- หน้าแรก
- หลังจากลงชื่อเข้าใช้มาสี่ปีในที่สุด ฉันก็ได้เป็นมหาเศรษฐี
- ตอนที่ 64 : ขึ้นอยู่กับพี่แล้ว
ตอนที่ 64 : ขึ้นอยู่กับพี่แล้ว
ตอนที่ 64 : ขึ้นอยู่กับพี่แล้ว
ตอนที่ 64 : ขึ้นอยู่กับพี่แล้ว
กลุ่มคุณชายและคุณหนูคนอื่นๆ ต่างก็พากันหลุดหัวเราะพรวดออกมา บางคนที่กำลังจิบน้ำชาก็ถึงกับพ่นน้ำชาออกมาทันที
“ช่างกล้าพูดออกมาได้ทุกเรื่องจริงๆ เลยนะ!”
“ปากเสียชะมัด! แต่ที่พูดมานี่ก็ถูกของนายนะ!”
“ฮ่าๆๆๆ! ไม่ไหวแล้ว ขำจนจะขาดใจอยู่แล้ว!”
คุณหนูคนสวยที่ถูกพาดพิง ใบหน้าของเธอก็เปลี่ยนสีจากแดงเป็นซีดสลับกันไปมา เธอถกแขนเสื้อขึ้นเตรียมจะพุ่งเข้าไปหาพลางตะโกนลั่นว่า
“ไอ้บ้า! แกกล้าดียังไงมาท้าทายฉัน! เดี๋ยวแม่จะแก้ผ้าแกให้ แล้วดึงขนหน้าอกแกออกมาทีละเส้น คอยดูซิว่ามันจะหนักถึงสี่ตำลึงไหม!”
คุณหนูคนนี้เริ่มจะมีน้ำโหเข้าจริงๆ แล้ว ถ้าหากเพื่อนรอบข้างไม่ช่วยกันห้ามไว้ มีหวังเส้นขนของคุณชายคนนั้นคงถูกดึงจนหลุดหมดตัวแน่ๆ
ทุกคนต่างก็ฟังเสียงโอดครวญและเสียงขอโทษของคุณชายคนนั้นพลางหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน คนกลุ่มนี้เป็นเพื่อนที่เล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก ฐานะทางบ้านก็ทัดเทียมกัน พวกเขาจึงสนิทสนมกันเป็นธรรมดา
หลังจากหัวเราะจนหนำใจแล้ว คุณชายคนหนึ่งก็นอนเอนกายลงบนโซฟาพักผ่อนอย่างสบายอารมณ์ แล้วพูดเสียงดังว่า “ไม่สนล่ะ คืนนี้ฉันต้องจัดแพ็กเกจที่ดีที่สุด! ไม่อย่างนั้นมันจะชดเชยความหวาดระแวงของฉันไม่ได้แน่!”
พูดจบ คุณชายคนนั้นก็จงใจเหลือบมองตู้จวิ้นจื้อ คำพูดนี้เขาจงใจพูดให้อีกฝ่ายได้ยินนั่นเอง
คนอื่นๆ เมื่อได้ยินก็พากันพยักหน้าเห็นด้วยและส่งเสียงสนับสนุนว่า
“ข้อเสนอนี้ดีมาก ถูกใจฉันจริงๆ! ไม่ต้องเอาดีที่สุด เอาที่แพงที่สุดมาเลย!”
“นั่นสิที่เขาว่ากันว่า ยอดคนมักจะมีความคิดเห็นที่ตรงกันเสมอ! ฉันก็วางแผนแบบนี้ไว้ตั้งแต่ก่อนออกมาแล้วล่ะ!”
“หึหึ พวกนายนี่มันยังอ่อนหัดเกินไปจริงๆ! อย่างเดียวมันจะไปพออะไร? มันต้องจัดให้ครบทุกอย่างสิถึงจะถูก!”
ตู้จวิ้นจื้อที่นั่งฟังอยู่ข้างๆ ถึงกับใจสั่นขวัญผวา เขาจึงรีบห้ามปรามพวกคุณชายที่กำลังเฮฮาพลางทำหน้าเศร้าว่า “พวกนายหัดทำตัวให้เหมือนคนหน่อยได้ไหม? ถึงฉันจะรวยแต่ฉันก็ไม่ได้มีเงินเหลือเฟือมากขนาดนั้นนะ!”
แต่ตู้จวิ้นจื้อก็ไม่คิดเลยว่าคำบ่นของเขานั้นจะทำให้ทุกคนในที่นั้นต่างก็พากันหันมาถลึงตาใส่เขาด้วยความโมโห!
ทุกคนเริ่มทนไม่ไหวและเปิดฉากบ่นออกมาทันที
“พี่จื้อ ตั้งวันนึง! มันตั้งทั้งวันเลยนะ! พี่รู้ไหมว่าผมต้องเจอกับอะไรมาบ้าง!”
“ตอนนี้ผมยังรู้สึกขาสั่นไม่หายอยู่เลยเนี่ย!”
แถมยังมีคุณหนูคนหนึ่งมองตู้จวิ้นจื้อด้วยสายตาตัดพ้อพลางพูดอย่างไม่พอใจว่า “นั่นสิพี่จื้อ พี่ต้องรับผิดชอบนะ!”
ตู้จวิ้นจื้อ “……”
นี่เธอ คำพูดแบบนี้จะพูดส่งเดชไม่ได้นะ!
แต่ทว่าเมื่อตู้จวิ้นจื้อเห็นสภาพที่ดูน่าเวทนาของแต่ละคน เขาก็ได้แต่ส่ายหน้าอย่างขำๆ พลางโบกมือประกาศว่า “ก็ได้ๆๆ พวกแกอยากจะทำอะไรก็ทำไปเลย โอเคไหม?”
ความจริงตู้จวิ้นจื้อก็แค่แกล้งทุกคนเล่นเท่านั้นเอง เพราะอย่างไรเสียเขาก็ยอมควักเงินล้านเพื่อเหมาปิดร้านไปแล้ว เขาจะมาขาดเงินค่าชั่วโมงนวดแค่นี้ได้ยังไง?
“พี่จื้อจงเจริญ!”
ทุกคนต่างส่งเสียงโห่ร้องด้วยความดีใจ ในขณะที่กำลังจะเรียกพนักงานมาเลือกแพ็กเกจบริการ พวกเขาก็เห็นเจียงเซิ่งสี่เดินเข้ามา ทุกคนในที่นี้ล้วนเป็นแขกประจำของสปาน้ำพุร้อนเซียนอิน พวกเขาจึงรู้จักเจียงเซิ่งสี่กันหมด และพากันเอ่ยทักทาย
เจียงเซิ่งสี่เดินตรงเข้ามาหาตู้จวิ้นจื้อด้วยสีหน้าขอโทษและเอ่ยว่า “ต้องขอประทานโทษจริงๆ ครับคุณชายตู้ คืนนี้สถานที่แห่งนี้เกรงว่าจะต้องมอบให้แขกท่านอื่นแทนแล้วครับ ทางเราจะรีบคืนเงินให้ท่านทันทีครับคุณชายตู้ หวังว่าท่านจะเข้าใจนะครับ”
กลุ่มคุณชายและคุณหนูถึงกับอึ้งไปตามๆ กัน
ในจินหลิงพวกเขาสามารถเดินยืดอกได้อย่างไร้คู่ต่อสู้ การที่ไม่ไปแย่งที่เหมาปิดร้านของคนอื่นก็นับว่าดีแค่ไหนแล้ว แต่วันนี้กลับมีคนกล้ามาแย่งในถิ่นของพวกเขาเนี่ยนะ?
ทุกคนที่อารมณ์ไม่ดีมาตั้งแต่ตอนเกิดเรื่องรอบก่อน ก็อุตส่าห์ตั้งใจจะมาพักผ่อนให้สบายใจ
แต่นี่มันคือการหาเรื่องใส่กันชัดๆ เลยไม่ใช่เหรอ?
แม่งเอ๊ย แม้แต่พวกเราก็ยังจะรังแกกันงั้นเหรอ!
แล้วยังจะมีหน้ามาขอให้เข้าใจอีก?
ถ้าขอโทษแล้วจบเรื่องได้ แล้วจะมีตำรวจไว้ทำไมกันล่ะ!
“สปาน้ำพุร้อนเซียนอินของพวกคุณทำแบบนี้ได้ยังไงกัน? พวกเราเหมาปิดร้านไว้เรียบร้อยแล้ว ทำไมอยู่ดีๆ ถึงจะมาไล่แขกแบบนี้ล่ะ?”
“โลกใบนี้มันช่างกว้างใหญ่จริงๆ มีเรื่องบ้าอะไรก็เกิดขึ้นได้หมด! วันนี้มันวันซวยอะไรกันเนี่ย ทำไมทุกคนถึงต้องมาเป็นศัตรูกับพวกเราด้วย?”
“เรื่องอื่นฉันอาจทนได้ แต่เรื่องนี้ฉันทนไม่ได้! วันนี้พวกคุณต้องให้คำอธิบายกับพวกเรา!”
ทุกคนต่างพากันรุมล้อมเจียงเซิ่งสี่ไว้ตรงกลาง และเริ่มเปิดฉากต่อว่าไม่หยุด
……
“พวกเธอทานอิ่มกันหรือยัง?”
ฉู่หลิงจิบน้ำชาจนเต็มพุง เขาก็ลุกขึ้นยืนถามเหล่าสาวๆ
จางเล่ยและคนอื่นๆ รีบลุกขึ้นยืนพลางบอกว่าอิ่มแล้ว มีเพียงฉู่เหมิงเหมิงที่ยังต้วมเตี้ยมและอาศัยจังหวะหยิบขนมเข้าปากอีกชิ้นหนึ่ง
ฉู่หลิงมองดูฉู่เหมิงเหมิงแล้วส่ายหน้ายิ้มๆ
ยัยน้องสาวคนนี้ เป็นพวกเห็นแก่กินจริงๆ เลยนะ แต่ถึงจะกินเยอะแค่ไหนก็ไม่เห็นจะอ้วนขึ้นเลย น่าหมั่นไส้จริงๆ!
ฉู่หลิงเห็นทุกคนลุกขึ้นพร้อมแล้ว จึงหันไปสั่งการพนักงานต้อนรับที่อยู่ข้าง ๆ ว่า “คุณพาพวกเราเข้าไปดูข้างในหน่อยสิ”
พนักงานต้อนรับเมื่อได้รับคำสั่งจากเจ้านายคนใหม่ มีหรือที่จะกล้าขัดคำสั่ง เธอจึงรีบเดินนำหน้าไปทันที
ฉู่หลิงเดินไปพลางกวาดสายตามองการตกแต่งภายในสปาน้ำพุร้อนเซียนอินไปพลาง
การตกแต่งของที่นี่เต็มไปด้วยความหรูหราอลังการ ทุกๆ สองสามก้าวที่ผนังก็จะประดับไปด้วยกระถางดอกไม้ขนาดย่อม แม้แต่ของประดับตกแต่งบนนั้นก็ยังถูกชุบด้วยสีทอง
ฉู่หลิงสังเกตดูอย่างละเอียด และพบว่าสีทองชุบที่มักจะหลุดลอกได้ง่ายนั้นกลับยังคงสภาพสมบูรณ์ไร้ที่ติ
พนักงานต้อนรับก็สังเกตเห็นสายตาของฉู่หลิง เธอจึงรีบอธิบายอย่างยิ้มๆ ว่า “บอสคะ โดยปกติแล้วที่นี่จะมีคนคอยตรวจของเหล่านี้เป็นประจำทุกวันค่ะ ถ้าเราพบว่ามีรอยหลุดลอกก็จะรีบซ่อมแซมทันทีค่ะ”
ฉู่หลิงพยักหน้า บนใบหน้าก็ปรากฏแววพึงพอใจ
ไม่เลว สปาน้ำพุร้อนเซียนอินมีระดับที่สูงมากในทุกด้าน และการจัดการรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ก็ทำได้ดีเยี่ยมจริงๆ
“ประตูทางขวามือของท่าน ก้าวเข้าไปข้างในก็จะเป็นสวนน้ำในร่มค่ะ” พนักงานต้อนรับเดินนำอยู่ข้างหน้า พร้อมกับแนะนำข้อมูลอย่างใส่ใจ
ฉู่เหมิงเหมิงมีความอยากรู้อยากเห็นเป็นทุนเดิม เธอจึงผลักประตูบานนั้นเข้าไป
เธอเห็นเพียงสระว่ายน้ำขนาดใหญ่โตมโหฬารที่อยู่ข้างใน บนเพดานก็มีการติดตั้งอุปกรณ์เครื่องเล่นไว้มากมาย
และตรงตำแหน่งหน้าประตูก็มีหลุมลึกประมาณสิบเซนติเมตร ซึ่งบรรจุน้ำยาฆ่าเชื้อไว้ข้างใน
แขกทุกคนที่ต้องการเข้าสู่สวนน้ำ จำเป็นจะต้องเหยียบผ่านน้ำยาฆ่าเชื้อเหล่านี้ก่อนถึงจะเข้าไปได้
พนักงานต้อนรับก็อธิบายอย่างใจเย็นว่า “ปกติแล้วที่นี่จะเป็นพวกคุณแม่ที่พาลูกๆ มาเล่นกันค่ะ เพราะบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติในสปาของเราไม่เหมาะให้เด็กเล็กลงไปแช่น่ะค่ะ”
ทุกคนต่างพากันพยักหน้าเห็นด้วย
การออกแบบนี้ยอดเยี่ยมมากจริงๆ เมื่อคุณแม่พาลูกเล่นจนหนำใจแล้ว ก็ยังสามารถไปแช่น้ำพุร้อนเพื่อคลายความเหนื่อยล้าได้ ช่างสมบูรณ์แบบจริงๆ
ฉวี่เสี่ยวปิงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากชมว่า “สมกับเป็นสปาน้ำพุร้อนหรูจริงๆ การออกแบบนี้คำนึงถึงความต้องการของผู้ใช้บริการได้ดีมากเลยนะ”
ถ้าหากพื้นที่เล็กกว่านี้ การออกแบบที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้คงทำไม่ได้อย่างแน่นอน
“ที่ชั้นหนึ่งก็ยังมีห้องแต่งตัวขนาดใหญ่ที่แยกส่วนชายหญิงและพื้นที่สำหรับชำระล้างร่างกายด้วยนะคะ เดี๋ยวฉันจะพาทุกท่านขึ้นไปดูที่ชั้นสองต่อเลยนะคะ!”
พนักงานต้อนรับแนะนำข้อมูลอย่างกระตือรือร้นและพาทุกคนขึ้นไปยังชั้นสองต่อ
“ที่ชั้นสองมีห้องโถงสำหรับพักผ่อน และบริการสปาน้ำบำบัด รวมถึงการนวดแบบต่างๆ ทั้งแบบจีน ตะวันตกและนวดแผนไทย นอกจากนี้เรายังมีศูนย์บำบัดส่วนตัวสำหรับสุภาพสตรีโดยเฉพาะด้วยค่ะ”
ทุกคนต่างพากันฟังและมีแววตาที่เต็มไปด้วยความใฝ่ฝัน
โดยเฉพาะกลุ่มของฉู่เหมิงเหมิง ที่จ้องมองจนตาค้าง
ถ้าได้ลองใช้บริการทั้งหมดนี้ดูสักรอบ ชีวิตคงจะมีความสุขจนล้นฟ้าเลยล่ะ!
ในตอนนั้นเอง เจียงเซิ่งสี่ที่อยู่ท่ามกลางวงล้อม และกำลังถูกกลุ่มคุณชายและคุณหนูรุมต่อว่าอย่างหนัก
ในจังหวะที่เขากำลังจะเอ่ยปากอธิบาย ฉู่หลิงก็เดินเข้ามาถึงที่นี่พอดี
ฉู่หลิงมองดูกลุ่มคุณชายและคุณหนูตรงหน้า แล้วยิ้มบางๆ พลางพูดว่า “ขอโทษด้วยนะครับ ที่มาขัดจังหวะการเหมาปิดร้านของพวกคุณ พอดีพวกเราเองก็อยากจะมาแช่น้ำพุร้อนเพื่อสัมผัสบรรยากาศดูเหมือนกันน่ะครับ”
ต่อให้จะเป็นพวกคุณชายและคุณหนูที่เคยผ่านโลกมาเยอะแค่ไหน ก็ยังต้องสยบให้กับหน้าตาของพวกฉู่หลิง พวกเขาต่างพากันจ้องมองทุกคนด้วยความตกตะลึง
แต่ในตอนนี้เองคุณชายคนเดิมที่พวกเขาเจอตรงห้องโถงก็เดินออกมา “เป็นพวกแกงั้นเหรอ?”
พูดจบ คุณชายคนนั้นก็ชี้หน้าฉู่หลิงแล้วหันไปถามเจียงเซิ่งสี่ว่า “ไม่ใช่แล้วมั้งผู้จัดการเจียง ที่คุณมายกเลิกการเหมาปิดร้านของพวกเราเนี่ย ก็เพื่อคนพวกนี้เนี่ยนะ?”
ตู้จวิ้นจื้อจู่ๆ สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นฉู่หลิงเข้าพอดี เขาถึงกับอึ้งค้างอยู่กับที่ไปทันที
เวรแล้ว ทำไมมาเจอเขาที่นี่ได้ล่ะเนี่ย?
วินาทีต่อมา ตู้จวิ้นจื้อก็เริ่มได้สติ และตะโกนลั่นว่า “หุบปาก!”
คุณชายคนนั้นเมื่อได้ยินเสียงดุด่าของตู้จวิ้นจื้อ เขาก็แสยะยิ้มเย็นพลางมองไปที่ฉู่หลิงแล้วพูดต่อว่า
“นั่นคือคุณชายตู้ ผู้สืบทอดในอนาคตของตระกูลตู้นะเว้ย! ถ้าพวกแกทำเขาไม่พอใจล่ะก็ หึหึ รับรองได้ว่าไม่มีที่ให้ซุกหัวนอนแน่! พวกแกได้ยินแล้วใช่ไหม คุณชายตู้สั่งให้พวกแกหุบปากน่ะ! รีบไสหัวไปซะ อย่ามาเกะกะคุณชายตู้.......”
ตู้จวิ้นจื้อ : “.......”
???
แม่งเอ๊ยยย???
นี่แกกำลังจะอ้างบารมีของฉันไปข่มขวัญคนอื่นหรือยังไงฮะ?
ทำไมแกไม่ดูตัวเองบ้างวะ?
หืม???
ในพริบตานั้น เหงื่อเย็นๆ ของตู้จวิ้นจื้อก็ไหลพรากออกมาทันที
เขามองจ้องคุณชายคนนั้นด้วยสายตาอาฆาต แม่งเอ๊ย จินตนาการของแกนี่มันล้ำเลิศเกินไปแล้วนะ
ฉันจะกล้าไปด่าคนๆ นี้ได้ยังไงกันล่ะวะ!
ตู้จวิ้นจื้อเห็นคุณชายคนนั้นกำลังจะอ้าปากพูดต่อ เขาจึงไม่รอช้า พุ่งเข้าไปใช้มือปิดปากคุณชายคนนั้นไว้ทันที!
คุณชายคนนั้นส่งเสียงอู้อี้ในลำคอ พยายามจะหันกลับไปดูว่าใครกันที่อยู่ข้างหลัง
ตู้จวิ้นจื้อโมโหจนอกแทบระเบิด เขาตะโกนด่าออกมาว่า “ฉันบอกให้แกหุบปากไง! แม่งเอ๊ย แกกะจะฆ่าฉันให้ตายเลยใช่ไหมฮะ”
คุณชายคนนั้น “.......”
???
อู้อี้ๆๆ???
ทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ ต่างก็รีบวิ่งเข้ามาช่วยกันแยกทั้งสองคนออกจากกัน
คุณชายอีกคนกระซิบถามตู้จวิ้นจื้อเบาๆ ว่า “พี่จื้อ พี่เป็นอะไรไปครับ?”
คุณชายและคุณหนูคนอื่นๆ ต่างก็หันมามองตู้จวิ้นจื้อ เพื่อรอฟังคำอธิบายจากเขา
ทำไมอยู่ดีๆ ถึงต้องลงไม้ลงมือกับคนกันเองเพียงเพราะคนนอกด้วยล่ะ
ตู้จวิ้นจื้อรู้สึกปวดหัวตุบๆ เขาได้แต่มองดูพวกคุณชายคุณหนูที่ยังไม่รู้เรื่องรู้ราวด้วยความจนใจ
หลังจากนั้น สายตาของตู้จวิ้นจื้อก็ไปหยุดอยู่ที่ฉู่หลิง แล้วเอ่ยว่า “ท่านผู้นี้แหละ คือคนที่ฉันเพิ่งดึงเข้ากลุ่ม!”
คนในกลุ่มคนนั้นน่ะเหรอ?
ในวินาทีนั้น ทั่วทั้งห้องก็เงียบสนิทราวกับป่าช้า
บรรดาคุณชายและคุณหนูต่างก็พากันอ้าปากค้างมองดูฉู่หลิง แล้วภายในใจก็เต็มไปด้วยความตกตะลึงอย่างยิ่ง
คนคนนี้น่ะเหรอ คือคนที่ทำให้ตระกูลเฉียนต้องเตรียมรับศึกหนักและเป็นเจ้าของรถบูกัตติคนนั้นน่ะ?
ในตอนนี้พวกเขาได้ยินเพียงเสียงดัง ปึก! คุณชายคนที่พูดเมื่อกี้ ถึงกับก้นกระแทกพื้นทรุดลงไปกองกับพื้นแล้ว
คุณชายและคุณหนูคนอื่นๆ ต่างก็พากันนิ่งเงียบราวกับไม่ได้ยินอะไรเลย พวกเขายืนก้มหน้าก้มตาด้วยท่าทางที่สั่นพั่บๆ ด้วยความหวาดกลัว
พวกเขานึกถึงความหวาดกลัวที่พวกเขาเพิ่งเผชิญมาทันที
ที่พวกเขามาแช่น้ำพุร้อนที่นี่ ก็เพื่ออยากจะลืมเรื่องเมื่อเช้าไปให้หมดแท้ๆ!
แต่ใครจะไปคิดล่ะ นอกจากจะไม่ลืมแล้ว ยังต้องมาเจอตัวจริงเสียงจริงเข้าให้แบบจังๆ อีก
เหล่าคุณชายและคุณหนูหันมาสบตากัน นี่....ไม่ใช่ว่าพวกเขาดันไปแย่งเหมาปิดร้านจากผู้ยิ่งใหญ่เข้าให้แล้วงั้นเหรอ?
ซวยซ้ำซวยซ้อนจริงๆ!
คุณชายและคุณหนูแต่ละคนต่างก็มีสีหน้าที่ดูอยากจะร้องไห้แต่ก็ไม่มีน้ำตา ถ้ารู้อย่างนี้ว่าเป็นผู้ยิ่งใหญ่ท่านนี้ ต่อให้ต้องควักเงินจ้างให้เขามาแช่น้ำพุร้อน พวกเขาก็ยอมด้วยความเต็มใจอย่างยิ่งเลยล่ะ!
แต่ตอนนี้เป็นไงล่ะ พวกเขาดันไปล่วงเกินอีกฝ่ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า แล้วพวกเขาจะหาทางจบเรื่องนี้ยังไงดีล่ะเนี่ย!
เมื่อคิดได้ดังนั้น ทุกคนก็นึกถึงตู้จวิ้นจื้อที่อยู่ข้างๆ และพร้อมใจกันส่งสายตาไปหาเขาทันที
สายตาคู่นั้นดูเหมือนจะบอกว่า พี่จื้อครับ พวกผมจะมีชีวิตรอดต่อไปได้ไหม ก็ขึ้นอยู่กับพี่แล้วล่ะครับ!