เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 21 ขาของเจียงเยว่ไม่เป็นอะไร

บทที่ 21 ขาของเจียงเยว่ไม่เป็นอะไร

บทที่ 21 ขาของเจียงเยว่ไม่เป็นอะไร


บทที่ 21 ขาของเจียงเยว่ไม่เป็นอะไร

ซูอิงร้องไห้หนักขึ้นเรื่อยๆ และเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ เมื่อนึกถึงสิ่งที่ต้องเผชิญในชีวิตที่แล้ว เธอก็รู้สึกหวาดกลัวจับใจ

ไม่ใช่แค่เรื่องของเจียงเยว่ แต่ทันทีที่นึกถึงตอนที่พ่อแม่และพี่ชายตัดขาดความสัมพันธ์กับเธอ รวมถึงจุดจบอันน่าเวทนาของตัวเอง เธอก็ยิ่งร้องไห้ฟูมฟายจนไม่อาจควบคุมตัวเองได้

"โฮ... เจียงเยว่ ฉันจะทำยังไงดี?"

วินาทีนี้ ซูอิงรู้สึกราวกับโลกทั้งใบพังทลายลงมา หลายวันมานี้เธอพยายามทำอะไรตั้งมากมาย แต่ก็ยังเปลี่ยนเนื้อเรื่องเดิมไม่ได้เลย หรือว่านักเขียนนิยายต้นฉบับเฮงซวยนั่นจะมีความแค้นส่วนตัวกับเธอกันแน่?

ในตอนนั้นเอง ซูอี้ก็เดินเข้ามา พอเห็นซูอิงร้องไห้หนักขนาดนี้ เขาก็ตกใจมาก

"เจียงเยว่ เกิด... เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?" ซูอี้ถามด้วยความร้อนใจ

เจียงเยว่เห็นซูอี้มาถึงก็รีบยืดหลังตรงทันที ด้วยกลัวว่าอีกฝ่ายจะเข้าใจผิด เขาส่งยิ้มเจื่อนๆ ให้แล้วรีบอธิบาย "ผม... ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมอิงอิงถึงร้องไห้หนักขนาดนี้? ผมไม่ได้รังแกเธอนะครับ"

ทว่าจากคำพูดของซูอิงเมื่อครู่นี้ เจียงเยว่ก็พอจะเข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมาบ้าง ที่ซูอิงร้องไห้เสียใจขนาดนี้ เป็นเพราะเธอกำลังเป็นห่วงขาของเขานั่นเอง

"อิงอิง เป็นเด็กดีนะ ไม่ร้องแล้ว ขาของผมไม่เป็นอะไรจริงๆ ถ้าคุณไม่เชื่อ ผมจะลงไปเดินให้ดูเลยเอามั้ย" เจียงเยว่เอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาให้เธอ จากนั้นก็เลิกผ้าห่มแล้วลุกจากเตียง แถมยังเดินวนให้เธอระวังดูถึงสองรอบ

"ไม่... ไม่เป็นไรเหรอ? ขานายไม่เป็นอะไรจริงๆ ใช่มั้ย? นายไม่ได้โกหกฉันใช่มั้ย?" ในที่สุดซูอิงก็หยุดร้องไห้ เธอจ้องมองขาของเจียงเยว่อย่างเหม่อลอย นอกจากพลาสเตอร์ยาและผ้าพันแผลแล้ว ก็ไม่มีเฝือกหรืออะไรอย่างอื่นเลยจริงๆ

"เสี่ยวอิง ไม่ต้องห่วงไปหรอก ครั้งนี้เจียงเยว่โชคดีมาก ตรงที่กระบะรถบรรทุกตกลงมา มันไปค้ำกับก้อนหินก้อนใหญ่พอดี ขาของเขาก็เลยแค่ติดอยู่ในซอกนั้น แค่พลิกนิดหน่อยกับมีแผลถลอก หมอบอกว่าไม่ได้โดนจุดสำคัญอะไรเลย"

เพื่อนของเจียงเยว่ที่ยืนอยู่ข้างๆ ช่วยอธิบายให้ซูอิงฟังอีกแรง

แต่หมอก็บอกด้วยว่า ถ้ากระบะรถบรรทุกคลาดเคลื่อนไปอีกแค่นิดเดียว เขาคงต้องเสียขาข้างนี้ไปจริงๆ

นี่แสดงให้เห็นเลยว่า เจียงเยว่ดวงแข็งมากจริงๆ

เมื่อได้ยินเช่นนี้ แม้ว่าซูอิงจะหยุดร้องไห้แล้ว แต่เธอกลับเริ่มสะอึกอย่างควบคุมไม่ได้

ถึงอย่างนั้น เธอก็ยังคงถามย้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนแน่ใจว่าขาของเจียงเยว่ไม่ได้หักจริงๆ ในที่สุดเธอก็โล่งใจเสียที

"ถ้าอย่างนั้น นายก็ยังไปเรียนที่วิทยาลัยการทหารได้ใช่มั้ย?" ซูอิงถามด้วยความตื่นเต้น

เจียงเยว่มองเธอพร้อมกับพยักหน้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักใคร่ตามใจ "ใช่ ไปเรียนวิทยาลัยการทหารได้ไม่มีปัญหา คุณไม่ต้องห่วงนะ"

แม้เขาจะไม่รู้ว่าทำไมซูอิงถึงได้ใส่ใจเรื่องที่เขาจะไปวิทยาลัยการทหารนักหนา แต่วินาทีนี้เขารู้สึกซาบซึ้งใจอย่างบอกไม่ถูก เมื่อครู่นี้เขาได้เห็นสีหน้าเป็นห่วงเป็นใยของซูอิง เขาก็รู้สึกมีความสุขมาก

เธอยังคงแคร์เขาอยู่ แม้จะเพียงเล็กน้อย แต่นั่นก็เพียงพอแล้ว

ตอนนั้นเอง กัวเป่ยก็มาถึงโรงพยาบาลและถ่ายทอดคำพูดของจ้าวหงเหมยให้เขาฟัง

"พี่เจียงเยว่ ลุงกับป้าของพี่ไม่มาหรอกนะ พวกเขาบอกด้วยว่าต่อให้พี่ไปตายข้างนอกพวกเขาก็ไม่สน แถมยังบอกว่า... บอกให้พี่สาวซูอิงเป็นคนดูแลพี่แทนด้วย"

พอได้ยินดังนั้น เจียงเยว่ก็ทำเพียงยิ้มออกมาอย่างเฉยเมย อันที่จริงเขาเดาผลลัพธ์นี้ไว้นานแล้ว

ตอนที่เขาถูกช่วยออกมาจากใต้ท้องรถบรรทุก เขามึนงงไปหมด ด้วยความหวาดกลัว เขาจึงรู้สึกชาไปทั้งตัว จนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าขาของตัวเองบาดเจ็บหรือเปล่า

ตอนนั้นกัวเป่ยเห็นเขาในสภาพแบบนั้น จึงรีบวิ่งกลับไปแจ้งข่าวที่บ้านโดยไม่ได้อยู่รอฟังผลตรวจก่อน

วินาทีนั้น เจียงเยว่แอบคิดไปแวบหนึ่งว่า หากขาของเขาต้องพิการไปจริงๆ เขาควรจะปล่อยซูอิงไปและไม่รั้งให้เธอต้องมาเสียเวลาทั้งชีวิตกับเขาดีไหม

ส่วนลุงกับป้าของเขานั้น เขาไม่เคยคาดหวังให้พวกเขาสะทกสะท้านหรือทำอะไรเพื่อเขาอยู่แล้ว

โชคดีที่ขาของเขายังรักษาไว้ได้

บางทีสวรรค์อาจจะกำลังเข้าข้างเขาอยู่ ถึงได้บอกไม่ให้เขายอมแพ้เรื่องซูอิง

"ช่างพวกเขาเถอะ หมอตรวจดูขาฉันแล้ว บอกว่าไม่เป็นอะไรหรอก"

"จริงเหรอพี่? ดีจังเลย!" พอได้ยินแบบนั้น กัวเป่ยก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกแทนเจียงเยว่

ซูอี้เห็นว่าเจียงเยว่ไม่เป็นอะไรแล้ว จึงหันไปถามซูอิงว่าเธออยากจะกลับเลยไหม

"พี่กลับไปก่อนเถอะ ฉันจะอยู่ที่นี่คอยดูแลเจียงเยว่เอง"

ซูอี้ไม่เข้าใจว่าขาของเจียงเยว่ก็แค่ถลอกนิดหน่อย ทำไมถึงต้องดูแลอะไรขนาดนั้น แต่พอได้ยินซูอิงพูดแบบนั้น เขาก็ทำได้แค่ยอมตามใจเธอ

หลังจากซูอี้กลับไป พวกเพื่อนๆ ของเจียงเยว่เห็นว่าซูอิงอยู่ดูแลแล้ว ก็พากันขอตัวกลับเช่นกัน

"ช่วงนี้นายพักอยู่ที่บ้านไปเลยนะ ห้ามออกไปไหนเด็ดขาด แล้วก็ห้ามไปรับของมาขายด้วย ฉันมีเงิน ฉันเลี้ยงนายได้" ซูอิงที่ยังคงขวัญเสียอยู่ออกคำสั่งกับเจียงเยว่เสียงเฉียบขาด

ครั้งนี้เขาโชคดี แต่ครั้งหน้า มันอาจจะไม่แน่นอนแบบนี้แล้ว

"อิงอิง ผมเป็นผู้ชายนะ จะปล่อยให้คุณมาเลี้ยงผมได้ยังไงล่ะ?" เจียงเยว่รู้สึกอบอุ่นในหัวใจเมื่อได้ยินคำพูดของซูอิง แต่เขาเคยรับปากกับพ่อแม่ของเธอไว้แล้วว่าจะให้ชีวิตที่ดีแก่เธอ และเขาจะไม่มีวันผิดคำสัญญาเด็ดขาด

"ครั้งนี้มันเป็นแค่อุบัติเหตุน่ะ ผมสัญญาว่าจะไม่ทำให้คุณต้องเป็นห่วงอีกแล้ว" ท่าทางที่ซูอิงร้องไห้ฟูมฟายเมื่อครู่นี้ทำให้เขารู้สึกผิดมากจริงๆ

เขาล้วงเอาปึกเงินสดออกจากกระเป๋าแล้วยื่นส่งให้ซูอิง

"อิงอิง รับเงินนี้ไปเถอะ ถ้าผมไปเรียนที่วิทยาลัยการทหารแล้วไม่ได้อยู่เคียงข้างคุณ คุณก็ต้องดูแลตัวเองให้ดีๆ นะ อย่าปล่อยให้ตัวเองต้องถูกเอาเปรียบเด็ดขาด"

ถึงแม้ว่าด้วยนิสัยของซูอิง มักจะเป็นคนอื่นมากกว่าที่ต้องเป็นฝ่ายถูกกระทำ แต่เขาก็อดเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดี

ตอนนี้เจียงเยว่คิดเพียงแค่อยากจะหาเงินให้ได้มากที่สุดเพื่อทิ้งไว้ให้ซูอิง นี่คือความมั่นคงเพียงสิ่งเดียวที่เขาสามารถมอบให้เธอได้

ถ้ามีเงิน เธอก็จะไม่ถูกใครรังแกไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน

คราวก่อนเขาหาเงินมาได้ทั้งหมดสามพันหยวน สองพันหยวนเขามอบให้ซูอิงเป็นค่าสินสอดไปแล้ว ส่วนอีกหนึ่งพันที่เหลือ เดิมทีเขาตั้งใจจะเอาไว้ใช้เป็นทุนรับของมาขาย แต่ในเมื่อตอนนี้ไปรับของไม่ได้แล้ว เขาจึงยกเงินหนึ่งพันหยวนทั้งหมดนี้ให้กับซูอิงไป

"ฉันไม่เอาหรอก นี่เป็นเงินทั้งหมดที่นายมีแล้วไม่ใช่เหรอ? ถ้านายยกให้ฉันหมด แล้วค่าเทอมกับค่าใช้จ่ายตอนไปเรียนที่วิทยาลัยการทหารล่ะจะทำยังไง?" ซูอิงดันเงินกลับไป คนโง่คนนี้เอาแต่คิดถึงเธอจนไม่ห่วงสวัสดิภาพของตัวเองเลย

"ไปเรียนที่วิทยาลัยการทหารก็มีเงินอุดหนุนให้ คุณไม่ต้องห่วงเรื่องค่าเทอมกับค่าใช้จ่ายหรอก คุณต่างหากล่ะ ตอนที่ผมไม่อยู่บ้าน คุณต้องดูแลตัวเองให้ดีๆ นะ" เจียงเยว่เอ่ยขึ้น โดยไม่รอให้ซูอิงได้ปฏิเสธอีก เขาก็ยัดเงินทั้งหมดลงในกระเป๋าเสื้อของเธอ

"อีกอย่าง คุณคงไม่ได้คิดว่าผู้ชายของคุณจะมีเงินแค่นี้หรอกใช่มั้ย? ถ้าคิดแบบนั้น คุณก็ดูถูกผมเกินไปแล้วล่ะ" พูดจบ เขาก็ยื่นมือไปลูบหัวซูอิงด้วยความมันเขี้ยวระคนเอ็นดูพร้อมกับรอยยิ้ม

มือของซูอิงที่กำเงินอยู่ชะงักงัน เธอรู้มาตลอดว่าเจียงเยว่หาเงินเก่ง แต่เธอไม่รู้เลยว่าเขายังมีเงินเก็บมากกว่านี้อีกงั้นเหรอ?

ถึงแม้ขาของเจียงเยว่จะไม่ได้บาดเจ็บร้ายแรง แต่หัวเข่าของเขาก็ฟกช้ำและบวมเป่ง คงต้องใช้เวลาอีกหลายวันกว่าอาการบวมจะยุบลง

อาการบาดเจ็บเล็กน้อยของเขาไม่จำเป็นต้องนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาล และสามารถกลับบ้านได้เลยหลังจากทำเรื่องเสร็จเรียบร้อย

ซูอิงนำใบแจ้งผลตรวจไปชำระเงินและจัดการเรื่องต่างๆ จนเสร็จสิ้น ทันทีที่เธอทำเสร็จและเดินกลับเข้ามา ก็เห็นว่าเจียงเยว่เก็บของทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว แถมเขายังยืนพิงกำแพงเตรียมจะเดินออกไปเองอีกต่างหาก

เมื่อเห็นเช่นนั้น เธอก็รีบวิ่งเข้าไปหาและดุเขาสียงดังอย่างเคร่งขรึม "ถ้าไม่เอาแล้วไอ้ขาข้างนี้น่ะ ก็บอกมาเลยนะ! ฉันบอกแล้วไงว่าอย่าเพิ่งขยับ ทำไมถึงได้ชอบหาเรื่องเจ็บตัวนักห๊ะ?"

เจียงเยว่ตกใจกับเสียงตวาดของเธอจนก้าวเท้าพลาด และล้มคว่ำทับซูอิงเข้าเต็มเปา

จบบทที่ บทที่ 21 ขาของเจียงเยว่ไม่เป็นอะไร

คัดลอกลิงก์แล้ว