เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 24 สัตว์อสูรระดับแยกนภาและความสูญเสีย

บทที่ 24 สัตว์อสูรระดับแยกนภาและความสูญเสีย

บทที่ 24 สัตว์อสูรระดับแยกนภาและความสูญเสีย


บทที่ 24 สัตว์อสูรระดับแยกนภาและความสูญเสีย

สิ้นเสียงของจ้านอู๋ซวง ร่างสามร่างก็ปรากฏขึ้นจากสามทิศทางในฐานที่มั่น พวกเขากลายเป็นแสงสีทองพุ่งทะยานไป โดยสองสายมุ่งหน้าไปยังกำแพงเมืองทิศใต้ และอีกหนึ่งสายมุ่งตรงไปยังจุดที่จ้านอู๋ซวงอยู่

"หน่วยคมมีด ไปช่วยกวาดล้างคลื่นสัตว์อสูรที่กำแพงเมืองทิศเหนือและทิศใต้ ทีมจู่โจมของกองกำลังป้องกันเมือง เตรียมโจมตีเต็มกำลังทันทีที่คลื่นสัตว์อสูรเข้ามาในระยะห้ากิโลเมตร!"

"ทีมล่าสัตว์อสูร ให้ปฏิบัติตามคำสั่งของทีมจู่โจม!"

น้ำเสียงของจ้านอู๋ซวงจริงจังอย่างยิ่งขณะออกคำสั่งแต่ละอย่าง

ในขณะเดียวกัน ท่ามกลางเปลวเพลิงที่ลุกโชนอย่างไม่สิ้นสุด ร่างของจ้านอู๋ซวงก็ขยายใหญ่กลายเป็นยักษ์เพลิงสูงหลายเมตร และไปถึงกำแพงเมืองทิศเหนือในเวลาเพียงชั่วอึดใจ

กำแพงเมืองทิศเหนือเปิดฉากยิงทันทีที่มังกรยักษ์กลืนความมืดปรากฏตัว ทว่าสัตว์อสูรระดับทะยานฟ้านับร้อยตัวกลับโผล่ออกมาจากความว่างเปล่าบนท้องฟ้าอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย แม้ว่ายอดฝีมือของกองกำลังป้องกันเมืองจะตอบสนองอย่างรวดเร็ว แต่ก็ไม่อาจต้านทานการจู่โจมได้อย่างสมบูรณ์

ปืนใหญ่เลเซอร์และอาวุธเทคโนโลยีชั้นสูงอื่นๆ ไม่สามารถใช้งานได้ในระยะประชิดขนาดนี้

ความสูญเสียเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

กระสุนเวทธาตุความมืดของมังกรยักษ์กลืนความมืดตกลงมากระหน่ำใส่กำแพงเมือง สร้างความเสียหายอย่างหนักต่อสิ่งปลูกสร้างและอาวุธยุทโธปกรณ์ ทหารป้องกันเมืองบางนายถูกแรงระเบิดฉีกร่างจนแหลกเหลว

ทว่าจ้านอู๋ซวงก็มาถึงกำแพงเมืองทิศเหนือแทบจะในทันที เปลวเพลิงสีแดงฉานพวยพุ่งออกจากร่าง ก่อตัวเป็นม่านพลังเพลิงขนาดยักษ์คลุมทับกำแพงเมืองทิศเหนือ เพื่อสกัดกั้นกระสุนเวทธาตุความมืดที่พุ่งเข้ามา

มังกรเพลิงนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นภายในม่านพลัง พุ่งเข้าโจมตีเหล่าสัตว์อสูรบนท้องนภา

มังกรยักษ์กลืนความมืดหลายตัวถูกไฟลุกท่วมหลังจากการโจมตี เพียงไม่นานพวกมันก็กลายเป็นลูกไฟขนาดยักษ์และร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า

แต่ด้วยจำนวนสัตว์อสูรระดับทะยานฟ้าที่มีนับร้อยตัว จ้านอู๋ซวงจึงไม่อาจรับมือได้ครอบคลุมทั้งหมดในสถานการณ์เช่นนี้ โชคดีที่กำลังเสริมจากหน่วยคมมีดมาถึงพอดี

หุ่นรบโดรนทิ้งเงากว่าร้อยเครื่องและร่างของคนนับร้อยในชุดรบพิเศษของหน่วยคมมีดเดินทางมาถึงกำแพงเมืองทิศเหนือ

เหล่าสัตว์อสูรระดับทะยานฟ้านับร้อยตัวจึงค่อยๆ ถูกควบคุมสถานการณ์ไว้ได้

"เร็วเข้า เร็วเข้า เร็วเข้า!" กู้ไป๋ในชุดกาวน์สีขาวกำลังสั่งการให้ทีมแพทย์ใช้ลิฟต์ขนย้ายผู้บาดเจ็บจากกำแพงเมืองทิศเหนือซึ่งอยู่ใกล้กับกำแพงเมืองทิศตะวันออกลงมาด้านล่าง

เมื่อมองดูทหารนายหนึ่งที่ร่างกายซีกหนึ่งถูกแรงระเบิดหายไป ทั้งเซลล์ในร่างกายยังเสื่อมสภาพอย่างรวดเร็วจากการติดเชื้อธาตุความมืด วิชารักษาที่กู้ไป๋ปล่อยออกมาก็ทำได้เพียงยื้อลมหายใจเฮือกสุดท้ายของเขาไว้เท่านั้น

ความรู้สึกไร้พลังถาโถมเข้าใส่กู้ไป๋ในทันที

จำนวนผู้บาดเจ็บเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ กู้ไป๋ใช้วิชารักษาเพื่อรักษาทหารรอบๆ ไปพร้อมกัน ขณะที่ทีมแพทย์ก็ระดมใช้ยารักษาพิเศษและยาสลบจำนวนมากกับผู้บาดเจ็บที่หมดสติ

นอกจากนี้ยังมีทหารบางนายที่ศีรษะถูกระเบิดหายไป เหลือเพียงร่างไร้วิญญาณนอนแน่นิ่งอยู่ตรงนั้น

แรงกระแทกจากการต่อสู้ของสัตว์อสูรระดับทะยานฟ้านั้นรุนแรงเกินกว่าที่ทหารเหล่านี้จะรับไหว ดังนั้นแม้จะไม่ได้ถูกสัตว์อสูรโจมตีโดยตรง แต่ทหารบางนายก็ยังได้รับบาดเจ็บสาหัสถึงชีวิตอยู่เนืองๆ

ผู้คนที่ถูกหามลงมาล้วนบาดเจ็บสาหัส ร่อแร่ หรือไม่ก็เสียชีวิตไปแล้ว ผู้ที่สามารถเข้ามาเป็นทหารป้องกันเมืองได้อย่างน้อยก็ต้องอยู่ในระดับทลายมิติหรือใกล้เคียง ซึ่งมีพลังชีวิตที่แข็งแกร่ง หากไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยทั่วไปก็จะไม่ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการต่อสู้ของพวกเขา

สมาชิกทีมแพทย์ที่ปกติมักจะอู้หูไม่เคยพบเจอภาพเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน ร่างของทหารหลายนายขาดกระจุยเป็นชิ้นๆ พร้อมกับอวัยวะภายในที่ทะลักออกมา

สมาชิกบางคนถึงกับอาเจียนลงพื้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่อะดรีนาลีนที่พุ่งพล่านจากบรรยากาศของสงครามก็ช่วยให้พวกเขาตั้งสติและทุ่มเทให้กับการทำหน้าที่รักษาเหล่าทหารต่อไปได้

"อาการของคนพวกนี้คงที่แล้ว ส่งตัวพวกเขาไปที่โรงพยาบาลเลย!!" กู้ไป๋เองก็เพิ่งเคยเห็นภาพแบบนี้เป็นครั้งแรก แต่ตอนนี้ไม่มีเวลาให้มาปรับตัวอีกแล้ว

ในหัวของกู้ไป๋ตอนนี้มีเพียงความคิดเดียว นั่นคือต้องช่วยทุกคนให้ได้

ระบบการแพทย์ในปัจจุบันมีความก้าวหน้ามาก และในโรงพยาบาลเหล่านั้นก็มีผู้ใช้พลังพิเศษสายรักษาที่เก่งกาจ ตราบใดที่ยังมีลมหายใจ พวกเขาก็สามารถรอดชีวิตได้ แม้ว่าร่างกายจะถูกระเบิดจนขาดเป็นท่อนๆ ก็ตาม!

การใช้วิชารักษาอย่างต่อเนื่องทำให้กู้ไป๋หน้ามืดวิงเวียนและหอบหายใจอย่างหนัก

แต่เขาไม่กล้าหยุดพัก เขากลัวว่าหากขาดวิชารักษาของเขา ทหารที่น่าจะรอดชีวิตก็อาจจะต้องตาย พลังงานมหาศาลที่สูญเสียไปจากการใช้วิชารักษาอย่างหนักหน่วงทำให้กู้ไป๋หน้ามืดวูบไปหลายรอบ

ในตอนนั้นเอง แสงสีเขียวอ่อนก็สว่างวาบขึ้นปกคลุมบริเวณที่กู้ไป๋อยู่ ภายใต้แสงนั้น กู้ไป๋รู้สึกราวกับกำลังแช่อยู่ในบ่อน้ำพุร้อนที่แสนอบอุ่น และเซลล์ที่อ่อนล้าในร่างกายก็กำลังฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว

ผลลัพธ์ของมันยอดเยี่ยมกว่าวิชารักษาของเขาเองไม่รู้กี่เท่าตัว!

"กำลังเสริมมาถึงแล้วงั้นเหรอ?" กู้ไป๋พึมพำ

ด้วยอำนาจการยิงกดดันที่กำแพงเมืองทิศตะวันออก ตอนนี้จึงแทบไม่มีผู้บาดเจ็บในฝั่งนั้นเลย ในเมื่อกำแพงเมืองทิศเหนือและทิศใต้กำลังถูกโจมตีจนมีทหารบาดเจ็บจำนวนมาก ทีมแพทย์จากกำแพงเมืองทิศตะวันออกจึงต้องส่งคนมาช่วยสนับสนุนอย่างแน่นอน

หญิงวัยกลางคนในชุดรบสีขาวลอยตัวอยู่กลางอากาศ ลำแสงสาดส่องลงมา อาบไล้เกือบทั้งทีมแพทย์ให้อยู่ในรัศมีของแสงนั้น

ใบหน้าของเหล่าทหารที่บาดเจ็บสาหัสค่อยๆ มีเลือดฝาด สติสัมปชัญญะของพวกเขาก็เริ่มแจ่มใสขึ้น

ทหารบางนายที่ไม่ได้บาดเจ็บสาหัสถึงชีวิตสามารถลุกขึ้นยืนและขยับตัวได้อย่างอิสระ

"ใครที่ยังขยับไม่ได้ ให้นำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อฟื้นฟูร่างกาย ส่วนคนที่หายดีแล้ว ห้ามกลับขึ้นไปสู้รบอีก! เซลล์ของพวกคุณมาถึงขีดจำกัดแล้ว หากได้รับบาดเจ็บสาหัสแบบนี้อีกในเวลาอันสั้น เซลล์อาจจะพังทลายลงได้!"

หญิงวัยกลางคนผู้นั้นดูเหมือนจะมีกลิ่นอายอันสูงส่ง และน้ำเสียงของเธอก็แฝงไปด้วยความอบอุ่น ราวกับสามารถเยียวยาจิตใจของผู้คนได้

เซี่ยเหลียน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลในเครือกองกำลังป้องกันเมือง และยังเป็นศาสตราจารย์ด้านการแพทย์แผนจีน

กู้ไป๋เคยเห็นบุคคลสำคัญระดับบิ๊กคนนี้ตามข่าวในฐานที่มั่นเมืองหลินเฉิง เธอเป็นยอดฝีมือระดับทะยานฟ้าเพียงคนเดียวในฐานที่มั่นเมืองหลินเฉิงทั้งหมดที่มีพลังพิเศษสายรักษาลำดับที่ 2!

"ส่งพวกเขาทั้งหมดไปพักฟื้นที่โรงพยาบาล อย่าปล่อยให้นอนเกะกะพื้นที่ตรงนี้!" เซี่ยเหลียนกล่าวพลางกวาดสายตามองสมาชิกทีมแพทย์โดยรอบ

"เข้าใจแล้วครับ!" กู้ไป๋รับคำ จากนั้นจึงเริ่มสั่งการสมาชิกในทีมแพทย์

ในเวลานี้ ทีมแพทย์จากกำแพงเมืองทิศตะวันออกก็มาถึงเช่นกัน ด้วยความช่วยเหลือจากภายนอกที่แข็งแกร่ง ทีมแพทย์จึงจัดการดูแลผู้บาดเจ็บทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว

หลังจากนำผ้าขาวมาคลุมร่างทหารที่เสียชีวิต กู้ไป๋ก็ทอดถอนใจ

เมื่อครู่นี้ เขายังคิดอยู่เลยว่าด้วยการยิงสนับสนุนอย่างเต็มกำลังจากทางการ บวกกับเวลาเตรียมตัวที่ยาวนาน พวกเขาจะสามารถผ่านคลื่นสัตว์อสูรครั้งนี้ไปได้อย่างราบรื่น เขาไม่คาดคิดเลยว่าชีวิตคนเราจะเปราะบางถึงเพียงนี้ การลอบโจมตีเพียงไม่กี่ครั้งของสัตว์อสูรกลับนำมาซึ่งความสูญเสียอย่างย่อยยับต่อเหล่าทหารบนกำแพงเมือง

ตูม~

เสียงระเบิดดังกึกก้องกัมปนาทมาจากกำแพงเมืองทิศเหนือ แรงสั่นสะเทือนจากการระเบิดยังส่งผลกระทบรุนแรงมาถึงบริเวณที่ทีมแพทย์อยู่ด้วย

โชคดีที่มีระดับยอดฝีมือหลายคนในทีมแพทย์ที่มาสนับสนุน ไม่เช่นนั้นแค่แรงปะทะจากการระเบิดเพียงอย่างเดียวก็เพียงพอที่จะสร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับพื้นที่ที่ทีมแพทย์ประจำการอยู่

เมื่อกลุ่มควันบนกำแพงเมืองทิศเหนือจางลง สีหน้าของทุกคนก็เคร่งเครียดขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นสถานการณ์บนนั้น เซี่ยเหลียนที่ลอยอยู่กลางอากาศก็ไม่มีสีหน้าผ่อนคลายเหมือนเช่นเคยอีกต่อไป

หัวใจของกู้ไป๋กระตุกวูบเมื่อเห็นภาพตรงหน้า ร่างกายของเขาสั่นสะท้านไม่หยุด

รอยโหว่ขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นบนกำแพงเมืองทิศเหนือบริเวณที่ติดกับทิศตะวันออก ผู้บัญชาการสูงสุด จ้านอู๋ซวง ถูกซัดกระเด็นร่วงลงมากระแทกพื้น เปลวเพลิงบนร่างของเขาดูเหมือนจะหรี่แสงลงเล็กน้อย

หุ่นรบโดรนทิ้งเงาหลายสิบเครื่องกลายสภาพเป็นเศษเหล็ก บางเครื่องฝังทะลุเข้าไปในกำแพงเมือง สร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงให้กับสิ่งปลูกสร้างด้านใน

กู้ไป๋มองเห็นร่างลางๆ ร่างหนึ่งอยู่บนหุ่นรบอย่างเลือนราง เขารู้สึกราวกับคนทั้งคนตกลงไปในห้องแช่น้ำแข็ง แววตาของเขาเหม่อลอยขณะพึมพำกับตัวเอง

"เสี่ยวเยว่!"

"ได้โปรด อย่าเป็นอะไรไปนะ!"

เวลาย้อนกลับไปเมื่อหนึ่งนาทีก่อนหน้านี้

การมาถึงของหน่วยคมมีดได้สะกดข่มสัตว์อสูรระดับทะยานฟ้านับร้อยตัวเอาไว้ และมีสัตว์อสูรระดับทะยานฟ้าบางตัวที่ถูกจ้านอู๋ซวงสังหารเป็นระยะๆ

สถานการณ์กำลังเป็นไปได้สวย

ทว่าในจังหวะนั้นเอง มังกรยักษ์กลืนความมืดตัวหนึ่งก็พังทลายม่านพลังเพลิงเข้ามา และพุ่งทะยานเข้าใส่จ้านอู๋ซวง

จ้านอู๋ซวงในร่างยักษ์เพลิงเสกโซ่เพลิงนับไม่ถ้วนให้ปรากฏขึ้นตรงหน้า ก่อนจะพุ่งเข้าไปรัดพันมังกรยักษ์กลืนความมืด ราวกับต้องการจะฉีกกระชากมันให้เป็นชิ้นๆ

แน่นอนว่าจ้านอู๋ซวงย่อมมองออกถึงความผิดปกติของมังกรตัวนี้ อุณหภูมิสูงปรี๊ดจากการโจมตีเต็มกำลังของเขาแทบจะหลอมละลายกำแพงเมืองเบื้องล่าง อากาศรอบบริเวณบิดเบี้ยวไปหมด

เมื่อโซ่เพลิงพุ่งเข้าประชิดตัวมังกรยักษ์กลืนความมืด แสงสีแดงก็สว่างวาบขึ้นบนร่างของมัน จากนั้นมังกรยักษ์กลืนความมืดก็กลายร่างเป็นหมาป่ายักษ์ขนสีขาวบริสุทธิ์

"สไลม์แปลงกายจริงๆ ด้วย!" เมื่อเห็นภาพดังกล่าว จ้านอู๋ซวงก็ดูเหมือนจะคาดการไว้ก่อนแล้ว

พายุหิมะและน้ำแข็งอันไร้ที่สิ้นสุดหมุนวนรอบตัวหมาป่ายักษ์ ทำลายโซ่เพลิงจนแตกกระจาย ก่อนที่มันจะพ่นพลังงานสีฟ้าอ่อนออกจากปาก

จ้านอู๋ซวงอยากจะหลบ แต่มันก็เป็นไปไม่ได้ เพราะกำแพงเมืองอยู่ข้างใต้เขาพอดี

เขาจึงต้องรับการโจมตีนั้นไว้ตรงๆ

หมาป่ายักษ์คุกน้ำแข็ง สัตว์อสูรระดับทะยานฟ้าผู้เชี่ยวชาญพลังน้ำแข็งและหิมะ ทว่านี่เป็นเพียงการแปลงกายของสไลม์ระดับแยกนภา ซึ่งความสามารถทุกอย่างของมันได้รับการยกระดับขึ้นอย่างมหาศาล

พลังน้ำแข็งและหิมะอันน่าสะพรึงกลัวปะทะเข้ากับพลังเพลิง ก่อให้เกิดไอน้ำปริมาณมหาศาลพวยพุ่งขึ้นมา

แต่โดยรวมแล้ว จ้านอู๋ซวงก็ยังคงได้เปรียบอยู่ดี

ตูม!

เสียงคำรามกึกก้องดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างยักษ์สีแดงบนกำแพงเมือง มันกัดกินกำแพงเมืองและเหล่าทหารอย่างต่อเนื่อง ไม่นานนัก รอยโหว่ขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นบนกำแพงเมือง

เสียงคำรามดังกึกก้องอีกครั้ง ในอีกด้านหนึ่งก็ปรากฏร่างยักษ์สีแดงขึ้นมาอีกร่าง

"สามตัวงั้นเรอะ?" สีหน้าของจ้านอู๋ซวงดำทะมึนลง

เขาไม่คาดคิดเลยว่าจะมีสไลม์แปลงกายระดับแยกนภาโผล่มาถึงสามตัว แถมฝั่งกำแพงเมืองทิศใต้ก็ต้องมีพวกมันอยู่ด้วยแน่ๆ แบบนี้ชักจะรับมือยากซะแล้ว

สไลม์แปลงกายสามารถจำแลงร่างเป็นสิ่งมีชีวิตที่พวกมันเคยสัมผัสได้ แถมกลิ่นอายของพวกมันก็จะถูกปรับเปลี่ยนให้เหมือนกันเป๊ะ พวกมันถือเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่รับมือยากที่สุดในบรรดาสัตว์อสูรระดับแยกนภา

สัตว์อสูรไม่มีสติปัญญา แต่พวกมันมีสัญชาตญาณของสัตว์ป่าที่รู้จักหลีกหนีภัยอันตราย นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมพวกมันถึงหลีกเลี่ยงสมรภูมิหลัก และหันมาโจมตีกำแพงเมืองทิศเหนือและทิศใต้แทน

สัตว์อสูรระดับแยกนภาสองตัวกำลังทำลายกำแพงเมืองอย่างบ้าคลั่ง เพียงไม่นาน รอยแตกความยาวหลายร้อยหรือหลายพันเมตรก็ปรากฏขึ้นบนกำแพงเมือง ทหารและหุ่นรบทิ้งเงาหลายเครื่องถูกพวกมันโจมตีจนกลายเป็นศพและเศษเหล็ก

เพียงแค่จ้านอู๋ซวงเสียสมาธิไปชั่วครู่ หมาป่ายักษ์ตรงหน้าก็คืนร่างเดิม บนร่างอันใหญ่โตและเหนียวหนืดของมัน เมือกสีแดงได้แปรเปลี่ยนเป็นหนวดนับไม่ถ้วนพุ่งเข้าโจมตีจ้านอู๋ซวง

หนวดเหล่านั้นไม่ได้สัมผัสโดนจ้านอู๋ซวง แต่ของเหลวสีแดงปริมาณมหาศาลที่พ่นออกมาจากหนวดกลับซัดจ้านอู๋ซวงจนร่วงลงไปกองกับพื้น

"ตึงมือเอาเรื่องแฮะ!" จ้านอู๋ซวงยันตัวขึ้นมา ถ่มเลือดเสียออกจากปาก ก่อนที่เปลวเพลิงจะระเบิดขึ้นทั่วร่าง เผาผลาญของเหลวสีแดงที่มีฤทธิ์กัดกร่อนเหล่านั้นจนหมดสิ้น

ถ้าเป็นสัตว์อสูรระดับแยกนภาสายพันธุ์อื่นยังพอทน แต่สัตว์อสูรสายแปลงกายแบบนี้นี่แหละที่รับมือยากที่สุดสำหรับฐานที่มั่น

แถมมันยังสามารถปกปิดกลิ่นอายของสัตว์อสูรในบริเวณนั้นได้อีก การแอบเข้ามาจู่โจมฐานที่มั่นจึงแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะป้องกัน!

เวลาต่อสู้ เขายังต้องคอยพะวงถึงฐานที่มั่นอีก เพราะเกรงว่าผลพวงจากการปะทะจะสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงให้กับฐาน

ในขณะนั้นเอง!

ฟึ่บ—

เงาหอกหลายสายพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าจากด้านล่างของกำแพงเมือง ราวกับมังกรที่ผงาดง้ำ ซัดสไลม์แปลงกายทั้งสามตัวที่กำลังทำลายกำแพงเมืองกระเด็นลอยไปตกในดินแดนรกร้างห่างจากฐานที่มั่นออกไปหลายกิโลเมตร

ร่างในชุดรบสีดำทองถือหอกยาวเล่มหนึ่งยืนตระหง่านอยู่บนกำแพงเมืองตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่อาจทราบได้ แผ่ซ่านกลิ่นอายแห่งราชันย์อันน่าเกรงขามและสง่างามออกมาบางเบา

"นึกว่าจะไม่ออกมาซะแล้ว!" จ้านอู๋ซวงปัดฝุ่นตามตัวแล้วกระโดดไปยืนข้างๆ ร่างนั้น

"กระดูกสันหลังของคนแก่คนนี้ทนแรงกระแทกไม่ค่อยไหวหรอกนะ ถ้าไม่รู้สถานการณ์การรบ ฉันก็คงไม่ออกมาหรอก!" ร่างนั้นถูกห่อหุ้มด้วยชุดรบทั้งตัว แต่จากน้ำเสียงก็พอจะเดาได้ว่าเขาอายุไม่น้อยแล้ว

เขาคือบรรพชนตระกูลหลิน หลินเจียงหยวน ยอดฝีมือระดับแยกนภาของตระกูลหลินนั่นเอง!

"สามตัว! รับมือยากนิดหน่อย ย้ายสมรภูมิกันเถอะ! ฝั่งกำแพงเมืองทิศใต้มีสไลม์แปลงกายระดับแยกนภาแค่สองตัว ตาเฒ่าฉู่กับตาเฒ่าซุนน่าจะเอาอยู่!" หลินเจียงหยวนกล่าวจบ ร่างของเขาก็พุ่งไปปรากฏอยู่เบื้องหน้าสไลม์ตัวหนึ่งในชั่วพริบตา ปลายหอกตวัดร่ายรำ เงาหอกนับไม่ถ้วนทิ่มแทงร่างของสไลม์จนแหลกสลาย

จ้านอู๋ซวงเองก็ไม่ได้อยู่เฉย เพียงไม่นาน สัตว์อสูรระดับแยกนภาทั้งสามตัวก็ถูกพวกเขาล่อให้ออกไปไกลจากกำแพงเมืองทิศเหนือถึงสิบกิโลเมตร

แม้ผลกระทบจากการต่อสู้จะยังคงส่งผลอย่างหนักต่อกำแพงเมืองทิศเหนือ แต่มันก็ดีกว่าการปะทะกันบนกำแพงเมืองโดยตรงมากนัก

ณ สมรภูมิหลักบริเวณกำแพงเมืองทิศตะวันออก ภายใต้อำนาจการยิงสนับสนุน คลื่นสัตว์อสูรก็ยังคงดาหน้าเข้าใกล้กำแพงเมืองอย่างต่อเนื่อง

ที่บริเวณฐานกำแพงเมือง ยานรบลอยตัวที่มีรูปร่างคล้ายรถถังกำลังชาร์จพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้า ก่อนจะยิงปืนใหญ่แม่เหล็กไฟฟ้าถล่มใส่คลื่นสัตว์อสูร กวาดล้างพวกมันไปเป็นระลอกๆ

ดูเหมือนว่าสถานการณ์การรบตรงนี้จะเข้าสู่สภาวะชะงักงัน แต่ความยืดเยื้อนี้ก็ไม่ใช่เรื่องดีสำหรับฐานที่มั่นเลย เพราะยังมีสัตว์อสูรระดับทะยานฟ้ากลุ่มใหญ่อีกระลอกรออยู่ด้านหลัง

ในกรณีนี้ ไม่ช้าก็เร็วเหล่าสัตว์อสูรก็จะบุกประชิดกำแพงเมืองได้สำเร็จ และเมื่อถึงเวลานั้นก็จะต้องเกิดความสูญเสียอย่างหนักหน่วงแน่นอน

ตึง ตึง ตึง~

หลังจากสถานการณ์ยืดเยื้อมาได้ระยะหนึ่ง จู่ๆ ก็มีเสียงกลองรบดังกึกก้องมาจากห้วงมิติที่ว่างเปล่า เสียงนั้นไม่ได้ดังมากนัก แต่มันกลับดังก้องกังวานไปทั่วทั้งสมรภูมิ

เสียงกลองรบทวีความเร้าใจมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ราวกับสายฟ้าฟาดจากฟ้าครามที่ดังสนั่นจนแสบแก้วหู

"นี่มัน..."

จบบทที่ บทที่ 24 สัตว์อสูรระดับแยกนภาและความสูญเสีย

คัดลอกลิงก์แล้ว