- หน้าแรก
- เจ้าบอกว่าเขาเป็นแค่เจ้าเมืองธรรมดาหรือ
- ตอนที่ 151 ขุนนางบู๊ขั้นห้า
ตอนที่ 151 ขุนนางบู๊ขั้นห้า
ตอนที่ 151 ขุนนางบู๊ขั้นห้า
ตอนที่ 151 ขุนนางบู๊ขั้นห้า
หัวใจของท่านเจ้าเมืองติงและใต้เท้าต่งร่วงหล่นวูบ
พวกเขาล้มลุกคลุกคลานอยู่ในแวดวงขุนนางมาหลายปี เมื่อได้ยินว่าต่งหยวนเกิดเรื่อง ก็รีบวางกำลังรับมืออย่างรัดกุมทันที
แต่ที่คาดไม่ถึงก็คือ หลี่มูไม่เพียงแต่จะคิดได้เหมือนกับพวกเขาเท่านั้น ทว่าการตอบสนองและการลงมือยังรวดเร็วกว่าพวกเขาเสียอีก !
นี่ทำให้พวกเขาประหลาดใจอย่างเหนือความคาดหมาย
ในขณะเดียวกัน ภายในใจก็เกิดความหวาดระแวงพรานป่าบ้านนอกตัวเล็ก ๆ คนนี้ขึ้นมาหลายส่วน
"เจ้าบังอาจแพร่กระจายข่าวลือ โทษเพิ่มขึ้นอีกขั้น ! " ท่านเจ้าเมืองติงเงียบไปครู่หนึ่ง จู่ ๆ ก็หยิบป้ายคำสั่งจากกระบอกบนโต๊ะโยนกระแทกลงไป ตวาดเสียงกร้าว "ตีมัน ตีจนกว่าไอ้ชาวบ้านดื้อด้านคนนี้จะพูดจาเหลวไหลไม่ได้อีก ! "
ในน้ำเสียงของท่านเจ้าเมืองติงแฝงไปด้วยจิตสังหารอันเย็นเยียบ
ส่วนบรรดามือปราบรอบด้านก็ล้วนเป็นคนที่เขาพามาจากศาลาว่าการเมือง ย่อมฟังความหมายแฝงในคำพูดของเขาออก
ท่านเจ้าเมืองติงคิดจะฉวยโอกาสที่พวกแม่ทัพทหารเถื่อนจากกองบัญชาการทหารยังไม่เข้ามาสอดมือ สั่งโบยหลี่มูให้ตายคาศาล !
"คุกเข่าลง ! "
"ตี ! "
มือปราบคว้าไม้พลอง ทำท่าจะกระหน่ำตีลงบนร่างของหลี่มู
ส่วนหว่างคิ้วของหลี่มูกระตุกอย่างแรง ฝ่ามือล้วงเข้าไปในกระเป๋า ปลายนิ้วลูบคลำพื้นผิวของป้ายเรียกทัพแล้ว !
ในช่วงเวลาแห่งความเป็นความตายเส้นยาแดงผ่าแปดนั้นเอง จู่ ๆ ก็มีเสียงดังกังวานก้องมาจากนอกศาล "ศาลาว่าการอำเภออันผิงวันนี้ทำไมคนถึงได้เยอะนักล่ะ พอดีเลย ให้บิดามาร่วมสนุกด้วยคนสิ ! "
สิ้นเสียงนี้ ชายฉกรรจ์รูปร่างล่ำสันกำยำสวมชุดเกราะรบหลายคนก็เดินส่ายอาด ๆ เข้ามา
คนที่เป็นผู้นำ จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากผู้บัญชาการทหารแห่งกองบัญชาการทหารเมืองปิงโจว ฮั่วอวิ๋นเฟิง !
และคนที่อยู่ข้างกายเขา ก็คือผู้บัญชาการทหารแห่งกองบัญชาการทหารเมืองหงโจว หลิวจี้ !
ขุนนางบู๊ขั้นห้าสองคนเดินเข้ามาในศาลาว่าการ กลิ่นอายเกราะเหล็กและเลือดอันเข้มข้นที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของพวกเขากระจายออกไปอย่างรวดเร็ว สะกดข่มพวกมือปราบที่กำลังเตรียมจะลงมือตีหลี่มูให้ตายจนยืนนิ่งงัน ไม่กล้าขยับเขยื้อนแม้แต่นิดเดียว
เมื่อเห็นภาพนี้ หลี่มูก็ถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก
สิ่งที่เขากังวลที่สุดก่อนหน้านี้ก็คือกลัวเวลาจะไม่ทันการ กลัวว่าต่อให้เรื่องนี้จะแพร่งพรายออกไป แต่บุคคลสำคัญที่มีน้ำหนักในฝ่ายขุนนางบู๊เหล่านี้จะเดินทางมาไม่ทันก่อนที่ท่านเจ้าเมืองติงจะลงมือ
ดังนั้นก่อนหน้านี้ หลี่มูถึงได้ต้องออกแรงไปเกลี้ยกล่อมหลินเจียน !
แม้หลินเจียนจะเป็นแค่ขุนนางบู๊ตัวเล็ก ๆ ในเขตอำเภอ แต่อย่างไรเสียก็สังกัดฝ่ายขุนนางบู๊ ขอเพียงเขายอมโผล่หน้ามา ภายในศาลาว่าการวันนี้ ท่านเจ้าเมืองติงและใต้เท้าต่งก็คงไม่กล้าทำอะไรรุนแรงกับหลี่มูง่าย ๆ
น่าเสียดายที่หลินเจียนขี้ขลาด ไม่กล้าไปกระตุกหนวดเสือของใต้เท้าต่ง...
"โชคดีที่ผลลัพธ์สุดท้ายยังออกมาดี ในที่สุดก็มีบุคคลสำคัญที่สามารถต่อกรกับท่านเจ้าเมืองติงปรากฏตัวขึ้นมาเสียที" มุมปากของหลี่มูเผยรอยยิ้มอย่างแนบเนียน เลื่อนนิ้วมือออกจากป้ายเสือในถุงผ้าที่เอว
ในเมื่อขุนนางบู๊ขั้นห้าสองคนปรากฏตัวแล้ว เช่นนั้นเรื่องราวต่อจากนี้ ก็ปล่อยให้อีกฝ่ายเป็นคนจัดการก็แล้วกัน
ในสถานการณ์การปะทะกันของระดับบิ๊ก ๆ เช่นนี้ บทบาทของตัวเขานั้นถือว่าน้อยนิดจนแทบไม่มีความหมายแล้ว
คนธรรมดาสามัญ ทันทีที่ถูกดึงเข้าไปพัวพันในการต่อสู้ระหว่างฝักฝ่าย และไปล่วงเกินบุคคลสำคัญเข้า ก็อย่าเพิ่งคิดว่าตัวเองไร้ที่พึ่งพิง ไร้เบื้องหลัง แล้วหมดหวังราวกับฟ้าถล่มลงมา
ในช่วงเวลาเช่นนี้ ขอเพียงตัวเองกล้าเป็นคนเปิดฉาก ระบบก็จะจับคู่เพื่อนร่วมทีมที่มีฝีมือสูสีมาให้อย่างอัตโนมัติ
ตอนนี้ เพื่อนร่วมทีมของหลี่มูมาถึงแล้ว !
"ที่แท้ก็ท่านแม่ทัพหลิวกับท่านแม่ทัพฮั่วนี่เอง ทั้งสองท่านไม่อยู่ฝึกซ้อมทหารม้าในกองบัญชาการทหาร ทำไมถึงได้วิ่งมาที่ศาลาว่าการอำเภอของข้าได้ล่ะ ? " วินาทีที่ท่านเจ้าเมืองติงเห็นทั้งสองคน เขาก็รู้ทันทีว่าเรื่องในวันนี้เกรงว่าจะดำเนินไปตามแผนการของตนได้ยากแล้ว
ใต้เท้าต่งที่อยู่ด้านข้างก็หน้าเขียวปัด แก้มกระตุกยิก ๆ อย่างไม่รู้ตัว
ต่างก็เป็นขุนนางขั้นห้าของราชสำนักเหมือนกัน ซ้ำเขตแดนที่ปกครองก็อยู่ใกล้ชิดติดกัน พวกเขาย่อมรู้จักมักจี่กันเป็นธรรมดา สองขุนนางบู๊ขั้นห้าแสร้งทำเป็นทักทายทั้งสองคนอย่างเสแสร้ง หลังจากทักทายกันพอเป็นพิธีแล้ว ก็เอ่ยปากว่า "ท่านเจ้าเมืองติงอาจจะไม่รู้ วันนี้เดิมทีข้ากำลังฝึกทหารอยู่ดี ๆ แต่กลับมีญาติห่าง ๆ คนหนึ่งมาหาถึงหน้าประตู ร้องเรียนว่าถูกรังแก ถูกคนบีบคั้นจนไร้หนทางไป"
"นี่ไง ข้าก็เลยรีบตามเขามาดูสักหน่อย ! "
"บิดาละไม่เชื่อจริง ๆ เลย ว่าภายใต้การปกครองของราชวงศ์ต้าฉี จะมีคนที่ใช้อำนาจบาตรใหญ่ฆ่าคนแล้ว ยังกล้าพลิกขาวเป็นดำ เอาเหยื่อมาไต่สวนในฐานะนักโทษอีก ! "
สิ้นคำพูดนี้ ใบหน้าของท่านเจ้าเมืองติงและใต้เท้าต่งก็ตึงเปรี๊ยะทันที
นี่ไม่ใช่แค่การพูดจาประชดประชันแล้ว แต่มันคือการชี้หน้าด่าพวกเขากันโต้ง ๆ เลยนี่หว่า !
"พี่หลี่ ! "
เจียงหู่วิ่งหน้าตั้งด้วยความตื่นเต้นเข้ามา การเดินทางรอนแรมหลายสิบชั่วยาม อดหลับอดนอนมาทั้งคืน เวลานี้ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย แต่ทว่าน้ำเสียงกลับตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง "ข้าไม่ได้มาช้าไปใช่ไหม ? "
"พี่น้อง เจ้ามาได้จังหวะพอดีเป๊ะเลย" ขอบตาของหลี่มูร้อนผ่าว เขาตบไหล่เจียงหู่ดังป้าบ
ทั้งสองคนอารมณ์เบิกบานฮึกเหิม แต่บนโต๊ะพิจารณาคดี 'ขุนนางใหญ่' สองคนที่รับผิดชอบการไต่สวนกลับมีสีหน้าดำทะมึน โดยเฉพาะใต้เท้าต่ง เขาเงยหน้าขึ้นมองมา ยิ้มแต่ตาไม่ยิ้ม "ท่านแม่ทัพทั้งสอง เรื่องนี้เกรงว่าจะมีเรื่องเข้าใจผิดกันแล้ว บุตรชายโง่เขลาของข้าถูกโจรชั่วฆ่าตายเมื่อคืนนี้ ฆาตกรก็คือพวกชายฉกรรจ์จากโรงกลั่นสุราชุนอี้ฟางกลุ่มนี้แหละ"
"บัดนี้จับได้คาหนังคาเขา หลักฐานมัดตัวแน่นหนา ขาดก็แค่ลงชื่อประทับตราก็จะตัดสินโทษได้แล้ว"
"ท่านแม่ทัพทั้งสองโปรดอย่าได้หลงเชื่อคำพูดอยู่ฝ่ายเดียว ระวังความหวังดีจะกลายเป็นเรื่องร้าย ถูกคนหลอกลวงเอาได้นะ ! "
เมื่อได้ยินดังนั้น หลี่ไฉ่เวยก็ทนไม่ไหว เอ่ยปากเถียงกลับทันที "เหลวไหล ! เห็น ๆ อยู่ว่าต่งหยวนอาละวาด ลงมือตีพี่ต้าเหลียนตายก่อน พี่สือโถวโกรธจัดและต้องการจะปกป้องภรรยาถึงได้ลุกขึ้นสู้ การตายของต่งหยวน ล้วนเป็นการหาเรื่องใส่ตัวแท้ ๆ "
ขวับ !
ใบหน้าของใต้เท้าต่งบิดเบี้ยวดุดัน ราวกับหมาป่าที่กำลังคลุ้มคลั่ง เขาหันขวับมามองหลี่ไฉ่เวยทันที ในแววตาอัดแน่นไปด้วยจิตสังหารอันไร้ที่สิ้นสุด ราวกับอยากจะฉีกเนื้อกลืนกินนางทั้งเป็น
"ใต้เท้าต่งบอกว่าจับได้คาหนังคาเขา หลักฐานมัดตัวแน่นหนา..." หลี่มูเอ่ยแทรกขึ้นมากะทันหัน "สิ่งที่ท่านเรียกว่าหลักฐาน ก็คือข้อหาที่ท่านเจ้าเมืองติงไม่สนใจถูกผิดแล้วยัดเยียดให้พวกเราหน้าด้าน ๆ ก็เท่านั้น หากพวกท่านมีหลักฐานยืนยันว่าพวกเราฆ่าคนชิงทรัพย์จริง ๆ ก็งัดออกมาโชว์ให้ทุกคนดูสิ ! "
"ใช่แล้ว ! "
"พวกท่านก็แค่อยากจะช่วยคนชั่วทำเลว อยากจะหาตัวตายตัวแทนไปเป็นเพื่อนไอ้เดรัจฉานต่งหยวนนั่นล่ะสิ ! "
"เก่งแต่รังแกชาวบ้านตาดำ ๆ พวกท่านเป็นขุนนางกังฉินฝ่ายไหนกันฮะ ? "
เมื่อบรรดาสตรีแห่งโรงกลั่นสุราชุนอี้ฟางเห็นว่าฝั่งตัวเองมีคนมาหนุนหลังแล้ว จู่ ๆ ก็ฮึกเหิมขึ้นมาทันที ท้าวสะเอวเริ่มตะโกนด่าทอเอะอะโวยวาย
ช่างรู้จักปรับเปลี่ยนท่าทีตามสถานการณ์จริง ๆ
"ใต้เท้าติง ข้าดูแล้วคดีนี้ดูเหมือนจะมีอะไรแปลก ๆ อยู่นะ" นิ้วหยาบกร้านของฮั่วอวิ๋นเฟิงลูบคลำปลายคาง ในแววตาสาดประกายแวววาวสายหนึ่ง "สู้ให้ข้ากับท่านแม่ทัพหลิวร่วมรับฟังการไต่สวนในฐานะผู้สังเกตการณ์เสียดีกว่า ทำเช่นนี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยให้ชาวบ้านคลายความกังวลใจลงได้ แต่ยังทำให้ข้ามีคำตอบไปอธิบายให้ญาติห่าง ๆ ของข้าฟังได้ด้วย"
"ท่านวางใจเถอะ หากญาติของข้าคนนี้ทำผิดจริง ข้าไม่มีทางปกป้องเขาแน่ ท่านจะลากเขาไปสับเป็นสิบแปดท่อน ข้าก็จะไม่เข้าไปก้าวก่ายเลย"
พูดไป เขาก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ชี้ไปทางกลุ่มของหลี่มูและเจียงหู่พลางเอ่ยว่า "แต่หากพวกเขาไม่มีความผิด เพียงแต่มีคนบางคนอยากจะใช้อำนาจบาตรใหญ่รังแกคน..."
"บิดาผู้นี้ ไม่มีทางยอมเด็ดขาด"
ท่านเจ้าเมืองติงสูดลมหายใจเข้าลึก ผ่านไปเนิ่นนาน ถึงได้ทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ไท่ซืออย่างแรง
เขารู้ดีว่า ตั้งแต่วินาทีที่ขุนนางบู๊ขั้นห้าสองคนนี้ปรากฏตัวขึ้น แผนการที่จะใช้กำลังสังหารหลี่มูก็ไม่มีทางสำเร็จได้อีกต่อไป
ส่วนใต้เท้าต่งก็กำหมัดแน่น สีหน้าเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและไม่ยินยอม
เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเดินเข้าไปหาฮั่วอวิ๋นเฟิง เอ่ยเสียงเบาว่า "ท่านแม่ทัพทั้งสอง ขอเชิญไปคุยกันเป็นการส่วนตัวสักหน่อยได้หรือไม่ ? "