เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

160 จับมาร์ควิสแวมไพร์มาทรมานเล่น

160 จับมาร์ควิสแวมไพร์มาทรมานเล่น

160 จับมาร์ควิสแวมไพร์มาทรมานเล่น


“นายช่วยโชว์สเต็ปเมื่อกี้ให้ดูอีกรอบได้ไหม? หลอกให้เป้าหมายภารกิจที่ 2 โผล่ออกมาด้วยสิ”

มอเรียนปรบมือแปะๆ ด้วยสีหน้าชื่นชม ตอนนี้เหลือแค่เป้าหมายภารกิจที่ 2 เท่านั้นที่ยังอยู่ในสถานะถูกปิดผนึกอยู่

“ไอ้เป้าหมายภารกิจที่ 2 เนี่ย ผมยังเดาไม่ออกจริงๆ ว่ามันคืออะไร แต่ในเมื่อร่องรอยการคืนชีพของบอสลับมันโผล่หางออกมาแล้ว ที่เหลือก็จัดการง่ายนิดเดียว”

ดันเต้สะบัดปลายแขนเสื้อคลุมของบาทหลวงเบาๆ แล้วเอามือไพล่หลังเดินลงมาจากแท่นเทศนา

ถ้าลองเอาคำตอบมาไล่ย้อนกระบวนการดู ก็พอจะเดาได้ว่าเดี๋ยวต้องมีพวกตัวป่วนที่อยากจะปลดปล่อยมาร์ควิสโรเดอริคบุกมาสร้างความวุ่นวายแน่ๆ แต่ทว่า ปรมาจารย์ด้านกับดักอย่างดันเต้ สิ่งที่เขาถนัดที่สุดก็คือการกันบ้านนี่แหละ เรียกได้ว่าเขาเป็นยามเฝ้าป้อมปราการที่ทำให้เพื่อนร่วมปาร์ตี้อุ่นใจได้มากที่สุดเลยก็ว่าได้

ก็แหงล่ะ วีรกรรมที่เมืองทริสตินทำเอาดันเต้ดังเป็นพลุแตก ขนาดบิชอปแห่งการทำลายล้างอีวานส์ยังโดนเขาต้มจนตายคาที่มาแล้ว ในเมื่อมาร์ควิสแวมไพร์อยู่ระดับ 8 ดังนั้น ศัตรูที่จะมาช่วยปลดผนึกก็ไม่น่าจะใช่ระดับมาร์ควิสด้วยกัน เต็มที่ก็คงเป็นแค่เคานต์แวมไพร์ระดับ 7 เท่านั้น

“แล้วนายวางแผนจะทำยังไงต่อ?”

มอเรียนมองแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยความมั่นใจของดันเต้แล้วเอ่ยถามขึ้น เขาถนัดก็แค่เรื่องต้มตุ๋น หาเงิน แล้วก็ปั่นหัวศัตรูเท่านั้นแหละ พอมาเจอไอเดียของปรมาจารย์นักรื้อถอนอย่างดันเต้ มอเรียนก็เดาไม่ออกจริงๆ เลยว่าอีกฝ่ายจะทำอะไรต่อไป

“ก็ต้องสั่งสอนมาร์ควิสโรเดอริคที่ถูกผนึกอยู่สักหน่อยไง ให้มันรู้ซะบ้างว่าที่นี่ถิ่นใคร”

ดันเต้แค่นหัวเราะพลางส่ายหน้า

เมื่อได้ยินคำพูดของดันเต้ โคนีเลียก็รู้ใจทันที เธอรีบวิ่งออกไปนอกโบสถ์ ดูเหมือนจะไปยกของบางอย่างมาจากลานกว้างเข้ามาข้างใน

ก่อนหน้านี้ดันเต้เคยถามอาจารย์เรื่องหลักการคลายผนึกของเผ่าแวมไพร์มาแล้ว เนื่องจากวิชาผนึกนี้ถูกคิดค้นโดยศาสนจักรพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ เมื่อเวลาผ่านไปเนิ่นนาน พวกแวมไพร์ก็ย่อมต้องคิดค้นเวทมนตร์คลายผนึกขึ้นมาแก้ทางได้เป็นธรรมดา เพียงแต่เวทมนตร์คลายผนึกของเผ่าแวมไพร์จะถูกแบ่งออกเป็นสองขั้นตอน โดยขั้นตอนแรกคือการทำลายผนึกในระดับพื้นฐานก่อน ส่วนขั้นที่สองก็คือการเริ่มคลายผนึกด้วยการบูชายัญเลือด

และเมื่อถึงขั้นที่สามารถใช้การบูชายัญเลือดคลายผนึกได้แล้ว ก็หมายความว่าผนึกบางส่วนได้ถูกคลายออกไปแล้ว เหมือนกับตอนที่อยู่คฤหาสน์บนเขาที่รกร้าง บอสลับอย่างวิสเคานต์ออกัสตินก็ถูกคลายผนึกระยะแรกไปตั้งแต่เริ่มเข้าสู่โลกเงาแล้ว ทำให้ได้สติกลับมาและเฝ้ารอการคลายผนึกด้วยการบูชายัญเลือดอยู่เงียบๆ

เจ้านั่นสามารถเลือกที่จะหลับไหลต่อไป หรือจะรักษาสติไว้เพื่อลอบสังเกตการณ์ภายในคฤหาสน์ก็ย่อมได้ เพื่อให้แน่ใจว่าตอนที่คลายผนึกได้สำเร็จ ตัวเองจะกุมข้อมูลทุกอย่างไว้ในมือ แน่นอนว่าแวมไพร์ที่อยู่ในสภาพนี้ย่อมไม่ยอมให้ใครจับได้เด็ดขาดว่าตัวเองได้สติกลับมาแล้ว ก็เหมือนกับมาร์ควิสโรเดอริคในตอนนี้ ที่ไม่แน่ว่าอาจจะกำลังแอบสอดแนมพวกเขาสามคนจากใต้แท่นเทศนาอยู่ก็ได้

“ครืดดดดด”

ประตูโบสถ์ถูกผลักออก พร้อมกับที่โคนีเลียลากอุปกรณ์บางอย่างเข้ามาข้างใน ฐานของสิ่งนี้มีลักษณะคล้ายจานหมุน และมีอุปกรณ์สำหรับยึดติด ติดตั้งเอาไว้อยู่รอบๆ นี่คือเครื่องทรมานที่ดันเต้สั่งให้พวกแรงงานฟรีใช้โลหะสร้างขึ้นตามแบบแปลนที่เขาเขียนไว้เมื่อวานนี้ เขาตั้งชื่อมันว่า 'เครื่องปั่นแวมไพร์'

จากนั้นโคนีเลียก็หยิบค้อนเหล็กออกมาแล้วเริ่มทุบเจาะลงไปบนแท่นเทศนา ผ่านไปไม่นาน เธอก็กะเทาะตามขอบโลงศพที่ผนึกมาร์ควิสโรเดอริคเอาไว้ แล้วขุดมันขึ้นมาจากพื้นดินได้สำเร็จ ครู่ต่อมาเธอก็ยกโลงศพขึ้นมาอย่างง่ายดาย จับมันตั้งตรง แล้วติดตั้งลงบนจานหมุน จากนั้นก็ออกแรงดันด้ามจับบนตัวเครื่อง ทำให้โลงศพนั้นหมุนติ้วด้วยความเร็วสูงอย่างบ้าคลั่ง ขอแค่โคนีเลียออกแรงผลักแรงๆ สักทีหนึ่ง แวมไพร์ที่อยู่ข้างในก็โดนปั่นด้วยความเร็วสูงไปหลายร้อยรอบแล้ว ดังนั้นโคนีเลียจึงคอยปั่นโลงศพให้หมุนติ้วอยู่อย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ดันเต้กับมอเรียนถอยไปนั่งดูอยู่บนม้านั่งแถวหน้าสุดของโซนเทศนา ในมือของพวกเขาตอนนี้มีทั้งขนมและเครื่องดื่ม แถมยังแบ่งไปป้อนอาจารย์แมวเป็นระยะๆ อีกต่างหาก

เวลาผ่านไปสิบกว่านาที

มอเรียน: “ไอ้หมอนี่น่าจะตื่นแล้วล่ะมั้ง”

ดันเต้: “ตื่นแล้วชัวร์ ผมเดาว่ามันกำลังฝืนทนอยู่ ก็แหงล่ะ เรื่องนี้มันเกี่ยวกับศักดิ์ศรีนี่นา นายลองคิดดูสิ เป็นถึงมาร์ควิสแวมไพร์ผู้ยิ่งใหญ่ แต่ต้องมาร้องโอดโอยเพราะโดนจับปั่นจนเวียนหัว ขืนร้องออกมาก็เสียฟอร์มหมดสิ”

มอเรียน: “ถ้ายังปั่นต่อไปแบบนี้ สมองมันคงได้เหลวเป็นน้ำปั่นแน่ๆ”

ดันเต้: “ไม่ตายหรอกน่า ไม่เป็นไร ข้อดีของพวกแวมไพร์ก็คือตรงนี้แหละ เล่นยังไงก็ไม่พังหรอก”

หลังจากนั้นก็ผ่านไปอีกราวๆ สิบนาที มาร์ควิสโรเดอริคก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะส่งเสียงร้องออกมาเลยแม้แต่น้อย ดันเต้เลยถอนหายใจออกมาอย่างจนปัญญา

“โคนีเลีย มาพักก่อนเถอะ”

“โอ้!”

โคนีเลียวิ่งลงมาจากแท่นเทศนา แล้วมานั่งแหมะอยู่ข้างๆ ดันเต้ ส่วนดันเต้ก็ยื่นถุงขนมในมือให้โคนีเลีย ก่อนจะใช้หลังมือตบไหล่มอเรียนที่อยู่ข้างๆ เบาๆ

“รู้แล้วน่า”

ถึงมอเรียนจะรู้สึกว่าดันเต้ทำตัวชั่วร้ายผิดมนุษย์มนาไปหน่อย แต่ไม่รู้ทำไมเขาถึงเข้าใจได้ทันทีว่าดันเต้ต้องการให้เขาทำอะไร จากนั้นมอเรียนก็ทำการเรียก 'ก็อบลินยักษ์' ออกมาหนึ่งตัว

[ก็อบลินยักษ์]

[ประเภท: การ์ดอัญเชิญ]

[ระดับความหายาก: หายากสีม่วง]

[ระดับ: 3]

[เอฟเฟกต์: พละกำลังและความอึดเพิ่มขึ้นอย่างมาก เมื่อก็อบลินตัวอื่นบนสนามได้รับดาเมจถึงตาย สามารถรับดาเมจแทนได้]

[หมายเหตุ: "ข้าคือพี่ใหญ่ นามว่าก็อบลิน"]

สัตว์อัญเชิญที่มอเรียนใช้เป็นหลักแทบทั้งหมดคือพวกก็อบลิน เนื่องจากสเตตัสพื้นฐานของเขาก็คล้ายๆ กับดันเต้ ซึ่งเป็นสเตตัสแบบสายสนับสนุน ทำให้สัตว์ที่อัญเชิญออกมามีสเตตัสที่ไม่ค่อยสูงนัก ดังนั้นมอเรียนจึงไม่เคยหวังพึ่งพลังต่อสู้ของสัตว์อัญเชิญเลยสักครั้ง เมื่อเทียบกับพลังรบ เขาต้องการแรงงานและฟังก์ชันการใช้งานมากกว่า

ดันเต้: “ดูเหมือนว่านายยังเก็บ 'ก็อบลินมหาโจร' เอาไว้กับตัวอีกเพียบเลยสินะ?”

การ์ดในสายก็อบลินนั้นมีเยอะมาก ถ้าเอามาทำเซ็ตคอมโบกันดีๆ ก็ยังพอที่จะแสดงผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึงออกมาได้ อย่างเช่นการ์ด 'ก็อบลินยักษ์' ใบนี้ที่ดันเต้ไม่เคยเห็นมาก่อน มันสามารถแก้ปัญหาที่ก็อบลินมหาโจรชอบโดนตบทีเดียวตายได้อย่างสบายๆ

มอเรียน: “ถ้านายช่วยขยายเด็คการ์ดก็อบลินสายปั่นประสาทให้ผมอีกสักหน่อยก็จะดีมากเลยนะ”

ดันเต้: “หึ ฝันไปเถอะ”

มอเรียน: “เหอะ ไอ้ขี้งก”

มอเรียนไม่ได้ต่อล้อต่อเถียงอะไรกับดันเต้ให้มากความ เขารีบสั่งให้ 'ก็อบลินยักษ์' ขึ้นไปบนแท่นเทศนาเพื่อรับช่วงต่อจากโคนีเลียทันที ถึงแม้ว่าความเร็วในการหมุนจะลดลงฮวบฮาบเมื่อเทียบกับแรงของโคนีเลียก็ตาม แต่มันสามารถทรมานเหยื่อได้ยาวนานกว่ามาก ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป พวกเขาหมุนสักสามวันสามคืนก็ไม่รู้สึกเหนื่อยหรอก

“......”

ทันใดนั้น บรรยากาศภายในโบสถ์ก็พลันเย็นยะเยือกขึ้นมาหลายส่วน ความหนาวเหน็บที่เสียดแทงกระดูกแผ่กระจายไปตามที่นั่ง กระทั่งแสงที่ลอดผ่านกระจกสีก็ดูจะหม่นหมองลงไปถนัดตา ราวกับว่ามีสิ่งอัปมงคลบางอย่างกำลังจะปรากฏตัวออกมาในที่สุด ทำเอาอาจารย์แมวสะดุ้งโหยงขึ้นมาทันที ขนทั่วตัวของมันพองฟูราวกับจะระเบิดออก

ทว่า...

เมื่อเห็นความเคลื่อนไหวนี้ ทั้งสามคนที่นั่งอยู่บนม้านั่งกลับเผยสีหน้าตื่นเต้นออกมา เหมือนกับหนังที่พวกเขาดูอยู่กำลังจะฉายถึงฉากไคลแม็กซ์ และพวกเขาที่นั่งรอชมอยู่ในโรงก็เฝ้ารอเวลานี้มานานแสนนาน

“ไอ้พวกสวะ!!! ข้าจำกลิ่นอายของพวกแกทั้งหมดเอาไว้แล้ว! ข้าจะไม่มีทางปล่อยพวกแกไปเด็ดขาด!!!”

น้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความน่าเกรงขามและอัดแน่นไปด้วยความโกรธแค้นดังก้องกังวานมาจากทุกทิศทุกทาง ก้องกังวานไปทั่วทั้งโบสถ์ ไม่ต้องเดาก็รู้ว่านี่คือเสียงของมาร์ควิสโรเดอริค ดูเหมือนมาร์ควิสแวมไพร์จะเริ่มตระหนักถึงความเลวร้ายของสถานการณ์แล้ว เพราะไอ้เด็กเวรสามคนนี้มันมีความอดทนแบบไร้ขีดจำกัดและความดื้อด้านเยี่ยงสัตว์ป่าในการทรมานศัตรู แถมพวกมันยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดมือเลยสักนิด!

จบบทที่ 160 จับมาร์ควิสแวมไพร์มาทรมานเล่น

คัดลอกลิงก์แล้ว