- หน้าแรก
- แม่มดฝึกหัด ขอจัดเต็ม
- บทที่ 32 น้ำผลขนมปัง
บทที่ 32 น้ำผลขนมปัง
บทที่ 32 น้ำผลขนมปัง
ระหว่างทางเดินลงเขาอย่างไม่รีบร้อน
ตรงทางแยกบริเวณเชิงเขา โม่หลานก็แยกทางกับวาชิด้าและซิลฟ์
เธอมุ่งตรงกลับหอพัก ส่วนวาชิด้าและซิลฟ์เดินไปทางแยกฝั่งขวา คนหนึ่งจะไปที่จุดรับวัตถุดิบ ส่วนอีกคนอยากไปหาเบียที่แปลงเพาะปลูก
หลังจากกลับถึงหอพัก เธอก็นำผลขนมปังออกมาหนึ่งตะกร้า เพื่อทดลองทำอาหารจากผลขนมปังด้วยวิธีอื่น
การใช้ความร้อนจะทำลายสรรพคุณการฟื้นฟูพลังเวทของผลขนมปัง โม่หลานจึงใช้วิธีการดองเย็นโดยตรง
โดยอ้างอิงจากการดองลูกพลัม หั่นผลขนมปังเป็นชิ้นเล็ก ๆ จากนั้นก็ใช้สันมีดทุบให้แบน แล้วนำไปดองกับเครื่องปรุงรสที่แตกต่างกัน
ทั้งดองน้ำตาล ดองเกลือ และแบบรสเค็มเผ็ด ทำออกมาอย่างละหนึ่งจานเล็ก
คาดว่าระยะเวลาในการดองจะอยู่ที่ประมาณครึ่งชั่วโมงถึงสองชั่วโมง
จากนั้นก็ใช้เกลือปริมาณมากดองลูกพลัมไว้หนึ่งโหลเล็ก ปล่อยทิ้งไว้หนึ่งคืน พอเทน้ำออกจนแห้ง ค่อยใส่กระเทียมสับ น้ำตาลกรวด และอื่น ๆ ลงไป โหลนี้ต้องดองทิ้งไว้หนึ่งสัปดาห์
น่าเสียดายที่ไม่มีซีอิ๊ว ไม่อย่างนั้นเธอคงใช้ซีอิ๊วดองไปอีกสักส่วนแล้ว
หลังจากทำพวกนี้เสร็จ โม่หลานก็เริ่มทดลองนำผลขนมปังมาคั้นเป็นน้ำผลไม้
ในห้องครัวของหอพักไม่มีเครื่องคั้นน้ำผลไม้ เธอจึงทำได้แค่หั่นผลขนมปังเป็นชิ้นเล็ก ๆ ให้ได้มากที่สุด ใส่ลงในกะละมัง จากนั้นก็ใช้สากไม้สำหรับตำกระเทียมค่อย ๆ บดและคั้นเอาน้ำออกมา
ตอนที่กินสด ๆ ก็รู้สึกว่าผลขนมปังมีน้ำชุ่มฉ่ำดี ให้ความรู้สึกคล้าย ๆ กับแอปเปิล
แต่พอเอามาคั้นน้ำจริง ๆ ผลขนมปังห้าหกผลที่เต็มกะละมังใหญ่ กลับคั้นน้ำผลขนมปังเข้มข้นออกมาได้แค่แก้วเดียว แถมยังต้องคั้นและกรองตั้งหลายรอบ
โม่หลานลองชิมไปหนึ่งอึก ความเปรี้ยวจี๊ดนั่นทำเอาเธอไม่อยากจะลองชิมอึกที่สองเลย มันเปรี้ยวกว่าตอนกินสดตั้งหลายเท่า
แต่ไม่เป็นไรหรอก เธอยังมีวิธีอื่นอีก
เธอใช้น้ำอุ่นผสมน้ำผึ้งหนึ่งเหยือก และยังใส่น้ำตาลทรายขาวลงไปอีกไม่น้อย คนจนละลายเข้ากันดี แล้วลองชิมดูหนึ่งอึก
หวานจนแสบคอสุด ๆ เรียกว่าเป็นขั้วตรงข้ามกับน้ำผลขนมปังเลยทีเดียว
ระหว่างรอน้ำผึ้งผสมน้ำตาลเย็นลง โม่หลานก็เปิดใช้งานเนตรพลังงาน และเริ่มชิมผลขนมปังดองหลายจานที่ทำไว้ก่อนหน้านี้
ผลขนมปังดองน้ำตาลตอนเข้าปากจะรู้สึกหวาน พอฟันกัดลงไป ความหวานแค่นั้นก็ถูกความเปรี้ยวกลบไปจนหมด
แบบดองเกลือก็เหมือนกัน แค่ออกเค็ม ๆ ตอนเข้าปาก
พูดได้แค่ว่าตอนเข้าปากให้รสสัมผัสดีกว่าตอนกินสดนิดหน่อย แต่หลังจากนั้นก็แทบไม่ต่างกันเลย
ความรู้สึกอิ่มท้องไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ แถมภายใต้เนตรพลังงาน โม่หลานยังมองเห็นว่า หลังจากกินผลขนมปังสองจานนี้เข้าไป แสงรัศมีพลังงานของตัวเองก็สว่างขึ้นมาเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าสรรพคุณในการฟื้นฟูพลังเวทก็ไม่ได้รับผลกระทบเช่นกัน
ดูเหมือนว่าการดองเย็นจะเป็นทางออกจริง ๆ เพียงแต่การดองในระยะเวลาสั้น ๆ มันยังไม่เข้าเนื้อ รสสัมผัสก็เลยไม่ได้ดีขึ้นเท่าไหร่ ส่วนพวกที่ดองไว้ในโหล ถ้านานกว่านี้ก็อาจจะได้รสสัมผัสที่ไม่เลวก็ได้นะ
ส่วนแบบรสเค็มเผ็ดที่เหลืออยู่ ตอนเข้าปากคือเค็มเผ็ด หลังจากนั้นก็คือเปรี้ยวเผ็ด ความเปรี้ยวกับความเผ็ดผสมปนเปกัน ต่างฝ่ายต่างช่วยส่งเสริมความรุนแรงของกันและกัน รสสัมผัสที่ตามมานั้นรุนแรงจนเกินบรรยาย กินไม่ทันหมดคำ น้ำมูกน้ำตาก็ไหลพรากออกมาแล้ว
โม่หลานยังไม่ทันได้สังเกตสถานการณ์การฟื้นฟูพลังเวท ก็ต้องรีบไปกระดกน้ำเปล่าแก้วใหญ่ติดต่อกันหลายแก้ว ผ่านไปหลายนาที อาการถึงค่อย ๆ ดีขึ้น
พอเริ่มตั้งสติได้ เธอก็คัดแบบรสเค็มเผ็ดทิ้งไปในทันที
แค่คำเดียว ผลขนมปังยังไม่ทันทำให้อิ่มท้องเลย แต่กลับเผ็ดจนต้องดื่มน้ำจนจุก ทรมานยิ่งกว่ากินผลขนมปังสด ๆ เสียอีก
ท้องจุกเกินไปแล้ว ถึงตอนนี้น้ำผึ้งผสมน้ำตาลจะเย็นลงแล้ว แต่โม่หลานก็จำต้องเดินวนไปวนมาในบ้าน เพื่อรอให้ย่อยสักหน่อยแล้วค่อยทำต่อ ไม่อย่างนั้นเธอกลัวว่าตัวเองจะอ้วกออกมาซะก่อน
เดินเล่นไปได้สักพัก พอรู้สึกว่ากระเพาะเริ่มมีพื้นที่ว่าง โม่หลานถึงเริ่มเทน้ำผึ้งผสมน้ำตาลลงไปในน้ำผลขนมปัง เทไปนิดหน่อยก็ลองแตะชิมรสชาติดู
จนกระทั่งเทน้ำเชื่อมลงไปจนหมดเหยือก รสชาติถึงได้กลายเป็นน้ำผลไม้เปรี้ยว ๆ หวาน ๆ แบบปกติ และอยู่ในระดับที่พอดื่มได้
โม่หลานจิบไปสองสามอึก แล้วสังเกตการเปลี่ยนแปลงความสว่างของแสงรัศมีพลังงานของตัวเอง ก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่า น้ำผลไม้ไม่กี่อึกนี้ กลับมีประสิทธิภาพในการฟื้นฟูเทียบเท่ากับการกินผลขนมปังดองจานเล็ก ๆ ก่อนหน้านี้เลยทีเดียว
เธอลองจิบเพิ่มอีกสองสามอึก ไม่ได้ตาฝาดไปจริง ๆ ด้วย!
บางทีอาจเป็นเพราะการคั้นน้ำผลขนมปังต้องใช้ผลขนมปังหลายผล ซึ่งความเข้มข้นนั้นเป็นสิ่งสำคัญอย่างแท้จริง
พอดีพลังเวทของเธอยังฟื้นฟูไม่เต็มที่ ก็เลยดื่มเพิ่มไปอีกหลายอึก
ดื่มไปดื่มมา โม่หลานก็เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ เธอใช้มือลูบท้อง:
“ดูจากประสิทธิภาพในการฟื้นฟูนี่แล้ว ประสิทธิภาพในการทำให้อิ่มท้องก็น่าจะรุนแรงเหมือนกันนะ! แต่ทำไมแสงรัศมีพลังงานสว่างขึ้นตั้งเยอะแล้ว ท้องถึงยังไม่ค่อยรู้สึกจุกเท่าไหร่เลยล่ะ?”
ประสิทธิภาพแบบนี้มันดูไม่ค่อยถูกต้องนะ หรือว่าความรู้สึกอิ่มท้องจะได้รับผลกระทบเข้าแล้ว!
เดิมทีคืนนี้ไม่ได้ตั้งใจจะไปรบกวนพวกเพื่อน ๆ แล้วเชียว แต่ตอนนี้ทนไม่ไหวแล้วล่ะ
ไม่นาน ลิลิธ วาชิด้า และซิลฟ์ที่ได้ยินข่าว ก็พากันมาหา
“ลองชิมดูสิ!” โม่หลานรินน้ำผลขนมปังผสมน้ำผึ้งให้พวกเธอคนละแก้ว
“ฝีมือโม่หลาน ไม่ต้องชิมฉันก็รู้ว่ารสชาติต้องไม่เลวแน่!” วาชิด้าเอ่ยชมทั้งที่ยังไม่ได้ดื่ม
ก็แหงล่ะ เธอมีเบื้องหลังเป็นโลกที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมอาหารอันเข้มข้นเลยนี่นา!
“นั่นเพราะเธอไม่ได้เห็นสภาพอันน่าเวทนาของฉัน ตอนที่ลองชิมของอย่างอื่นเมื่อกี้น่ะสิ” พอนึกถึง โม่หลานก็ยังรู้สึกขนลุกอยู่เลย
วาชิด้าเริ่มรู้สึกอยากรู้อยากเห็นขึ้นมาแล้ว “อะไรเหรอ? ยังมีอะไรที่กินยากกว่าผลขนมปังอีกเหรอ?”
“เธอพูดแบบนี้ ฉันต้องเอามาให้เธอลองชิมดูหน่อยแล้วล่ะ!” โม่หลานรู้สึกโชคดีมากที่ตัวเองยังไม่ได้เอาผลขนมปังรสเค็มเผ็ดจานเล็กนั้นไปทิ้ง
เธอหันขวับไปยกมาทันที แถมยังวางไว้ตรงหน้าวาชิด้าอย่างเอาใจใส่ด้วย
“...” วาชิด้าแทบอยากจะตบปากตัวเองสักฉาด!
“ใส่พริกด้วยเหรอ? มีกระเทียมด้วย? กินดิบ ๆ เนี่ยนะ?” ลิลิธย่นจมูก “ฉันนึกไม่ออกจริง ๆ ว่า ผลขนมปัง พริก แล้วก็กระเทียมเอามาผสมกัน แล้วกินดิบ ๆ มันจะมีรสชาติยังไง! แต่พริกแบบนี้ฉันเคยชิมอยู่นะ ไม่ค่อยเผ็ดเท่าไหร่หรอก! วาชิด้า เธอระวังอย่ากินโดนกระเทียมสับก็น่าจะพอแล้วล่ะ”
วาชิด้ารับฟังคำแนะนำของลิลิธ เธอเขี่ยกระเทียมสับออก แล้วคีบชิ้นเล็ก ๆ ขึ้นมา
โม่หลานเดินไปหยิบกาน้ำชาใบใหญ่มาวางไว้ให้เธอเงียบ ๆ
วินาทีต่อมาวาชิด้าก็เผ็ดจนเต้นเร่า โม่หลานจึงยื่นกาน้ำชาใส่มือเธออย่างรู้จังหวะ เธอรับมาแล้วก็ซดอึก ๆ ๆ ทันที
โม่หลานไม่ได้รู้สึกแปลกใจเลย เธอหันหลังเดินไปเอาผ้าเปียกที่ห้องน้ำ พออาการวาชิด้าเริ่มดีขึ้น เธอก็เอาผ้าขนหนูโปะลงบนหน้าวาชิด้า แล้วเช็ดน้ำมูกน้ำตาออกให้
วาชิด้าเผ็ดจนสติหลุด เธอหันไปมองลิลิธอย่างกล่าวโทษ “รุ่นพี่! พี่หลอกฉันนี่นา!”
ลิลิธไม่เชื่อเลยสักนิด เธอถึงขั้นคิดว่าวาชิด้ากำลังแสดงละครอยู่ด้วยซ้ำ!
เธอคีบขึ้นมาหนึ่งชิ้น แล้วส่งเข้าปาก “มันจะไปเผ็ดขนาดนี้ได้ยังไง! พริกนี่ฉันปลูกเอง... ฮ้า! น้ำ! ขอน้ำหน่อย!”
เธอกินเร็วเกินไป โม่หลานยังไม่ทันได้รินน้ำให้เลย
ลิลิธทนไม่ไหวอีกต่อไป จึงร่ายเวทเสกน้ำกรอกเข้าปากตัวเองโดยตรง
สิ่งแรกที่เธอถามหลังจากเริ่มหายใจคล่องขึ้นก็คือ “ทำไมมันถึงได้เผ็ดขนาดนี้ล่ะ!”
“น่าจะเป็นเพราะความเปรี้ยวของผลขนมปังมันไปกระตุ้นความเผ็ดของพริกน่ะค่ะ” โม่หลานบอก
ซิลฟ์ผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวในที่นั้น รู้สึกโชคดีมากที่ตัวเองเป็นคนเชื่องช้า ถึงได้รอดพ้นจากหายนะมาได้
เธอรีบดื่มน้ำผลขนมปังผสมน้ำผึ้งไปอึกหนึ่งเพื่อปลอบขวัญ
วินาทีต่อมา ดวงตาก็เบิกโพลง “อร่อยแฮะ! พวกเธอรีบลองชิมนี่ดูสิ!”
วาชิด้าและลิลิธได้ยินดังนั้น ก็ลองดื่มไปคนละอึกเช่นกัน
“อร่อยจริงด้วย!”
“เทียบกับไอ้ผลขนมปังดองรสเค็มเผ็ดอะไรนั่นเมื่อกี้แล้ว ราวกับฟ้ากับเหวเลย!”