เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 153 แหกคุก

ตอนที่ 153 แหกคุก

ตอนที่ 153 แหกคุก


ตอนที่ 153 แหกคุก

เมื่อหลี่มูได้ยินดังนั้น สมองก็หมุนติ้วอย่างรวดเร็ว ราวกับเข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมาในวินาทีนี้

ท่าทีที่แข็งกร้าวของฮั่วอวิ๋นเฟิงและหลิวจี้เมื่อครู่นี้ ดูราวกับว่าจงใจยั่วโมโหใต้เท้าต่งและท่านเจ้าเมืองติง

จุดประสงค์ของพวกเขา คงอยากจะใช้ท่าทีเช่นนี้เพื่อส่งสัญญาณบอกอีกฝ่ายว่า: การจะใช้กระบวนการไต่สวนเพื่อฆ่าพวกหลี่มูนั้นเป็นไปไม่ได้แล้ว หากอยากจะชำระแค้นให้บุตรชายของใต้เท้าต่ง ก็มีแต่ต้องเล่นตุกติกลับหลัง ใช้วิธีสกปรกที่ไม่อาจเปิดเผยได้เท่านั้น !

อย่างเช่นการลอบสังหาร หรือการลอบโจมตีในยามวิกาล

และนี่ก็คือกับดักที่ขุนนางบู๊ทั้งสองคนวางเอาไว้ให้พวกเขา

ทันทีที่ท่านเจ้าเมืองติงและใต้เท้าต่งถูกยั่วจนขาดสติ และงัดเอาวิธีการที่อยู่นอกเหนือกฎหมายมาใช้ เมื่อนั้นฝ่ายขุนนางบู๊ก็จะสามารถฉวยโอกาสจับจุดอ่อนของพวกเขาเพื่อนำไปถอดถอน โค่นล้มตำแหน่งขุนนางของอีกฝ่ายลงได้ในคราวเดียว

ไม่เพียงแต่จะเป็นการทำลายขวัญกำลังใจของฝ่ายตรงข้าม แต่ยังเป็นการเพิ่มพูนอำนาจให้กับฝ่ายตนอีกด้วย

แม้ว่ากฎหมายของต้าฉีในทุกวันนี้จะไร้ความศักดิ์สิทธิ์ แต่ก็เป็นเพียงกรณีที่ขุนนางใช้จัดการกับชาวบ้านตาดำ ๆ ที่ไร้ที่พึ่งพิงเท่านั้น หากเป็นการต่อสู้กันเองระหว่างขุนนางระดับเดียวกัน และเรื่องไปถึงท้องพระโรงเมื่อไหร่ กฎหมายก็เปรียบเสมือนดาบคมที่ใช้สังหารคนได้เช่นกัน

หลี่มูคิดทะลุปรุโปร่งถึงเรื่องราวทั้งหมดอย่างรวดเร็ว

เขาเงียบไปครู่หนึ่งแล้วเอ่ยว่า "ท่านแม่ทัพทั้งสอง ข้าน้อยมีแผนการหนึ่ง ที่พอจะช่วยให้ความปรารถนาของพวกท่านสำเร็จได้เร็วขึ้น"

"โอ้ ? " ฮั่วอวิ๋นเฟิงและหลิวจี้สบตากัน มองเห็นความประหลาดใจในสายตาของอีกฝ่าย จึงเอ่ยขึ้นพร้อมกัน "รีบว่ามาสิ"

"เมื่อครู่นี้ใต้เท้าต่งและท่านเจ้าเมืองติงโกรธเป็นฟืนเป็นไฟก็จริง แต่การที่พวกเขาล้มลุกคลุกคลานอยู่ในแวดวงขุนนางมาหลายปี ก็มีความเป็นไปได้สูงว่าพวกเขาจะข่มความแค้นนี้เอาไว้ และไม่เลือกลงมือในเวลาเช่นนี้" หลี่มูสูดลมหายใจเข้าลึก เอ่ยอย่างจริงจังว่า "มิสู้... ไปกระตุ้นพวกเขาอีกสักหน่อย"

"ขั้นตอนโดยละเอียดล่ะ เจ้าลองว่ามาสิ..." ฮั่วอวิ๋นเฟิงเอ่ยถามด้วยความสนใจ

หลี่มูลดเสียงลงต่ำ อธิบายแผนการของตนอย่างละเอียดรอบหนึ่ง

หลิวจี้ฟังจบ มุมปากก็ยกขึ้นเล็กน้อย

ส่วนฮั่วอวิ๋นเฟิงยิ่งดวงตาสาดประกาย มือหยาบกร้านตบลงบนไหล่ของหลี่มูดังป้าบ พลางเอ่ย "ดี ! สมกับคำกล่าวที่ว่าวีรบุรุษมักกำเนิดจากวัยเยาว์จริง ๆ ! พวกเราจะทำตามวิธีของเจ้า ! "

"พวกเราแยกย้ายกันไปเตรียมการเถอะ"

"หากเรื่องนี้สำเร็จ ข้าไม่มีทางเอาเปรียบเจ้าแน่ ! "

ขุนนางบู๊ขั้นห้าทั้งสองเรียกองครักษ์คนสนิทเข้ามา ปรึกษาหารือรายละเอียดกันอย่างรอบคอบอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็เคาะโต๊ะตกลงตามนี้

รอจนกระทั่งพวกเขาจากไป เจียงหู่ก็ขยับเข้ามาใกล้ด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยความกังวล เอ่ยเสียงเบาว่า "พี่หลี่ วิธีของท่าน... มันไม่เสี่ยงไปหน่อยหรือ ? "

"หากไม่เสี่ยง จะพลิกสถานการณ์กลับมาเป็นฝ่ายชนะได้อย่างไร ? " หลี่มูมองดูขุนนางบู๊ทั้งสองเดินจากไป ค่อย ๆ กำหมัดแน่น "พวกเราไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว"

……

เข้าสู่ยามวิกาล

คุกหลวงอำเภออันผิง

สือโถวมีเลือดเปรอะเปื้อนไปทั้งตัว นอนกองอยู่ในห้องขังที่รกรุงรัง ในอากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นเหม็นอับและกลิ่นคาวเลือดที่ลอยมาเตะจมูกเป็นระลอก ๆ ชวนให้คลื่นเหียนอาเจียน

ดวงตาของเขาเหม่อลอยมองเพดาน เพียงแค่ขยับตัวเล็กน้อย ก็รู้สึกถึงความเจ็บปวดรวดร้าวแล่นพล่านไปทั่วทั้งร่าง

วันนี้บนศาล ใต้เท้าต่งลงมือถือพลองเสือทุบตีเขาด้วยตัวเอง...

นอกจากเนื้อตัวจะแตกยับเยินแล้ว กระดูกในร่างก็ดูเหมือนจะหักไปหลายท่อนเช่นกัน !

แม้ขุนนางบู๊ขั้นห้าทั้งสองคนจะช่วยชีวิตคนอื่น ๆ เอาไว้ได้ แต่ตัวสือโถวเองกลับไม่มีวาสนาได้ออกจากคุก

เรื่องที่เขาฆ่าคนเป็นความจริงที่ดิ้นไม่หลุด ประกอบกับเมื่อคืนเขาเป็นคนมามอบตัว ซ้ำยังลงนามประทับตราในคำให้การรับสารภาพด้วยตัวเอง ต่อให้เป็นฮั่วอวิ๋นเฟิงก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความจริงข้อนี้ได้

"เฮ้ย กินข้าวได้แล้ว ! "

มือปราบคนหนึ่งยกถาดอาหารเดินเข้ามา ยืนอยู่หน้าประตูห้องขังแล้วตะโกนเรียกด้วยน้ำเสียงเย็นชา

สือโถวเงยหน้าขึ้น พยายามจะลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบาก แต่ก็ล้มลงไปครั้งแล้วครั้งเล่า สุดท้ายจึงทำได้เพียงใช้สองมือยันพื้น แล้วค่อย ๆ คลานเข้าไปหา

แต่ในตอนที่เขากำลังจะยื่นมือออกไปรับชามข้าวนั้นเอง มือปราบผู้นั้นก็แสยะยิ้มเหี้ยม ยกชามข้าวสาดเข้าใส่หน้าเขาอย่างจัง

ซ่า !

น้ำแกงเดือดพล่านสาดรดลงบนตัวของสือโถว

เขาร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด เบิกตากว้าง

"ไอ้สุนัขอย่างเจ้ายังคิดจะกินข้าวอีกรึ ? ไปล่วงเกินใต้เท้าต่งเข้า ทำเอาพวกข้าอดได้เงินรางวัลกันหมด..." มือปราบผู้นั้นจ้องสือโถวด้วยสายตาอาฆาตมาดร้าย คว่ำหมั่นโถวและเศษผักในถาดลงบนพื้น แล้วใช้เท้ากระทืบซ้ำไปอีกหลายครั้ง "อยากกินข้าว ก็แดกไอ้นี่ไปเถอะ ! "

"..."

สือโถวเช็ดน้ำแกงร้อน ๆ บนหน้าอก มองดูใบหน้าอันดุดันของมือปราบผู้นั้น เขากลับไม่ได้มีโทสะ ทำเพียงลากร่างที่บอบช้ำค่อย ๆ คลานกลับไปที่มุมห้อง

ก่อนที่จะมามอบตัว เขาได้เตรียมใจไว้พร้อมแล้ว

ศาลาว่าการอำเภออันผิงเมื่อก่อนอาจจะให้เฉาหย่างอี้เป็นใหญ่ แต่ตอนนี้ได้กลายเป็นถิ่นของท่านเจ้าเมืองติงและใต้เท้าต่งไปแล้ว การตกอยู่ในเงื้อมมือของคนสองคนนี้ ย่อมหนีไม่พ้นที่จะต้องถูกทรมาน

"ถ้ามีน้ำยาก็ฆ่าบิดาให้ตายสิวะ"

สือโถวเอ่ยปากเสียงเบา "เจ้ารู้ไหมว่าเจ้าเหมือนอะไร ? เจ้ามันก็เหมือนหมาตัวหนึ่ง ที่ได้แต่เห่าใส่ศัตรูของเจ้านายเจ้าสองสามทีเพื่อประจบประแจงขอเศษอาหารเท่านั้นแหละ"

"วอนหาที่ตายนักใช่ไหม ! " มือปราบได้ยินดังนั้นก็โกรธจัด คว้ากุญแจจากเอวเตรียมจะไขประตูเข้าไปสั่งสอนเขาสักหน่อย

แต่ในตอนนั้นเอง ที่ประตูใหญ่ของคุกก็มีเสียงเอะอะโวยวายดังขึ้น

มือปราบอึ้งไปครู่หนึ่ง เงยหน้ามองไปตามเสียง

เห็นเพียงผู้คุมสองคนที่มีเลือดโชกไปทั้งตัววิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา ตะโกนลั่นว่า "เร็ว... หนีเร็ว มีคนแหกคุก ! "

ม่านตาของมือปราบหดเกร็งอย่างรุนแรง

"ใครหน้าไหนมันขวัญกล้าเทียมฟ้าขนาดนี้ ! " เขาส่งเสียงสั่น ชักดาบยาวที่เอวออกมาตวาดลั่นเพื่อเรียกความกล้าให้ตัวเอง "บังอาจมาแหกคุก รนหาที่ตายหรือไง ? "

ฉึก !

เสียงทึบ ๆ ดังขึ้น

มือปราบราวกับถูกฟ้าผ่า

เขาก้มหน้าลงด้วยท่าทีแข็งทื่อ

เห็นเพียง 'ผู้คุม' ที่ได้รับบาดเจ็บทั้งสองคน เวลานี้กำลังกำมีดสั้นสองเล่ม แทงทะลุหน้าอกของเขาจากทั้งซ้ายและขวา เลือดสด ๆ ไหลทะลักออกมาตามปากแผล

จนกระทั่งตอนนี้ มือปราบถึงเพิ่งสังเกตเห็นว่าชายสองคนนี้มีรูปร่างสูงใหญ่และบึกบึนผิดปกติ ซ้ำยังมีผิวคล้ำแดด ดูไม่เหมือนผู้คุมที่ต้องคลุกคลีอยู่ในคุกมืดมิดไร้แสงตะวันจนร่างกายซูบซีดอ่อนแอเลยแม้แต่น้อย แต่กลับดูเหมือน... ทหารกล้าที่ผ่านการกรำศึกมานับร้อยสงครามในค่ายทหารเสียมากกว่า !

"พวกเจ้า... เป็นคนของกองบัญชาการทหาร พวกเจ้าบ้าไปแล้ว แหกคุก... มีโทษเทียบเท่ากบฏ..." ปากของมือปราบพะงาบ ๆ เลือดที่เป็นฟองปุด ๆ ทะลักออกจากปากไม่หยุด กลืนกินคำพูดครึ่งหลังของเขาให้หายกลับลงไปในคอ

"ถ้าไม่มีหลักฐาน ก็เท่ากับไม่เคยเกิดขึ้น" 'ผู้คุม' ทางฝั่งซ้ายแค่นเสียงหัวเราะเย็น ดึงมีดสั้นออกอย่างเด็ดขาด แล้วปาดคอเขาโดยตรง

มือปราบล้มหงายหลังลงไปกองกับพื้น

'ผู้คุม' อีกคนรีบล้วงกุญแจที่เอวของเขาออกมาไขประตูห้องขัง แล้วหิ้วปีกสือโถวพุ่งพรวดออกไปโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง เลือนหายไปในความมืดมิดยามราตรีอย่างรวดเร็ว

……

"คนของกองบัญชาการทหารมันจะรังแกกันเกินไปแล้ว ! "

ภายในห้องรับรองของศาลาว่าการอำเภอ ท่านเจ้าเมืองติงขมวดคิ้วแน่น

ส่วนใต้เท้าต่งก็มีเส้นเลือดดำปูดโปนบนหน้าผาก สีหน้าดุดันเหี้ยมเกรียม "พวกมันบอกว่าจะคุ้มครองโรงกลั่นสุราชุนอี้ฟางไม่ใช่หรือไง ? ได้ วันนี้บิดาจะขอวัดรอยเท้ากับพวกมันสักตั้ง"

"ข้าไม่เชื่อหรอกว่าไอ้พวกทหารสวะที่ใช้แต่กำลัง จะมาเอาชนะข้าได้ ? "

"อย่างมากข้าก็แค่ผลาญทรัพย์สินทั้งหมดที่มี แต่ข้าจะต้องฆ่าพวกคนในโรงกลั่นสุราชุนอี้ฟางให้ตายตกตามกันไปให้หมด ! "

ยิ่งพูดยิ่งอารมณ์ขึ้น ท้ายที่สุดเขาก็ตบโต๊ะลุกพรวดขึ้นมา ตะโกนออกไปด้านนอกว่า "เด็ก ๆ ไปเบิกตัวสือโถวออกมาจากคุก ข้าจะให้มันตายเดี๋ยวนี้แหละ"

จบบทที่ ตอนที่ 153 แหกคุก

คัดลอกลิงก์แล้ว