- หน้าแรก
- ข้าเห็นไอเทมดรอปจากบอสทุกชิ้น
- บทที่ 28 บัดซบเสมอต้นเสมอปลาย
บทที่ 28 บัดซบเสมอต้นเสมอปลาย
บทที่ 28 บัดซบเสมอต้นเสมอปลาย
บทที่ 28 บัดซบเสมอต้นเสมอปลาย
พอเห็นคนคนนี้ หลินอี้ก็นึกถึงหมิงเหมินเยวี่ยเอ๋อร์ หญิงงามอันดับหนึ่งที่ครองแชมป์ทำเนียบโฉมงามมานานถึงสองปี ว่ากันว่าแม้แต่ NPC ยังต้านทานเสน่ห์ของเธอไม่ไหว
ตอนนี้พอได้เห็นตัวจริง แม้จะรู้สึกว่าคำล่ำลือออกจะเกินจริงไปบ้าง แต่ระดับคนที่ถูกยกให้เป็นอันดับหนึ่งในทำเนียบโฉมงาม ก็สวยกว่าผู้หญิงทุกคนที่หลินอี้เคยเจอมาจริงๆ
ยกเว้นคนคนนั้นไว้อีกคนล่ะนะ
พูดถึงตรงนี้ก็ต้องอธิบายเรื่องทำเนียบโฉมงามสักหน่อย
อย่างแรก รายชื่อในทำเนียบโฉมงามถูกจัดอันดับโดยระบบบิ๊กดาต้าล้วนๆ ไม่มีการแทรกแซงจากมนุษย์แต่อย่างใด
อย่างที่สอง คนที่จะติดทำเนียบได้ต้องผ่านเงื่อนไขสำคัญคือ ตอนสร้างตัวละคร ห้ามปรับแต่งรูปลักษณ์ใดๆ ทั้งสิ้น แค่เปลี่ยนสีผมก็ถือว่าหมดสิทธิ์
นอกจากนี้ เพื่อความปลอดภัย ตอนที่จะติดทำเนียบ ระบบจะแจ้งเตือนให้เจ้าตัวตัดสินใจก่อนว่าจะขึ้นทำเนียบหรือไม่ จึงไม่ต้องกังวลเรื่องการละเมิดความเป็นส่วนตัว
และคนที่ติดทำเนียบไปแล้ว ก็สามารถกดยกเลิกได้ทุกเมื่อ
ดังนั้นสาวงามที่ติดทำเนียบ แม้จะไม่ได้สวยตรงปกแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่นี่ก็ถือเป็นการจัดอันดับเพื่อความบันเทิงที่เชื่อถือได้เพียงหนึ่งเดียวของทางออฟฟิเชียล
การติดทำเนียบไม่ได้มีผลใดๆ กับการเล่นเกม เป็นแค่การตอบสนองความบันเทิงของคนหมู่มากเท่านั้น
เมื่อเห็นการปรากฏตัวของหมิงเหมินเยวี่ยเอ๋อร์ หมิงเหมินหล่อลากดินก็รีบเข้าไปต้อนรับ
"มาสักทีนะ รอเธออยู่คนเดียวเลยเนี่ย"
ได้ยินดังนั้น หมิงเหมินเยวี่ยเอ๋อร์เพียงแค่พยักหน้าเบาๆ ไม่ได้แสดงความกระตือรือร้นเท่ากับหมิงเหมินหล่อลากดิน
พอหันไปมองหลินอี้ หมิงเหมินเยวี่ยเอ๋อร์ก็สะดุดตากับเอฟลาร่าที่อยู่ตรงหน้าเขาก่อนเป็นอันดับแรก
แต่เธอไม่ได้มีปฏิกิริยารุนแรงเท่ากับฮ่วนเฉิงเซี่ยไห่ถัง เพียงแค่ประหลาดใจนิดหน่อย แล้วก็หันกลับมามองหลินอี้
"นายคือเฟิงหัวงั้นเหรอ?"
พูดตามตรง ตอนที่เห็นตัวจริงของเฟิงหัว หมิงเหมินเยวี่ยเอ๋อร์กลับรู้สึกผิดหวังอยู่ลึกๆ
ทีแรกเธอนึกว่าเฟิงหัวผู้สร้างกระแสฮือฮาในเกมจะเป็นคุณชายรูปงามเสียอีก
คิดไม่ถึงว่าตัวจริงจะดูธรรมดาขนาดนี้
แต่อย่างไรเสีย ตอนนี้เฟิงหัวก็ถือว่าเป็นผู้เล่นอันดับหนึ่งของเกม
ต่อให้หน้าตาธรรมดา ก็ไม่อาจกลบรัศมีและเกียรติยศที่เปล่งประกายออกมาจากตัวเขาได้
ยังไม่ทันที่หลินอี้จะเอ่ยปาก หมิงเหมินเยวี่ยเอ๋อร์ก็เป็นฝ่ายยื่นมือเรียวงามออกมาทักทายก่อน:
"ยินดีที่ได้รู้จัก เรียกฉันว่าเยวี่ยเอ๋อร์ก็ได้"
"อืม ยินดีที่ได้รู้จัก"
หลินอี้ตอบรับคำหนึ่ง ทำเป็นมองไม่เห็นมือเรียวงามนั้น แล้วหันหลังเดินเข้าดันเจี้ยนไปดื้อๆ
"ในเมื่อคนครบแล้ว งั้นพวกเราก็เข้าดันเจี้ยนกันเถอะ"
หนำซ้ำ หลินอี้ยังปฏิเสธคำขอเป็นเพื่อนของหมิงเหมินเยวี่ยเอ๋อร์อีกต่างหาก
ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ หลินอี้ก็ไม่อยากจะไปข้องแวะกับผู้หญิงแบบนี้
ไม่ใช่ว่าหลินอี้หยิ่งยโสอะไรนักหนา แต่คนแบบนี้อยู่คนละโลกกับเขาเลย ไม่เห็นจำเป็นต้องพยายามเอาตัวไปตีสนิท
หลินอี้เดินจากไปอย่างเป็นธรรมชาติ แต่การกระทำนั้นกลับทำเอาหมิงเหมินหล่อลากดินที่อยู่ด้านหลังยืนอึ้งแดก
มันปฏิเสธที่จะจับมือกับเธอ?
พระเจ้าช่วย!
ไอ้หมอนี่มันบ้าไปแล้วใช่ไหม?
ตั้งแต่รู้จักหมิงเหมินเยวี่ยเอ๋อร์มา นี่น่าจะเป็นครั้งแรกที่มีผู้ชายปฏิเสธความสนิทสนมจากเธอ
สุดยอด โคตรสุดยอด!
โคตรเท่ไปเลยโว้ย!
ฮ่วนเฉิงเซี่ยไห่ถังมองแผ่นหลังที่เดินจากไปอย่างแปลกใจเล็กน้อย
หรือว่าหมอนี่กำลังเล่นตัวเรียกร้องความสนใจ?
ยังไงซะ หมิงเหมินเยวี่ยเอ๋อร์ก็เป็นถึงโฉมงามที่ขนาดผู้หญิงด้วยกันยังแอบอิจฉาเลยนะ!
แต่พอคิดถึงความเด็ดขาดตอนที่เขาปฏิเสธเธอ ฮ่วนเฉิงเซี่ยไห่ถังก็เข้าใจได้
เป็นสไตล์ของเขาจริงๆ บัดซบเสมอต้นเสมอปลาย
ตั้งแต่ที่หมิงเหมินเยวี่ยเอ๋อร์ตั้งใจจะเปิดโอกาสให้เขาเข้าใกล้ ก็ไม่เคยคิดเลยว่าผลลัพธ์จะออกมาผิดคาดและทำให้เธอต้องอับอายขนาดนี้!
หมิงเหมินเยวี่ยเอ๋อร์ชักมือกลับอย่างเก้อเขิน ใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว
"นายหมายความว่าไง? นายคิดว่าฉันไม่คู่ควรที่จะจับมือนายงั้นเหรอ?"
"หรือนายคิดว่าทำแบบนี้แล้วฉันจะมองนายสูงขึ้น?"
"ถ้านายคิดแบบนั้นล่ะก็ นายคิดผิดถนัด!"
เกิดมาไม่เคยถูกหยามเกียรติขนาดนี้มาก่อน หมิงเหมินเยวี่ยเอ๋อร์ตะโกนลั่น:
"ฉันขอบอกไว้ตรงนี้เลยนะ นายเสียโอกาสเพียงครั้งเดียวที่จะได้เป็นเพื่อนกับหมิงเหมินเยวี่ยเอ๋อร์อย่างฉันไปแล้ว นายจะต้องเสียใจ"
หลินอี้หันกลับไปมองผู้หญิงที่กำลังทำหน้าเหมือนโดนรังแกอย่างเอือมระอา
"ข้าต่างหากที่ไม่คู่ควรจะจับมือกับเธอ ยังไงพอชิงเฟิร์สคิลเสร็จ พวกเราก็ทางใครทางมันอยู่แล้ว"
"แก!"
หมิงเหมินเยวี่ยเอ๋อร์โกรธจนลมออกหู
เมื่อเห็นท่าไม่ดี หมิงเหมินหล่อลากดินก็รีบเข้าไปไกล่เกลี่ย
"ใจเย็นๆ ใจเย็นน่า หมอนี่มันก็เป็นแบบนี้แหละ อย่าไปถือสามันเลย"
จังหวะนั้นเอง หลินอี้ก็ดึงทุกคนเข้าปาร์ตี้ทีละคน
"ชื่อถง เข้าร่วมปาร์ตี้"
"หมิงเหมินหล่อลากดิน เข้าร่วมปาร์ตี้"
"ฮ่วนเฉิงเซี่ยไห่ถัง เข้าร่วมปาร์ตี้"
หลินอี้หันไปถามหมิงเหมินเยวี่ยเอ๋อร์
"ตกลงเธอจะเข้าดันเจี้ยนไหมเนี่ย?"
หมิงเหมินหล่อลากดิน:
"รีบๆ เข้าตี้เถอะน่า อย่ามัวแต่ใช้อารมณ์เลย"
หมิงเหมินเยวี่ยเอ๋อร์มองหลินอี้ด้วยความโกรธที่ยังไม่จางหาย ก่อนจะแค่นเสียง:
"เหอะ!"
"หมิงเหมินเยวี่ยเอ๋อร์ เข้าร่วมปาร์ตี้"
หลินอี้ขี้เกียจต่อปากต่อคำ
ในแง่ของสัญชาตญาณความเป็นคน ผู้ชายหน้าไหนก็คงปฏิเสธเสน่ห์ของสาวงามไม่ลง
แต่ถ้ามองตามหลักเหตุผล สิ่งที่เหมาะกับตัวเองที่สุดนั่นแหละคือสิ่งที่ดีที่สุด ความสวยก็เป็นแค่เปลือกนอก สักวันก็ต้องเหี่ยวย่นไปตามกาลเวลา
หลินอี้ไม่อยากหลงผิดไปกับเปลือกนอก การเห็นคุณค่าของคนตรงหน้านี่แหละคือสัจธรรมที่หลินอี้ได้เรียนรู้หลังจากได้กลับมาเกิดใหม่
"ต้องการเข้าสู่ดันเจี้ยน【แดนลับแลกลางป่าลึก】หรือไม่?"
"【ยืนยัน】"
ภาพเบื้องหน้าของทั้งห้าคนพร่ามัวไปชั่วขณะ ก่อนจะโผล่เข้ามาในดันเจี้ยน
"พวกนายยืนอยู่ตรงนั้นอย่าขยับไปไหน"
ในขณะที่พวกหมิงเหมินหล่อลากดินยังมองสภาพแวดล้อมไม่ชัด ก็ได้ยินเสียง 'อี๊อ๊าๆ' ดังขึ้น
พอหมิงเหมินหล่อลากดินลืมตาขึ้น ก็เห็นหลินอี้พากลุ่มผู้พิทักษ์วิ่งหายไปลับตาแล้ว
ทุกคน: "..."
ตอนนั้นไม่มีใครสังเกตเห็นเลยว่า ชื่อถงกำลังค่อยๆ พรางตัวกลืนหายไปกับสภาพแวดล้อม
……………………
เซิ่งซื่อม่อเซี่ย:
"ผู้สวดภาวนาตัวนี้เหลือเลือดอีก 5% เป่ยเฉิงไม่ต้องออมมือแล้ว จัดหนักไปเลย!"
เซิ่งซื่อกูเป่ยเฉิง:
"ได้!"
"ลอบโจมตีเงา"
"-117"
"ปาดคอ"
"-142"
"แทงข้างหลัง"
"-123"
หลังจากกูเป่ยเฉิงสาดสกิลรัวๆ จนจบชุด การโจมตีของม่อเซี่ยก็ตามมาติดๆ:
"ลมหายใจอัคคี!"
"ตู้ม!"
"-246"
ผู้สวดภาวนาแดนลับแล: "ไอ้พวกผู้บุกรุกสารเลว กัปตันอ็อกโดจะต้องแก้แค้นให้พวกข้าแน่"
เซิ่งซื่อม่อเซี่ย:
"ช่างหัวอุปกรณ์บนพื้นก่อน รีบไปช่วยเซวี่ยถูเร็ว"
"เชาหน่าย รีบกางโล่ให้เป่ยเฉิงเร็ว!"
เซิ่งซื่อเชาหน่าย:
"คูลดาวน์เหลืออีกหนึ่งวินาที รอแป๊บ... ได้แล้ว!"
"โล่พิทักษ์"
ก่อนที่กูเป่ยเฉิงจะมุดเข้าสู่สถานะพรางตัว จู่ๆ ก็มีโล่แสงปรากฏขึ้นคุ้มครองร่าง
เมื่อเห็นเลือดของเซวี่ยถูลดฮวบจนกลายเป็นสีแดง เซิ่งซื่อม่อเซี่ยก็ร้อนรน:
"เร็วเข้า สกิลฟื้นฟูคูลดาวน์เสร็จหรือยัง!"
เซิ่งซื่อเชาหน่ายก็ร้อนใจไม่แพ้กัน:
"อีกสองวิ"
จู่ๆ เซิ่งซื่อกูเป่ยเฉิงก็โผล่ไปอยู่ข้างหลังองครักษ์แดนลับแลตัวนั้น
"ดูนี่!"
"ลอบโจมตีเงา"
"-87"
"ปาดคอ"
"-112"
"แทงข้างหลัง"
"-108"
องครักษ์แดนลับแลที่โดนลอบโจมตีจนบาดเจ็บหนัก หันขวับกลับมาเล่นงานกูเป่ยเฉิงแทน ปล่อยให้เซิ่งซื่อเซวี่ยถูที่ร่อแร่เต็มทนรอดตายหวุดหวิด
เซิ่งซื่อเชาหน่าย:
"ฮีลมาแล้ว ฮีลมาแล้ว!"
"คาถาฟื้นฟู!"
"+259"
"+10"
"+10"
เซิ่งซื่อเซวี่ยถูที่ในที่สุดก็ได้พักหายใจรีบร้องเตือน:
"การโจมตีขององครักษ์ตัวนี้ไม่ได้ล็อคเป้า แต่ความว่องไวของข้ามีน้อย เลยหลบไม่พ้น เป่ยเฉิง แกน่าจะลองหลบดูได้นะ"
"-120"
กูเป่ยเฉิงที่โดนฟันไปหนึ่งดาบถึงกับหน้าถอดสี
"ดาเมจแรงโคตรๆ แม่งเอ๊ย!"
เซิ่งซื่อจุ้ยกุ่ย:
"พวกแกรีบหน่อย ช้ากว่านี้เตรียมมาเก็บศพข้าได้เลย"
ตอนนี้ตรงหน้าเซิ่งซื่อจุ้ยกุ่ยมีนักเวทแดนลับแลตัวหนึ่งกำลังกระหน่ำเวทใส่อย่างบ้าคลั่ง
ดาเมจเวทส่วนใหญ่จะล็อคเป้า ต่อให้เซิ่งซื่อจุ้ยกุ่ยอยากจะหลบก็หลบไม่พ้น
ยังดีที่ได้อุปกรณ์พวกนั้นมาจากหลินอี้ ไม่งั้นป่านนี้เซิ่งซื่อจุ้ยกุ่ยคงนอนเป็นศพไปนานแล้ว
เซิ่งซื่อม่อเซี่ยคอยรักษาสมดุลการโจมตีใส่องครักษ์แดนลับแล พลางจับตาดูเลือดของมอนสเตอร์ทั้งสองตัว สมองคิดคำนวณอย่างรวดเร็ว
ทันใดนั้น!
เซิ่งซื่อม่อเซี่ยก็ตะโกนสั่งเซิ่งซื่อเซวี่ยถูที่เลือดฟื้นกลับมาครึ่งหลอดแล้ว:
"เซวี่ยถู แกไปดึงความเกลียดชังจากนักเวทแดนลับแล ส่วนจุ้ยกุ่ย แกไปลากองครักษ์แดนลับแลแทน"
"จุ้ยกุ่ย แกใช้สกิลติดตัวของโล่ พยายามหลบการโจมตีขององครักษ์ให้ได้มากที่สุดเพื่อลดดาเมจ"
"ถึงตอนนั้น เป่ยเฉิง แกก็รีบผละออกจากการต่อสู้ แล้วไปรุมโจมตีนักเวทแดนลับแลแบบเต็มสูบเลย"
"เชาหน่าย โล่รอบต่อไปให้เซวี่ยถู ฮีลให้เซวี่ยถูสามรอบ แล้วฮีลให้จุ้ยกุ่ยหนึ่งรอบ"
"พอเชาหน่ายกางโล่ให้ปุ๊บ เซวี่ยถูก็รีบพุ่งเข้าไปแย่งความเกลียดชังจากนักเวทมาเลย"
ทุกคนขานรับ:
"ได้!"
ไม่กี่วินาทีต่อมา เซิ่งซื่อเชาหน่าย:
"เสร็จแล้ว!"
"โล่พิทักษ์!"
เซิ่งซื่อเซวี่ยถูพุ่งเข้าใส่นักเวทแดนลับแลอย่างไม่ลังเล:
"กระแทกโล่!"
"ตู้ม!"
"-35"
"กระตุ้นสกิลติดตัว ติดสตันหนึ่งวินาที"
"แจ๋ว!"
เซิ่งซื่อม่อเซี่ยตะโกนลั่น:
"จุ้ยกุ่ย เร็วเข้า!"
เซิ่งซื่อจุ้ยกุ่ยรีบหันขวับพุ่งเข้าใส่องครักษ์แดนลับแลที่อยู่ไม่ไกล:
"กระแทกโล่!"
"ตู้ม!"
"-53"
"กระตุ้นสกิลติดตัว ติดสตันหนึ่งวินาที"
ทุกคนดีใจเนื้อเต้น:
เซิ่งซื่อม่อเซี่ยตะโกนลั่น:
"กูเป่ยเฉิง!"
เซิ่งซื่อกูเป่ยเฉิง:
"รับทราบ!"
"พรางตัว!"
……………………
หมิงเหมินหล่อลากดินนั่งแปะอยู่บนพื้นอย่างเบื่อหน่าย นั่งเหม่อมองวิวทิวทัศน์เบื้องหน้า:
"ไอ้เฟิงหัวนี่มันเล่นบ้าอะไรของมันวะ? ไม่ใช่จะมาเอาเฟิร์สคิลเหรอ? แล้วปล่อยพวกเรามานั่งตากแอร์เล่นตรงนี้ทำไมเนี่ย!"
"ไม่ต้องตีมอนสเตอร์เหรอ?"
"ไม่ต้องตีบอสเหรอ?"
"ส่งข้อความไปก็ไม่ตอบ โคตรน่าเบื่อเลย!"
……………………