เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 52 แตกหัก

บทที่ 52 แตกหัก

บทที่ 52 แตกหัก


บทที่ 52 แตกหัก

โปรดเลือกเมืองที่คุณต้องการไป:

【เมืองวิหคเพลิง】【เมืองเต่าดำ】【เมืองมังกรฟ้า】【เมืองพยัคฆ์ขาว】

โปรดเลือก:

【เมืองมังกรฟ้า】

จังหวะที่จางซินอิ่งตัดสินใจเลือก ภาพตรงหน้าก็เปลี่ยนไปในพริบตา

เมื่อจางซินอิ่งลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง หมู่บ้านซอมซ่อตรงหน้าก็กลายเป็นตึกรามบ้านช่องก่ออิฐถือปูนหลังคาสีแดงสูงตระหง่าน

ยังไม่ทันที่จางซินอิ่งจะตั้งสติจากการมาถึงสภาพแวดล้อมใหม่ได้ นักรบคนที่ชื่อว่า 'วิหารเทพเตี่ยนเตี่ยน' ก็เดินเข้ามาตรงหน้าแล้วพูดว่า

"คนสวย เข้ากิลด์ไหม?"

ยังไม่ทันที่จางซินอิ่งจะตอบกลับ นักเวทชายอีกคนที่ชื่อว่า 'เซิ่งซื่อเจวี๋ยฉิง' ก็รีบพุ่งเข้ามา

"คนสวย มาอยู่กับราชวงศ์เซิ่งซื่อของข้าเถอะ กิลด์อันดับหนึ่งของเกมเชียวนะ เหมาะกับเจ้าสุดๆ"

"อันดับหนึ่ง? ถุย~"

ตอนนั้นเอง นักเวทชายท่าทางสุภาพเรียบร้อยคนหนึ่งก็เดินมาตรงหน้าจางซินอิ่ง

"ยินดีที่ได้รู้จัก ข้าคือลั่วเสินเฮ่าเทียนจากกิลด์ลั่วเสิน กิลด์ลั่วเสินยินดีต้อนรับสาวสวยอย่างเจ้าเสมอ"

"แค่เจ้ามาอยู่ลั่วเสินกับข้า ข้าจะจัดคนพาลงดันเจี้ยนแบบปาร์ตี้แล้วก็ทีมเก็บเลเวลให้ทันที เจ้าว่าไง?"

จางซินอิ่งมองชายสามคนตรงหน้าด้วยความมึนงง ก่อนจะตอบกลับไปอย่างเกรงใจ

"ขอโทษที ข้ามีกิลด์อยู่แล้ว ขอบใจในความหวังดีของทุกคนนะ"

"มีกิลด์แล้วเหรอ?"

พวกเขามองไปที่ไอดีเกมของจางซินอิ่ง: หนิงเหมิงทู่?

ลั่วเสินเฮ่าเทียน:

"ขอถามหน่อยได้ไหม ว่าเจ้าอยู่กิลด์อะไร?"

"ต้องรู้ไว้นะว่าถ้าพ้นวันนี้ไปแล้ว การจะเข้าลั่วเสินของข้ามันจะไม่ง่ายแล้วนะเว้ย"

"ลองพิจารณามาอยู่ราชวงศ์เซิ่งซื่อดูก่อนเถอะ ถ้าพลาดโอกาสนี้ไป คราวหน้าจะเข้าราชวงศ์เซิ่งซื่อต้องผ่านการทดสอบสุดหินเลยนะ"

"พวกแกทำแบบนี้มันไม่หน้าด้านไปหน่อยเหรอ"

วิหารเทพเตี่ยนเตี่ยนมองทั้งสองคน

"ข้ามาก่อนนะเว้ย ยังไงก็ต้องมีคิวมาก่อนได้ก่อนดิวะ"

ลั่วเสินเฮ่าเทียนพูดอย่างดูถูก

"งานนี้มันขึ้นอยู่กับฝีมือเว้ย เขาไม่เลือกแกแค่เพราะแกมาก่อนหรอก"

ตอนนั้นเอง ค่ายกลเทเลพอร์ตด้านหลังทั้งสามคนก็สาดแสงสีขาวสว่างวาบขึ้นมา

ทั้งสามคนตาลุกวาว นึกว่ามีคนออกจากหมู่บ้านมือใหม่มาอีกแล้ว

แต่พอมองเห็นร่างที่เดินออกมาจากค่ายกลเทเลพอร์ต ก็พากันทำหน้าช็อกสุดขีด

"เฟิงหัว!"

ตอนที่หลินอี้เดินออกจากค่ายกลเทเลพอร์ต ก็เห็นร่างที่คุ้นเคยกำลังถูกชายสามคนล้อมหน้าล้อมหลังอยู่

ส่วนบริเวณใกล้ๆ ก็มีผู้เล่นไทยมุงยืนล้อมวง ชี้นกชี้ไม้ซุบซิบเรื่องที่สามกิลด์ใหญ่กำลังแย่งคนกัน

ในฐานะสามกิลด์ใหญ่ระดับตำนาน ไม่ว่าจะเป็นเกมไหนก็มักจะเห็นภาพพวกมันห้ำหั่นกันเองแบบไม่มีใครยอมใครเสมอ

สำหรับคนที่สามารถอัปเลเวลถึงระดับ 10 แล้วออกจากหมู่บ้านมือใหม่ได้ในเวลาสั้นๆ ช่วงต้นเกมแบบนี้ สามกิลด์ใหญ่ย่อมไม่มีทางปล่อยโอกาสทองที่จะดึงตัว 'ยอดฝีมือ' ของเกมเข้าพวกไปได้หรอก

ยิ่งถ้าเป็นผู้เล่นสาวสวยด้วยแล้ว ยิ่งกระตือรือร้นเป็นพิเศษ

มองแค่แวบเดียวหลินอี้ก็อ่านสถานการณ์ออกหมด คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันทันที

"นางจะไม่เข้ากิลด์ของพวกแกหรอก ไสหัวไปให้พ้นหน้าข้าซะ"

หลังจากผ่านเหตุการณ์ที่วิหารเทพดักฆ่าเขา ตอนนี้หลินอี้ก็ไม่มีความรู้สึกดีๆ หลงเหลือให้กับพวกกิลด์ใหญ่เหล่านี้อีกเลย

โดยเฉพาะตอนที่เห็นผู้เล่นจากวิหารเทพเข้าไปยืนประชิดตัวจางซินอิ่งขนาดนั้น หลินอี้ก็พุ่งเข้าไปถีบมันกระเด็นทันที

"มึงจะยืนเบียดหาพระแสงอะไรวะ"

"เฟิงหัว เป็นเฟิงหัวจริงๆ ด้วย!"

เมื่อเห็นเฟิงหัวปรากฏตัว รอบด้านก็ฮือฮากันยกใหญ่

"สมกับเป็นผู้เล่นอันดับหนึ่งของเกมจริงๆ แค่ชุดอุปกรณ์เท่ๆ ล้ำๆ บนตัวนั่น ก็ทำเอาคนอิจฉาตาร้อนกันตายห่าแล้ว!"

"ได้ยินมาว่าเมื่อกี้วิหารเทพพาคนไปดักฆ่ามัน แต่สุดท้ายทั้งวิหารเทพคนบ้าคลั่งกับกุนซืออันดับหนึ่งของวิหารเทพกลับโดนสวนกลับจนตายเรียบ โคตรโหด!"

"อะไรนะ? โดนฆ่าสวนเนี่ยนะ? จริงดิ!"

"ข้าก็เพิ่งได้ยินเพื่อนในกลุ่มคุยกันมาเมื่อกี้เอง ตอนนี้พวกวิหารเทพเตรียมออกหมายหัวไล่ล่าเฟิงหัวแล้ว แกคิดว่าจริงไหมล่ะ?"

"แม่งโคตรบ้าบิ่นเลยว่ะ ไอ้เฟิงหัวนี่กะจะใช้ตัวคนเดียวงัดกับวิหารเทพทั้งกิลด์เลยเหรอวะ?"

"ใครจะไปรู้วะ"

"เดี๋ยวรออีกสักสองสามวัน พอคนของวิหารเทพออกจากหมู่บ้านมือใหม่กันหมด คาดว่าไอ้เฟิงหัวนี่คงขยับตัวไปไหนลำบากแน่"

"ไม่ต้องรอถึงวันหน้าหรอก ข้าว่าตอนนี้ก็มีงิ้วโรงโตให้ดูแล้วว่ะ"

ทางฝั่งสามกิลด์ใหญ่ วิหารเทพเตี่ยนเตี่ยนรู้สึกไม่พอใจกับการกระทำของหลินอี้เมื่อกี้เป็นอย่างมาก

"นางจะเข้าหรือไม่เข้ากิลด์พวกข้า แล้วมันไปหนักหัวแกตรงไหนวะ"

สำหรับตัวประกอบกระจอกๆ อย่างวิหารเทพเตี่ยนเตี่ยน หลินอี้ขี้เกียจจะเสวนาด้วย เขาเดินผ่านหน้ามันไปดื้อๆ แล้วหันไปพูดกับจางซินอิ่ง

"ตามข้ามา"

จางซินอิ่งมองดูบุคคลผู้โด่งดังแห่งเกมนี้ด้วยความคลางแคลงใจ สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ

"ข้าไม่รู้จักแก ทำไมต้องตามแกไปด้วยล่ะ"

หลินอี้ชะงักไปนิดนึง

เออว่ะ!

ตัวเขาปรับลดหน้าตาตัวเองลงมาซะขนาดนั้น ถ้านางจำเขาได้ตั้งแต่แวบแรกก็แปลกแล้ว

วิหารเทพเตี่ยนเตี่ยนที่เดิมทีก็โมโหจัดเพราะโดนเฟิงหัวเมินอยู่แล้ว พอได้ยินคำพูดของจางซินอิ่ง ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะออกมา

"แม่งเอ๊ย ทำเป็นเก๊กหล่อ หน้าแหกไหมล่ะมึง? ฮ่าๆๆ~"

คิ้วของหลินอี้ขมวดเข้าหากันอีกครั้ง จังหวะที่หลินอี้เตรียมจะบอกตัวตนกับจางซินอิ่งแล้วพาออกจากที่นี่ จู่ๆ รอบด้านก็มีคนเพิ่มขึ้นมาเกือบยี่สิบคน ล้อมกรอบหลินอี้เอาไว้อย่างแน่นหนา

พอเห็นคนพวกนี้โผล่มา ลั่วเสินเฮ่าเทียนกับเซิ่งซื่อเจวี๋ยฉิงก็มองหน้ากัน แล้วทยอยถอยห่างออกจากฝูงชน

วิหารเทพคนบ้าคลั่งเดินแหวกฝูงชนออกมา พูดกับหลินอี้ว่า

"คิดไม่ถึงเลยว่าพวกเราจะได้เจอกันเร็วขนาดนี้"

มองดูสมาชิกวิหารเทพที่ยืนล้อมกันอยู่สามชั้นสี่ชั้น หลินอี้ก็ยิ้มออกมา

"ทำไม ยังโดนฆ่าไม่หนำใจเหรอ อยากโดนอีกรอบหรือไง?"

"ไม่ ไม่ ไม่~"

วิหารเทพคนบ้าคลั่งส่ายหัวแล้วพูดว่า

"ก่อนหน้านี้ระหว่างพวกเราอาจจะมีความเข้าใจผิดกันนิดหน่อย ตอนนี้ข้าพกความจริงใจมาเต็มร้อยเพื่อเชิญแกให้เข้าร่วมกับวิหารเทพของข้า"

เขามองหลินอี้ บนใบหน้าของวิหารเทพคนบ้าคลั่งไม่มีร่องรอยของความขุ่นเคืองจากการเพิ่งถูกหลินอี้ฆ่าตายเลยแม้แต่น้อย กลับเต็มไปด้วยความจริงใจขณะพูด

"ต้องรู้ไว้นะว่า คนที่ข้าเชิญแล้วเชิญอีกเนี่ย แกเป็นคนแรกในรอบสิบปีตั้งแต่ข้าเข้าวงการมาเลยนะเว้ย ว่าไง? ลองพิจารณาดูหน่อยไหม"

วิหารเทพคนบ้าคลั่งเป็นคนยังไงน่ะเหรอ? สำหรับคนที่เกิดใหม่อย่างหลินอี้ เขารู้ไส้รู้พุงมันดีกว่าใครเลยล่ะ

มันก็แค่ไอ้บ้าที่วินาทีนี้ยังคุยเปิดอกกับแกได้ แต่วินาทีถัดไปมันก็พร้อมจะพรากชีวิตแกอย่างไม่ลังเลเพียงเพราะผลประโยชน์เท่านั้นแหละ

คนพรรค์นี้ต่อให้คุกเข่าอ้อนวอนเขา หลินอี้ก็ไม่มีทางญาติดีด้วยอย่างเด็ดขาด

"พาคนเป็นสิบจงใจไปดักรุมข้า ข้าไม่คิดว่านั่นมันคือความเข้าใจผิดตรงไหนเลยนะเว้ย"

หลินอี้จ้องหน้าวิหารเทพคนบ้าคลั่ง

"นับตั้งแต่วินาทีที่แกไปดักรุมข้า ระหว่างแกกับข้าก็ไม่มีความเป็นไปได้ใดๆ อีกแล้ว"

ท้ายที่สุด:

"วันหลังไม่ต้องพูดจาปั้นน้ำเป็นตัวแบบนี้อีกนะเว้ย เสียเวลาชาวบ้านเขา"

มองดูสมาชิกวิหารเทพแต่ละคนที่ทำหน้าถมึงทึงขวางทางเดินเขาอยู่ หลินอี้หันไปมองวิหารเทพคนบ้าคลั่ง

"หมายความว่าไง แกกะจะลงมือกันตรงนี้เลยเหรอวะ?"

"เฟิงหัว เอ๋ย เฟิงหัว!"

วิหารเทพคนบ้าคลั่งมองหลินอี้ด้วยสีหน้าทอดถอนใจ

"ขอเตือนแกเป็นครั้งสุดท้ายนะ การที่วิหารเทพของข้าก้าวมาถึงจุดนี้ได้ ไม่ใช่สิ่งที่ใครหน้าไหนจะมาสั่นคลอนได้ง่ายๆ ข้าล่ะนับถือความกล้าของแกจริงๆ"

"แต่บางครั้งการดันทุรังทำอะไรตามใจตัวเอง คนที่เจ็บปวดอาจจะไม่ได้มีแค่แก แต่อาจจะรวมถึงคนรอบตัวแกด้วยนะ"

วิหารเทพคนบ้าคลั่งมองหลินอี้ด้วยรอยยิ้มแฝงนัยยะประหลาด แล้วปรายตามองจางซินอิ่งที่อยู่ด้านข้าง

"แกคิดว่าไงล่ะ?"

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อกี้ วิหารเทพคนบ้าคลั่งได้รับรู้เรื่องราวคร่าวๆ จากวิหารเทพเตี่ยนเตี่ยนแล้ว

สำหรับคนที่ดูลึกลับและ "หยิ่งยโส" อย่างเฟิงหัว ไม่มีทางที่จะให้ความสำคัญกับคนแปลกหน้าขนาดนี้แน่

ด้วยเหตุนี้ วิหารเทพคนบ้าคลั่งจึงเดาว่า ยัยคนที่ชื่อ "หนิงเหมิงทู่" นี่ ต้องมีความสัมพันธ์อะไรบางอย่างกับเฟิงหัวอย่างแน่นอน

ในเมื่อข่มขู่ตัวเฟิงหัวไม่ได้ วิหารเทพคนบ้าคลั่งก็ไม่รังเกียจที่จะใช้วิธีสกปรกนิดหน่อยเพื่อบีบให้อีกฝ่ายยอมศิโรราบ

แต่มันชัดเจนว่า วิหารเทพคนบ้าคลั่งยังรู้จักหลินอี้ไม่ดีพอ

ถ้าจะบอกว่าหลินอี้เป็นคนไม่มีน้ำโห บางครั้งถ้ามันไม่รุนแรงจนเกินไป หลินอี้ก็หัวเราะรับแล้วปล่อยผ่าน ไม่ใส่ใจได้จริงๆ นั่นแหละ

แต่เมื่อมีคนกล้ามาแตะต้องเส้นตายของเขา หลินอี้เดินหน้าเครียดเข้าไปหาวิหารเทพคนบ้าคลั่ง รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากใบหน้า

"แกก็ลองดูสิวะ!"

ตอนนั้นเอง จู่ๆ ก็มีคนกลุ่มใหญ่อีกกลุ่มแห่กันเข้ามา

คนของวิหารเทพเกิดการปะทะคารมกับคนกลุ่มนี้ทันที

"พวกแกจะทำอะไรวะ อยากมีเรื่องเหรอ!"

"ก็มาดิวะ ใครกลัวใครวะ!"

"ไสหัวไปให้พ้นตีนข้า!"

หมิงเหมินหล่อลากดินภายใต้การคุ้มกันของลูกน้อง ทะลวงวงล้อมผู้เล่นของวิหารเทพเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าหลินอี้

"ลูกพี่เฟิง โทษทีว่ะ ก่อนหน้านี้ข้าลงทำเควสต์ในดันเจี้ยนอยู่ เพิ่งจะรู้เรื่องของพี่ ข้ามาสาย โคตรขอโทษเลย"

วิหารเทพคนบ้าคลั่งมองหมิงเหมินหล่อลากดิน สลับกับมองคนสองกลุ่มที่กำลังชุลมุนวุ่นวายกันอยู่

"หัวหน้ากิลด์หล่อลากดิน แกหมายความว่าไงวะเนี่ย?"

ตอนนี้แม้แต่หลินอี้เองก็ไม่คิดว่าหมิงเหมินหล่อลากดินจะโผล่มาอยู่ที่นี่

"หมายความว่าไงงั้นเหรอ?"

หมิงเหมินหล่อลากดินทำหน้าไม่สบอารมณ์สุดๆ

"ข้าต่างหากที่ต้องถามแก หัวหน้ากิลด์คนบ้าคลั่ง แกจ้องจะเล่นงานลูกพี่เฟิงของข้าแบบนี้ มันหมายความว่าไงวะ?"

ถ้าเลือกได้ วิหารเทพคนบ้าคลั่งขี้เกียจจะเสวนากับไอ้ลูกเศรษฐีตรงหน้านี่จริงๆ

ถึงหมิงเหมินจะมีฝีมืออยู่บ้าง แต่วิหารเทพคนบ้าคลั่งก็ยังไม่เห็นอยู่ในสายตาหรอก

แต่ที่รับมือยากคือกิลด์แม่งดันมีแต่ลูกคนรวยนี่สิวะ!

ไอ้พวกนี้แม่งฝีมือไม่มีหรอก แต่เรื่องใช้เงินฟาดหัวแย่งคนน่ะ แม่งเหี้ยมสุดๆ

ถ้าขืนถูกพวกมันเพ่งเล็งเข้าจริงๆ ต่อให้ตัวเองมีปัญญารักษาคนระดับแกนนำเอาไว้ได้ แต่ก็ต้องยอมเฉือนเนื้อตัวเองเพิ่มสวัสดิการให้พวกแกนนำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่ดี

ใครมันจะอยากมาเสียเงินฟรีๆ แบบไม่มีปี่มีขลุ่ยล่ะวะ

ถ้าทำได้ วิหารเทพคนบ้าคลั่งอยากจะสะบัดตูดหนีไปซะเดี๋ยวนี้เลย

แต่สถานการณ์ตรงหน้า ถ้าตัวเองชิงหนีไปก่อน คนอื่นก็คงคิดว่าเขาปอดแหกกลัวพวกหมิงเหมิน

ถ้าข่าวนี้หลุดออกไป มันจะต้องเป็นผลเสียร้ายแรงต่อชื่อเสียงของวิหารเทพอย่างแน่นอน

จังหวะที่วิหารเทพคนบ้าคลั่งกำลังกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ลั่วเสินหลิวเหนียนก็พาคนกลุ่มใหญ่โผล่มาที่เกิดเหตุเหมือนกัน

"โย่ว ครึกครื้นกันจังนะเว้ย!"

จบบทที่ บทที่ 52 แตกหัก

คัดลอกลิงก์แล้ว