแก้ผ้าไปหาศิษย์พี่สามเซี่ยหนิงปิง... ครั้งนั้น ทั้งสองคนเกือบจะถูกเซี่ยหนิงปิงสับเป็นชิ้นๆ เสียแล้ว

"ในเมื่อข้าสวยขนาดนี้ แต่เจ้ากลับไปพลอดรักกับแม่หนูน้อยคนอื่น มันทำให้ข้าเสียใจมากเลยนะ รู้หรือเปล่า?"

น้ำเสียงของซูเม่ยเอ๋อร์แฝงความตัดพ้อ เจือแววออดอ้อน ชวนให้กระดูกอ่อนระทวยและใจสั่นไหว

จิตใจของโม่อวี่เริ่มสั่นคลอนทีละน้อย

เขารีบกระตุ้นเพลิงผีปรโลกขึ้นมาปกป้องจิตใจทันที

สายตาของเขาค่อยๆ กลับมาแจ่มชัด และสงบนิ่งราวกับท้องฟ้ายามค่ำคืนที่มืดมิด

เมื่อเห็นเช่นนี้ ซูเม่ยเอ๋อร์ก็ยิ่งประหลาดใจมากขึ้นไปอีก

ต้องรู้ก่อนนะว่า แม้แต่ผู้ฝึกตนขั้นแปลงวิญญาณทั่วไปก็ยังต้องยอมศิโรราบภายใต้มันตร์เสน่ห์ของนาง

แต่เจ้าเด็กคนนี้กลับยังทำตัวราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้อีก

สงสัยนางคงต้องเพิ่มความพยายามขึ้นอีกสักหน่อยกระมัง?

บัดนี้ซูเม่ยเอ๋อร์อยู่ในขั้นคืนสู่ความว่างเปล่า และด้วยความได้เปรียบทางเผ่าพันธุ์และกายาเทพของนาง หากนางปลดปล่อยมนตร์เสน่ห์ออกมาอย่างเต็มที่ แม้แต่ผู้ฝึกตนขั้นผสานร่างก็ยังต้องได้รับผลกระทบ

ทันใดนั้น นางก็รู้สึกได้ถึงท่อนแขนอันแข็งแกร่งโอบรัดรอบเอวคอดกิ่ว สัมผัสอันอบอุ่นนั้นทำให้ร่างอรชรของนางสั่นสะท้าน

นัยน์ตาลึกล้ำของโม่อวี่จ้องมองซูเม่ยเอ๋อร์ รอยยิ้มซุกซนผุดขึ้นที่ริมฝีปาก

"ถ้าอย่างนั้น... คืนนี้ให้ข้าพลอดรักกับศิษย์พี่เม่ยเอ๋อร์ และใช้เวลาค่ำคืนอันแสนวิเศษร่วมกันดีหรือไม่ขอรับ?"

ซูเม่ยเอ๋อร์ชะงักไปชั่วขณะ จากนั้นคิ้วและดวงตาของนางก็พริ้วไหวไปด้วยมนต์เสน่ห์อันเย้ายวน

นางส่งเสียงครางแผ่วเบาเชิงหยอกล้อ

"น้องชายตัวน้อยโตเป็นหนุ่มแล้วสินะ ถึงกล้ามาล้อเล่นกับพี่สาวแบบนี้"

ยังไม่ทันสิ้นคำพูด โม่อวี่ก็สัมผัสได้ถึงแรงมหาศาลที่มิอาจต้านทานปะทะเข้าใส่ร่างอย่างจัง

ความรู้สึกวิงเวียนเข้าจู่โจม และในชั่วพริบตา เขาก็ถูกซูเม่ยเอ๋อร์กดทับลงบนเตียงนุ่มๆ เสียแล้ว

เรือนผมสีเงินยาวสลวยดุจน้ำตกของนางทิ้งตัวลงมาคลอเคลียใบหน้าของเขา สร้างความรู้สึกซู่ซ่าที่น่าพึงพอใจ

กลิ่นหอมหวนอันสง่างามและละมุนละไมอวลอยู่ในจมูก บางเบาทว่าเย้ายวนใจ สั่นคลอนสายใยแห่งความรู้สึก

สมกับเป็นจอมปีศาจผู้ยิ่งใหญ่ขั้นคืนสู่ความว่างเปล่า พลังอันน่าสะพรึงกลัวนี้ช่างยากจะต้านทานเสียจริง

เรือนร่างอันอบอุ่นสองร่างแนบชิดติดกัน ท่ามกลางลมหายใจที่ประสานกัน ความแนบแน่นก็แผ่ซ่านไปทั่วบรรยากาศ

ทันใดนั้น ก็มีเสียงบทสนทนาดังมาจากนอกประตู

"เจ้ามาหาสิษย์พี่หรือ? เขาเพิ่งออกไปทำธุระข้างนอกน่ะ"

เป็นน้ำเสียงอ่อนโยนของหลิงหว่านชิงนั่นเอง

"อ้อ อย่างนั้นหรือ ถ้าเช่นนั้นข้ากลับก่อนแล้วกัน วันหลังค่อยมาใหม่"

"เดี๋ยวก่อน ตามข้ามาสิ ข้าจะให้ของที่ข้าเคยบอกเจ้าไว้ก่อนหน้านี้"

หลังจากนั้น ภายนอกประตูก็กลับสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง

นิ้วเรียวงามดุจหยกของซูเม่ยเอ๋อร์ปัดปอยผมที่ข้างขมับอย่างแผ่วเบา ทุกท่วงท่าล้วนแผ่ซ่านมนต์เสน่ห์อันน่าหลงใหล

โม่อวี่เอ่ยถามอย่างจริงจัง "ศิษย์พี่ ท่านตั้งใจจะทำสิ่งใดกันแน่ขอรับ?"

"ข้าก็ต้องลงโทษเจ้าที่ทำให้พี่สาวเป็นห่วงน่ะสิ"

น้ำเสียงของซูเม่ยเอ๋อร์แผ่วเบา

"เจ้ารู้หรือไม่ ว่าวันนี้ข้าตกใจแทบตายเลยเชียวนะ?"

"หากเจ้าเกิดเป็นอะไรขึ้นมาจริงๆ ข้าจะทำอย่างไรล่ะ?"

เชื่อก็บ้าแล้ว

โม่อวี่ลอบบ่นในใจ

วันข้างหน้า หากการบ่มเพาะของเขาไปถึงขั้นมหาสำเร็จเมื่อใด เขาจะต้องล้างแค้นให้กับความอัปยศในครั้งนี้ และสั่งสอนนังจิ้งจอกนี่ให้หลาบจำด้วยการกดนางไว้ใต้ร่างให้จงได้

"น้องชายตัวน้อย เจ้าชอบพี่สาวหรือไม่?"

น้ำเสียงหวานหยดย้อยดังก้องอยู่ข้างหู ราวกับท่วงทำนองปีศาจที่ล่อลวงจิตใจ

ดวงตาคู่สวยของซูเม่ยเอ๋อร์เปล่งประกายสีชมพูระเรื่อ และพลังแห่งมนตร์เสน่ห์ก็พลุ่งพล่านออกมา

แม้จะมีเพลิงผีปรโลกคอยปกป้องจิตใจอยู่ แต่โม่อวี่ก็ยังคงรู้สึกได้ว่าสติสัมปชัญญะของตนเริ่มสั่นคลอน ความมุ่งมั่นค่อยๆ คลายลงทีละน้อย

เขากัดฟันแน่นและเอ่ยขึ้น "ได้เลย ได้เลย หากเป็นเช่นนั้น ศิษย์พี่ก็อย่ามาโทษข้าก็แล้วกัน"

"โอ้? แล้วน้องชายตัวน้อยตั้งใจจะทำสิ่งใดล่ะ?" ซูเม่ยเอ๋อร์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

"หากท่านกล้าก้าวเข้ามาอีกเพียงก้าวเดียว ฟ้าดินได้พลิกตลบแน่!"

ซูเม่ยเอ๋อร์หัวเราะเบาๆ ราวกับได้ยินเรื่องตลกขบขัน

นางค่อยๆ โน้มตัวลงมา เลื่อนใบหน้าอันงดงามไร้ที่ติเข้ามาใกล้โม่อวี่

ระยะห่างระหว่างทั้งสองใกล้ชิดกันมากจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน

ความนุ่มหยุ่นอันอวบอิ่มของนางแนบชิดกับแผงอกของโม่อวี่

ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความซุกซน

โม่อวี่ตัดสินใจอย่างเด็ดขาด และลงมือทันที!

เขารวบรวมพละกำลังทั้งหมดไปที่แขนทั้งสองข้าง กอดรัดซูเม่ยเอ๋อร์ไว้แน่น และกัดลงบนริมฝีปากสีชาดอันแสนเย้ายวนของนาง

จบบทที่ บทที่ 28 รับศิษย์พี่หญิงกลับมาแล้วเคี้ยวเสีย

คัดลอกลิงก์แล้ว