- หน้าแรก
- ห้ามเปิดเผยว่าเป็นผู้ทะลุมิติ เอ๊ะ ข้าเองก็เป็นทายาทสายเลือดทองคำด้วยงั้นหรือ
- บทที่ 30 ร่วมเดินทาง
บทที่ 30 ร่วมเดินทาง
บทที่ 30 ร่วมเดินทาง
บทที่ 30 ร่วมเดินทาง
สุสานของผู้กล้า...
ไซเฟอร์ครุ่นคิดถึงคำพูดนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในใจ
ไม่ใช่ว่าเธอจะประหลาดใจกับการตายของผู้กล้า
เพียงแต่เมื่อนำมาประกอบกับข้อมูลที่เธอเคยได้รับจากเซวียเฉินและอินอวี่ก่อนหน้านี้แล้ว มันดูจะขัดแย้งกันมิใช่หรือ
ภารกิจของพวกเขาคือการสังหารผู้กล้า หลังจากที่ผู้กล้าเสร็จสิ้นการปราบราชาปีศาจ
แต่ปัญหาอยู่ตรงนี้
หากผู้กล้าตายไปนานแล้ว เหตุใดเทพธิดาผู้สูงส่งองค์นั้นยังคงเพียรพยายามอัญเชิญคนอื่นมาอย่างไม่ลดละ
เป็นไปได้หรือไม่ว่า ในโลกใบนี้ไม่ได้มีผู้กล้าและราชาปีศาจเพียงแค่หนึ่งเดียว
"ตายจริง ดูเหมือนคุณหัวขโมยเงากำลังคิดเรื่องอื่นอยู่สินะคะ" เสียงหัวเราะของเอฟีเลียขัดจังหวะห้วงความคิดของไซเฟอร์
เธอเอามือเล็กๆ ไพล่หลัง เดินวนไปด้านหลังไซเฟอร์แล้วกระซิบกระซาบ
"ท่านคงไม่ถึงกับไม่รู้ประวัติศาสตร์บทสำคัญที่ใช้เปิดตำนานมหากาพย์เรื่องนี้หรอกใชไหมคะ"
ไซเฟอร์มองเธอด้วยใบหน้าเรียบเฉย
เธอไม่ได้กล่าววาจาใด
"ก็ได้ ก็ได้" เอฟีเลียหัวเราะคิกคักแล้วอธิบายต่อ
"เรื่องราวของผู้กล้าและราชาปีศาจนั้นย้อนกลับไปนานแสนนาน น่าจะประมาณห้าร้อยปีก่อน ในตอนที่นักข้ามมิติคนแรกมาถึง"
"ส่วนรายละเอียดปลีกย่อยระหว่างนั้น ข้าไม่รู้และไม่จำเป็นต้องรู้หรอกค่ะ"
"ดวงดาวเคยบอกข้าว่า ผู้กล้าดูเหมือนจะได้รับความลับที่น่าเหลือเชื่ออย่างหนึ่งหลังจากปราบราชาปีศาจได้สำเร็จ แต่ก่อนที่เขาจะมีโอกาสได้พูดออกมา เขาก็ถูกเหล่านักข้ามมิติที่ตามมาทีหลังสังหารเสียก่อน"
"และความลับที่ผู้กล้ากล่าวถึงก็ยังคงไม่มีใครล่วงรู้" เธอผายมือเล็กๆ พลางสรุปความ
"บางที โลกบนสวรรค์ที่ท่านพูดถึงอาจจะเป็นส่วนหนึ่งของความลับนั้นก็ได้นะ"
...
"ตกลง" ไซเฟอร์พยักหน้าอย่างเงียบงัน
แม้ข้อมูลจะยังคงเลือนราง แต่ในที่สุดเธอก็มีเบาะแสและเป้าหมายที่ชัดเจนเสียที
นครสาบสูญ คือจุดหมายถัดไปของเธอ
ไซเฟอร์เหลือบมองเอฟีเลียแทนคำขอบคุณที่ไร้เสียง ก่อนจะหันหลังเตรียมจากไป
เมื่อได้รับรางวัลและข้อมูลมาแล้ว ก็ไม่สมควรที่จะรั้งอยู่นาน
ทว่า เพียงแค่เธอก้าวเท้าออกไป เธอก็ได้ยินคำพูดถัดมาของเอฟีเลีย
"ตายจริง อย่าเพิ่งรีบไปสิคะ"
เอฟีเลียเดินมาขวางทางไซเฟอร์ไว้ พลางยิ้มละไมในขณะที่เอ่ยปากชวนเข้ากลุ่ม
"ข้าเองก็สนใจความลับของผู้กล้าคนนั้นแบบสุดๆ เลยล่ะ คุณหัวขโมยเงา สนใจจะร่วมเดินทางไปกับข้าไหมคะ"
...
ไซเฟอร์นิ่งเงียบไป
เธอก้มมองจอมเวทสาวที่มีส่วนสูงสูสีกับเคอร์ริดเว่นผู้นี้ พลางวิเคราะห์ข้อดีข้อเสียในใจอย่างรวดเร็ว
การเดินทางร่วมกับเอฟีเลีย...
เธอก็ไม่ได้รังเกียจความคิดนี้
ประการแรก เอฟีเลียเป็นจอมเวทที่ทรงพลัง เป็นทั้งจอมเวทแห่งคำทำนาย แม่มดแห่งดวงดาว และยังเป็นสารานุกรมเคลื่อนที่อีกด้วย การมีเธออยู่ด้วยจะช่วยประหยัดเวลาในการหาข้อมูลไปได้มาก
แต่ถ้าเดินทางร่วมกับเธอ การเดินทางครั้งนี้คงจะหนวกหูไม่น้อย นิสัยของเด็กสาวคนนี้ดูจะร่าเริงเกินไปหน่อย และไม่รู้ว่าในหัวจะมีความคิดแผลงๆ อะไรอีกบ้าง...
เมื่อเห็นว่าไซเฟอร์ไม่พูดอะไร เอฟีเลียก็เข้าไปเกาะแขนเธอทันที พลางใช้น้ำเสียงอ่อนหวานออดอ้อน
"ได้โปรดเถอะนะ ลองเก็บไปคิดดูหน่อยสิคะ คุณหัวขโมยเงา"
...
ก็ได้
ในที่สุดไซเฟอร์ก็พ่ายแพ้ต่อความดื้อรั้นของเธอ
"พวกเราเดินทางด้วยกันก็ได้"
"มะรืนนี้ ฉันจะรอเจ้าที่หน้าประตูเมือง"
พูดจบ ไซเฟอร์ก็ไม่ได้กล่าวอะไรเพิ่มอีกแล้วอันตรธานหายไปจากคลังสมบัติทันที
"เย้!" เอฟีเลียกระโดดโลดเต้นอย่างมีความสุขอยู่กับที่
จากนั้นเธอก็เดินออกจากคลังสมบัติไปเช่นกัน
...
วันถัดมา ณ จวนเจ้าเมือง
"เอฟีเลีย ข้าไม่คิดว่านี่เป็นการตัดสินใจที่ดีเลยนะ" ลุคกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"แหม ข้าคิดไว้แล้วว่าท่านต้องพูดแบบนี้" เอฟีเลียนั่งอยู่บนขอบหน้าต่าง พลางแกว่งขาไปมา
เธอดูเหมือนจะคาดการณ์ไว้อยู่แล้วว่าลุคจะต้องพูดเช่นนี้
ลุคเดินไปนั่งที่หลังโต๊ะทำงาน ประสานมือเข้าหากัน แล้วกล่าวต่อด้วยเสียงต่ำ
"นครสาบสูญถูกทิ้งร้างมานานถึงห้าร้อยปีแล้ว นับตั้งแต่ผู้กล้าสิ้นชีพลงที่นั่น มันก็กลายเป็นเขตหวงห้ามสำหรับนักผจญภัยทุกคนบนทวีปแอตลาส"
"ในรอบห้าร้อยปีมานี้ มีวีรบุรุษที่อ้างว่าตนเองแข็งแกร่งตั้งกี่คน มีจอมเวทที่รอบรู้ตั้งกี่ท่าน และมีราชาที่ทะนงตัวตั้งกี่องค์ที่อยากจะเข้าไปสำรวจเพื่อค้นหาโบราณวัตถุและความลับของผู้กล้าในตำนาน"
"แต่กลับไม่มีใครสามารถกลับออกมาได้เลยแม้แต่คนเดียว"
"ทุกคนต่างบอกว่านักข้ามมิติคนแรกเป็นคนสังหารผู้กล้า แต่ความจริงคืออะไรกันแน่ ไม่มีใครรู้! และผู้กล้าคนนั้นตายได้อย่างไรจนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่มีใครทราบ"
"ข้าไม่คิดว่าการมุ่งหน้าไปยังหอคอยแห่งนครสาบสูญจะเป็นทางเลือกที่ฉลาด มันเสี่ยงเกินไป" คำพูดของลุคแฝงไปด้วยความเป็นห่วงอย่างชัดเจน แต่ในใจเขาก็รู้ดีว่าคำเตือนเหล่านี้ส่วนใหญ่คงจะไร้ผล
เขารู้จักวิธีการทำงานของเพื่อนรักคนนี้ดีเกินไป
และก็เป็นไปตามคาด เอฟีเลียพยักหน้าอย่างเคร่งขรึมในตอนแรก ดูราวกับว่าเธอเห็นพ้องกับคำพูดของลุคอย่างที่สุด เหมือนกับว่าเธอเก็บคำเตือนนั้นไปใส่ใจจริงๆ
ทว่า ความจริงจังนั้นคงอยู่ได้ไม่นาน
วินาทีถัดมา เธอก็กลับมาทำสีหน้าหัวเราะคิกคักเช่นเดิม
"ฮิฮิ ข้ารู้ว่ามันอันตราย แต่ข้าก็จะไปอยู่ดีนั่นแหละ!"
เอฟีเลียมองหน้าลุคแล้วแอบขำในใจ แต่เธอก็ยังอธิบายเหตุผล
"โธ่ ข้ารู้ว่าท่านเป็นห่วงข้า แต่ลุค ท่านไม่สงสัยบ้างหรือ ความลับตั้งห้าอ้อยร้อยปีเชียวนะ! ความลับที่ผู้กล้าไม่เคยได้พูดออกมาคืออะไรกันแน่ ทำไมนักข้ามมิติคนแรกถึงต้องสังหารผู้กล้าในตอนนั้นด้วย"
ลุคยังคงแสดงสีหน้าเรียบเฉย
"ข้าไม่ได้สงสัยในความลับเหล่านั้นเลย และข้าก็รู้ด้วยว่าเจ้าเองก็ไม่ได้สนใจพวกมันเหมือนกัน"
"ข้าแค่กังวลว่า ข้าจะเหลือเพื่อนไว้คุยด้วยน้อยลงไปอีกหนึ่งคน"
"ก็ได้ ก็ได้ ข้าปิดบังอะไรท่านไม่ได้จริงๆ นั่นแหละ" เอฟีเลียผายมืออย่างช่วยไม่ได้
สิ่งที่เรียกว่าความลับของผู้กล้านั้นเป็นเพียงข้ออ้างที่เธอใช้เป็นโล่กำบังเท่านั้น เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อห้าร้อยปีก่อนเป็นอย่างไร ความพัวพันระหว่างผู้กล้าและนักข้ามมิติจะเป็นอย่างไร เธอไม่ได้อยากจะใส่ใจนักหรอก
เธอร่วมเดินทางครั้งนี้เพียงเพื่ออยากจะออกไปผจญภัยกับไซเฟอร์เท่านั้นเอง
มันช่วยไม่ได้นี่นา คุณหัวขโมยเงาคนนั้นช่างถูกจริตเธอไปเสียทุกอย่าง
ผมสีเงินเหมือนกับเธอ คะแนนพิศวาสพุ่งกระฉูด!
แถมยังเป็นพงศ์พันธุ์แห่งวิฬาร์ที่หาได้ยาก คะแนนยิ่งทวีคูณเข้าไปอีก!
ที่สำคัญที่สุดคือ เธอสวยมาก! คะแนนเต็มปรี่ไม่มีหักเลยล่ะ!
การได้ร่วมเดินทางไปกับแม่แมวสาวสวยขนาดนั้น นครสาบสูญกระจอกๆ นั่นมีอะไรน่ากลัวกัน!
"..." ลุคโบกมืออย่างอ่อนล้า
เขารู้ว่าเรื่องนี้ถูกตัดสินใจไปแล้ว
เอฟีเลียเป็นจอมเวทแห่งคำทำนาย ทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอทำล้วนมีความหมายอันลึกซึ้งที่คนอื่นยากจะหยั่งถึง
"กลับมาให้ได้นะ อย่าไปตายอยู่ที่นั่นล่ะ"
น้ำเสียงของเขาแหบพร่า นี่คือคำแนะนำสุดท้ายที่เขาจะให้ได้
เขาอยากจะเปิดลิ้นชักเพื่อหยิบของวิเศษช่วยชีวิตบางอย่างออกมาตามสัญชาตญาณ แต่ข้อมือที่ยื่นออกไปกลับชะงักค้างอยู่กลางอากาศแล้วชักกลับมาเงียบๆ
ดูเหมือนว่าเขาจะไม่มีสิ่งของที่มีค่าพอจะมอบให้เธอได้เลย
"ลาก่อนนะคะลุค รอฟังข่าวดีจากข้าได้เลย!"
ทันทีที่พูดจบ ร่างของเอฟีเลียก็ปลิวหายออกไปอย่างรวดเร็ว
ลุคนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานเพียงลำพัง และตกอยู่ในความเงียบงันเนิ่นนาน