- หน้าแรก
- จอมวางแผนทะลุมิติ พลิกใต้หล้าสร้างตำนาน
- บทที่ 23 - อสนีบาตแห่งเถาหยวน
บทที่ 23 - อสนีบาตแห่งเถาหยวน
บทที่ 23 - อสนีบาตแห่งเถาหยวน
บทที่ 23 - อสนีบาตแห่งเถาหยวน
บนโต๊ะอาหาร หลี่หยวนจ้าวโกยกับข้าวหลากหลายชนิดเข้าปากไม่หยุดหย่อน
ปกติแล้วในวังจะเสวยอาหารเย็นกันเร็วกว่านี้ ประกอบกับคนหนุ่มกำลังอยู่ในวัยกำลังโตจึงเจริญอาหารมากเป็นพิเศษ หลังจากต้องทนโคลงเคลงไปมาบนรถม้าจนถึงเที่ยงวัน เขาก็หิวจนไส้กิ่วมานานแล้ว
อาหารในอำเภอเถาหยวนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มักจะใช้ไฟแรงในการผัด! แถมยังใส่ทั้งน้ำมันและเกลืออย่างหนักมือ รสชาติที่ได้จึงจัดจ้านถึงใจเป็นพิเศษ
เมื่อได้ยินเสียงลูกชายสวาปามดังเป็นหมูกินรำ ฮ่องเต้จิ่งตี้ก็ทรงปั้นหน้าตึง อดไม่ได้ที่จะเอาเท้าเตะขาหลี่หยวนจ้าวใต้โต๊ะเบาๆ ไปสองที
หลี่หยวนจ้าวจำใจต้องลดความเร็วในการกินลงอย่างไม่เต็มใจนัก
ฟางเจิ้งอีดูออกว่าฮ่องเต้จิ่งตี้กำลังรู้สึกกระอักกระอ่วน จึงยกตะเกียบขึ้นพลางยิ้มกล่าว "กินเก่งน่ะเป็นเรื่องดีนะ! ตอนข้าอายุเท่าเขา ข้ากินจุกว่านี้เยอะ!"
หลี่หยวนจ้าวมองฟางเจิ้งอีด้วยสายตาซาบซึ้งใจ
หมอนี่สร้างความประทับใจให้เขาอย่างผิดคาด ไม่เห็นเหมือนปีศาจร้ายอย่างที่อู๋เซิงบอกเลยสักนิด! นิสัยออกจะดีจะตายไป! ข้าชอบแฮะ!
ฟางเจิ้งอีกล่าวต่อ "กลับมาพูดเรื่องธุรกิจกันต่อ ข้ายังไม่รู้เลยว่าธุรกิจเครื่องปั้นดินเผาของพวกท่านที่เมืองหลวงเป็นอย่างไรบ้าง?"
"หากกำไรไม่เป็นกอบเป็นกำนัก สู้หันมาทุ่มเทให้กับธุรกิจใบชาอย่างเต็มตัวไม่ดีกว่าหรือ! ชาเซียนสวรรค์ชั้นยอดนี้เป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น ในอนาคตทางอำเภอเราจะออกใบชาที่มีคุณภาพดียิ่งกว่านี้มาอีก"
"รับรองได้เลยว่าเมื่อถึงตอนนั้น จะต้องยกระดับขึ้นไปได้เหนือกว่าชาเซียนสวรรค์ชั้นยอดอย่างแน่นอน!"
ฮ่องเต้จิ่งตี้ทรงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ตรัสตอบ "ที่เจี้ยนเจียงเกิดน้ำท่วมใหญ่ ธุรกิจเครื่องปั้นดินเผาของหลี่ผู้นี้จึงได้รับผลกระทบอย่างหนัก ขนส่งเครื่องปั้นดินเผาจากทางใต้ขึ้นมาไม่ได้เลย"
"แถมฝนก็ยังตกไม่หยุด ภัยน้ำท่วมยังไม่มีทีท่าว่าจะทุเลาลง หลี่ผู้นี้เองก็ปวดหัวยิ่งนัก!"
กัวเทียนหยางชำเลืองมองฮ่องเต้จิ่งตี้ด้วยความประหลาดใจ
ที่ฝ่าบาทตรัสเช่นนี้หมายความว่าอย่างไรกัน? ทรงมาหาฟางเจิ้งอีเพื่อขอให้ช่วยคิดหาวิธีแก้ปัญหางั้นหรือ? เขาเป็นแค่ขุนนางตัวเล็กๆ ต่อให้เก่งกาจแค่ไหนก็เป็นแค่นี้ จะไปแก้ปัญหาน้ำท่วมได้อย่างไร?!
ฝ่าบาททรงจนตรอกจนต้องพึ่งพาหมอเถื่อนแล้วหรือนี่!
ฟางเจิ้งอีขมวดคิ้ว "เจี้ยนเจียงน้ำท่วมหรือ? แถมยังมีฝนตกหนักไม่หยุดอีก? นี่เพิ่งจะเดือนอะไรเอง?"
ฮ่องเต้จิ่งตี้ทรงทอดถอนพระทัยยาว "นั่นน่ะสิ สวรรค์บันดาลวิปริต แคว้นจิ่งของเราช่างมากภัยหลายพิบัติเสียจริง"
ฟางเจิ้งอีเหลือบมองฮ่องเต้จิ่งตี้ สมกับเป็นพ่อค้าผู้รักชาติจริงๆ ช่างห่วงใยบ้านเมืองเสียเหลือเกิน
แต่ฟางเจิ้งอีเองก็ให้ความสนใจกับเรื่องน้ำท่วมใหญ่ที่เจี้ยนเจียงเช่นกัน ราษฎรในอำเภอเถาหยวนจำนวนไม่น้อยอพยพลี้ภัยมาจากเจี้ยนเจียงเพื่อมุ่งหน้าเข้าสู่เมืองหลวงในช่วงที่บ้านเมืองเกิดศึกสงคราม
หลายคนยังมีพ่อแม่พี่น้องหรือลูกหลานตกหล่นอยู่ที่เจี้ยนเจียง
ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ชีวิตความเป็นอยู่ในอำเภอเถาหยวนดีขึ้นเรื่อยๆ ผู้คนที่เคยตั้งรกรากอย่างสงบสุขแล้วก็เริ่มมีความคิดที่จะออกตามหาญาติพี่น้อง
ในช่วงสองปีที่ผ่านมา มีผู้คนเกือบร้อยคนเดินทางออกจากอำเภอเถาหยวนเพื่อไปตามหาญาติ และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ปี
แน่นอนว่าท้ายที่สุดแล้ว คนส่วนใหญ่ก็ยังคงเดินทางกลับมาที่อำเภอเถาหยวนอยู่ดี
ส่วนพวกที่ไม่ได้กลับมา ส่วนมากมักจะเกิดเรื่องไม่คาดฝัน หรือไม่ก็เพราะมีเหตุผลอื่น
"ไม่ทราบว่าที่เจี้ยนเจียงเกิดน้ำท่วมตรงบริเวณใดบ้างหรือ?" ฟางเจิ้งอีถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"กัวต้า เอาแผนที่ออกมา!"
กัวเทียนหยางหยิบแผนที่ความยาวสามฉื่อออกมาจากสัมภาระ แล้วค่อยๆ กางออก
ฟางเจิ้งอีเห็นเข้าก็ตกใจมาก รีบระแวดระวังตัวขึ้นมาทันที!
โอ้โห! นี่มันแผนที่ระดับประเทศเลยนะเนี่ย! ของแบบนี้ตัวเขาเองยังหามาไม่ได้เลย มันจัดว่าเป็นความลับระดับชาติไปแล้ว นึกไม่ถึงเลยว่าพ่อค้าสองคนนี้จะมีของแบบนี้อยู่ด้วย!
"แผนที่นี้ท่านได้แต่ใดมา?"
ฮ่องเต้จิ่งตี้แสร้งทำเป็นมีความลับตรัสว่า "ท่านนายอำเภอฟางอย่าได้กังวลไป พวกเราพอจะมีเส้นสายอยู่ในกรมทหารอยู่บ้าง ประกอบกับธุรกิจเครื่องปั้นดินเผานี้ก็ครอบคลุมไปทั่วทั้งประเทศ ดังนั้นจึงจงใจหาแผนที่นี้มาโดยเฉพาะน่ะ"
หึๆ เส้นสายไม่ธรรมดาเลยนะเนี่ย...
ยังไม่ทันที่เขาจะได้พูดอะไรมาก ความสนใจของฟางเจิ้งอีก็ถูกดึงดูดไปที่แผนที่อย่างรวดเร็ว แต่เมื่อได้เห็นแล้ว ในใจก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย
บนแผนที่มีการทำเครื่องหมายแนวชายฝั่งไว้ก็จริง แต่กลับแตกต่างจากแผนที่ในโลกก่อนที่เขาจำได้อย่างสิ้นเชิง
ฮ่องเต้จิ่งตี้เริ่มทรงชี้อธิบายไปตามแผนที่ "น้ำท่วมปะทุขึ้นที่ตรงนี้... เส้นทางที่ไหลผ่านก็คือ..."
"..."
"หากไม่มีอะไรผิดพลาด เกรงว่าตอนนี้เขื่อนที่ผิงวั่งก็คงจะถูกทำลายไปแล้ว ภัยพิบัติยังคงลุกลามต่อไป..."
จากนั้นฮ่องเต้จิ่งตี้ก็ตรัสด้วยสุรเสียงแผ่วเบา "ได้ยินมาว่าผู้ว่าการเมืองเจี้ยนเจียงกำลังขอเบิกเงินจากราชสำนักถึงสองแสนตำลึงเพื่อนำไปบรรเทาทุกข์เร่งด่วน"
"แต่ทางราชสำนักเองก็จนปัญญา หากมีใครสามารถกอบกู้สถานการณ์เลวร้ายนี้ได้ล่ะก็ ในภายภาคหน้าจะต้องได้ดิบได้ดีเจริญก้าวหน้าอย่างแน่นอน!"
ฟางเจิ้งอีไม่ได้ตอบอะไร เขาครุ่นคิดอย่างเงียบๆ ตามทิศทางที่อีกฝ่ายชี้
จู่ๆ ดวงตาก็เป็นประกาย ชี้ไปที่จุดหนึ่งบนแผนที่พร้อมกับกล่าว "สถานที่นี้มีชื่อว่าอิ๋นถัว สองฟากฝั่งมีภูเขาขนาบอยู่ หากอัญเชิญอสนีบาตสวรรค์ผ่าให้ภูเขาถล่มลงมาขวางกั้นทางน้ำ ภัยน้ำท่วมก็จะไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไปไม่ใช่หรือ!? เสียแต่ไม่รู้ว่าภูมิประเทศแถวนั้นมีสภาพเป็นอย่างไร?"
สิ้นคำพูดของเขา พวกฮ่องเต้จิ่งตี้ทั้งสามคนก็ถึงกับอึ้งกิมกี่ไปตามๆ กัน
อะไรนะ! อสนีบาตสวรรค์!?
นี่เจ้าก็เชื่อเรื่องพรรค์นี้กับเขาด้วยหรือ!?
กัวเทียนหยางแอบดีใจอยู่ในใจ ไอ้เด็กเมื่อวานซืน วันนี้ก็มีวันที่เจ้าพลาดท่าเหมือนกันสินะ!
ส่วนหลี่หยวนจ้าวก็มีประกายตาแห่งความตื่นเต้นยินดีเจิดจ้าขึ้นมา!
วินาทีนี้เขารู้สึกได้รับการยอมรับอย่างมหาศาล นี่แหละคือการเชื่อมโยงทางจิตวิญญาณ! นี่สิที่เรียกว่าวีรบุรุษย่อมรู้คุณค่าวีรบุรุษด้วยกัน!
"ท่านพ่อ! ข้าบอกแล้วไง! ข้าบอกแล้วว่าต้องระดมพลผู้บำเพ็ญพรตทั่วหล้า อัญเชิญอสนีบาตสวรรค์ลงมา แล้วภัยน้ำท่วมก็จะคลี่คลาย! เป็นอย่างไรล่ะ! ท่านนายอำเภอฟางก็คิดเหมือนกัน เห็นได้ชัดเลยว่าวีรบุรุษย่อมมีความคิดเห็นตรงกัน!"
หลี่หยวนจ้าวเริ่มได้ใจขึ้นมาทันที ข้าวปลาก็ไม่กินแล้ว เชิดหน้าขึ้นแทบจะติดเพดาน
ส่วนอีกสามคนที่เหลือก็พร้อมใจกันหันไปมองหลี่หยวนจ้าวด้วยสายตาเหมือนกำลังมองไอ้โง่
เมื่อเผชิญกับสายตาแปลกๆ ของทุกคน หลี่หยวนจ้าวก็จำต้องนั่งลงอย่างเจื่อนๆ แล้วก้มหน้าก้มตากินข้าวต่อไป
ในเวลานี้ ภายในพระทัยของฮ่องเต้จิ่งตี้เต็มไปด้วยความผิดหวังอย่างสุดซึ้ง ทรงแย้มพระสรวลอย่างขมขื่น "ท่านนายอำเภอฟางล้อเล่นแล้ว จะไปมีอสนีบาตสวรรค์ที่ไหนกันเล่า? หรือว่าท่านนายอำเภอฟางจะสามารถอัญเชิญอสนีบาตสวรรค์มาได้ล่ะ?"
ฟางเจิ้งอีจิบน้ำชาโดยไม่ได้ตอบอะไร คล้ายกับกำลังครุ่นคิดบางสิ่ง
นั่นเป็นเพราะอำเภอเถาหยวนมีอสนีบาตสวรรค์อยู่จริงๆ น่ะสิ!
ในตอนที่แคว้นเฉียนและแคว้นจิ่งทำสงครามกัน หากแคว้นเฉียนเป็นฝ่ายชนะ ย่อมต้องมุ่งตรงเข้ายึดเมืองหลวงอย่างแน่นอน และร้อยทั้งร้อย อำเภอเถาหยวนก็จะพลอยโดนหางเลขไปด้วย
ดังนั้น ในตอนที่ฟางเจิ้งอีเริ่มมีเงิน ภารกิจหลักอย่างแรกของเขาก็คือการผลิตและกักตุนดินปืนไว้เป็นจำนวนมหาศาล!
ด้วยสถานการณ์ในตอนนั้น การฝึกฝนทหารและเสริมสร้างอาวุธยุทโธปกรณ์ย่อมไม่ทันการณ์! เหล็กกล้าเป็นของที่หามาได้ยากยิ่ง แต่การผสมดินปืนกลับเป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายกว่ามาก
ดังนั้นเมื่อสงครามสิ้นสุดลง ดินปืนล็อตนี้จึงไม่ได้ถูกนำมาใช้
ครั้งเดียวที่มันได้ออกโรงก็คือตอนที่บังเอิญค้นพบเหมืองยางมะตอยในอำเภอเถาหยวน หลังจากนั้นก็ไม่เคยถูกนำมาใช้อีกเลย
ดินปืนเป็นตันๆ กองพะเนินอยู่ในคลัง ไม่กลัวมันหมดอายุหรอก กลัวแต่มันจะระเบิดขึ้นมานี่แหละ!
ถ้าจะเอามาระเบิดภูเขาล่ะก็ เหลือเฟือ! เก็บไว้ก็มีแต่จะเสียของเปล่าๆ
เมื่อฮ่องเต้จิ่งตี้เห็นท่าทางครุ่นคิดของฟางเจิ้งอีก็พลันสะท้านไปทั้งร่าง!
หรือว่าเขาจะมีวิธีจริงๆ!?
ถึงแม้ฟางเจิ้งอีผู้นี้จะมีนิสัยพิลึกพิลั่นไปบ้าง แต่จากการที่ได้คลุกคลีกันมาสองครั้ง ก็ไม่เห็นว่าเขาจะเป็นพวกพูดจาส่งเดช!
อีกทั้งท่าทางของเขาในตอนนี้ ดูเหมือนกำลังคิดทบทวนถึงความเป็นไปได้ของเรื่องนี้อยู่จริงๆ!
ฮ่องเต้จิ่งตี้ทรงถามด้วยความคาดหวังอีกครั้ง "ท่านนายอำเภอฟางมีวิธีอย่างนั้นหรือ?"
"อืม... ขอข้าคิดดูก่อนนะ" ฟางเจิ้งอีตอบส่งๆ ไปประโยคหนึ่ง
เขากำลังตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ระหว่างการช่วยราษฎรให้พ้นจากความทุกข์ยาก กับการต้องเปิดเผยความลับของตัวเอง
ดินปืนพรรค์นี้ หากปรากฏขึ้นมาบนโลกเมื่อใด ย่อมต้องสร้างความตื่นตะลึงราวกับสายฟ้าฟาดอย่างแน่นอน และไม่ว่าอย่างไร ตัวเขาเองก็จะต้องตกเป็นเป้าสายตาของราชสำนัก
แม้ว่ามันอาจจะไม่สำเร็จเสมอไป แต่ในเมื่อเขามีความสามารถนี้อยู่ในมือ แถมยังเป็นแค่เรื่องพลิกฝ่ามือ หากไม่ลงมือทำ มโนธรรมในใจของคุณชายฟางก็คงจะทนรู้สึกผิดไม่ไหว
ในระหว่างที่เขากำลังคิดอยู่นั้น หารู้ไม่ว่าทั้งสามคนได้ส่งสายตาตื่นตะลึงระคนหวาดกลัวมาที่เขาเสียแล้ว
(จบแล้ว)