- หน้าแรก
- ยอดหมอแผนจีน ผมมองเห็นคำวินิจฉัยโรค
- บทที่ 14 ไม่ใช่โรครูมาตอยด์ แต่เป็นพิษกู่ คำพูดเดียวปลุกคนให้ตื่นจากฝัน!
บทที่ 14 ไม่ใช่โรครูมาตอยด์ แต่เป็นพิษกู่ คำพูดเดียวปลุกคนให้ตื่นจากฝัน!
บทที่ 14 ไม่ใช่โรครูมาตอยด์ แต่เป็นพิษกู่ คำพูดเดียวปลุกคนให้ตื่นจากฝัน!
ชายวัยกลางคนร้อนใจจนกระทืบเท้า
"สองเดือนมานี้ไม่รู้เป็นอะไร ปวดไปทั้งตัวเลยครับ!"
"เดี๋ยวปวดตรงนั้น เดี๋ยวปวดตรงนี้ เหมือนมีเข็มทิ่มอยู่ในเนื้อ!"
"พวกเราไปโรงพยาบาลใหญ่ๆ มาหมดแล้ว แผนกรูมาตอยด์ ภูมิคุ้มกัน ระบบประสาท ตรวจมาหมด ทำ MRI ไปสามรอบ ผลออกมาเป็นปกติหมดเลยครับ!"
"หมอบอกว่าเป็นโรคฮิสทีเรียให้ไปหาจิตแพทย์ แต่แกปวดจริงๆ นะครับหมอ!"
จางชิงซานขมวดคิ้ว ส่งสัญญาณให้ชายคนนั้นเข็นรถเข็นเข้ามาใกล้ๆ
"ยื่นมือมาสิ"
คุณนายยื่นมือออกมาอย่างสั่นเทา
จางชิงซานวางนิ้วจับชีพจร
การจับชีพจรครั้งนี้ กินเวลาไปถึงห้านาทีเต็ม
อากาศในห้องตรวจราวกับหยุดนิ่ง
คิ้วของจางชิงซานขมวดแน่นขึ้นเรื่อยๆ
ชีพจรเล็กและฝืด มองเผินๆ เหมือนเลือดคั่ง แต่พอลองสัมผัสลึกๆ กลับมีลักษณะตึงตัว ราวกับมีลมพิษวิ่งพล่านอยู่ภายใน
ตามทฤษฎีแพทย์แผนจีน อาการปวดที่ย้ายที่ไปมามักจะเป็นโรคลมชื้นหรือที่เรียกว่า ซิงปี้
วิธีการรักษาควรเน้นไปที่การขับลมทะลวงเส้นลมปราณ เสริมด้วยการกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด
"ก่อนหน้านี้เคยกินยาจีนไหม"
จางชิงซานถามเสียงขรึม
"เคยครับ! เคย!"
ชายคนนั้นล้วงใบสั่งยาปึกใหญ่ออกมาจากกระเป๋า
"นี่เป็นยาที่โรงพยาบาลในเครือแห่งที่สองจัดให้ มีทั้งตำรับตู๋หัวจี้เซิงทังตำรับฝางเฟิงทงเซิ่งซ่านกินไปตั้งสิบกว่าเทียบ ไม่ได้ผลเลย แถมยิ่งกินยิ่งปวดหนักกว่าเดิมอีก!"
จางชิงซานรับใบสั่งยามาดู
ตำรับยาไม่มีปัญหา ล้วนแต่รักษาตรงจุดทั้งนั้น
ในเมื่อตำรับยาถูกต้อง ทำไมถึงไม่ได้ผลล่ะ
จางชิงซานวางใบสั่งยาลง แล้วหันไปมองคุณนายอีกครั้ง
"ตอนนี้ปวดตรงไหนมากที่สุด"
"ตอนนี้... ตอนนี้ที่หลังค่ะ... ไม่ใช่สิ ย้ายไปที่ขาอีกแล้ว..."
คุณนายตอบเสียงสะอื้น
"มันเหมือน... เหมือนมีตัวอะไรไชอยู่ในเนื้อเลยค่ะ..."
จางชิงซานลุกขึ้นยืน เดินวนรอบรถเข็น สีหน้าเคร่งเครียด
เขารักษาคนไข้มาสามสิบปี เจอโรคประหลาดมานับไม่ถ้วน
แต่อาการประหลาดที่ชีพจรขัดแย้งกับอาการ ยาอะไรก็รักษาไม่หายแบบนี้ มันรับมือยากจริงๆ
ถ้าเป็นโรคทางระบบการทำงานของร่างกายที่แพทย์แผนปัจจุบันตรวจไม่พบ ปกติแพทย์แผนจีนมักจะรักษาได้
แต่ถ้าขนาดตำรับยาแผนจีนโบราณยังใช้ไม่ได้ผล...
ยากที่จะบอกว่าเป็นการวินิจฉัยผิดพลาดหรือเปล่า
เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นตามไรผมของจางชิงซาน
ที่นี่คือศูนย์การแพทย์แผนจีน
ในเมื่อคนไข้ดั้นด้นมาถึงที่นี่ ถ้าแม้แต่เขายังดูไม่ออกว่าเกิดอะไรขึ้น ป้ายชื่อศูนย์การแพทย์นี้คงต้องหม่นหมองแล้ว
เขาหันไปมองหลินอี้ที่มุมห้องโดยสัญชาตญาณ
ครั้งนี้ไม่ใช่การทดสอบ แต่แฝงแววขอความช่วยเหลืออยู่กลายๆ
หลินอี้กำลังจ้องมองไปที่เหนือศีรษะของคุณนาย
ตรงนั้นมีคำอธิบายโรคที่หายากมากๆ ลอยอยู่
ไม่ใช่สีฟ้า ไม่ใช่สีเหลือง และไม่ใช่สีแดง
แต่เป็นสีม่วงเข้มที่ดูน่าขนลุก ราวกับกำลังฝังตัวยั้วเยี้ยอยู่
[แฝงเร้น การรุกรานของพิษกู่]
[ประเภท: เกิดจากสิ่งมีชีวิต]
[สาเหตุ: กินสิ่งแปลกปลอมดิบๆ เข้าไปโดยไม่รู้ตัว ฟักตัวจากความร้อนชื้น พิษแมลงเข้าสู่เส้นลมปราณ]
[หมายเหตุ: การตรวจทางภาพถ่ายรังสีทั่วไปยากที่จะจับภาพตัวอ่อนได้ ยาขับลมทั่วไปจะไปกระตุ้นตัวแมลง ทำให้ปวดรุนแรงขึ้น]
กู่?
หลินอี้สะดุ้งในใจ
ในการแพทย์แผนปัจจุบันไม่มีคำว่า "กู่" พิษหนอนคุณไสย
แต่ในตำราแพทย์แผนจีนโบราณ "พิษกู่" มักจะหมายถึงการติดเชื้อปรสิตชนิดพิเศษ หรือปฏิกิริยาแพ้สารพิษรุนแรงทั่วร่างกาย
ในเมื่อระบบระบุว่าเป็นประเภทเกิดจากสิ่งมีชีวิต
ก็แสดงว่านี่ไม่ใช่เรื่องลี้ลับเหนือธรรมชาติ แต่เป็นโรคพยาธิจริงๆ
เพียงแต่พยาธิชนิดนี้มันเล็กหรือพิเศษเกินไป จนเครื่องมือตรวจปกติของแพทย์แผนปัจจุบันตรวจไม่พบ
หลินอี้ลุกขึ้น ในมือถือกระบอกน้ำเก็บอุณหภูมิที่เพิ่งเติมน้ำร้อนมาหมาดๆ
เขาเดินไปที่รถเข็น ทำทีเป็นจะเติมน้ำให้จางชิงซาน
"อาจารย์ครับ"
หลินอี้กดเสียงต่ำจนมีแค่จางชิงซานที่ได้ยิน
"ผมดูสีหน้าของคุณนายท่านนี้แล้ว เหมือนจะมีสีเขียวคล้ำแฝงอยู่ ไม่น่าจะใช่ลมพิษธรรมดานะครับ"
จางชิงซานรับแก้วน้ำมา สายตาสว่างวาบ
"เธอหมายความว่ายังไง"
"เมื่อกี้ตอนที่เธออ้าปากร้องโอดโอย ผมสังเกตเห็นใต้ลิ้นของเธอครับ"
หลินอี้ค้อมตัวลงเล็กน้อย สายตาจับจ้องไปที่ใต้คางของคุณนาย
"เส้นเลือดฝอยบริเวณจุดจินจินและจุดอวี้เย่ ไม่ใช่สีเขียว แต่เป็นสีม่วงเข้ม แถมยังปูดโปนเหมือนไส้เดือนเลยครับ"
"คัมภีร์จินกุ้ยเย่าเลวี่ยกล่าวไว้ว่า: 'เส้นเลือดฝอยใต้ลิ้นเป็นสีม่วงดำปูดโปน ภายในมีเลือดแห้ง หรืออาจถูกพิษแมลงกัดกิน'"
[หมายเหตุ จินกุ้ยเย่าเลวี่ย 金匮要略 ตำรับยาสำคัญจากตู้ทองคำ เป็นตำราแพทย์แผนจีนโบราณคลาสสิกที่เขียนโดยจางจงจิงในช่วงปลายราชวงศ์ฮั่นตะวันออก และตีพิมพ์ครั้งแรกในราชวงศ์ซ่งเหนือ หนึ่งในคัมภีร์สำคัญที่สุดของแพทย์แผนจีน เน้นเรื่องอายุรกรรมและการรักษาโรคภายใน]
พูดถึงตรงนี้ หลินอี้ก็หยุดชะงัก ลดเสียงลงอีก
"อาจารย์ครับ ยาขับลมทั่วไปล้วนแต่มีรสเผ็ดฤทธิ์อุ่นกระจาย ถ้าเป็นพิษแมลง พอโดนความร้อนมันก็จะคลุ้มคลั่งครับ"
"นั่นแหละครับเหตุผลว่าทำไมยิ่งกินยาถึงยิ่งปวด"
"นี่คงไม่ใช่โรคลมชื้นแล้วล่ะครับ"
"แต่มันคือ กู่"
มือที่ถือแก้วน้ำของจางชิงซานสั่นกึก
เขาเงยหน้าขวับ จ้องตาหลินอี้
กู่?
ในโรงพยาบาลเมืองใหญ่ที่ทันสมัยแบบนี้ กลับมีคนกล้าพูดคำนี้ออกมาเนี่ยนะ
ถ้าพูดผิด นี่คือการเผยแพร่ความเชื่องมงาย งมงาย มากพอที่จะทำลายอนาคตของหมอคนหนึ่งได้เลย
แต่ถ้า... มันเป็นความจริงล่ะ
จางชิงซานสูดลมหายใจเข้าลึก วางแก้วน้ำลง หันไปเผชิญหน้ากับคุณนายที่ยังคงร้องครวญคราง
"อ้าปาก"
น้ำเสียงของจางชิงซานแฝงความเข้มงวดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
"ม้วนลิ้นขึ้น แตะเพดานปากไว้"
คุณนายตกใจ ทำตามโดยสัญชาตญาณ
จางชิงซานเปิดไฟฉายที่พกติดตัว ส่องตรงไปที่ใต้ลิ้น
วินาทีต่อมา
รูม่านตาของเขาหดตัวลงอย่างรวดเร็ว
เส้นเลือดฝอยใต้ลิ้นสองเส้นนั้น เป็นไปตามที่หลินอี้พูดทุกประการ
ม่วงดำ บวมเป่ง และภายใต้แสงไฟจ้า ดูเหมือนจะมองเห็นเงาเล็กๆ ลางๆ เคลื่อนไหวอย่างช้าๆ อยู่ภายในผนังหลอดเลือด
ทันใดนั้น ผนังหลอดเลือดบริเวณจุดจินจินด้านซ้ายก็ปูดขึ้นมาเล็กน้อยแทบมองไม่เห็น
นั่นไม่ใช่จังหวะการเต้นของชีพจร
แต่มันคือการปูดนูนแบบคืบคลานที่ไม่เป็นจังหวะ
เหมือนกับมีเส้นด้ายสีดำเส้นเล็กๆ กำลังเคลื่อนตัวทวนกระแสน้ำอยู่ใต้ผิวหนัง
"โอ๊ย!"
คุณนายรู้สึกปวดจี๊ดขึ้นมาทันที ตามสัญชาตญาณจึงพยายามหดลิ้นกลับ
"อย่าขยับ!"
จางชิงซานตวาดลั่น
เขาปิดไฟฉาย รีบยืดตัวขึ้น เหงื่อเม็ดเล็กๆ บนหน้าผากรวมตัวกันเป็นหยดใหญ่ ไหลอาบขมับ
ไม่ต้องดูต่อแล้ว
หลินอี้พูดถูก
นั่นคือพิษแมลงแฝงเร้นที่กำลังชอนไชไปตามเส้นลมปราณ
ภายในห้องตรวจเงียบกริบเป็นป่าช้า
ชายวัยกลางคนมองสีหน้าตึงเครียดของจางชิงซาน น้ำเสียงสั่นเทา
"ผู้อำนวยการจาง นี่... นี่มันคืออะไรครับ"
จางชิงซานไม่ได้ตอบทันที เขาหันกลับไปที่โต๊ะตรวจ จับปากกา เขียนตัวอักษรใหญ่สี่ตัวลงบนใบสั่งยาอย่างหนักแน่น
อูเหมยหวานผสมกับฮว่าชงหวานและปรับเปลี่ยนตัวยา
"ไม่ใช่โรครูมาตอยด์ และไม่ใช่โรคปวดเส้นประสาทด้วย"
จางชิงซานยื่นใบสั่งยาให้ชายคนนั้น น้ำเสียงเด็ดขาด
"มันคือพยาธิสะสม ก่อนหน้านี้เคยกินปลาดิบน้ำจืดบ่อยๆ ใช่ไหม"
คุณนายเอามือปิดปาก แววตาหวาดกลัว
"ใช่ค่ะ! หมอรู้ได้ยังไงคะ เมื่อเดือนก่อนเราไปเที่ยวที่ซุ่นเต๋อ แล้วก็กินไปหลายมื้อเลย..."
"นั่นแหละพิษชื้นจากปลาดิบเข้าสู่เส้นลมปราณ"
จางชิงซานถอดแว่นตา นวดหว่างคิ้ว
"ตัวอ่อนมันเล็กมาก แถมยังพรางตัวเก่ง การตรวจทางภาพถ่ายรังสีของแพทย์แผนปัจจุบันเลยตรวจยาก"
"ยาพวกนี้เป็นยาถ่ายพยาธิขับพิษ กินเข้าไปแล้วจะท้องเสีย ถ้าถ่ายออกมาเป็นมูกมีกลิ่นเหม็นเน่า ก็แปลว่าขับพิษสำเร็จแล้ว"
"ขอบคุณครับ! ขอบคุณผู้อำนวยการจางมากครับ! หมอคือเทพยดาเดินดินชัดๆ!"
ชายคนนั้นตื่นเต้นดีใจสุดขีด ดึงคุณนายเตรียมจะโค้งคำนับให้จางชิงซาน
"อ๊ะ พอแล้วๆ"
จางชิงซานโบกมือห้ามการแสดงความเคารพชุดใหญ่
เขาจัดเรียงประวัติคนไข้บนโต๊ะไปพลาง พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบไปพลาง ราวกับกำลังพูดเรื่องปกติธรรมดาทั่วไป
"รับใบสั่งยาไปเถอะ แต่ขอบคุณฉันคนเดียวคงไม่พอหรอก ต้องขอบคุณพ่อหนุ่มที่อยู่มุมห้องด้วยนะ"
พูดจบ เขาก็ถอดแว่นสายตายาวออก ใช้ขาแว่นชี้ไปทางหลินอี้
"แพทย์แผนจีนตรวจโรค สิ่งสำคัญคือต้องละเอียดลออ"
จางชิงซานมองสองสามีภรรยา แล้วพูดตามความจริง
"เมื่อกี้ถ้าไม่ได้เขาสายตาเฉียบคม สังเกตเห็นความผิดปกติใต้ลิ้น พยาธิพวกนี้ก็คงจะซ่อนอยู่ในตัวคุณไปอีกนาน"
"คนหนุ่มสายตาดี แถมยังรอบคอบ เขาเป็นคนช่วยให้พวกคุณไม่ต้องอ้อมค้อมไปรักษาผิดทางไงล่ะ"
สองสามีภรรยาหันไปมองด้วยความตกตะลึง
เมื่อได้ยินคำพูดของจางชิงซาน หลินอี้ก็ไม่ได้แสดงท่าทีปลาบปลื้มใจเกินเหตุ หรือมีทีท่าว่าภูมิใจเลยแม้แต่น้อย
เขาเพียงแค่วางปากกาลง แล้วเดินไปส่งทั้งสองคน
"แค่เรื่องเล็กน้อยครับ กลับไปอย่าลืมงดอาหารตามที่สั่งด้วยนะครับ ของดิบ ของเย็น ของคาว ห้ามกินเด็ดขาด"
หลินอี้เสริมคำแนะนำของแพทย์อย่างใจเย็น
"อ้อ! ครับๆ! จำไว้แล้วครับ! ขอบคุณคุณหมอมากครับ!"
ชายคนนั้นได้สติ ก็รีบพยักหน้าขอบคุณหลินอี้อย่างซาบซึ้ง
คุณนายเองก็หน้าแดงด้วยความเกรงใจเล็กน้อย กล่าวขอบคุณเสียงเบา
คนไข้เดินออกจากห้องตรวจไป
จางชิงซานสวมแว่นตาอีกครั้ง ยกถ้วยชาขึ้นจิบ
เขาไม่ได้พูดคำซึ้งๆ อะไรอีก เพียงแต่สั่งงานสั้นๆ ก่อนจะเปิดประวัติคนไข้เล่มต่อไป
"สายตาดีใช้ได้ ต่อไปเรื่องดูลิ้น เธอเป็นคนดูให้ฉันก่อน ดูเสร็จแล้วค่อยบอกฉัน"
ประโยคนี้ หนักแน่นยิ่งกว่าคำชมใดๆ
มันหมายถึงการมอบอำนาจ
หมายความว่านับจากวินาทีนี้ ในห้องตรวจของศูนย์การแพทย์แผนจีนแห่งนี้ หลินอี้จะไม่ใช่แค่ผู้สังเกตการณ์อีกต่อไป แต่เขามีสิทธิ์เข้าร่วมการวินิจฉัยโรคแล้ว
หลินอี้กลับไปนั่งที่ม้านั่งตัวเล็ก มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางๆ
"รับทราบครับ อาจารย์"
ทันใดนั้น ข้อความแจ้งเตือนจากระบบบรรทัดหนึ่งก็เด้งขึ้นมาตรงหน้า คำอธิบายโรคสีม่วงเข้ม [แฝงเร้น การรุกรานของพิษกู่] ค่อยๆ สลายไป กลายเป็นจุดแสงสีทองเล็กๆ พุ่งเข้าสู่หว่างคิ้ว
[ช่วยยืนยันการวินิจฉัยโรคประหลาดรักษายาก ได้รับ: การยอมรับขั้นต้นจากจางชิงซาน]
[แต้มวิชาแพทย์ +30]
[ความคืบหน้าปัจจุบัน: LV.1 450/1000]