- หน้าแรก
- หลังจากลงชื่อเข้าใช้มาสี่ปีในที่สุด ฉันก็ได้เป็นมหาเศรษฐี
- ตอนที่ 63 : ประธานฉู่?
ตอนที่ 63 : ประธานฉู่?
ตอนที่ 63 : ประธานฉู่?
ตอนที่ 63 : ประธานฉู่?
พนักงานต้อนรับสาวตาสระอิคนนั้นได้ยินเข้าก็ดวงตาเป็นประกายทันที เธอชะโงกหน้าถามว่า “ใครงั้นเหรอ เธอรู้เหรอ?”
“ฉันบังเอิญไปได้ยินมาจากผู้จัดการใหญ่น่ะ ว่าเป็นคุณชายตู้!” พนักงานคนเดิมตอบด้วยท่าทางลำพองใจ
คุณชายตู้?
พนักงานต้อนรับสาวตาสระอิสูดลมหายใจเข้าลึกๆ “คุณชายตู้แห่งสี่ตระกูลใหญ่ในจินหลิงคนนั้นน่ะเหรอ?”
คนอื่นๆ ที่ได้ยินคำว่าสี่ตระกูลใหญ่ ต่างก็มีสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเกรงขาม
สี่ตระกูลใหญ่ในจินหลิงน่ะเหรอ นั่นคือขุมพลังที่เพียงแค่ขยับตัวนิดเดียว ทั้งจินหลิงก็ต้องสั่นสะเทือนแล้ว
คุณชายตู้ถึงแม้จะเพิ่งปลดประจำการกลับมา แต่ด้วยฐานะทายาทคนโต เขาก็เริ่มเข้ามาดูแลธุรกิจบางส่วนของตระกูลได้อย่างรวดเร็ว และเป็นที่รักใคร่เอ็นดูของผู้นำตระกูลตู้เป็นอย่างมาก
ตอนนี้ทั้งจินหลิงต่างก็ลือกันว่า คุณชายตู้คนนี้แหละที่จะเป็นผู้สืบทอดและกุมบังเหียนของตระกูลตู้คนต่อไป
เรียกได้ว่า ตอนนี้คุณชายตู้คือบุคคลที่ฮอตที่สุดในจินหลิง ฐานะของเขาย่อมสูงส่งจนหาใครเปรียบด้วยได้ยาก
และการที่คุณชายตู้เป็นคนมาเหมาปิดร้านเองแบบนี้ ทุกคนจึงรู้สึกตื่นเต้นกันยกใหญ่
เพราะนั่นคือมหาเศรษฐีคนรวยรุ่นที่สองระดับท็อปของจินหลิงเลยนะ!
“ไม่ใช่แค่นั้นนะ เมื่อกี้ตอนฉันพาพวกคุณชายตู้เข้าไปน่ะ ข้างกายเขายังมีกลุ่มคุณชายคุณหนูอีกเพียบเลยด้วย! แต่ฟังจากน้ำเสียงที่พวกเขาคุยกัน เหมือนคุณชายตู้จะไปทำเรื่องผิดพลาดอะไรบางอย่างมา เลยต้องมาขอโทษ และการเหมาปิดร้านครั้งนี้ก็เพื่อเป็นการชดเชยให้พวกคุณชายคุณหนูเหล่านั้นน่ะ”
พนักงานต้อนรับสาวตาสระอิฟังแล้วดวงตาก็สว่างวาบทันที “คืนนี้มีคุณชายคุณหนูมากันเยอะขนาดนั้นเลยเหรอ? ถ้าเผื่อฟลุ๊คได้ทำความรู้จักสักคนล่ะก็ ชีวิตในวันข้างหน้าของพวกเราก็คงสบายขึ้นเยอะเลยนะ?”
สังคมของคนรวยรุ่นที่สองระดับท็อปน่ะ ใช่ว่าพวกคนรวยทั่วไปจะแทรกตัวเข้าไปได้ง่ายๆ ซะเมื่อไหร่
คนที่มาในวันนี้ ย่อมต้องเป็นคนที่มีทั้งเงินและอำนาจมากอย่างแน่นอน!
ในขณะที่พนักงานกำลังซุบซิบกันอยู่นั้น กลุ่มของฉู่หลิงก็ได้เดินมาถึงหน้าเคาน์เตอร์ต้อนรับพอดี
พนักงานต้อนรับหลายคนก็รีบลุกขึ้นยืนต้อนรับทันที ดวงตาของแต่ละคนก็เบิกกว้างขึ้นมาพร้อมๆ กัน คนกลุ่มนี้... ทำไมถึงดูไม่ธรรมดาเลย?
ฉู่หลิงดูหล่อเหลาสง่างาม ฉวี่เสี่ยวปิงก็ดูสวยสะพรั่งมีเสน่ห์ดึงดูดใจสุดๆ เรียกได้ว่าค่าความสวยทะลุจอเลยทีเดียว ส่วนฉู่เหมิงเหมิงก็น่ารักใสซื่อและเด็กสาวคนอื่นๆ ก็มีหน้าตาที่ดูดีไม่เบา แต่ละคนล้วนมีเค้าโครงของสาวงามทั้งสิ้น
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าทุกคนต่างก็สวมใส่เสื้อผ้าแบรนด์เนมสุดหรู ดูแล้วฐานะทางการเงินจะต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
โดยเฉพาะฉู่หลิง
เพียงแค่เห็นราศีที่แผ่ออกมาจากตัวฉู่หลิง พวกเธอก็รู้ได้ทันทีว่าเขาไม่ใช่คนธรรมดา
บุคลิกท่าทางของเขาดูสุขุมลุ่มลึกจนยากจะคาดเดา
พนักงานต้อนรับสาวตาสระอิก็รีบเดินออกมาต้อนรับด้วยรอยยิ้มทันที และเอ่ยกับกลุ่มของฉู่หลิงว่า “ทุกท่านคงจะเป็นเพื่อนของคุณชายตู้ใช่ไหมคะ? เชิญตามฉันเข้าไปข้างในได้เลยค่ะ”
คุณชายตู้?
ฉู่หลิงอึ้งไปครู่หนึ่งแล้วถามว่า “คุณชายตู้คือใครครับ?”
พนักงานต้อนรับต่างก็พากันมองหน้ากันด้วยความงุนงง “อ้าว พวกคุณไม่ใช่เพื่อนของคุณชายตู้หรอกเหรอคะ?”
ก็เห็นท่าทางดูมีภูมิฐานเหมือนพวกคุณชายคุณหนูขนาดนี้
ฉู่หลิงส่ายหน้าเบาๆ แล้วพูดว่า “เปล่าครับ พวกเราตั้งใจจะมาแช่น้ำพุร้อนกัน แล้วก็ตั้งใจจะมาพบผู้จัดการใหญ่ของพวกคุณด้วยครับ”
ทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น พนักงานต้อนรับก็มีสีหน้าที่เต็มไปด้วยความรู้สึกขอโทษทันที “ต้องขอประทานโทษทุกท่านด้วยจริงๆ ค่ะ พอดีทางเราเข้าใจผิดไปเอง แต่ว่าคืนนี้มีแขกมาเหมาปิดร้านไว้แล้วค่ะ ต้องขออภัยที่ทำให้ทุกท่านต้องเสียเวลาเดินทางมาด้วยนะคะ ต้องขอโทษด้วยจริงๆ ค่ะ”
นอกจากจะเอ่ยปากขอโทษแล้ว พนักงานต้อนรับก็ยังหยิบคูปองแทนเงินสดออกมามอบให้กับฉู่หลิงด้วย เพื่อเป็นการแสดงความขอโทษจากใจจริง
ทัศนคติที่ดีขนาดนี้ ทำให้พวกเขาไม่สามารถโกรธลงได้เลยจริงๆ
ฉู่หลิงโบกมือแล้วพูดว่า “เอาอย่างนี้ คุณไปตามผู้จัดการใหญ่ของคุณมาพบผมที ผมมีธุระจะคุยกับเขา”
“ทุกท่านเชิญนั่งพักรอตรงนี้สักครู่นะคะ เดี๋ยวฉันจะรีบไปตามผู้จัดการใหญ่มาให้ค่ะ” พนักงานต้อนรับก็ตอบรับอย่างรวดเร็วและรีบเดินจากไปทันที
ในใจก็แอบบ่นว่าแย่แล้ว ดูท่าแขกคนนี้จะโกรธเข้าให้แล้ว ถึงขั้นเรียกหาผู้จัดการใหญ่ทันทีเลย
พนักงานต้อนรับอีกคนก็รีบพาทุกคนไปนั่งที่โซฟา และกุลีกุจอเอาน้ำชาพร้อมกับขนมและของว่างมาต้อนรับอย่างกระตือรือร้น
ฉู่เหมิงเหมิงหยิบขนมขึ้นมาทานหนึ่งชิ้น แป้งที่กรอบนุ่มก็ละลายในปากทันทีที่สัมผัส รสชาติของมันช่างยอดเยี่ยมจริงๆ
เธอรีบบอกให้เพื่อนคนอื่นๆ ลองชิมดู และยังหยิบขนมไปป้อนให้ฉวี่เสี่ยวปิงด้วยตัวเองอีกด้วย
ในจังหวะนั้นเอง ก็มีกลุ่มคุณชายคุณหนูอีกหลายคนเดินเข้ามา และมุ่งหน้าตรงไปทางเคาน์เตอร์ต้อนรับทันที
“พี่จื้อนี่ก็ทำกันเกินไปแล้วจริงๆ นะ กะจะเอาน้ำพุร้อนมาปิดปากพวกเราเนี่ยนะ มันไม่ได้หรอกนะ ตอนนั้นฉันน่ะขวัญหนีดีฝ่อไปทั้งวันเลย คืนนี้ฉันต้องสั่งแพ็กเกจแพงๆ จัดหนักๆ ให้พี่จื้อหน้ามืดไปเลยคอยดู” คุณชายคนหนึ่งเอ่ยด้วยความขุ่นเคือง
เรื่องที่เกิดขึ้นในกลุ่มได้สร้างปมด้อยในใจให้เขาอย่างมาก จนตอนนี้พอนึกถึงก็ยังรู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัวอยู่เลย
คุณหนูที่อยู่ข้างๆ ก็ฮึดฮัดออกมาพร้อมกับเตือนว่า “พวกเรายังต้องขอให้พี่จื้อช่วยพูดขอความเมตตาให้พวกเราอยู่นะ ถ้าขืนไปล่วงเกินพี่จื้อเข้าล่ะก็ คราวนี้แกจะทำยังไงล่ะ!”
คุณชายคนนั้นรู้สึกไม่สบอารมณ์อย่างมาก แต่เขาก็รู้ดีว่าคำพูดของเธอมีเหตุผล เขาจึงทำได้เพียงแค่ฮึดฮัดในลำคอเบาๆ
แล้วทันใดนั้น พวกเขาก็สังเกตเห็นกลุ่มของฉู่หลิงที่กำลังนั่งอยู่บนโซฟาเข้าพอดี คนพวกนี้เป็นใครกัน?
คุณชายคนนั้นขมวดคิ้วแล้วเรียกพนักงานต้อนรับมาถามว่า “พวกนี้เป็นใครกัน?”
“ทุกท่านเป็นแขกที่มาเพื่อแช่น้ำพุร้อนค่ะ และตั้งใจจะมาพบผู้จัดการใหญ่ด้วยพอดีค่ะ” พนักงานต้อนรับจำคุณชายคนนี้ได้จึงตอบไปตามความจริง
มาแช่น้ำพุร้อนเหรอ?
กลุ่มคุณชายคุณหนูก็มองดูพวกฉู่หลิงแล้วก็ส่ายหน้า ไม่รู้จักเลยแฮะ คงไม่ใช่แขกที่คุณชายตู้เชิญมาแน่นอน
“วันนี้คุณชายตู้เหมาปิดร้านไปแล้วนะ เธอไม่รู้หรือไง?” คุณชายคนนั้นตะคอกถาม
พนักงานต้อนรับสัมผัสได้ถึงอารมณ์ไม่พอใจของคุณชายคนนั้น เธอจึงรีบอธิบายว่า “ต้องขออภัยด้วยค่ะคุณชาย คุณชายท่านนั้นบอกว่าเขามีธุระที่ต้องพบกับผู้จัดการใหญ่ของพวกเรา ก็เลยขอนั่งพักรออยู่ตรงนี้ครู่หนึ่งค่ะ ทางเราขอรับรองว่าพวกเขาจะไม่รบกวนทุกท่านอย่างแน่นอนค่ะ”
คุณชายคนนั้นกำลังจะอ้าปากพูดอะไรต่อ แต่คุณหนูที่อยู่ข้างๆ กลับขัดจังหวะขึ้นมาเสียก่อน เพราะเธอไม่อยากจะหาเรื่องใส่ตัวอีก “นายนี่ก็ยังจะมาทำตัวอวดดีเหมือนตอนนั้นอีกเหรอ? คิดจะไล่คนงั้นเหรอ? คราวก่อนยังเข็ดไม่พอใช่ไหม? ทำตัวให้มันเงียบๆ หน่อยได้ไหม!”
คุณชายคนนั้นรีบหุบปากทันทีราวกับเป็ดที่ถูกบีบคอ
พอนึกถึงผู้ยิ่งใหญ่ท่านนั้น... ตอนนี้เขายังรู้สึกขาสั่นไม่หายเลย!
เขาทำหน้าตึงและสงบเสงี่ยมลงทันทีพลางพูดว่า “งั้นก็รีบจัดการให้เรียบร้อยซะ ฉันเตือนเพราะหวังดีนะ ถ้าเกิดคุณชายตู้ไม่พอใจขึ้นมาระวังจะเดือดร้อนกันเอง!”
คุณหนูข้างกายก็เหลือบมองเขาแวบหนึ่งพร้อมกับฮึดฮัดออกมา ก่อนที่ทั้งหมดจะเดินเข้าไปข้างใน
หลังจากรอครู่หนึ่ง ชายหนุ่มในชุดสูทที่ดูมีภูมิฐานก็เดินออกมาจากข้างใน เขาก็คือผู้จัดการใหญ่ของสปาน้ำพุร้อนเซียนอินนั่นเอง
ผู้จัดการใหญ่เดินไปพลางถามพนักงานต้อนรับไปพลางว่า “ใครมาหาฉัน รู้หรือเปล่า?”
พนักงานต้อนรับส่ายหน้าเบาๆ พลางชี้ไปที่โซฟาที่พวกฉู่หลิงนั่งพักผ่อนอยู่ “คุณผู้ชายท่านนั้นค่ะ!”
ผู้จัดการใหญ่มองตามปลายนิ้วของพนักงานต้อนรับไป และทันทีที่เขาเห็นใบหน้าของฉู่หลิงชัดๆ เขาก็ถึงกับตกตะลึงไปชั่วขณะ
พนักงานต้อนรับทั้งสองคนเห็นท่าทางของผู้จัดการใหญ่แล้วต่างก็พากันอึ้งไป
เพราะที่ผ่านมาภาพลักษณ์ของผู้จัดการใหญ่มักจะเป็นคนที่ดูสุขุมเยือกเย็นราวกับผิวน้ำที่สงบ แม้จะมีภูเขาถล่มตรงหน้าเขาก็จะยังไม่หวั่นไหว
แต่ตอนนี้เขากลับมีท่าทางที่ดูตื่นเต้นอย่างยิ่ง และยังแฝงไปด้วยความนอบน้อมอย่างชัดเจน
สายตาของเจียงเซิ่งสี่ที่เป็นผู้จัดการใหญ่จ้องมองไปที่ฉู่หลิงด้วยความตกใจอย่างรุนแรง
เขาไม่มีทางมองผิดอย่างแน่นอน เพราะท่านผู้นี้ก็คือเจ้านายคนใหม่ของเขานั่นเอง
“บอสครับ ท่านมาแล้วเหรอครับ!”
เจียงเซิ่งสี่รีบสาวเท้าเดินเข้าไปหาฉู่หลิงอย่างรวดเร็ว พร้อมกับยื่นมือออกมาเตรียมจะจับมือทักทาย
ฉู่หลิงเห็นเจียงเซิ่งสี่ก็ทำเพียงยิ้มบางๆ และยื่นมือไปจับมือกับเขา
เจียงเซิ่งสี่ยืนอยู่ตรงหน้าฉู่หลิง ค้อมตัวลงเล็กน้อยเพื่อแสดงความเคารพแล้วเอ่ยว่า
“บอสครับ ทำไมบอสไม่บอกผมล่วงหน้าก่อนล่ะครับว่าท่านจะเข้ามา ผมจะได้ออกไปต้อนรับท่านด้วยตัวเองไงครับ?”
พนักงานต้อนรับทั้งสองคนถึงกับอ้าปากค้างกับท่าทางของผู้จัดการใหญ่จนแทบไม่อยากจะเชื่อสายตา
นี่... นี่คือเจ้านายคนใหม่ของพวกเราอย่างนั้นเหรอ?
พนักงานต้อนรับทั้งสองคนสบตากัน ในดวงตาของแต่ละคนก็เต็มไปด้วยความตกตะลึงอย่างยิ่ง
ฉู่เหมิงเหมิงและฉวี่เสี่ยวปิงกับคนอื่นๆ เองก็อึ้งไปเช่นกัน พวกเขาต่างก็มองฉู่หลิงด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
“พี่คะ สปานี่ เป็นของพี่เหรอคะ?” ฉู่เหมิงเหมิงถามออกมาอย่างตกตะลึง
สปาระดับไฮเอนด์ขนาดนี้ กลับเป็นของพี่ชายเธอเนี่ยนะ!
ทั้งโถงต้อนรับที่หรูหราขนาดนี้ โซฟาที่นั่งสบายสุดๆ ตัวนี้ แถมทำเลที่ตั้งยังเรียกได้ว่าเป็นที่ดินทองคำอีกต่างหาก!
พี่ชายของเธอเดี๋ยวนี้ทำไมถึงได้รวยมหาศาลขนาดนี้กันนะ!
ฉู่หลิงกวาดสายตามองดูใบหน้าจิ้มลิ้มที่ฉายแววตกตะลึงของแต่ละคน แล้วเอ่ยยิ้มๆ ว่า “พี่เพิ่งจะซื้อมาน่ะ นี่ก็เพิ่งเคยมาเป็นครั้งแรกเหมือนกัน”
ผู้จัดการใหญ่เห็นฉู่หลิงกำลังคุยกับคนอื่นๆ เขาก็รีบสั่งการพนักงานต้อนรับทันที
“พวกเธอรีบไปที่ออฟฟิศของฉัน ไปหยิบใบชาเกรดพรีเมียมออกมาเดี๋ยวนี้! บอสจะมาดื่มใบชาเกรดต่ำๆ แบบนี้ได้ยังไง รีบไปซะ!”
“ขนมพวกนี้ก็ไม่ได้เรื่อง! ไปบอกแผนกเบเกอรี่ในครัว ให้ทำขนมชุดใหม่มาเสิร์ฟเดี๋ยวนี้”
“แล้วก็ไปเอาน้ำผลไม้มาให้คุณหนูทั้งหลายด้วย ทำงานให้มันว่องไวหน่อย!”
ทันทีที่ผู้จัดการใหญ่สั่งการเสร็จ ฉู่หลิงก็คุยกับพวกฉู่เหมิงเหมิงจบพอดี
เมื่อเห็นดังนั้น ผู้จัดการใหญ่จึงรีบก้าวเข้าไปหาอย่างนอบน้อมแล้วเอ่ยว่า “บอสครับ ในเมื่อท่านมาแล้ว ผมขออนุญาตรายงานผลการดำเนินธุรกิจให้ท่านทราบเลยนะครับ”
“ได้สิ ไปเอางบการเงินและรายละเอียดมาให้ผมดูหน่อย” เมื่อเจียงเซิ่งสี่ได้ยินเช่นนั้น เขาก็รีบสั่งให้ผู้ช่วยไปเอาเอกสารมาทันที และวางลงบนโต๊ะน้ำชาตรงหน้าฉู่หลิงอย่างนอบน้อม
ฉู่หลิงหยิบขึ้นมาเปิดดู เขาพบว่านอกจากข้อมูลที่เขาต้องการแล้ว ก็ยังมีข้อมูลอื่นๆ ติดมาด้วย แม้แต่รายชื่อพนักงานก็ยังมี
ฉู่หลิงหยิบรายชื่อพนักงานขึ้นมาดูแวบหนึ่งแล้วก็รู้สึกทั้งขำทั้งสลดใจ
เมื่อกี้เขายังแอบชมในใจเลยว่าเลขาคนนี้ทำงานใช้ได้ แต่ที่ไหนได้อีกฝ่ายดันหยิบรายชื่อพนักงานในครัวปะปนมาให้ด้วยซะงั้น
แต่ในเมื่อหยิบมาแล้ว ฉู่หลิงก็กวาดสายตามองดูคร่าวๆ ก่อนจะเงยหน้าถามเจียงเซิ่งสี่ว่า “ทำไมในห้องครัวถึงไม่มีนักโภชนาการเลยล่ะ?”
ฉู่หลิงเพิ่งจะดูข้อมูลเบื้องค้นของสปาน้ำพุร้อนเซียนอินมา ที่นี่ขึ้นชื่อว่าเป็นสปาเพื่อสุขภาพใจกลางเมือง แต่กลับไม่มีนักโภชนาการเนี่ยนะ?
สปาระดับสูงขนาดนี้ แต่กลับดูแลลูกค้าได้ไม่ดีเลย!
ฉู่หลิงใช้นิ้วเคาะลงบนเอกสารแล้วพูดว่า “ไปจัดหาพนักงานตำแหน่งนักโภชนาการมาเพิ่มทันที หามาหลายๆ คนด้วยนะ พนักงานกลุ่มนี้มีไว้เพื่อบริการลูกค้าระดับวีไอพี พวกเขาจะต้องเป็นคนที่คอยให้บริการให้คำปรึกษาเรื่องอาหารเพื่อสุขภาพ ซึ่งเป็นบริการพิเศษที่ไม่มีการคิดราคาเพิ่ม”
เจียงเซิ่งสี่เมื่อได้ยินเช่นนั้น ดวงตาของเขาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที
ต้องยอมรับเลยว่า คำแนะนำของฉู่หลิงนั้นจี้จุดสำคัญได้แม่นยำมากจริงๆ!
เพราะจุดขายหลักของที่นี่คือการผ่อนคลายและดูแลสุขภาพในเมืองใหญ่ ถ้าเขาเพิ่มบริการด้านเมนูอาหารเพื่อสุขภาพเข้าไปล่ะก็ รับรองว่ามันจะต้องช่วยรักษาฐานลูกค้าเดิมไว้ได้อย่างเหนียวแน่นแน่นอน
และเมื่อลูกค้ามีความภักดีต่อแบรนด์ ผลประกอบการของสปาก็ย่อมจะพุ่งสูงขึ้นเป็นธรรมดา
เมื่อคิดได้ดังนั้น เจียงเซิ่งสี่ก็รีบพยักหน้าตอบรับอย่างตื่นเต้นว่า “รับทราบครับบอส ผมจดบันทึกไว้แล้วครับ เดี๋ยวผมจะรีบไปจัดการเรื่องการรับสมัครและเริ่มโครงการใหม่นี้ทันทีเลยครับ”
ฉู่หลิงยังคงนั่งตรวจสอบรายงานประเภทต่างๆ ต่อไป จากนั้นเขาก็ชี้จุดบกพร่องให้อีกสองสามจุดเพื่อให้เจียงเซิ่งสี่นำไปปรับปรุง
เพราะอย่างไรเสียฉู่หลิงก็เป็นผู้ที่ได้รับทักษะการจัดการระดับเทพมาแล้ว เขาย่อมมองเห็นจุดบกพร่องได้แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม
เจียงเซิ่งสี่ยืนฟังด้วยความนอบน้อม ภายในใจของเขาก็รู้สึกทึ่งเป็นอย่างมาก
เจ้านายคนใหม่คนนี้อายุยังน้อย เดิมทีเขานึกว่าอีกฝ่ายเป็นเพียงลูกเศรษฐีที่มีเงินเยอะ แต่ทว่าพอฉู่หลิงลองโชว์ฝีมือด้านการบริหารออกมาเพียงเล็กน้อย แต่อีกฝ่ายกลับสามารถข่มคนที่มีประสบการณ์การบริหารมานานหลายปีอย่างเขาได้จนอยู่หมัด
นี่สิถึงจะเรียกว่ามีฝีมือของจริง ช่างเก่งกาจเหลือเกิน
เมื่อคิดได้ดังนั้น ทัศนคติของเจียงเซิ่งสี่ที่มีต่อฉู่หลิงจึงยิ่งนอบน้อมมากขึ้นไปอีก
“คืนนี้ผมอยากจะมาแช่น้ำพุร้อนที่นี่เสียหน่อย ได้ยินว่าคืนนี้มีแขกเหมาปิดร้านไว้แล้วงั้นเหรอ?” ฉู่หลิงส่งเอกสารเหล่านั้นคืนให้เจียงเซิ่งสี่แล้วเอ่ยถามออกมา
เจียงเซิ่งสี่พยักหน้า “ใช่ครับ มีแขกเหมาปิดร้านไว้จริงๆ เดี๋ยวผมจะไปเจรจาให้นะครับ กรุณารอสักครู่ครับ”
พูดจบ เจียงเซิ่งสี่ก็เดินมุ่งหน้าเข้าไปภายในตัวสปาทันที
พนักงานต้อนรับในตอนนั้นก็นำน้ำชาเกรดเอและขนมที่เพิ่งออกจากเตาร้อนๆ มาเสิร์ฟ
ส่วนพนักงานคนอื่นๆ ก็นำน้ำผลไม้มาเสิร์ฟให้สุภาพสตรีทุกคน ก่อนจะขอตัวลาไป
ในขณะนั้นเอง ภายในห้องโถงของสปาน้ำพุร้อนเซียนอิน กลุ่มคุณชายคุณหนูหลายคนต่างก็กำลังนั่งพักผ่อนและพูดคุยกันด้วยเสียงเบาๆ
ตู้จวิ้นจื้อสวมชุดคลุมอาบน้ำ เขานั่งหลังตรงอยู่บนโซฟา เพียงแค่ท่ายืนหรือท่านั่งที่ดูมีระเบียบนี้ ก็พอจะมองเห็นร่องรอยของการใช้ชีวิตในกรมทหารของเขาได้ไม่น้อยแล้ว
ว่ากันว่าการเป็นทหารนั้นสามารถเปลี่ยนนิสัยการใช้ชีวิตของคนเราได้อย่างสิ้นเชิง ซึ่งมันคงจะเป็นเรื่องจริงอย่างที่เห็น
ในตอนนี้เองก็มีคนรวยรุ่นที่สองคนหนึ่งเดินผ่านตู้จวิ้นจื้อไป คุณหนูคนหนึ่งก็ยกมือขึ้นป้องปากหัวเราะเบาๆ “แกดูพี่จื้อสิ แล้วลองหันมาดูตัวเองบ้างนะ อายุยังน้อยแต่ทำไมถึงได้ดูมันเยิ้มแถมยังพุงพลุ้ยขนาดนี้!”
คนอื่นๆ เมื่อได้ยินคำพูดของคุณหนูก็พากันหันมามอง
พอลองเปรียบเทียบกันดูแล้ว ผลลัพธ์มันช่างชัดเจนเหลือเกิน
ถึงแม้กล้ามเนื้อของตู้จวิ้นจื้อจะถูกชุดคลุมอาบน้ำปิดบังไว้ แต่หน้าท้องที่ราบเรียบและรูปทรงของกล้ามเนื้อที่นูนออกมา ก็ยังคงมองเห็นได้อย่างชัดเจน
คุณชายคนนั้นเมื่อเห็นสายตาที่หยอกล้อของทุกคน ก็บ่นพึมพำออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “พวกเธอจะไปรู้อะไรล่ะจ๊ะ นี่เขาเรียกว่าพุงมหาเสน่ห์ต่างหาก!”
คุณหนูคนนั้นก็ชายตามองเขาแวบหนึ่ง พร้อมกับยกยิ้มที่มุมปากแล้วสวนกลับไปว่า “โอ้โห ไม่ยักจะรู้เลยนะเนี่ย! เรียนหนังสือมาก็ไม่กี่ปี แต่คำพูดคำจานี่ช่างดูมีความรู้จังเลยนะ!”
คุณชายที่มีพุงคนเดิม “……”
พวกนายอย่ามาห้ามนะ ฉันจะบวกกับยัยนี่ให้รู้เรื่องไปเลย!
ทุกคนเห็นคุณชายคนนั้นถูกสวนจนตาเหลือก ก็พากันหัวเราะร่าออกมาเสียงดัง
คุณชายคนนั้นนิ่งไปพักใหญ่กว่าจะตั้งตัวได้ เขาจึงหันไปมองคุณหนูคนนั้นด้วยความโมโหแล้วพูดจาส่งเดชออกไปว่า “ฉันว่าเธอน่ะอิจฉาที่ฉันมีเนื้อหนังมังสามากกว่าล่ะสิ อยากจะขอยืมไปเติมหน้าอกหน้าใจบ้างไหมล่ะ?”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ คุณชายคนนั้นก็จงใจเว้นจังหวะ แล้วชายตามองไปที่ส่วนที่ไม่ค่อยจะนูนเด่นของหญิงสาวตรงหน้าพลางยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ “เขาว่ากันว่ามิตรภาพหนักเป็นพันชั่ง ก็ยังสู้หน้าอกสี่ตำลึงไม่ได้! เธอคงจะเข้าใจใช่ไหม!”