- หน้าแรก
- เจ้าบอกว่าเขาเป็นแค่เจ้าเมืองธรรมดาหรือ
- ตอนที่ 163 เสียงกลองรบ
ตอนที่ 163 เสียงกลองรบ
ตอนที่ 163 เสียงกลองรบ
ตอนที่ 163 เสียงกลองรบ
"ในเมื่อเป็นเช่นนี้ งั้นก็ขอเชิญท่านยื่นหมูยื่นแมว จ่ายเงินมา แล้วพวกข้าจะส่งคนให้ ! "
ชายฉกรรจ์รอยสักพยัคฆ์ลงเขาเงียบไปครู่หนึ่ง ไม่อยากจะต่อล้อต่อเถียงกับอีกฝ่ายให้มากความ จึงเสนอเงื่อนไขการแลกเปลี่ยนออกไปตรง ๆ
"รอให้ข้าตรวจสอบตัวตนของพวกมันให้แน่ใจเสียก่อน เงินน่ะ ไม่มีทางขาดตกบกพร่องแน่" ผู้คุ้มกันหลิวก้าวอาด ๆ เข้ามา ทำท่าล้วงตั๋วเงินปึกใหญ่ออกมาจากอกเสื้อแล้วแกว่งไปมา
แววตาของบรรดาโจรต่างก็สว่างวาบขึ้นมาในพริบตา พวกมันพากันแหวกทางให้อย่างนอบน้อม
ผู้คุ้มกันหลิวเดินส่ายอาด ๆ เข้ามา หยุดยืนอยู่ตรงหน้ากลุ่มคนของทีมล่าสัตว์ จู่ ๆ เขาก็ยกเท้าขึ้นเชยคางของเจียงหู่ แค่นเสียงหัวเราะเยาะ "ข้าจำเจ้าได้ เจ้าคือเจียงหู่ คนที่พาฮั่วอวิ๋นเฟิงกับหลิวจี้กลับมาที่ศาลาว่าการอำเภอในตอนนั้นไม่ใช่รึไง ? "
"หึ ๆ เจ้าคิดว่าเกาะต้นขาของฮั่วอวิ๋นเฟิงได้แล้ว จะช่วยให้พวกเจ้าแคล้วคลาดปลอดภัยงั้นรึ ? "
"วันนี้ยังไงพวกเจ้าก็หนีไม่พ้นความตายอยู่ดี ! "
ผู้คุ้มกันหลิวแค่นเสียงหัวเราะเย็น หันไปตรวจสอบตัวตนของคนอื่น ๆ เมื่อยืนยันจนแน่ใจแล้วว่าไม่ผิดตัว ถึงได้หันหลังเดินกลับไปที่ขบวนม้า ก้มหน้ารายงานเสียงเบากับคนผู้หนึ่ง
ไม่นานนัก คนผู้นั้นก็ถอดเสื้อคลุมตัวใหญ่ออก เผยให้เห็นใบหน้าที่บิดเบี้ยวดุดันและเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น
ใต้เท้าต่ง !
หลี่มูมองไม่ผิดแม้แต่นิดเดียว คนผู้นี้คือใต้เท้าต่งจริง ๆ !
"หลี่มู พวกเราเจอกันอีกแล้วนะ"
เมื่อถอดเสื้อคลุมออกแล้ว ใต้เท้าต่งก็ไม่คิดจะปิดบังตัวตนอีกต่อไป สายตาของเขาจ้องเขม็งไปที่หลี่มูตาไม่กะพริบ ก้าวเดินเข้ามาหาช้า ๆ "เจ้าไม่รู้หรอก ว่าหลายวันมานี้ ข้าต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างไร"
"ข้าเฝ้าคิดทุกวี่ทุกวัน ภาวนาทุกค่ำคืน คิดแต่จะถลกหนังเลาะเอ็นเจ้าออกมาให้ได้ วันนี้ ในที่สุดความปรารถนาของข้าก็เป็นจริงเสียที" เขาหัวเราะลั่น เสียงหัวเราะเต็มไปด้วยความสะใจที่กำลังจะได้ชำระแค้น
"ใต้เท้าต่ง ท่าน..." ชายฉกรรจ์พยัคฆ์ลงเขาเมื่อเห็นเขาก็มีสีหน้าตกตะลึง เพิ่งจะอ้าปากพูดได้ไม่กี่คำ ก็ถูกผู้คุ้มกันดึงตัวไปด้านข้าง
ทันทีที่ตั๋วเงินปึกหนาถูกยัดใส่มือ ในดวงตาของพยัคฆ์ลงเขาก็ไม่มีสิ่งอื่นใดอีกต่อไป เหลือเพียงความโลภโมโทสันอย่างบริสุทธิ์ "มารดามันเถอะ แบ่งเงิน ๆ บิดาก็มีส่วนแบ่งด้วยเว้ย ! "
บรรดาหัวหน้ากลุ่มโจรเห็นดังนั้น ก็กรูฮือกันเข้าไปทันทีราวกับฝูงผึ้งแตกรัง
ใต้เท้าต่งไม่ได้สนใจคนพวกนี้เลยแม้แต่น้อย เขาทำเพียงก้าวเข้าหาทีมล่าสัตว์ทีละก้าว แสยะยิ้มเหี้ยม "คิดจะเล่นแผนล่องูออกจากถ้ำงั้นรึ ? เล่นพลาดแล้วล่ะ ตกอยู่ในกำมือของข้าแบบนี้ ตอนนี้พวกเจ้ารู้สึกยังไงบ้างล่ะ ? "
"กลัวจนฉี่แทบจะราดแล้วใช่ไหมล่ะ ? "
"จะตีก็ตี จะฆ่าก็ฆ่า จะมัวพล่ามหาอะไรนักหนา ? " หลี่มูเงยหน้าขึ้นกะทันหัน สบถด่าอย่างไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อย "คิดจะมาขู่บิดา เจ้ายังกระจอกไป"
ใต้เท้าต่งหน้าเขียวปัด แต่จู่ๆ ก็โกรธจนหัวเราะออกมา "ดี เป็นลูกผู้ชายใจกล้าดีจริง ๆ "
"แต่เจ้าคิดง่ายเกินไปแล้ว ข้าอุตส่าห์ยอมจ่ายเงินตั้งมากมายขนาดนี้เพื่อจับพวกเจ้า มีหรือจะยอมให้พวกเจ้าตายอย่างสบาย ๆ ? "
เขาล้วงมีดสั้นเล่มหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ เอ่ยเสียงเบาว่า "ข้าจะลงมือทรมานพวกเจ้าด้วยตัวเอง ให้พวกเจ้าได้เห็นเนื้อหนังของตัวเองถูกแล่ออกจนหมดเกลี้ยง และตายไปอย่างสิ้นหวัง ! "
มีดสั้นสาดประกายเย็นเยียบ คมกริบไร้ที่เปรียบ
ลมหายใจของหลี่มูเริ่มหอบหนักขึ้น
เขามองไปที่ถนนชนบทอันเงียบสงบเบื้องหน้า ในใจเริ่มร้อนรนขึ้นมาแล้ว
ใต้เท้าต่งเผยตัวออกมาแล้ว แล้วฮั่วอวิ๋นเฟิงล่ะหายไปไหน ?
……
"ท่านแม่ทัพ" ที่หลังเนินเขาซึ่งอยู่ห่างจากหมู่บ้านร้างไปไม่ถึงสองลี้ ทหารนายหนึ่งในชุดชาวนาคุกเข่าลงกับพื้น เอ่ยกับฮั่วอวิ๋นเฟิงว่า "ต่งเป่าเฟิงกับลูกน้องได้พบกับพวกโจรป่าแล้ว และได้ส่งมอบตั๋วเงินให้กันแล้ว พวกเราจะออกไปตอนไหนดีขอรับ ? "
"ไม่ต้องรีบ รออีกหน่อย" ฮั่วอวิ๋นเฟิงในชุดเกราะรบ นั่งอยู่บนโขดหินใหญ่ โยนถั่วลิสงเข้าปากอย่างสบายอารมณ์ "ปล่อยให้ใต้เท้าต่งได้ระบายอารมณ์สักหน่อยเถอะ"
หลิวจี้ลูบคาง ดูเหมือนอยากจะเอ่ยปากทัดทาน แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
ในสายตาของพวกเขา ชีวิตของคนในทีมล่าสัตว์นั้นไม่ได้มีค่าอะไรมากมาย การได้ฉวยโอกาสนี้โค่นล้มคู่แข่งทางการเมืองต่างหากถึงจะสำคัญที่สุด
"ถ้างั้นก็รออีกหน่อย รอให้มือของต่งเป่าเฟิงเปื้อนเลือด ความผิดดิ้นไม่หลุดเมื่อไหร่ นั่นแหละถึงจะเป็นเวลาที่พวกเราควรออกไป" หลิวจี้เอ่ยเสียงเบา
……
"เจ้าคือหัวหน้าของทีมล่าสัตว์ ในเมื่อข้าหาตัวสือโถวฆาตกรที่ฆ่าบุตรชายข้าไม่เจอ งั้นก็ขอเริ่มจากเจ้าก่อนก็แล้วกัน"
ใต้เท้าต่งถือมีดสั้น ค่อย ๆ นั่งยอง ๆ ลงตรงหน้าหลี่มู จู่ ๆ ก็ยื่นมือไปคว้าแขนของเขาไว้แล้วแทงลงไป
ฉึก !
ปลายมีดแทงทะลุเนื้อ เลือดสด ๆ สาดกระเซ็น
หลี่มูรู้สึกเพียงความเย็นวาบที่ท่อนแขน คมมีดก็เสียบทะลุเข้าไปในเนื้อแล้ว พอคิดจะดิ้นรนขัดขืน ตาข่ายหนามก็ทิ่มแทงเข้าไปในร่างกาย จนขยับตัวไม่ได้เลย
ความเจ็บปวดรวดร้าวแล่นพล่าน เขาขบกรามแน่นจนเกิดเสียงดังกรอด ๆ
"ข้าขอถามเจ้า สือโถวถูกพวกฮั่วอวิ๋นเฟิงชิงตัวไปใช่หรือไม่ ? " สายตาของใต้เท้าต่งเย็นชา ค่อย ๆ กดปลายมีดให้ลึกลงไปในเนื้อหนังทีละนิ้ว ๆ "สารภาพมาดี ๆ ว่ามันซ่อนตัวอยู่ที่ไหน ข้าอาจจะใจดีเว้นทางรอดให้เจ้าสักสาย"
การกระทำของใต้เท้าต่งในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ต้องการจะล้างแค้นให้บุตรชายเท่านั้น แต่ยังต้องการเค้นถามหลี่มูเพื่อหาตัวสือโถวให้พบ เพื่อที่จะได้โยนความผิดฐานแหกคุกใส่หัวฮั่วอวิ๋นเฟิงและหลิวจี้
หากเป็นเช่นนี้ เขาไม่เพียงแต่จะได้ชำระแค้น แต่ยังสามารถกำจัดคู่แข่งทั้งสองไปได้ในคราวเดียวกัน ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว
"ท่านเข้ามาใกล้ ๆ สิ ข้าจะบอกให้..." หลี่มูแค่นเสียงหัวเราะเย็น
ใต้เท้าต่งครึ่งเชื่อครึ่งสงสัย ค่อย ๆ โน้มตัวเข้าไปใกล้
"มันซ่อนตัวอยู่ ในผ้าห่มเมียเจ้ายังไงล่ะ ! " หลี่มูถ่มน้ำลายใส่กะทันหัน
ใต้เท้าต่งหลบไม่ทัน ใบหน้าเขียวปัด "ดี เป็นพวกกระดูกแข็งดีนัก เดี๋ยวข้าจะแล่เนื้อถลกหนังเจ้าให้หมดตัว ดูซิว่าเจ้าจะยังปากดีอยู่อีกไหม ? "
เขากระชากมีดสั้นออกจากแขนของหลี่มูอย่างแรง เลือดสาดกระเซ็นเป็นสาย
"ไอ้ลูกโสเภณีเอ๊ย แน่จริงก็มาลงที่บิดาสิวะ ! " เจียงหู่เห็นดังนั้นก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป สบถด่าอย่างสาดเสียเทเสีย "ไอ้ขุนนางระยำ ตอนที่ไอ้ต่งหยวนบุตรชายเจ้าตาย บิดากับสือโถวเป็นคนช่วยกันกระทืบมันจนตายเองแหละ..."
หว่างคิ้วของใต้เท้าต่งกระตุกอย่างแรง เขาหันขวับไปมองเจียงหู่ด้วยสายตาอาฆาตมาดร้ายราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
หลี่มูจ้องมองไปที่ถนนชนบทอันห่างไกล แววตาค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นดุดันเหี้ยมเกรียม
ไอ้สารเลวฮั่วอวิ๋นเฟิง... ตามที่ตกลงกันไว้ ป่านนี้เขาควรจะโผล่หัวมาได้แล้วสิ !
แต่บนถนนกลับไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ เลย หากไม่ได้เกิดเหตุผิดพลาดอะไรขึ้น ก็แสดงว่าอีกฝ่ายจงใจทำเช่นนี้ !
"พวกขุนนางนี่มันไม่มีดีสักคน บิดาไม่น่าเอาความหวังทั้งหมดไปฝากไว้ที่พวกเจ้าเลย" หลี่มูหายใจถี่กระชั้นขึ้น ดูเหมือนเขาจะเข้าใจอะไรบางอย่างได้แล้ว เมื่อมองดูใต้เท้าต่งที่กำลังก้าวเดินไปหาเจียงหู่ นิ้วมือของเขาก็ค่อย ๆ เลื่อนไปลูบคลำป้ายเสือเรียกทัพในถุงผ้าที่เอว
"ในเมื่อเจ้ารอคอยความตายไม่ไหวแล้ว ข้าก็จะสนองให้เจ้าก่อนก็แล้วกัน" ใต้เท้าต่งเช็ดคราบเลือดบนมีดสั้น แล้วเตรียมจะแทงฉึกลงไปที่ลำคอของเจียงหู่ทันที
"มารดามันเถอะ ! " หลี่มูแผดเสียงคำรามลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว ป้ายเสือในถุงผ้าที่เอวแผ่ความร้อนระอุออกมา
ตึง !
ตึง ตึง !
ท่ามกลางทุ่งกว้าง จู่ ๆ ก็มีเสียงกลองรบอันดุดันฮึกเหิมดังกังวานขึ้น
เสียงนี้ราวกับร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า ชวนให้ผู้คนสั่นสะท้าน ราวกับกำลังเผชิญหน้ากับอำนาจแห่งสวรรค์
การเคลื่อนไหวของใต้เท้าต่งชะงักกึกทันที เขามองไปรอบ ๆ อย่างงุนงง
บรรดาเหล่าโจรร้ายในลานบ้านก็ตกตะลึงไปเช่นกัน ต่างพากันหันมองหาที่มาของเสียง
เสียงกลองยิ่งมายิ่งดังกึกก้อง
แผ่นดินเริ่มสั่นสะเทือนตามจังหวะเสียงกลอง
เสียงกีบเท้าม้าเหยียบย่ำลงบนพื้นดินอย่างหนักหน่วง
เสียงโลหะกระทบกันดังแว่วมาจากที่ไกล ๆ
ท่ามกลางสายตาของทุกคน ที่สุดปลายเส้นขอบฟ้า กองทหารม้าทัพหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้น ชุดเกราะสีเงินส่องประกายวาววับ หอกยาวตั้งตระหง่านน่าเกรงขาม
ทหารม้าที่เป็นผู้นำกุมธงรบผืนใหญ่ บนนั้นมีตัวอักษรขนาดใหญ่ที่เขียนด้วยลายมือตวัดพลิ้วไหวราวกับมังกรผงาดตราไว้ตัวหนึ่ง
งัก !