เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23 ฟื้นฟูพลังเวท

บทที่ 23 ฟื้นฟูพลังเวท

บทที่ 23 ฟื้นฟูพลังเวท


เห็นโม่หลานฝืนทนความเปรี้ยวเพื่อกินมันเข้าไป ซิลฟ์ก็แสดงสีหน้าทนดูไม่ได้

“รุ่นพี่ลิลิธคะ! การเร่งฟื้นฟูพลังเวทมันยากขนาดนี้เลยเหรอคะ? นอกจากผลขนมปังแล้วไม่มีวิธีอื่นแล้วเหรอ? ฉันได้ยินมาว่านักเวทของเผ่ามนุษย์สามารถทำสมาธิเพื่อฟื้นฟูพลังเวทมนตร์ได้นี่นา...”

ลิลิธส่ายหน้า “ไม่ว่าจะเป็นแม่มดหรือจอมมนตรา พลังของพวกเราล้วนมีต้นกำเนิดมาจากสายเลือด

นอกจากจะไม่สามารถทำสมาธิเพื่อยกระดับพลังเหมือนกับนักเวทเผ่ามนุษย์ได้แล้ว ยังไม่สามารถพึ่งพาการทำสมาธิเพื่อฟื้นฟูพลังได้เช่นกัน

พลังของพวกเรามีแต่จะเพิ่มพูนขึ้นตามธรรมชาติเมื่อเราเติบโตและใช้งานมันอย่างต่อเนื่อง และทำได้เพียงฟื้นฟูตามธรรมชาติไปตามกาลเวลาและการปรับสมดุลของร่างกายเท่านั้น

หากต้องการเร่งกระบวนการนี้ ก็ทำได้แค่พึ่งพาพลังจากภายนอก

พวกโพชั่นเวทมนตร์ ของวิเศษ หรืออะไรทำนองนั้นล้วนสามารถช่วยได้

แต่นั่นมันสำหรับพลังเวทมนตร์น่ะนะ

ระดับของพลังเวทนั้นสูงเกินไป ผลลัพธ์ในการฟื้นฟูของโพชั่นเวทมนตร์และของวิเศษระดับต่ำ ยังสู้การปล่อยให้พวกเราฟื้นฟูเองตามธรรมชาติไม่ได้เลย!

ต่อให้เป็นจอมมนตราที่ยังเติบโตไม่เต็มที่อย่างพวกเรา อย่างน้อยก็ต้องใช้โพชั่นฟื้นฟูระดับสูงถึงจะได้ผล

ส่วนฉันน่ะเหรอ ตอนนี้ยังไม่ได้ทุ่มเทเวลาไปกับการวิจัยเรื่องโพชั่น ก็เลยยังทำโพชั่นฟื้นฟูระดับสูงไม่ได้หรอก

อีกอย่างนะ ฉันเคยไปขอแลกโพชั่นระดับสูงจากพวกรุ่นพี่ชั้นปีสูงมาดื่มดูแล้ว สรรพคุณยังสู้ผลขนมปังไม่ได้เลย!

อย่าเห็นว่าผลขนมปังมันรสชาติแย่เชียวนะ สรรพคุณในการเร่งฟื้นฟูพลังงานของมันน่ะยอดเยี่ยมมาก แม่มดน้อยคนอื่น ๆ แค่แทะกินวันละสองคำ ก็รับประกันได้แล้วว่าจะมีพลังเวทมนตร์เต็มเปี่ยมอยู่ตลอดเวลา”

“ดูเหมือนว่าจำเป็นต้องกินผลขนมปังนี้จริง ๆ” โม่หลานถือว่าจดจำบทเรียนนี้เอาไว้ขึ้นใจเลย คราวหน้าคราวหลังจะต้องระมัดระวังในการใช้พลังเวทให้มาก

เธอรู้สึกว่าพลังเวทก็คล้ายกับเลือดนั่นแหละ จะปล่อยให้หมดหลอดสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้เด็ดขาด

“ตอนนี้ก็เป็นแบบนี้แหละ แต่ต่อไปอาจจะมีจุดเปลี่ยนก็ได้นะ” ลิลิธหันไปมองวาชิด้า ความหมายในแววตานั้นชัดเจนโดยไม่ต้องเอ่ยคำใด

เมื่อดูจากวัตถุแห่งพรสวรรค์ของเธอแล้ว เวทมนตร์จอมมนตราของเธอก็มีความเป็นไปได้มากที่สุดที่จะมีผลในการช่วยเร่งความเร็วในการฟื้นฟูพลังเวท

วาชิด้าพลันรู้สึกได้ถึงภาระหน้าที่บนบ่าที่หนักอึ้งขึ้นมาในทันที

ในเมื่อโม่หลานไม่ได้เป็นอะไรมาก ลิลิธกับคนอื่น ๆ จึงไม่ได้อยู่รบกวนนาน

หลังจากพวกเธอจากไป โม่หลานก็จำใจฝืนทนแทะผลขนมปังผลนั้นจนหมด

พลังเวทฟื้นฟูกลับมาได้ไม่เท่าไหร่ แต่ที่แน่ ๆ คือจุกแทบตายอยู่แล้ว

จุกเกินไปจนนอนไม่หลับ แถมยังไม่กล้าเรียกคัมภีร์การ์ดออกมาดูอีก เธอเลยตัดสินใจออกไปถอนหญ้าในลานบ้านเพื่อย่อยอาหารซะเลย

ท้องฟ้าข้างนอกมืดสนิทแล้ว โชคดีที่มีแสงไฟริมทางและแสงไฟที่สาดส่องออกมาจากในหอพัก ทำให้ยังพอมองเห็นสภาพในลานบ้านได้ชัดเจนอยู่

โม่หลานง่วนอยู่กับลานบ้านได้ชั่วโมงกว่า พอรู้สึกว่าท้องไม่ค่อยจุกแล้ว เธอก็รีบไปหยิบผลขนมปังมากินต่อทันที

กินเสร็จก็ไปทำงาน ทำงานเสร็จก็มากินต่อ วุ่นวายอยู่จนเกือบเช้า ถอนวัชพืชในลานหน้าบ้านจนสะอาดเอี่ยม ถึงได้ยอมขึ้นเตียงไปนอน

นอนไปได้แค่ไม่กี่ชั่วโมง พอเสียงระฆังตอนหกโมงเช้าดังขึ้น เธอก็ลุกขึ้นมาอีก

มื้อเช้ายังคงเป็นผลขนมปังเช่นเคย

ไม่ว่าจะกินไปกี่ครั้ง ทุกครั้งที่หยิบมันขึ้นมา ก็รู้สึกเหมือนกำลังจะออกไปทำศึกในสนามรบไม่มีผิด

โม่หลานกัดฟันกินด้วยความคับแค้นใจ “ผลขนมปังนี่ มันเอาไปทำอาหารไม่ได้เลยจริง ๆ เหรอ? หรือว่า... จะลองดูดีไหมนะ?”

คิดจะลองก็ต้องลอง!

เธอไม่เชื่อหรอกว่า วัฒนธรรมอาหารการกินที่มีมาอย่างยาวนานของดาวเคราะห์สีน้ำเงิน จะไม่สามารถจัดการกับผลขนมปังแค่ผลเดียวได้!

โม่หลานนึกย้อนไปถึงความทรงจำเกี่ยวกับดาวเคราะห์สีน้ำเงิน หาวิธีขจัดรสเปรี้ยวในผลไม้ที่มีความเป็นกรดสูง เพื่อนำมาใช้อ้างอิง

“วิธีกินผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวฝาดที่พบได้บ่อยที่สุด ก็คือการนำไปเชื่อมกับน้ำตาลเพื่อทำเป็นผลไม้แช่อิ่ม โดยใช้ความหวานมาเจือจางความเปรี้ยว

แต่การทำผลไม้แช่อิ่มต้องใช้ความร้อนในการเคี่ยว รุ่นพี่ลิลิธบอกว่า ถ้าผลขนมปังโดนความร้อนแล้วจะระเบิด

แต่ไม่รู้ว่าจะระเบิดออกมาในสภาพไหนเท่านั้นแหละ ถ้าระเบิดจนเละเกินไป ทำผลไม้แช่อิ่มไม่ได้ เอาไปทำเป็นพุทรากวนหรือผลไม้กวนก็คงไม่เลวเหมือนกัน

ถ้าไม่ไหวจริง ๆ ก็ยังทำแบบลูกพลัมได้นี่นา เอาไปดองกับเกลือ น้ำตาล หรือพริก ไม่ก็ดองซีอิ๊ว

แบบนี้ไม่ต้องใช้ความร้อนด้วย

ถ้ายังไม่ได้อีก ก็ทำแบบถังหูลู่ เคลือบน้ำเชื่อมไว้บนผิวของผลขนมปัง ทำเป็นผลขนมปังเคลือบน้ำตาล...”

ต้องขอบคุณอาหารอันยิ่งใหญ่ของประเทศจีน ที่ทำให้โม่หลานมีแรงบันดาลใจพรั่งพรูออกมาในชั่วพริบตา

แต่เมื่อวานซืนเธอไม่ได้หยิบเครื่องปรุงกลับมาเยอะเท่าไหร่ น้ำตาลกับเกลือก็มีแค่นิดเดียว คงไม่พอใช้แน่ ๆ แถมผลขนมปังก็เหลือแค่สามสี่ผลเอง

ดังนั้นเธอจึงไม่รีบถอนหญ้าที่ลานหลังบ้านต่อแล้ว ก่อนหิ้วตะกร้าเดินออกจากบ้านไปทันที

“โม่หลาน วันนี้รู้สึกดีขึ้นบ้างไหม?” วาชิด้าที่กำลังเก็บกวาดลานหลังบ้านอยู่ พอเห็นเธอเดินออกมาจึงเอ่ยถาม

“ดีขึ้นเยอะแล้วล่ะ!” โม่หลานตอบ

วาชิด้ามองดูตะกร้าผักที่เธอถือมา “จะไปรับวัตถุดิบเหรอ?”

“อื้ม!” โม่หลานพยักหน้า

“รอเดี๋ยวสิ ฉันไปด้วย!”

ลานบ้านของวาชิด้าก็เก็บกวาดไปได้พอสมควรแล้ว แต่เธอยังไม่เคยไปที่จุดรับวัตถุดิบเลย

เมื่อวันก่อนอุตส่าห์เรียนทำอาหารจากโม่หลานมาสองเมนู เธอยังไม่ได้ลองฝึกทำเองเลย

ตอนที่เดินผ่านแปลงเพาะปลูก โม่หลานชะเง้อมองเข้าไปด้านใน ก็เห็นแผ่นหลังที่คุ้นตา “นั่นซิลฟ์หรือเปล่า?”

วาชิด้าเขย่งปลายเท้าขึ้นมอง “น่าจะใช่นะ! เธอไปทำอะไรอยู่ตรงนั้นล่ะ?”

“คงจะกำลังคุยกับเบียอยู่นั่นแหละ!” โม่หลานบอก

“ภูตใบไม้เขียวตัวที่ชอบฟังเรื่องเล่ามากเป็นพิเศษตัวนั้นน่ะเหรอ?” วาชิด้าเองก็เคยได้ยินแม่มดน้อยคนอื่นเล่าให้ฟังเหมือนกัน

“อืม” โม่หลานบอก “ซิลฟ์ไม่เหมือนกับแม่มดน้อยคนอื่นหรอก เธอน่าจะชอบภูตน้อยจริง ๆ จากใจน่ะ ก็เลยไม่ได้ใส่ใจเรื่องพันธสัญญาสักเท่าไหร่...”

“ดังนั้นพวกเธอเองก็เหมือนกันสินะ แค่อยากได้คนทำสวนฟรี ๆ งั้นสิ!”

เบียที่โผล่มาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำเอาวาชิด้าสะดุ้งตกใจ

“ยินดีที่ได้พบกันเป็นครั้งแรกนะจ๊ะ แม่มดน้อย ยินดีต้อนรับสู่เขตเพาะปลูก ฉันคือภูตฝึกหัดผู้ดูแลแปลงเพาะปลูกหมายเลขแปด เบียจ้ะ!”

“เอ่อ สวัสดี ฉันวาชิด้า” วาชิด้าที่ตั้งสติได้แล้ว ก็มองดูภูตน้อยผู้ซึ่งแตกต่างจากข่าวลือตัวนี้ด้วยความแปลกใจ

เบียมอบราสเบอร์รีที่ห่อด้วยใบไม้อย่างดีให้วาชิด้าหลายผล จากนั้นก็กลับไปอยู่ข้างกายซิลฟ์

ซิลฟ์ที่อยู่ในแปลงเพาะปลูก โบกมือทักทายพวกเธอจากที่ไกล ๆ

โม่หลานและวาชิด้าไม่ได้อยู่รบกวนซิลฟ์กับเบียต่อ พวกเธอเดินมุ่งหน้าไปยังจุดรับวัตถุดิบต่อไป

“ตกลงว่าเบียอยากจะทำพันธสัญญากับแม่มดจริง ๆ หรือเปล่านะ? หรือแค่หลอกทุกคนเพราะอยากฟังเรื่องเล่าเฉย ๆ?”

วาชิด้าไม่เข้าใจเอาเสียเลย “ถ้าใช่ก็แล้วไปเถอะ แต่ถ้าไม่ใช่ พันธสัญญาของแม่มดก็ถือว่าเป็นมิตรกับเผ่าภูตมากพอสมควรเลยนะ รับรองได้เลยว่าจะต้องปฏิบัติต่อพวกเธอเป็นอย่างดีแน่ ๆ แล้วจำเป็นต้องระมัดระวังตัวขนาดนี้เลยเหรอ?”

“บางทีอาจจะอยากหาแม่มดที่ไม่ได้หวังผลเรื่องพันธสัญญา แต่ชอบเธอจากใจจริง และเต็มใจจะเล่าเรื่องให้เธอฟังก็ได้มั้ง!” โม่หลานบอก

นอกจากเรื่องนี้แล้ว เธอก็คิดหาเหตุผลอื่นไม่ออกแล้วเหมือนกัน

“ไม่ได้หวังผลเรื่องพันธสัญญา?” วาชิด้าส่ายหน้า “ถ้าเป็นข้างนอกสถาบันก็ยังพอเป็นไปได้อยู่หรอก แต่ถ้าในสถาบันล่ะก็... ยากนะ!”

เพราะถึงอย่างไร ตอนนี้ทุกคนแค่จะกินข้าวให้ดีสักมื้อยังลำบากเลย ใครจะไปยอมเหน็ดเหนื่อยวิ่งวุ่นเพื่อภูตน้อยที่เป็นแค่คนผ่านทาง ทั้ง ๆ ที่ตัวเองยังกินไม่อิ่มท้องกันล่ะ?

ความคิดของวาชิด้ากับโม่หลานนั้นคล้ายกัน ภูตน้อยเก่งเรื่องดูแลพืชพรรณก็จริง แต่สำหรับแม่มดแล้ว ก็ใช่ว่าจะหาสิ่งอื่นมาแทนไม่ได้ ส่วนเรื่องอื่น ๆ ก็ไม่มีอะไรโดดเด่นน่าสนใจแล้ว

หากเผยร่องรอยออกมาเมื่อไหร่ แม้แต่พลังที่จะปกป้องตัวเองก็ยังไม่มี ไม่อย่างนั้นคงไม่พาครอบครัวมาพึ่งพาบารมีของแม่มดหรอก

ภูตน้อยแบบนี้น่ะ ไม่มีค่าพอที่จะทำให้แม่มดต้องทุ่มเทสุดกำลังเพื่อให้ได้มาครอบครองหรอก

จบบทที่ บทที่ 23 ฟื้นฟูพลังเวท

คัดลอกลิงก์แล้ว