- หน้าแรก
- ข้าเห็นไอเทมดรอปจากบอสทุกชิ้น
- บทที่ 40 ความวุ่นวายในหมู่บ้านมือใหม่
บทที่ 40 ความวุ่นวายในหมู่บ้านมือใหม่
บทที่ 40 ความวุ่นวายในหมู่บ้านมือใหม่
บทที่ 40 ความวุ่นวายในหมู่บ้านมือใหม่
เย็นวันที่สองของการเปิดโอเพ่นเบต้าเกม 《เทพเกียรติยศ》
ในขณะที่ทุกคนกำลังฟาร์มมอนสเตอร์อย่างเอาเป็นเอาตายเพื่ออัปเลเวล 10
ในขณะที่ผู้คนยังคงพูดถึงเรื่องการชิงเฟิร์สคิลเมื่อตอนกลางวันอย่างเมามัน
ในขณะที่ทุกคนกำลังคาดเดาว่ากิลด์ไหนจะได้เป็นเจ้าของฐานที่มั่นกิลด์แห่งแรกใน 《เทพเกียรติยศ》
จู่ๆ ตัวหนังสือสีแดงก็เด้งขึ้นมาในช่องแชทโลก ทำเอาทุกคนสะดุ้ง
คาดว่าแวบแรกที่หลายคนคิดในใจคงหนีไม่พ้น:
ไอ้เฟิงหัวนี่มันหาทำอะไรอีกแล้วเนี่ย
แต่พออ่านเนื้อหาชัดๆ ทุกคนก็มีสีหน้าเหมือนกันโดยมิได้นัดหมาย นั่นก็คือ:
ช็อก!
และตามมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ!
ใช่แล้ว ไม่อยากจะเชื่อ
ถ้าไม่ได้เห็นกับตา คงไม่มีใครเชื่อว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นแบบนี้แน่ๆ
ระบบ: ขอแสดงความยินดีกับกิลด์ 【อ้าวซื่อเซิ่งถัง】 ที่ยื่นขอฐานที่มั่นกิลด์สำเร็จ พิกัดฐานที่มั่น: เมืองมังกรฟ้า 3314:684 อีกสามวันข้างหน้าจะมีการโจมตีจากมอนสเตอร์ ขอให้สมาชิกกิลด์เตรียมตัวตั้งรับให้พร้อม
อ้าวซื่อเซิ่งถัง!
เป็นชื่อที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนเลย
ณ มุมหนึ่งในหมู่บ้านมือใหม่ จู่ๆ ก็มีคนร้องโหยหวนขึ้นมา:
"เป็นเซิ่งถังงั้นเหรอ แม่ร่วง! ฉันเอาเงินเก็บซ่อนเมียไปแทงเซิ่งซื่อหมดตัวเลย สวรรค์แกล้งกันชัดๆ หมดตูดแล้ว!"
"ฉันก็แทงเซิ่งซื่อหมดตัวเหมือนกัน แถมเพิ่งจะตัดใจแทงไปเมื่อกี้เอง กูอยากจะกระอักเลือด!"
"โชคดีๆ แม่มเอ๊ย เกือบลงลั่วเสินไปแล้ว ห้าร้อยหยวนเชียวนะ! ถ้าช้าไปก้าวเดียว ห้าร้อยปลิวแน่"
ท่ามกลางเสียงโอดครวญ จู่ๆ ก็มีเสียงหัวเราะลั่นดังขึ้นจนทุกคนต้องหันไปมอง
มีคนชี้ไปที่นักรบหนุ่มที่หัวเราะจนตัวงอ:
"เฮ้ย หัวเราะอะไรของแกวะ?"
หัวเราะอยู่พักใหญ่ สงสัยจะเหนื่อย นักรบคนนั้นถึงได้ยืดตัวขึ้นแล้วพูดอย่างตื่นเต้น:
"ฉันแค่กะแทงเล่นๆ ลงเซิ่งถังไป 100 หยวนน่ะ ฮี่ๆๆ~~~"
มีคนท้วงด้วยความอิจฉาตาร้อน:
"ว้าว 100 หยวน ได้ตั้ง 20 เท่า ก็ 2,000 หยวนเลยนะเว้ย เอ็งนี่โชคหล่นทับชัดๆ"
"ฮี่ๆๆ ไม่คุยแล้ว ฉันจะออฟไลน์ไปกินของอร่อยๆ ฉลองหน่อยดีกว่า!"
ในขณะที่ทุกคนกำลังประหลาดใจและช็อกกับผลลัพธ์นี้ ใบหน้าของเซิ่งซื่อจุ้ยกุ่ยกลับบึ้งตึงประดุจน้ำแข็ง
"ไอ้หมอนั่นไปจับมือกับพวกเซิ่งถังได้ยังไงวะ!"
"ปัง!"
จุ้ยกุ่ยเหวี่ยงดาบใหญ่ฟันต้นไม้จนขาดสะบั้นด้วยความโกรธจัด:
"ไอ้เฟิงหัวบัดซบเอ๊ย!"
จังหวะนั้น เครื่องมือสื่อสารของเซิ่งซื่อจุ้ยกุ่ยก็ดังขึ้น เป็นสายจากหลิวเหนียนแห่งลั่วเสิน
พอกดรับสาย ก็ได้ยินเสียงยียวนของหลิวเหนียนดังมา:
"อีกสามวันไปดูเรื่องสนุกๆ ด้วยกันไหม?"
…………
ขณะเดียวกัน ณ ภัตตาคารแห่งหนึ่งในเมืองมังกรฟ้า ปาร์ตี้ลงดันเจี้ยนของอ้าวซื่อเซิ่งถังกำลังรวมตัวกันอยู่ที่นี่
ทว่าบนใบหน้าของสมาชิกระดับสูงแห่งอ้าวซื่อเซิ่งถังกลับไร้ซึ่งความยินดี ซ้ำยังมีร่องรอยของความกังวลฉายชัด
จู่ๆ อ้าวซื่อเฟิงเย่ก็พูดขึ้น:
"ระบบป้องกันเมืองนี่มันปุบปับเกินไปแล้ว ก่อนหน้านี้ไม่มีใครรู้เลยว่าสร้างฐานที่มั่นแล้วจะต้องรับมือกับการโจมตีของมอนสเตอร์ด้วย"
"ด้วยสถานการณ์ของกิลด์เราตอนนี้ พอถึงตอนนั้นจะต้านไว้ได้หรือเปล่า... เฮ้อ"
อ้าวซื่อเจวี๋ยเย่มองดูเหล่า NPC ที่เดินขวักไขว่ไปมาอยู่เบื้องล่าง และเมืองมังกรฟ้าที่ยังดูเงียบเหงา ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
อ้าวซื่อโยวหลานหันไปมองอ้าวซื่อเจวี๋ยเย่:
"นายจะไม่พูดอะไรหน่อยเหรอ? ยังไงเรื่องนี้ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แล้ว เราคงจะนั่งงอมืองอเท้าไม่ได้หรอกนะ"
เมื่อมีคนเรียก อ้าวซื่อเจวี๋ยเย่จึงดึงสายตากลับมา
สักพัก อ้าวซื่อเจวี๋ยเย่ก็ค่อยๆ เอ่ยปาก:
"เรื่องแรก เตรียมรับมือสองทาง ให้สมาชิกที่เลเวล 10 แล้วไปลงดันเจี้ยนเดี่ยว หาอุปกรณ์ใหม่มาแทนของเก่าในหมู่บ้านมือใหม่ซะ"
"อีกทางหนึ่ง ประกาศรับคนเข้ากิลด์ด่วน ถึงแม้มอนสเตอร์ที่มาตีเมืองครั้งนี้จะอยู่แค่เลเวลสิบเอ็ดสิบสอง แต่ด้วยกำลังของกิลด์เราตอนนี้ แถมเวลาก็กระชั้นชิดขนาดนี้ คงยื้อไว้ได้ยาก"
"ขณะเดียวกัน ก็ให้กว้านซื้ออุปกรณ์ในตลาดให้หมด มีเท่าไหร่เหมามาให้เกลี้ยง"
พูดถึงตรงนี้ อ้าวซื่อเจวี๋ยเย่ก็หยุดไปครู่หนึ่ง
ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วพูดต่อ:
"จริงๆ แล้วพวกนี้ยังไม่ใช่เรื่องที่ฉันกังวลที่สุดหรอกนะ"
ทุกคนงุนงง อ้าวซื่อโยวหลานจึงถามขึ้น:
"ยังมีปัญหาอะไรอีกเหรอ?"
"เฮ้อ"
อ้าวซื่อเจวี๋ยเย่ทอดสายตามองความยิ่งใหญ่ของเมืองมังกรฟ้าที่อยู่นอกหน้าต่าง แล้วพูดเนิบๆ:
"ศึกป้องกันเมืองครั้งนี้ ไม่ได้ห้ามผู้เล่นคนอื่นเข้าร่วมนะ"
อ้าวซื่อเวยป้าชะงัก
"หมายความว่าไง?"
อ้าวซื่อเฟิงเย่ที่ฉลาดที่สุดในกลุ่ม นึกภาพออกเป็นคนแรก จึงถามอย่างกังวลว่า:
"หรือว่านายกลัวจะมีคนมาขัดขวาง?"
อ้าวซื่อเจวี๋ยเย่ไม่ได้ปฏิเสธ
เขาลุกขึ้นยืนเอามือไพล่หลังด้วยความกังวลใจ:
"หวังว่าฉันจะคิดมากไปเองนะ"
………………
ขณะเดียวกัน ณ หนองน้ำสยองขวัญในหมู่บ้านชิงสุ่ย ทันทีที่ชิงอีจื๋อเจี้ยนเห็นหนิงเหมิงทู่ออนไลน์ ก็รีบทักไปหา:
"รีบมาเร็ว ฉันกับชีหานยึดจุดฟาร์มมอนสเตอร์ไว้ได้แล้ว"
พอจางซินอิ่งตามพิกัดไป ก็เห็นชิงอีจื๋อเจี้ยนกำลังโจมตีกิ้งก่ามารเลเวล 8 อยู่
สิ่งที่ทำให้จางซินอิ่งประหลาดใจคือ เพิ่งจะออฟไลน์ไปแค่ไม่กี่ชั่วโมง หนองน้ำที่เคยเงียบเหงา ตอนนี้กลับคลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่มาแย่งกันตีมอนสเตอร์
พอชิงอีจื๋อเจี้ยนเห็นหนิงเหมิงทู่ ก็รีบโบกมือเรียก
"ทางนี้"
จางซินอิ่งอดสงสัยไม่ได้
"ทำไมคนถึงเยอะขึ้นขนาดนี้ล่ะ"
ชิงอีจื๋อเจี้ยนถอนหายใจ:
"ตอนนี้เลเวลของทุกคนก็เริ่มสูงกันหมดแล้ว แต่จุดฟาร์มดีๆ มีจำกัด มันก็เลยไม่พอน่ะสิ"
"ตอนนี้จุดฟาร์มดีๆ ส่วนใหญ่โดนพวกกิลด์ใหญ่ยึดไปหมดแล้ว"
พูดถึงตรงนี้ ชิงอีจื๋อเจี้ยนก็อดภูมิใจไม่ได้:
"จุดฟาร์มจุดนี้ตีมอนสเตอร์ได้ทีละสองตัว ฉันกับชีหานกว่าจะแย่งมาได้ ลำบากแทบแย่"
"เป็นแบบนี้นี่เอง"
จางซินอิ่งมองดูรอบๆ ที่มีคนมากกว่ามอนสเตอร์ ก็พอจะเดาออกว่าการจะหาจุดฟาร์มมอนสเตอร์สักจุดในตอนนี้มันยากเย็นแค่ไหน
ขณะที่กำลังคุยกัน จางซินอิ่งกำลังจะร่ายเวทช่วยตี จู่ๆ ก็มีคนกลุ่มหนึ่งโผล่มาทำกร่างใส่:
"จุดฟาร์มตรงนี้แก๊งคนโฉดขอจอง พวกนายไปหาที่อื่นเอาแล้วกัน"
เมื่อได้ยินว่ามีคนมาแย่งที่ทำมาหากิน มีหรือชิงอีจื๋อเจี้ยนจะยอม
"ไม่มีทาง พวกเรามาก่อน พวกนายนั่นแหละไปหาที่อื่น"
ที่อื่นเหรอ?
นักรบที่เป็นหัวโจกชื่อฉานหยางหัวเราะเยาะ:
"ถ้ามีที่อื่นดีๆ แกคิดว่าฉันจะมาแย่งที่นี่กับพวกแกรึไง?"
ชีหานทนไม่ไหวสวนกลับไปว่า:
"หมายความว่าไง นี่กะจะปล้นกันซึ่งๆ หน้าเลยเหรอ?"
พอได้ยินแบบนั้น ใบหน้าของฉานหยางก็ฉายแววอำมหิต:
"แกพูดถูกแล้ว ฉันจะปล้นซึ่งๆ หน้านี่แหละ!"
พูดพลางโบกมือเป็นสัญญาณ
"ลุย!"
ทันใดนั้น ก็มีผู้เล่นชายรูปร่างสูงใหญ่สี่คนพุ่งออกมาจากข้างหลังฉานหยาง จับชิงอีจื๋อเจี้ยนกับชีหานกดลงกับพื้นคนละสองคน
ฉานหยางหัวเราะเยาะ:
"ถ้าไม่อยากเจ็บตัวก็ออฟไลน์ไปซะ หรือไม่ก็ไสหัวไปไกลๆ"
"ไม่งั้นถึงฉันจะฆ่าพวกนายไม่ได้ แต่การโดนอัดฟรีๆ มันก็คงดูไม่จืดหรอกนะ"
เมื่อเห็นเพื่อนร่วมทีมโดนหยามเกียรติ จางซินอิ่งทั้งตกใจและไม่อยากจะเชื่อ
"นี่มันที่ของเรา พวกนายทำแบบนี้ไม่ไร้เหตุผลไปหน่อยเหรอ"
"โอ๊ะโอ!"
จนถึงตอนนี้ ฉานหยางเพิ่งจะสังเกตเห็นจางซินอิ่งที่ยืนอยู่ข้างๆ เขาแสยะยิ้ม
"ลืมเธอไปซะสนิทเลย"
"ว่าไงล่ะ จะแก้แค้นให้เพื่อน หรือจะยอมไสหัวไปดีๆ หืม?"
พูดถึงตรงนี้ รอยยิ้มบนใบหน้าของฉานหยางก็หายไป
"ตอนนี้เราอยู่ฟิลด์ ไม่มีระบบคุ้มครองนะเว้ย เธอคิดให้ดีๆ แล้วกัน"
ชิงอีจื๋อเจี้ยนที่โดนกดอยู่กับพื้นด่าลั่นด้วยความโกรธ:
"ปล่อยฉันนะเว้ย ไอ้พวกสารเลว"
ฉานหยางเหยียบหน้าชิงอีจื๋อเจี้ยนอย่างรำคาญใจ:
"ลองแหกปากอีกคำดูสิ!"
ชิงอีจื๋อเจี้ยนที่ไม่เคยโดนหยามเกียรติขนาดนี้มาก่อน โกรธจนเลือดขึ้นหน้า
แต่ตอนนี้โดนทับไว้สองคน ขยับตัวไม่ได้เลย
พยายามจะร่ายสกิล แต่ระบบก็แจ้งเตือนว่าเป้าหมายไม่ถูกต้อง ร่ายไม่ได้
ชิงอีจื๋อเจี้ยนรู้สึกอับอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี ทำอะไรไม่ได้นอกจากต้องออฟไลน์หนีไป
"ฉานหยาง ฝากไว้ก่อนเถอะมึง กูจำหน้ามึงไว้แล้ว"
"ถุย ยังกล้ามาขู่อีก!"
ฉานหยางกระทืบซ้ำ แต่ก็วืด
แล้วก็สบถออกมา:
"ไอ้ขยะเอ๊ย"
ชีหานเห็นดังนั้นก็รีบออฟไลน์ตามไปติดๆ
ผู้เล่นรอบๆ เห็นเหตุการณ์นี้ก็เหมือนเป็นเรื่องปกติ แม้จะสงสาร แต่ก็ไม่มีใครกล้าออกหน้า
สำหรับผู้เล่นทั่วไปแล้ว พวกกิลด์ใหญ่ๆ พวกนี้ก็เหมือนอันธพาลครองเมือง ชอบรังแกคนที่อ่อนแอกว่า
ถึงทุกคนจะไม่ชอบใจ แต่ก็ไม่มีใครกล้าพูดอะไร
ตอนนั้นเองฉานหยางก็หันมามองจางซินอิ่ง
"แล้วเธอล่ะ ยัยกระต่ายน้อย? ยังไม่ยอมไปอีกเหรอ?"
จางซินอิ่งมองดูสันดานดิบของพวกมัน แล้วก็ทนไม่ไหว:
"ถึงจะเป็นเกม แต่พวกนายทำแบบนี้มันไม่เกินไปหน่อยเหรอ"
ในสายตาของจางซินอิ่ง การกระทำแบบนี้มันก็ไม่ต่างอะไรกับพวกนักเลงหัวไม้เลยนี่นา!
แต่ฉานหยางกลับไม่คิดแบบนั้น
"เกินไปงั้นเหรอ? หึๆ~"
ฉานหยางค่อยๆ เดินเข้าไปหาจางซินอิ่ง
"งั้นเดี๋ยวฉันจะทำให้ดูว่าอะไรที่เรียกว่าเกินไป"
"พวกนายจะทำอะไร!"
จางซินอิ่งมองพวกนักรบที่ล้อมเข้ามา ตอนที่กำลังจะกดออกจากเกม จู่ๆ ก็มีเสียงตะโกนด้วยความโกรธเกรี้ยวดังมาจากนอกวงล้อม:
"ใครกล้าแตะต้องเธอ ลองดูสิ!"
สิ้นเสียง ฉานหยางกับพวกรวมห้าคนก็ถูกคนกลุ่มหนึ่งล้อมหน้าล้อมหลังไว้จนมิด
ฉานหยางงงเป็นไก่ตาแตก
"พวกแกเป็นใคร?"
"พวกแกจะทำอะไร!"
หมิงเหมินฉันไม่ร้องไห้แหวกวงล้อมเข้ามา เมินฉานหยาง แล้วเดินตรงไปหาจางซินอิ่ง
"ขอโทษที มาช้าไปหน่อย"
จางซินอิ่งมองผู้คนมากมายที่ปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหันด้วยความงุนงงเช่นกัน
"พวกคุณคือ?"
หมิงเหมินฉันไม่ร้องไห้ยิ้ม:
"เดี๋ยวค่อยคุยกัน ตอนนี้ขอจัดการพวกหมัดเ็บนี่ก่อน"
พูดพลาง หมิงเหมินฉันไม่ร้องไห้ก็หันไปมองฉานหยางด้วยสายตาเหี้ยมเกรียม
"ดีมาก แก๊งคนโฉด วันนี้ถ้าพวกแกมีหน้าไหนกล้าออฟไลน์หนี พรุ่งนี้ฉันจะยกพวกไปถล่มแก๊งพวกแกให้ราบเป็นหน้ากลอง"
ถึงตอนนี้ฉานหยางเพิ่งจะสังเกตเห็นชื่อของหมิงเหมินฉันไม่ร้องไห้ ตาเบิกกว้างด้วยความกลัว
"แกเป็นคนของหมิงเหมิน!"
"หึ~"
จู่ๆ หมิงเหมินฉันไม่ร้องไห้ก็ตะโกนสั่ง:
"อัดไอ้พวกลูกเต่าพวกนี้ให้ปางตายไปเลย!"
………………