- หน้าแรก
- ข้าเห็นไอเทมดรอปจากบอสทุกชิ้น
- บทที่ 51 เข้าร่วมกลุ่ม
บทที่ 51 เข้าร่วมกลุ่ม
บทที่ 51 เข้าร่วมกลุ่ม
บทที่ 51 เข้าร่วมกลุ่ม
ในเสี้ยววินาทีที่สถานะมึนงงถูกคลายออก หลินอี้รีบทิ้งระยะห่างจากนักรบทันที แล้ววิ่งเข้าหานักเวทสามคนที่อยู่ด้านข้าง
แม้ทุกคนจะสงสัยว่าทำไมหลินอี้ถึงยังไม่ตาย แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามามัวสนใจเรื่องนั้น มีคนสังเกตเห็นเจตนาของเฟิงหัว
"รีบกระจายกำลังออกไป กระจายออกไป!"
"กระสุนมนตรา"
"-387"
นักเวทธาตุไฟที่อยู่ใกล้หลินอี้ที่สุดถูกฆ่าตายในพริบตา!
อีกสองคนที่เหลือเป็นนักเวทธาตุน้ำแข็งและนักเวทธาตุไฟวิ่งหนีไปคนละทาง
หลินอี้พุ่งเข้าไปโจมตีธรรมดาใส่นักเวทธาตุน้ำแข็งคนนั้นโดยตรง
"-201"
มีคนเห็นฉากนี้ก็อดไม่ได้ที่จะหน้าถอดสีด้วยความตกใจ
"นี่มันใช่คนแน่เหรอวะ? ดาเมจโจมตีธรรมดายังแรงกว่าดาเมจสกิลของพวกเราอีก!"
นักเวทธาตุน้ำแข็งคนนั้นเห็นเลือดตัวเองลดฮวบจนปางตายก็ตกใจร้องลั่น
"รีบฮีลข้าทีสิวะ!"
"ฉัวะ!"
ก่อนที่การรักษาของนักบวชจะมาถึง ประกายแสงเย็นเยียบก็สว่างวาบผ่านร่างนักเวทคนนั้นไป
"-286"
ตายคาที่!
"โจร!"
วิหารเทพคนบ้าคลั่งเห็นฉากนี้เข้าก็อดไม่ได้ที่จะโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ
"แม่มเอ๊ย! พวกสวะเอ๊ย นักรบเข้าไปสิวะ!"
หลังจากชื่อถงฆ่านักเวทธาตุน้ำแข็งคนนั้นเสร็จ เขาก็ม้วนตัวกลิ้งแล้วเข้าสู่สถานะพรางตัว ทำให้คนที่อยู่รอบๆ ถึงกับอ้าปากค้าง!
สกิลพรางตัวมันใช้ได้ตามใจชอบขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันวะ?
"ลอบโจมตีเงา"
"miss"
"แทงข้างหลัง"
"miss"
"ควักกระดูก"
"miss"
คำว่า miss ขนาดใหญ่สามคำลอยขึ้นเหนือหัวหลินอี้ โจรคนนั้นมีสีหน้าตกตะลึง
"เป็นไปได้ไงวะ!"
หลินอี้ยิ้มบางๆ
"ไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้หรอกน่า!"
โจมตีธรรมดา
"ปัง!"
"-234"
เลือดลดฮวบปางตายในพริบตา
โจรตกใจจนต้องม้วนตัวกลิ้งถอยหลังไปอย่างรวดเร็ว
จังหวะที่เขากำลังมองหลินอี้ด้วยความตกตะลึง ประกายแสงเย็นเยียบก็สว่างวาบขึ้นที่ด้านหลัง
"ฉัวะ"
"-201"
ฆ่าตายในพริบตาอีกครั้ง!
คราวนี้วิหารเทพคนบ้าคลั่งแทบจะบ้าตายด้วยความโกรธ!
"ไอ้โจรคนนั้น ข้าขอเตือนว่าอย่าแส่เรื่องชาวบ้าน แกต้องรู้ว่าตอนนี้กำลังแส่ตีนใครอยู่!"
ระบบ: เอฟเฟกต์【การคุ้มครองของเอฟลาร่า】หายไป
"สถานะอมตะของเฟิงหัวหมดแล้ว เข้าไปเร็วเข้า!"
จับโจรต้องจับหัวหน้า!
"เคลื่อนย้ายพริบตา!"
จังหวะที่นักรบทั้งสี่คนพุ่งเข้าชาร์จใส่หลินอี้อีกครั้ง หลินอี้ก็หายตัวไปในอากาศอีกหน
ฉากนี้ช่างดูคุ้นตากันเหลือเกิน
เหล่านักเวทต่างตกใจจนเสียวสันหลังวาบ
วิหารเทพคนบ้าคลั่งเหมือนจะรู้สึกตัว เขาเบิกตากว้างด้วยความโกรธ
"เฟิงหัว แกกล้าเหรอวะ!"
"กระสุนมนตรา"
"ปัง!"
"-347"
"ระบำดาบเงา"
"-181" คริติคอล~
วิหารเทพคนบ้าคลั่งกลายเป็นแสงสีขาวพุ่งทะยานไปในพริบตา ตายสนิท!
ชื่อถงถือมีดสั้นสองเล่มยืนอยู่ข้างๆ หลินอี้
สมาชิกกิลด์วิหารเทพที่สูญเสียเสาหลักไปต่างเบิกตากว้างมองชายสองคนนั้น จู่ๆ ก็ทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงต่อไป
ชื่อถงเข้าสู่สถานะพรางตัวต่อหน้าต่อตาทุกคน
นักเวทบางคนที่ขี้ขลาดก็ตกใจจนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่างทันที
"ข้าไม่สู้แล้วเว้ย พวกแกอยากสู้ก็สู้ไปเถอะ"
พูดจบก็สับตีนแตกวิ่งหนีไปทางเมืองมังกรฟ้า
การจากไปของชายคนนี้เปรียบเสมือนฟางเส้นสุดท้ายที่หักลงมากระแทกใจทุกคน คนที่เหลือหมดกำลังใจในการต่อสู้ไปนานแล้ว พวกเขาต่างพากันวิ่งหนีเข้าเมืองไป
"นี่แม่งคนหรือเปล่าวะ? นี่มันบอสในร่างมนุษย์ชัดๆ!"
มองดูคนของวิหารเทพที่วิ่งหนีหัวซุกหัวซุน หลินอี้ก็เอ่ยปากขึ้น
"ไม่ต้องตามแล้ว"
ร่างของชื่อถงปรากฏขึ้นด้านหลังนักเวทคนหนึ่ง เขามองหลินอี้ด้วยความสงสัย
"จะปล่อยพวกมันกลับไปง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ?"
มองดูสมาชิกวิหารเทพกลุ่มนั้นที่วิ่งหนีตายกันกระเจิดกระเจิง ใบหน้าของหลินอี้ก็แผ่ซ่านไปด้วยความเย็นยะเยือก
"วันข้างหน้ายังอีกยาวไกล!"
ในเมื่อหลินอี้เป็นคนเอ่ยปาก ชื่อถงจึงไม่พูดอะไรอีก เขาเดินไปข้างหลินอี้แล้วพูดขอโทษเบาๆ
"ขอโทษที ข้ามาสาย พอดีตอนล็อกอินเข้ามาได้ยินคนพูดถึงเรื่องนี้ก็เลยรีบตามมา"
มองดูเด็กหนุ่มตรงหน้าที่ยังดูขี้อายอยู่นิดๆ หลินอี้ก็ถามขึ้นมาทันที
"ได้ยินมาว่านายมีน้องสาวงั้นเหรอ?"
ชื่อถงมองหลินอี้ด้วยความประหลาดใจ
"นายรู้ได้ไงวะ?"
หลินอี้ถามต่อ
"นอกจากน้องสาวแล้ว ที่บ้านนายยังมีคนอื่นอีกไหม?"
แม้จะไม่เข้าใจว่าทำไมหลินอี้ถึงถามคำถามนี้ขึ้นมา แต่สำหรับชายตรงหน้าที่เป็นถึงยอดฝีมืออันดับหนึ่งของเกมและคอยช่วยเหลือเขาอย่างมาก ชื่อถงลังเลอยู่ครู่หนึ่งแต่ก็เลือกที่จะพูดความจริง
"ที่บ้านเหลือแค่ข้ากับน้องสาวสองคนแล้ว"
"อืม"
หลินอี้หยุดชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า
"ขอบใจสำหรับเมื่อกี้ด้วย!"
อันที่จริง ถ้าไม่ใช่เพราะชื่อถงปรากฏตัวขึ้นมา เมื่อกี้เขาเองก็คงจะรอดยากเหมือนกัน
ความจริงแล้วตามแผนเดิมที่คิดไว้ แค่ฆ่าไอ้คนบ้าคลั่งให้กลับไปเกิดใหม่ได้ก็ถือว่าระบายความแค้นได้แล้ว แต่สิ่งที่หลินอี้คาดไม่ถึงคือการปรากฏตัวของชื่อถง
ส่วนเรื่องการฆ่าล้างบางอีกฝ่ายนั้น หลินอี้ไม่เคยคิดเลยด้วยซ้ำ
ต่อให้ตัวเองจะเก่งแค่ไหน สุดท้ายก็เป็นแค่คนคนเดียว แถมสกิลก็มีคูลดาวน์ด้วย
สเต็ปเท้าจะดีแค่ไหน เจอชาวบ้านสาดสกิลเป็นห่าฝนใส่ จะหลบไปทางไหนได้วะ?
โดยเฉพาะตอนนี้ที่สกิลยังมีอยู่น้อยนิดจนน่าสงสาร เวลาสู้กันเลยรู้สึกตึงมือและทำอะไรไม่ค่อยถนัดเลย
แต่เพราะเรื่องนี้ การสร้างทีมก็ดูเหมือนจะต้องถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณาแล้ว
ขณะเดียวกัน ชื่อถงก็ได้รับแจ้งเตือนจากระบบกะทันหัน
【แจ้งเตือนการโอนเงิน】: บัญชีเสมือนของคุณได้รับการโอนเงินจริงจำนวน 100,000 ยอดเงินคงเหลือ: 100,000 หากต้องการถอนเงินสดโปรดผูกข้อมูลยืนยันตัวตนของคุณ หากไม่ได้ดำเนินการภายใน 24 ชั่วโมงจะถือว่าสละสิทธิ์ และจำนวนเงินจะถูกส่งคืนกลับไปยังต้นทาง หากมีข้อสงสัยโปรดปรึกษาฝ่ายบริการลูกค้าอย่างเป็นทางการ
ชื่อถงมองหลินอี้ด้วยความสงสัยสามส่วนและโกรธอีกเจ็ดส่วน
"แกหมายความว่ายังไงวะ?"
"ที่ข้าช่วยแก ไม่ใช่เพราะเงินนะเว้ย"
หลินอี้รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยกับปฏิกิริยาของชื่อถง แต่นั่นก็ยิ่งตอกย้ำความคิดในใจของหลินอี้ให้หนักแน่นขึ้น
"ข้ารู้"
"ข้าอยากตั้งกลุ่มทหารรับจ้างของตัวเอง นี่ถือเป็นเงินค่าจ้างในการเชิญแกเข้าร่วมกลุ่ม หลังจากนั้นทุกเดือนจะมีการแบ่งปันผลกำไรตามรายได้ของกลุ่ม"
มองดูชื่อถงที่ยังมีสีหน้าตกใจและสงสัยไม่หาย หลินอี้ก็พูดหยอกล้อขึ้นมา
"ทำไม ดูถูกกลุ่มทหารรับจ้างเล็กๆ ของข้าเหรอวะ?"
ชื่อถงจ้องมองหลินอี้ตาค้าง
"ทำไมถึงต้องช่วยข้าขนาดนี้ด้วย?"
หลินอี้ยักไหล่ ตอบตามความจริง
"เพราะความสามารถแฝงในตัวแกไง"
ชื่อถงอึ้งไป
"ความสามารถแฝงของข้า?"
เขามองดูชายตรงหน้าที่เป็นคนแรกที่ยอมเข้ามาพูดคุยและให้ความช่วยเหลือเขาอย่างไม่หวังผลตอบแทนตั้งแต่เริ่มเล่นเกมมา
ที่เขาทำแบบนี้ เป็นเพราะความสามารถแฝงของข้าอย่างที่เขาพูดจริงๆ งั้นเหรอ?
ตั้งแต่หลินอี้รู้จักกับชื่อถง นี่เป็นครั้งแรกที่ชื่อถงเผยรอยยิ้มออกมาต่อหน้าหลินอี้
"ขอบใจเว้ย!"
ตั้งแต่วินาทีนั้น หลินอี้ก็รู้ทันทีว่าสมาชิกคนแรกของเขาติดกับ... อะแฮ่ม! ตกลงเข้าร่วมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
"ตอนนี้แกล็อกเอาท์ออกไปเก็บของซะ เดี๋ยวข้าจะส่งที่อยู่ไปให้ แกมาหาข้าที่เมืองปินไห่ละกัน"
"ไปหาแก?"
"เออ! ต่อไปคนในกลุ่มของพวกเราจะมารวมตัวอยู่ด้วยกัน เพื่อความสะดวกในการสื่อสาร แล้วก็ แกพาน้องสาวมาด้วยก็ได้นะเว้ย ยังไงซะห้องมันก็เหลือเฟือ"
"ขอบใจนะเว้ย!"
"หึ~ ต่อไปก็เป็นทีมเดียวกันแล้ว คำว่าขอบใจที่ดูห่างเหินแบบนั้นไม่ต้องพูดซ้ำซากหรอกน่า"
"อืม"
ยืนอยู่บนเนินเขาของเทือกเขาอ็อกลิน มองดูชื่อถงล็อกเอาท์ออกไป หลินอี้ถึงได้พรูลมหายใจออกมาอย่างช้าๆ แล้วพูดว่า
"แกต้องไปล่วงเกินพวกคนของวิหารเทพเพราะข้า ข้าจะปล่อยให้พวกแกตกอยู่ในอันตรายในชีวิตจริงได้ยังไงวะ"
สำหรับวิธีการอันไร้ยางอายของพวกวิหารเทพนั่น ก่อนเกิดใหม่หลินอี้ก็ได้ยินมาไม่น้อย
แม้จะเป็นแค่ข่าวลือที่จับต้นชนปลายไม่ถูก แต่หลินอี้ก็ยังคงเชื่อมั่นเสมอว่า ไม่มีมูลฝอยหมาไม่ขี้หรอกเว้ย
ทอดสายตามองไปยังทิศทางของเมืองมังกรฟ้า หลินอี้รู้ดีตั้งแต่แรกแล้วว่า สักวันหนึ่งเขาจะต้องเผชิญหน้ากับวิหารเทพอย่างแน่นอน
แต่สิ่งที่คาดไม่ถึงคือ วันนั้นมันดันมาถึงเร็วกว่าที่คิดเอาไว้ซะงั้น
ในขณะเดียวกัน บริเวณหน้าวิหารคืนชีพทางฝั่งเมืองมังกรฟ้า
วิหารเทพคนบ้าคลั่งก็ขมวดคิ้วแน่นเช่นกัน
หลังจากระบายความโกรธแค้นในอกออกไปจนหมด วิหารเทพคนบ้าคลั่งถึงได้สงบสติอารมณ์ลงและทบทวนถึงผลได้ผลเสียของเรื่องนี้
สำหรับเฟิงหัวคนนี้ ตัววิหารเทพคนบ้าคลั่งเองก็คิดว่าเขาประเมินมันไว้สูงพอแล้วนะ
แต่ความจริงก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาคิดผิด
มองดูบันทึกการตายของตัวเอง วิหารเทพคนบ้าคลั่งก็พูดกับวิหารเทพอิ๋งอิ๋งที่อยู่ข้างๆ ว่า
"ไปสืบมาให้ข้าทีว่าไอ้ชื่อถงนี่มันเป็นใครมาจากไหน"
"ได้!"
"ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด~"
หลินอี้รับสายเสียงตอบรับจากหมิงเหมินหล่อลากดิน
หลินอี้:
"ขอบใจ!"
หมิงเหมินหล่อลากดิน:
"เกรงใจไปได้พี่!"
"ลูกพี่เฟิง ข้าทำสำเร็จตามคำสั่ง ไม่ให้เสียชื่อ นางเลเวลสิบแล้วไปที่เมืองมังกรฟ้าแล้ว ถือโอกาสถามหน่อยเหอะ นี่อาซ้อเฟิงใช่ปะ?"
ซ้อเฟิงเรอะ?
หลินอี้หน้าดำทะมึน
"ไม่มีอะไรแล้ว แค่นี้นะโว้ย!"
"ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด~"
ภายในดันเจี้ยนที่เต็มไปด้วยแมกมาเดือดพล่าน หมิงเหมินหล่อลากดินถึงกับยืนงง
"นี่ข้าพูดอะไรผิดไปวะ?"
จังหวะที่หลินอี้เปิดกระเป๋าเตรียมจะดู【ตำราแห่งคำพยากรณ์】ในกระเป๋า เขาก็เพิ่งสังเกตเห็นไอเทมสองชิ้นที่เปล่งประกายแสงสีส้มอยู่ข้างๆ
อุปกรณ์ระดับตำนาน!
หลินอี้เพิ่งนึกขึ้นได้ถึงรางวัลจากเควสต์ของตัวเอง แล้วก็ไอคอนสีทองที่โผล่ขึ้นมาบนหน้าต่างอินเทอร์เฟซเกม
ผู้บัญชาการ!
………………