เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 162 ใต้เท้าต่งเดินเข้าสู่กับดัก !

ตอนที่ 162 ใต้เท้าต่งเดินเข้าสู่กับดัก !

ตอนที่ 162 ใต้เท้าต่งเดินเข้าสู่กับดัก !


ตอนที่ 162 ใต้เท้าต่งเดินเข้าสู่กับดัก !

หลี่มูและชายฉกรรจ์ทีมล่าสัตว์ถูกพาตัวมายังหมู่บ้านร้างทางทิศตะวันออกของภูเขาต้าหลง

ที่นี่เคยเป็นหมู่บ้านที่มีผู้คนอาศัยอยู่ราวสามสี่ร้อยคน แต่น่าเสียดายที่ต้องเผชิญกับพวกโจรป่าอาละวาด ภาษีต่าง ๆ ที่หนักอึ้ง ซ้ำยังมีสัตว์ร้ายลงจากเขามาทำร้ายผู้คนอยู่บ่อยครั้ง ชาวบ้านที่เคยอาศัยอยู่ที่นี่ส่วนใหญ่จึงอพยพย้ายออกไป

หากไม่ไปพึ่งพาญาติพี่น้องต่างถิ่น ก็กลายเป็นผู้อพยพเร่ร่อนไปเลย

เมื่อเวลาผ่านไปนานเข้า ที่นี่จึงกลายเป็นหมู่บ้านร้างไปในที่สุด

หลี่มูกับเจียงหู่และคนอื่น ๆ ถูกขังอยู่ในบ้านดินที่หลังคามีรูโหว่ขนาดใหญ่ รอบ ๆ มีชายฉกรรจ์หลายสิบคนคอยเฝ้ายามพร้อมกับจ้องมองตาเป็นมัน

เวลานี้ ในสายตาของคนพวกนี้ พวกชายฉกรรจ์หยาบกระด้างของทีมล่าสัตว์แทบจะดูงดงามยิ่งกว่านางฟ้าจากสวรรค์เสียอีก ทำเอาพวกมันไม่อยากจะละสายตาไปไหนเลย

ใต้เท้าต่งตั้งค่าหัวไว้สูงถึงแปดหมื่นตำลึง สุ่มหยิบคนในทีมล่าสัตว์มาสักคน ก็มีค่าตั้งสองสามพันตำลึงเงินแล้ว จะปล่อยให้เกิดความผิดพลาดใด ๆ ไม่ได้เด็ดขาด !

"พี่น้องทั้งหลาย เบิกตาดูให้ดี ๆ หน่อย ไปลาดตระเวนดูรอบ ๆ ให้มากขึ้น จะได้ไม่ถูกคนจ้องเล่นงานโดยไม่รู้ตัว" ชายฉกรรจ์วัยกลางคนที่มีรอยสักพยัคฆ์ลงเขาอยู่บนหน้าอกเอ่ยเสียงขรึม สั่งการลูกน้องใต้บังคับบัญชา "เมื่อกี้พวกทหารกลุ่มนั้นถูกพวกเราตีแตกพ่ายไปแล้ว ใครจะรู้ว่าพวกมันจะวิ่งกลับไปตามกำลังเสริมมาหรือไม่"

"ตั้งใจทำงานกันหน่อย ไปเฝ้าตามทางแยกแถว ๆ นี้ไว้ ถ้าเห็นคนน่าสงสัย ให้รีบกลับมารายงานทันที ! "

แม้กลุ่มโจรพวกนี้เพิ่งจะตีทหารจนถอยร่นไปได้ แต่ก็ไม่ได้ลดความระมัดระวังลงเลย

ไม่นานนัก ลูกสมุนสิบกว่าคนก็กระจายกำลังกันออกไป ปิดกั้นเส้นทางบนภูเขาและทางเดินเล็ก ๆ ในละแวกนี้ไว้จนหมด เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีใครลอบเข้ามาได้

"ได้เงินก้อนนี้มา พวกเราก็จะได้ลืมตาอ้าปากใช้ชีวิตสุขสบายสักที ฮ่า ๆ ..."

"บิดาจะไปที่หอชิงฮวา นอนกับหญิงสาวสักสิบคน เที่ยวเล่นให้หนำใจไปสามวันสามคืนเลย ! "

"ไอ้พวกไม่ได้เรื่อง ! "

"เงินมันสำคัญอะไรนักหนา ? หากครั้งนี้สามารถเกาะต้นขาใต้เท้าต่งไว้ได้ แล้วคว้าธุรกิจเส้นทางเกลือเถื่อนมาทำ นั่นแหละถึงจะเรียกว่าเงินทองไหลมาเทมา ! "

ทุกคนต่างพูดคุยกันอย่างตื่นเต้นเต้น พร้อมกับส่งสายตามองมาเป็นระยะ

ในสายตาของพวกมัน ทีมล่าสัตว์ก็คือก้อนอิฐเบิกทางสู่ความร่ำรวย

"พี่หลี่ ไม่รู้ว่าที่ชุนอี้ฟางจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือไม่ ? " เจียงหู่ที่ถูกมัดมือมัดเท้า ใช้ก้นกระเถิบตัวเข้ามาใกล้ ๆ กดเสียงต่ำถามว่า "ไอ้เดรัจฉานแซ่ต่งนั่น คงไม่ฉวยโอกาสตอนพวกเราไม่อยู่ ไปลงมือกับน้องไฉ่เวยหรอกนะ..."

เจียงหู่รู้แผนการของหลี่มูดี ดังนั้นเขาจึงไม่ได้กังวลเรื่องชะตากรรมของพวกตนเท่าไหร่นัก

แต่หลี่ไฉ่เวยและบรรดาครอบครัวที่อยู่ในเมืองนี่สิ หากประเดี๋ยวใต้เท้าต่งมาถึงที่นี่ แล้วฮั่วอวิ๋นเฟิงเรียกระดมกำลังทหารมาปิดล้อม การป้องกันที่ชุนอี้ฟางก็จะต้องหละหลวม หากมีนักฆ่าฉวยโอกาสลอบโจมตี...

"ที่ชุนอี้ฟางปลอดภัยดี"

หลี่มูนั่งอยู่กลางแหติดตาข่ายหนาม การปฏิบัติที่เขาได้รับนั้นดีกว่าพวกเจียงหู่อยู่บ้าง ตรงที่ไม่ได้ถูกมัดมือมัดเท้า แต่ก็ถูกตาข่ายหนามพันธนาการไว้อย่างแน่นหนา

ศัตรูไม่กังวลเลยว่าเขาจะหนีรอดไปได้ เพราะบนตาข่ายหนามเต็มไปด้วยใบมีดแหลมคมที่มีเงี่ยงย้อนกลับ ส่องประกายวาววับ เพียงแค่ขยับตัวแรงไปนิดเดียว มันก็จะทิ่มแทงทะลุผิวหนังเข้าไป

ซ้ำยังมีคนคอยเฝ้าอยู่อีกมากมาย ต่อให้หลี่มูเป็นเหล็กไหลทั้งตัว ก็ไม่มีทางฝ่าวงล้อมนี้ออกไปได้อย่างเด็ดขาด

"ใคร ๆ ก็รู้ว่าค่าหัวที่ใต้เท้าต่งตั้งไว้นั้น พุ่งเป้ามาที่ผู้ชายอย่างพวกเรา... ไม่มีใครยอมเปลืองแรงทำเรื่องที่ไม่ได้ผลประโยชน์หรอก พวกมันไม่ไปฆ่าพวกผู้หญิงในชุนอี้ฟางแน่ ยิ่งไปกว่านั้น การที่พวกเราเคลื่อนไหวในวันนี้ เกรงว่านักฆ่าทั้งหมดคงถูกล่อให้ออกมานอกเมืองกันหมดแล้ว" หลี่มูเอ่ยเสียงเบา

เมื่อได้ยินดังนั้น ทุกคนถึงได้วางใจลงอย่างสมบูรณ์

"สิ่งที่พวกเราต้องทำตอนนี้ ก็คือรอคอยอย่างสบายใจ" หลี่มูเอ่ย "ละครของพวกเราแสดงจบแล้ว ที่เหลือก็ต้องรอดูใต้เท้าต่งกับพวกฮั่วอวิ๋นเฟิงแล้วล่ะ"

การกระซิบกระซาบพูดคุยกันของพวกเขา แม้จะอยู่ในสายตาของพวกคนเฝ้ายามรอบ ๆ แต่ก็ไม่ได้ยินรายละเอียดที่ชัดเจนนัก

โจรสองสามคนลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้าไม่เป็นมิตร เอ่ยปากเตือนไม่ให้พวกหลี่มูคุยกันอีก ไม่เช่นนั้นจะสั่งสอนให้รู้สำนึก เมื่อเห็นสถานการณ์เช่นนี้ พวกชายฉกรรจ์ทีมล่าสัตว์ก็ให้ความร่วมมืออย่างว่าง่าย ปิดปากเงียบไม่พูดอะไรอีก

ไม่นานนัก ตะวันก็ลอยสายโด่งขึ้นสูง

บนถนนดินในชนบท มองเห็นฝุ่นดิน ลอยคลุ้งพวยพุ่งขึ้นมาแต่ไกล

นั่นคือความเคลื่อนไหวที่เกิดจากขบวนม้า ลูกสมุนที่รับผิดชอบเฝ้าทางวิ่งล้มลุกคลุกคลานกลับมา เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเทาว่า "มาแล้ว ! มาแล้ว ! "

"ใครมา ? " มีคนถาม

"ใต้เท้าต่งมาแล้ว ! "

สิ้นเสียงนั้น ขบวนม้าก็ควบทะยานมาถึงบริเวณใกล้ๆ หมู่บ้านร้างแล้ว

บรรดาหัวหน้าหลายคนเงยหน้าขึ้นมอง เห็นว่าขบวนม้ามีเพียงสิบกว่าคน และไม่มีผู้ติดตามที่แต่งตัวเป็นทหารเลย ถึงได้วางใจลง

"ไม่ทราบว่าท่านใดคือใต้เท้าต่งรึ ? " ชายฉกรรจ์วัยกลางคนที่มีรอยสักพยัคฆ์ลงเขาบนหน้าอกกวาดสายตามองไป ประสานมือคารวะพลางเอ่ยถาม

"ใต้เท้าต่งไม่อยู่" ท่ามกลางขบวนม้า ผู้คุ้มกันคนหนึ่งกระโดดลงจากหลังม้า เอ่ยเสียงขรึมว่า "ข้าคือหลิวต้าเซิ่ง ผู้คุ้มกันจวนสกุลต่ง ได้รับคำสั่งให้มาที่นี่ เรื่องในวันนี้ ข้าจะเป็นคนรับมอบจากพวกท่านเอง"

เมื่อได้ยินดังนั้น ชายวัยกลางคนก็เผยสีหน้าผิดหวังออกมา

เดิมทีเขาคิดจะอาศัยเรื่องนี้เพื่อสร้างความประทับใจที่ดีให้กับใต้เท้าต่ง แต่คิดไม่ถึงเลยว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้โผล่หน้ามา และคนที่รู้สึกผิดหวังอยู่บ้างเช่นเดียวกันก็คือหลี่มู

เขาขมวดคิ้วแน่น สีหน้าเคร่งเครียด

ใต้เท้าต่งผู้นี้เป็นตาเฒ่าเจ้าเล่ห์เสียจริง ๆ ถึงกับส่งลูกน้องมาติดต่อกับคนพวกนี้ ส่วนตัวเองกลับไม่ได้โผล่หน้ามาเลย แบบนี้ต่อให้พวกฮั่วอวิ๋นเฟิงจะทำตัวเป็นนกขมิ้นเหลืองรอตลบหลัง ก็คงจับได้แค่ปลาซิวปลาสร้อยสองสามตัวเท่านั้น

"พี่หลี่..." เจียงหู่เองก็รับรู้ได้ถึงความผิดปกติ จึงกระซิบเรียกเบา ๆ

"ไม่ ไม่ถูก" หลี่มูฉุกคิดขึ้นมาได้อย่างกะทันหัน ตอนนี้ในเมืองอันผิงและเมืองหงโจวล้วนมีทหารลาดตระเวนอยู่ ใต้เท้าต่งไม่มีทางพาทีมล่าสัตว์ไปที่สองแห่งนี้แน่ ๆ เพราะการพาคนเยอะขนาดนี้เดินทางไปด้วยกัน ยิ่งนานยิ่งมากเรื่อง ระหว่างทางเกิดเรื่องได้ง่ายมาก และเขาก็ไม่น่าจะปล่อยให้ลูกน้องลงมือฆ่าทีมล่าสัตว์ทิ้งที่นี่ด้วย

เพราะคำสั่ง "จับเป็น" นั้นมันบ่งบอกถึงอะไรหลาย ๆ อย่างได้เป็นอย่างดี

ใต้เท้าต่งเกลียดชังทีมล่าสัตว์เข้ากระดูกดำ การที่สั่งให้จับเป็น ก็ต้องเป็นเพราะอยากจะสัมผัสความสะใจในการลงมือล้างแค้นด้วยตัวเอง ดังนั้นเขาไม่มีทางให้คนอื่นลงมือแทนแน่

ในเมื่อเป็นไปไม่ได้ที่จะพาทีมล่าสัตว์ออกไป และจะไม่ยอมให้ลูกน้องลงมือด้วยตัวเอง...

เช่นนั้นก็เหลือเพียงความเป็นไปได้เดียว

ไม่แน่ว่าตอนนี้ใต้เท้าต่งจะมาแล้ว และดักซุ่มอยู่แถวนี้

หรือไม่ก็... เขาก็แฝงตัวอยู่ในขบวนม้านั่นแหละ เพียงแต่ยังไม่ได้เปิดเผยตัวตนออกมา !

เมื่อคิดได้เช่นนี้ สายตาของหลี่มูก็จับจ้องไปยังขบวนม้า กวาดสายตาผ่านร่างที่สวมเสื้อคลุมตัวโคร่งอยู่ด้านหลังอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ล็อคเป้าไปที่คน ๆ หนึ่งทันที

แม้คนผู้นั้นจะซ่อนใบหน้าซีกหนึ่งไว้ใต้เสื้อคลุมตัวใหญ่ แต่หลี่มูก็ยังพอมองเห็นความคุ้นเคยได้จากคางและสันจมูกที่โผล่พ้นเงาออกมา

คนผู้นี้ ก็คือใต้เท้าต่ง !

"ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง" หลี่มูถอนหายใจด้วยความโล่งอก มุมปากเผยรอยยิ้มเย็นเยียบ "ไอ้แซ่ต่งนี่รอบคอบดีจริง ๆ เขากังวลว่าข่าวสารของพวกโจรพวกนี้จะไม่แน่นอน หรืออาจจะมีกับดักซ่อนอยู่ ก็เลยจงใจปิดบังตัวตนไปก่อน... เพื่อให้ทุกคนคิดว่าเขาหลบอยู่เบื้องหลัง"

"หากทำเช่นนี้ ต่อให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น เขาก็จะไม่เป็นที่สะดุดตาของคนอื่น และสามารถหลบหนีไปได้อย่างรวดเร็ว"

เมื่อมองสถานการณ์ได้ทะลุปรุโปร่งแล้ว จิตใจของหลี่มูก็สงบลงอย่างสมบูรณ์

ใต้เท้าต่งเดินเข้าสู่กับดักอย่างราบรื่นแล้ว ต่อจากนี้ ก็รอแค่ฮั่วอวิ๋นเฟิงเท่านั้น !

จบบทที่ ตอนที่ 162 ใต้เท้าต่งเดินเข้าสู่กับดัก !

คัดลอกลิงก์แล้ว