เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 21: ศิษย์สายตรงคนที่ห้าของทงเทียน! ยี่สิบสี่มุกปราบสมุทร!

บทที่ 21: ศิษย์สายตรงคนที่ห้าของทงเทียน! ยี่สิบสี่มุกปราบสมุทร!

บทที่ 21: ศิษย์สายตรงคนที่ห้าของทงเทียน! ยี่สิบสี่มุกปราบสมุทร!


ณ ห้วงความว่างเปล่า

เมื่อต้องเผชิญกับเพลงกระบี่อันน่าสยดสยองของหลัวฟู่

ตัวเป่า, จินหลิง, กวางเฉิงจื่อ และศิษย์คนอื่นๆ ของทั้งสองสำนัก ต่างตกอยู่ในความตะลึงงัน

พวกเขาต่างถามตัวเองในใจว่า หากต้องรับกระบี่นี้ของหลัวฟู่ด้วยตัวเอง พวกเขาจะต้านทานได้หรือไม่?

สุดท้าย...

ไม่มีใครให้คำตอบที่แน่ชัดได้

หากปราศจากการต่อสู้เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายจริงๆ ย่อมไม่มีใครยืนยันผลลัพธ์ได้แน่นอน

แต่เพียงเท่านี้ก็ทำให้ตัวเป่าและคนอื่นๆ ตระหนักแล้วว่า หลัวฟู่แห่งเผ่าพันธุ์มนุษย์ในยามนี้ช่างน่ากลัวเพียงใด

แม้ไม่รู้ว่าในอนาคตเขาจะยังรักษาความโดดเด่นนี้ไว้ได้หรือไม่ แต่ในเวลานี้ หลัวฟู่ผู้ซึ่งเพิ่งทะลวงสู่ระดับมหาเซียนทองคำช่างเจิดจรัสเหลือเกิน

แม้แต่ศิษย์สายตรงของสำนักฉานและสำนักเจี๋ยยังรู้สึกว่าตนเองด้อยกว่า

บอกได้เพียงว่า...

สิ่งที่หลัวฟู่แสดงออกมาเมื่อครู่นั้นมันเกินจริงไปมาก

อีกด้านหนึ่ง

ขณะที่หลัวฟู่ฟาดฟันทำลายทัณฑ์อัสนีจนสิ้นซาก เขาก็เห็นเจ้าสำนักทงเทียนลงมาจากฟากฟ้าปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้า

"ทุกคน การทะลวงขอบเขตของฉันในวันนี้สิ้นสุดลงเพียงเท่านี้"

ทันทีที่พูดจบ หลัวฟู่ก็ปิดระบบถ่ายทอดสดของกลุ่มแชทหมื่นภพลง

เมื่อครู่เขาเพียงแค่มอบโอกาสให้สมาชิกในกลุ่มได้เปิดหูเปิดตา ส่วนใครจะตักตวงความรู้แจ้งได้มากน้อยแค่ไหนนั้นก็ขึ้นอยู่กับวาสนาของแต่ละคน

ในขณะเดียวกัน นี่เป็นการแสดงแสนยานุภาพให้คนในกลุ่มเห็น เพราะบางครั้งการได้เห็นด้วยตาตัวเองย่อมชัดเจนกว่าคำบอกเล่า

สำหรับปฏิกิริยาในกลุ่มแชทหลังจากปิดไปแล้วนั้น ไม่ใช่สิ่งที่หลัวฟู่ต้องกังวลในตอนนี้

สิ่งที่สำคัญที่สุดในยามนี้คือ ท่านอาจารย์เจ้าสำนักทงเทียนได้มาอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว

นักปราชญ์ซั่งชิงในตำนานผู้นี้ ในฐานะศิษย์สำนักเจี๋ย หลัวฟู่ย่อมเคยพบเห็นมาบ้างในอดีต

"ศิษย์หลัวฟู่ ขอนอบน้อมคารวะท่านเจ้าสำนัก" หลัวฟู่ทำความเคารพเจ้าสำนักทงเทียนอย่างนอบน้อม

"หลัวฟู่" เจ้าสำนักทงเทียนพิเคราะห์ศิษย์เบื้องหน้าแล้วพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ

ไม่ว่าจะเป็นนิสัยใจคอที่หลัวฟู่แสดงออก หรือพรสวรรค์ในวิถีแห่งกระบี่เมื่อครู่ เจ้าสำนักทงเทียนล้วนพอใจอย่างยิ่ง

ถึงขนาดที่นักปราชญ์ซั่งชิงผู้นี้เกิดความคิดขึ้นมาว่า เขาได้พบผู้สืบทอดที่แท้จริงเข้าให้แล้ว

ส่วนศิษย์สายตรงอย่างตัวเป่าหรือจินหลิงน่ะหรือ...

อืม...

ในวินาทีนี้ พวกเขาถูกเจ้าสำนักทงเทียนลืมไปชั่วคราวเสียแล้ว

"ยินดีด้วยที่เจ้าทะลวงขอบเขตขึ้นเป็นยอดฝีมือมหาเซียนทองคำได้สำเร็จ" เจ้าสำนักทงเทียนกล่าวแสดงความยินดี

แม้หลัวฟู่จะเพิ่งบรรลุระดับมหาเซียนทองคำ แต่ท่ามกลางเหล่าศิษย์บนเขาคุนหลุน พละกำลังระดับนี้ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ระดับกลางค่อนไปทางสูง

เพราะในยุคนี้ การจะบรรลุมหาเซียนทองคำยังนับว่าเป็นเรื่องที่หาได้ยาก

นี่ยังไม่ถึงยุค "ศึกเทพสถิต" (ห้องสิน)

ซึ่งในช่วงเวลาอันยาวนานหลังจากนี้ พลังระดับมหาเซียนทองคำอาจจะถูกมองว่าเป็นเพียงระดับล่างสุด

แต่ในปัจจุบัน สามบริสุทธิ์เพิ่งจะรับศิษย์ได้ไม่นาน ศิษย์ของทั้งสองสำนักต่างเพิ่งจะเริ่มต้นเส้นทางบำเพ็ญ

ศิษย์สายตรงอย่างกวางเฉิงจื่อหรือตัวเป่าเอง ในตอนนี้ก็ยังอยู่เพียงระดับมหาเซียนทองคำเช่นกัน

มิฉะนั้น หากรอไปจนถึงช่วงปลาย...

ศิษย์สายตรงเหล่านี้ย่อมมีตบะอย่างน้อยในระดับมหาต้าหลัวหรือแม้กระทั่งกึ่งนักปราชญ์

เมื่อถึงตอนนั้น หากหลัวฟู่คิดจะดึงดูดความสนใจของเจ้าสำนักทงเทียน ย่อมทำไม่ได้ง่ายดายเหมือนในตอนนี้แน่นอน

อย่างไรก็ตาม ด้วยระบบความเข้าใจรู้แจ้งระดับสูงสุดที่มี หลัวฟู่ย่อมมีความมั่นใจเต็มเปี่ยมที่จะดึงดูดนักปราชญ์ในตำนานผู้นี้ได้เสมอไม่ว่าจะในช่วงเวลาใด

"หากไม่ได้ท่านเจ้าสำนักเมตตา ศิษย์หลัวฟู่คงมิอาจทะลวงสู่มหาเซียนทองคำได้สำเร็จ" หลัวฟู่กล่าวอย่างถ่อมตัว

ความจริงแล้ว ต่อให้ไม่มีเศษเสี้ยวแห่งมหาเต๋าที่ทงเทียนส่งมาให้ หลัวฟู่ก็มั่นใจว่าเขาจะทะลวงผ่านได้

แต่การทะลวงขอบเขตคงไม่ง่ายดายและราบรื่นถึงเพียงนี้

นี่ยังไม่นับว่าเขาสามารถสร้างรากฐานที่มั่นคงขึ้นกว่าเดิมได้ในเวลาเดียวกันอีกด้วย

"ฮ่าๆๆ..." เจ้าสำนักทงเทียนหัวเราะกึกก้อง ก่อนที่สีหน้าจะเริ่มจริงจัง "หลัวฟู่ ข้าตั้งใจจะรับเจ้าเป็นศิษย์สายตรงคนที่ห้าของข้า เจ้าเต็มใจหรือไม่?"

"ท่านเจ้าสำนักจะรับศิษย์สายตรงเพิ่มงั้นหรือ!" ศิษย์สำนักเจี๋ยจำนวนมากถึงกับตะลึง

ผลงานของหลัวฟู่ก่อนหน้านี้สร้างความตกใจให้พวกเขามากพอแล้ว แต่การตัดสินใจรับศิษย์สายตรงเพิ่มของทงเทียนนั้นสร้างแรงกระเพื่อมที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน

ย้อนไปในอดีต หลังจากที่ทงเทียนรับตัวเป่าและศิษย์สายตรงคนอื่นๆ รวมสี่คนแล้ว เขาก็ไม่ได้รับศิษย์สายตรงเพิ่มอีกเลยเป็นเวลานาน

แม้จะมีศิษย์สำนักเจี๋ยเพิ่มขึ้นมากมายหลังจากนั้น แต่ฐานะศิษย์สายตรงที่แท้จริงกลับคงที่มาตลอด

ทว่าการปรากฏตัวของหลัวฟู่ได้ทำลายกฎเกณฑ์นั้นลง

ท่านอาจารย์กำลังจะรับศิษย์สายตรงอีกครั้งแล้ว!

เรื่องนี้ทำให้ศิษย์สำนักเจี๋ยหลายคนรู้สึกอิจฉาริษยาอย่างช่วยไม่ได้

เพราะความแตกต่างระหว่าง "ศิษย์ทั่วไป" กับ "ศิษย์สายตรง" นั้นกว้างมหาศาล ยิ่งในสำนักเจี๋ยที่มีศิษย์มากมายแต่มีศิษย์สายตรงเพียงหยิบมือเดียว ฐานะย่อมต่างกันราวฟ้ากับเหว

ในทางกลับกัน ศิษย์สายตรงอย่างตัวเป่าหรือจินหลิงกลับไม่ได้แสดงท่าทีประหลาดใจนัก

ตั้งแต่วินาทีที่ท่านอาจารย์ปรากฏกายที่นี่และมอบเศษเสี้ยวแห่งมหาเต๋าให้หลัวฟู่ พวกเขาก็รู้แล้วว่ากำลังจะได้ศิษย์น้องคนใหม่

"ศิษย์ขอนอบน้อมคารวะท่านอาจารย์" อีกด้านหนึ่ง เมื่อได้ยินว่าเจ้าสำนักทงเทียนจะรับตนเป็นศิษย์ หลัวฟู่ก็รีบทำความเคารพอย่างนอบน้อมทันที

การที่เขาทะลวงขอบเขตอย่างอลังการเมื่อครู่ ก็เพื่อดึงดูดนักปราชญ์ท่านนี้นี่เอง

การได้เป็นศิษย์สายตรงของนักปราชญ์ จะช่วยให้หลัวฟู่ที่มีความเข้าใจระดับสูงสุดสามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็วขึ้น

ส่วนเรื่องการเปิดเผยพรสวรรค์แล้วจะถูกปองร้ายนั้น หลัวฟู่ที่อยู่บนเขาคุนหลุนไม่ได้กังวลเลย

เพียงแค่การมีอยู่ของเจ้าสำนักทงเทียนก็เพียงพอจะสยบทุกสิ่งแล้ว

และเขาสามารถใช้ช่วงเวลานี้ในการเติบโตได้อย่างเต็มที่

"ดี... ดีมาก!" เจ้าสำนักทงเทียนยิ้มแย้มด้วยความปิติ เขาพอใจกับการรับศิษย์คนนี้อย่างยิ่ง

"หลัวฟู่ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เจ้าคือศิษย์สายตรงคนที่ห้าของข้า" เสียงของเจ้าสำนักทงเทียนดังกึกก้องไปทั่วเขาคุนหลุน

เป็นการประกาศให้สรรพสิ่งบนเขาแห่งนี้รับรู้ว่า หลัวฟู่คือศิษย์เอกคนที่ห้าของเขาเรียบร้อยแล้ว

หลัวฟู่...

ในวินาทีนี้ นามนี้ได้สลักลึกลงในใจของสิ่งมีชีวิตมากมายบนเขาคุนหลุน ในฐานะศิษย์แห่งนักปราชญ์

ฐานะที่ใครหลายคนถวิลหาแต่ไม่อาจครอบครองได้

"ในฐานะศิษย์ของข้า ข้าจะมอบสมบัติชิ้นนี้ให้เจ้าก่อนเป็นอย่างแรก" เจ้าสำนักทงเทียนสะบัดมือ พลันมีมุกหลายเม็ดลอยล่องอยู่กลางอากาศ เปล่งรัศมีห้าสีเจิดจรัสไปทั่วชั้นฟ้า

"สิ่งนี้คือ ยี่สิบสี่มุกปราบสมุทร เป็นสมบัติวิเศษที่ถือกำเนิดจากการแตกสลายของยอดสมบัติโบราณ" ทงเทียนแนะนำสรรพคุณ

"ยี่สิบสี่มุกปราบสมุทร..." ดวงตาของหลัวฟู่วูบวาบขณะมองดูสมบัติที่ลอยเข้ามาหา

แน่นอนว่าเขาเคยได้ยินชื่อเสียงของสมบัติชิ้นนี้มาก่อน

ตามตำนานเล่าว่ามันสร้างขึ้นจากการแตกสลายของ "มุกโกลาหล" ยอดสมบัติแห่งความสับสนอลหม่าน ในอนาคตมันควรจะเป็นสมบัติในมือของเจ้าเทียนกง (จ้าวคงหมิง) ศิษย์เอกฝ่ายนอก และต่อมาจะตกไปอยู่ในมือของนักพรตหรันเติง

และจะกลายเป็นสมบัติที่ช่วยให้หรันเติงบรรลุธรรม โดยการเปลี่ยนมุกปราบสมุทรทั้ง 24 เม็ดให้กลายเป็น "สวรรค์ 24 ชั้น"

จนในที่สุดหรันเติงก็ได้กลายเป็นพระพุทธเจ้าผู้โด่งดัง

หากทุกอย่างดำเนินไปตามครรลองเดิม หรันเติงอาจจะได้เป็นผู้นำแห่งพุทธจักร

แต่น่าเสียดายที่โชคชะตาเล่นตลักกับเขา เพราะในอนาคตจะมีพระพุทธเจ้าตถาคตที่จุติมาจากตัวเป่าปรากฏขึ้น

ทำให้โชคชะตาของหรันเติงต้องหยุดลงเพียงแค่นั้น

ทว่าในตอนนี้ เห็นได้ชัดว่าเจ้าสำนักทงเทียนยังไม่ได้มอบสมบัตินี้ให้แก่จ้าวคงหมิง

"ขอบพระคุณท่านอาจารย์" หลัวฟู่รีบเก็บมุกปราบสมุทรไว้และกล่าวขอบคุณทันที

จบบทที่ บทที่ 21: ศิษย์สายตรงคนที่ห้าของทงเทียน! ยี่สิบสี่มุกปราบสมุทร!

คัดลอกลิงก์แล้ว