- หน้าแรก
- ยอดหมอแผนจีน ผมมองเห็นคำวินิจฉัยโรค
- บทที่ 9 บ้าไปแล้วหรือไง นี่ห้องฉุกเฉินนะ นายจะมาต้มน้ำถั่วเขียวเนี่ยนะ!
บทที่ 9 บ้าไปแล้วหรือไง นี่ห้องฉุกเฉินนะ นายจะมาต้มน้ำถั่วเขียวเนี่ยนะ!
บทที่ 9 บ้าไปแล้วหรือไง นี่ห้องฉุกเฉินนะ นายจะมาต้มน้ำถั่วเขียวเนี่ยนะ!
ที่จุดคัดกรองผู้ป่วย เสียงไซเรนเตือนภัยราวกับดังก้องอยู่ในหัวของทุกคน
ผู้หญิงคนนั้นยังคงเกาที่คออย่างเอาเป็นเอาตาย เล็บขูดผิวหนังจนเป็นรอยเลือดหลายสาย
เธออ้าปากกว้าง ในลำคอมีเสียงดังครืดคราดราวกับเครื่องสูบลมรั่ว
ใบหน้าเขียวคล้ำ ริมฝีปากดำคล้ำ
นี่คืออาการกล่องเสียงบวมน้ำอย่างชัดเจน ทางเดินหายใจกำลังจะถูกปิดกั้นอย่างสมบูรณ์
"เร็วเข้า! เอาเตียงเข็นมา! ส่งแผนกฉุกเฉิน!"
พยาบาลคัดกรองตะโกนสั่งการผ่านวิทยุสื่อสาร พร้อมกับพยายามให้ญาติช่วยจับคนไข้ให้นอนราบ
"อย่าขยับตัวเธอ!"
แพทย์ชายสวมแว่นตากรอบทองเดินจ้ำพรวดเข้ามา
เขาคือหวังป๋อที่เพิ่งออกมาจากห้องพักแพทย์
เขามองปราดเดียวก็จำได้ว่านี่คือคนไข้โรคหวัดที่เขารับตรวจเมื่อวาน
ตอนนั้นผู้หญิงคนนี้แค่มีไข้ต่ำๆ รู้สึกหนาวสั่น และชีพจรเต้นเร็วและตื้น
เขาจ่ายยาตามสูตรมาตรฐานของแพทย์แผนจีน โดยใช้ตำรับมาหวงทังและปรับเปลี่ยนตัวยาเล็กน้อย
แล้วทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้
ใจของหวังป๋อกระตุกวูบ
แต่แล้วสัญชาตญาณเอาตัวรอดก็เข้าครอบงำความตื่นตระหนก
สมองของเขาประมวลผลอย่างรวดเร็ว และหาคำอธิบายที่สมเหตุสมผลที่สุดได้ในพริบตา
"นี่คืออาการแพ้อย่างรุนแรง! กลับไปกินอะไรซี้ซั้วมาใช่ไหม กินอาหารทะเลมาหรือเปล่า หรือว่าแพ้มะม่วง"
หวังป๋อตะคอกถามชายวัยกลางคนเสียงดัง พยายามชิงความได้เปรียบทางศีลธรรมไว้ก่อน
ชายวัยกลางคนชื่อจ้าวต้าหลง เหงื่อแตกพลั่ก ร้อนใจจนตาแดงก่ำ
"กินอาหารทะเลบ้าบออะไรล่ะ! เมื่อเช้าก็กินแค่ยาจีนที่หมอสั่งนั่นแหละ! กินไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็เริ่มหอบ แล้วก็กลายเป็นแบบนี้เลย!"
"เป็นไปไม่ได้! ยาจีนจะไปทำให้กล่องเสียงบวมน้ำเฉียบพลันแบบนี้ได้ยังไง"
หวังป๋อปฏิเสธเสียงแข็ง โบกมือสั่งการพยาบาล
"มัวยืนบื้ออะไรอยู่ล่ะ! นี่คือสัญญาณเตือนก่อนเกิดภาวะช็อกจากการแพ้ ! รีบส่งเข้าห้องฉุกเฉิน ฉีดเดกซาเมทาโซน 10 มิลลิกรัมเข้าเส้นเลือดดำ แล้วเตรียมใส่ท่อช่วยหายใจ!"
แม้จะเป็นถึงด็อกเตอร์แพทย์แผนจีน แต่เมื่อต้องเผชิญกับภาวะฉุกเฉินวิกฤตแบบนี้ ปฏิกิริยาแรกของเขาก็ยังคงเป็นกระบวนการรักษาแบบแพทย์แผนปัจจุบัน
ใช้ยาสเตียรอยด์ต้านการอักเสบ และใส่ท่อช่วยหายใจ
นี่คือมาตรฐานการรักษาตามคู่มือ ไม่มีข้อบกพร่องให้จับผิดได้เลย
พยาบาลรีบเข็นเตียงเข้ามาอย่างลุกลี้ลุกลน เตรียมจะยกตัวคนไข้ขึ้นเตียง
แม้จ้าวต้าหลงจะโกรธอยู่เต็มอก แต่เมื่อเห็นน้องสาวใกล้จะไม่ไหวแล้ว ก็ทำได้แค่เชื่อฟังหมอ เขาปาดน้ำตาเตรียมจะเข้าไปช่วยยกคน
ในตอนนั้นเอง
มือข้างหนึ่งก็ยื่นออกมา จับราวเตียงเข็นไว้แน่น
"ห้ามฉีดยาสเตียรอยด์"
เสียงไม่ดังนัก แต่แฝงไปด้วยความเย็นเยือกจับขั้วหัวใจ
ทุกคนชะงัก หันไปมอง
หลินอี้ยืนอยู่รอบนอกวงล้อม สายตาของเขามองข้ามผู้คนไปหยุดนิ่งอยู่ที่เหนือศีรษะของผู้หญิงคนนั้น
ในสายตาของคนอื่น ตรงนั้นไม่มีอะไรเลย
แต่ในสายตาของหลินอี้ มีคำอธิบายโรคสีแดงฉานกำลังกะพริบอย่างบ้าคลั่ง ราวกับระเบิดเวลาที่กำลังจะจุดชนวน
[พิษลมปิดกั้นปอด หยางดับสูญ]
[สถานะปัจจุบัน: พิษจากอีเฟดรีน รุนแรง]
[คำเตือน: แรงบีบตัวของกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรงขั้นสุด หากใช้ยาสเตียรอยด์ในเวลานี้ จะทำให้เกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน อัตราการเสียชีวิต 90%]
"แกพูดอะไรนะ"
หวังป๋อหันขวับมา พอเห็นว่าเป็นหลินอี้ ความโกรธก็พุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที
"ที่นี่มันจุดคัดกรองผู้ป่วย ไม่ใช่ที่ให้แกมาอวดเก่ง! แกยังไม่มีแม้แต่ใบอนุญาตสั่งยาด้วยซ้ำ จะไปรู้วิธีปฐมพยาบาลได้ยังไง"
"ฉันไม่รู้วิธีปฐมพยาบาลแบบแพทย์แผนปัจจุบันหรอก"
หลินอี้ตีหน้าขรึม สายตาตวัดมองหวังป๋อราวกับใบมีด
"แต่ฉันรู้ว่าอะไรคือพิษจากยา"
เขาชี้ไปที่ถุงยาที่จ้าวต้าหลงกำไว้แน่นในมือ
บนถุงมีโลโก้ของโรงพยาบาลประชาชนที่หนึ่งประทับอยู่ ด้านในมียาจีนที่ยังไม่ได้ต้มอยู่หลายห่อ
"มาหวง มีรสเผ็ดร้อนฤทธิ์อุ่น ช่วยขับเหงื่อแก้หวัด ปริมาณการใช้ปกติคือ 3 ถึง 9 กรัม"
น้ำเสียงของหลินอี้เรียบเฉยจนน่ากลัว
"แต่ดูจากปริมาณในห่อนี้ น่าจะมีไม่ต่ำกว่า 30 กรัมเลยนะ"
สีหน้าของหวังป๋อเปลี่ยนไป แต่ก็ยังฝืนพูดว่า "นั่นมันเพื่อให้ขับเหงื่อแก้หวัดไงล่ะ! อาการหนักก็ต้องใช้ยาแรง มันมีปัญหาตรงไหน"
"ชีพจรของคนไข้เล็กและตื้น ลิ้นซีดฝ้าขาว นี่คืออาการเลือดและลมปราณพร่องอย่างชัดเจน"
หลินอี้จ้องตาหวังป๋อ รุกคืบเข้าไปทีละก้าว
"การให้ยาแรงๆ เพื่อเร่งขับเหงื่อกับคนที่ร่างกายอ่อนแอจนตะเกียงริบหรี่แบบนี้ ก็เหมือนกับการสาดน้ำมันใส่ตะเกียงที่น้ำมันใกล้จะหมดนั่นแหละ ไฟมันก็ลุกพรึบขึ้นมาหรอก แต่มันก็ระเบิดตายด้วย"
"ตอนนี้หัวใจของเธอทำงานหนักเกินขีดจำกัดแล้ว ถ้าขืนนายให้ยาสเตียรอยด์เข้าไปอีก ก็เท่ากับส่งเธอไปตายชัดๆ"
รอบด้านเงียบกริบ
มีเพียงเสียง "ฟี้ด...” ชวนสยองจากลำคอของคนไข้ที่ยังคงดังอย่างต่อเนื่อง
จ้าวต้าหลงไม่เข้าใจเรื่องน้ำมันตะเกียงอะไรนั่นหรอก แต่เขาฟังคำว่าตายออก
น้ำเสียงที่หนักแน่นนั้น ทำให้เส้นด้ายแห่งความไว้วางใจในใจเขาขาดผึง
เขามองหวังป๋อด้วยสายตาที่แฝงความสงสัยและความหวาดกลัว
"แต่... แต่น้องสาวผมกำลังจะขาดใจตายแล้วนะหมอ!"
จ้าวต้าหลงร้องไห้โฮ
ในตอนนั้นเอง
จู่ๆ คนไข้ก็เกร็งตัวขึ้น ตาเหลือก เส้นเลือดดำที่คอปูดโปนราวกับไส้เดือน เล็บขูดลำคอจนเลือดซิบ
นี่คือสัญญาณของการขาดออกซิเจนจนถึงขีดสุด
"หลีกไป"
หวังป๋อเห็นแบบนั้นก็ร้อนรน ยื่นมือหมายจะผลักหลินอี้ออก
"ถ้ามัวแต่ชักช้าจนเสียการกู้ชีพ แกรับผิดชอบไหวไหม ถ้ามีคนตายแกจะชดใช้ด้วยชีวิตไหม"
ครั้งนี้ หลินอี้ไม่ได้ถอย
เขาไม่ได้สนใจหวังป๋อด้วยซ้ำ
เขาเบี่ยงตัว ก้าวพรวดเดียวถึงตัวคนไข้ คุกเข่าลงข้างหนึ่ง
"ถ้าไม่อยากให้เธอตาย ก็อยู่เฉยๆ"
หลินอี้เงยหน้ามองจ้าวต้าหลง
แววตานั้นไม่มีความตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความมั่นใจในการควบคุมสถานการณ์อย่างสมบูรณ์แบบ
จ้าวต้าหลงอึ้งไปเลย
ราวกับถูกผีเข้า จู่ๆ เขาก็ยื่นมือไปขวางหวังป๋อและพยาบาลที่กำลังจะพุ่งเข้ามา
"ให้เขา... ลองดู!"
"แกบ้าไปแล้วเหรอ!"
หวังป๋อโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ
"มันเป็นแค่เด็กฝึกงานนะ!"
หลินอี้ทำหูทวนลม
ตัวเลขนับถอยหลังสีแดงของระบบเหลือเวลาไม่ถึงสองนาทีแล้ว
เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ยื่นมือทั้งสองข้างออกไป
นิ้วหัวแม่มือซ้ายกดแน่นที่จุดเลี่ยเชวีย ซึ่งอยู่เหนือข้อมือด้านในประมาณ 1.5 ชุ่น
นิ้วหัวแม่มือขวากดลงไปที่จุดจ้าวไห่ บริเวณใต้ตาตุ่มด้านในอย่างแรง
เลี่ยเชวียทะลวงลมปราณปอด จ้าวไห่บำรุงหยินของไต
การกดสองจุดนี้ร่วมกัน คือจุดตัดของเส้นลมปราณทั้งแปด ใช้รักษาอาการปอดและไตพร่อง ลำคอตีบตันโดยเฉพาะ
การกดครั้งนี้ หลินอี้ไม่ออมแรงเลย
ปลายนิ้วราวกับมีพลังมหาศาล กดทะลุผ่านชั้นผิวหนังและกล้ามเนื้อ ลงไปถึงขอบเยื่อหุ้มกระดูก
ร่างของผู้ป่วยที่ดิ้นทุรนทุรายอย่างรุนแรงเมื่อครู่แข็งทื่อไปในทันที
หนึ่งวินาที
สองวินาที
สามวินาที
คนรอบข้างไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
หวังป๋อกำลังจะอ้าปากเยาะเย้ยว่าเป็นการทำท่าทางหลอกลวง แต่เสียงกลับติดอยู่ที่คอหอย
ดวงตาที่เหลือกขึ้นของผู้หญิงคนนั้นค่อยๆ กลับมามีโฟกัสอีกครั้ง
ตามมาด้วยเสียงหายใจหวีดหวิวราวกับเครื่องสูบลมรั่วที่น่าสยดสยองนั่น กลับเบาลงอย่างเห็นได้ชัด
ถึงแม้จะยังหอบอยู่ แต่ทางเดินหายใจดูเหมือนจะเปิดออกเล็กน้อย ความรู้สึกอึดอัดใกล้ตายกำลังทุเลาลง
"หายใจ... หายใจออกแล้ว!"
จ้าวต้าหลงตะโกนออกมาด้วยความดีใจ
หลินอี้ไม่ได้ปล่อยมือ เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นเต็มหน้าผาก
การกดจุดเพื่อกระตุ้นอย่างรุนแรงแบบนี้กินพลังงานจิตอย่างมาก ต้องคอยสัมผัสถึงการไหลเวียนของลมปราณใต้ปลายนิ้วตลอดเวลา
จนกระทั่งกล้ามเนื้อที่ตึงเครียดของคนไข้ค่อยๆ ผ่อนคลายลง หลินอี้จึงค่อยๆ คลายปลายนิ้วออก
เขายืนขึ้น รู้สึกหน้ามืดเล็กน้อย
"ซูเฉี่ยนเฉี่ยน"
"ค่ะ!"
ซูเฉี่ยนเฉี่ยนที่หลบอยู่หลังฝูงชนมองจนตาค้าง กระโดดโหยงออกมา
"ไปที่ห้องต้มยา"
หลินอี้พูดด้วยความเร็วสูง
"ไปเอาชะเอมเทศดิบ 60 กรัม ถั่วเขียว 120 กรัม ต้มไฟแรงให้เดือดสิบนาที ห้ามต้มนาน ต้มให้ได้น้ำถั่วเขียวชามนึง แล้วรีบเอามาที่นี่!"
"หา? น้ำถั่วเขียวเนี่ยนะ"
ซูเฉี่ยนเฉี่ยนชะงักไป
นี่มันฟังดูไม่เหมือนยาปฐมพยาบาลเลยสักนิด แต่เหมือนเครื่องดื่มคลายร้อนที่โรงอาหารแจกตอนหน้าร้อนมากกว่า