เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 136 รังผึ้ง

ตอนที่ 136 รังผึ้ง

ตอนที่ 136 รังผึ้ง


ตอนที่ 136 รังผึ้ง

เมื่อทุกคนเห็นท่าทางตื่นเต้นของเขา อารมณ์ก็พลอยเบิกบานตื่นเต้นตามไปด้วย

ในป่าเขานี้มีของมีค่าอยู่ไม่น้อย ทั้งเห็ดหลินจือ โสม และต้นไม้หายากบางชนิด ขอแค่บังเอิญเจอสักอย่างก็ฟันกำไรก้อนโตได้แล้ว

"อย่ามัวแต่อมพะนำ รีบพูดมา" หลี่มูกวาดสายตามองไปรอบ ๆ พลางเอ่ยเร่งเร้า

"รังผึ้งน่ะ ! " เจี่ยชวนกดเสียงต่ำลง กางแขนออกทำท่าประกอบ "ใหญ่เท่าโอ่งน้ำตั้งสองใบเชียวนะ ! "

รังผึ้งงั้นรึ ? ดวงตาของหลี่มูสว่างวาบขึ้นมาทันที นี่มันของดีของแท้แน่นอนเลยนี่นา

ในรังผึ้งไม่เพียงแต่มีน้ำผึ้งป่าอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ตัวรังของมันเองก็ยังเป็นยาสมุนไพรล้ำค่า มีสรรพคุณในการรักษาอาการอักเสบบางชนิดได้อย่างชะงัดนัก ร้านขายยาในเมืองต่างก็รับซื้อด้วยราคาสูงลิ่ว

ที่สำคัญที่สุดคือ... ในรังผึ้งยังมีตัวอ่อนผึ้งอยู่ด้วย

ของกินเล่นชนิดนี้ ก่อนที่หลี่มูจะข้ามภพมาเขาเคยได้ลิ้มลองอยู่สองสามครั้ง เอาไปทอดในน้ำมันร้อน ๆ จนกรอบ โรยด้วยพริกไทยกับพริกป่น กัดเข้าไปคำเดียว รสชาตินั้นบอกเลยว่าสุดยอด ! ต่อให้เทียบกับบรรดาของป่าเลิศรสแล้ว ก็ยังถือว่าติดอันดับต้น ๆ เลยทีเดียว !

"ไป ไปดูกัน ! " ถ้ำหน้าผาที่รังผึ้งอยู่ บังเอิญเป็นทางผ่านที่ต้องใช้เดินทางไปยังถิ่นของเสือพอดี ดังนั้นจึงไม่ต้องเสียเวลาเดินอ้อมให้เหนื่อยแรง

พวกติงอวี่ทั้งสามคนก็ไม่ได้มีข้อโต้แย้งอะไร ในเมื่อถ้ำรังผึ้งเป็นทางผ่านพอดี ทีมล่าสัตว์จึงย่องฝีเท้าให้เบาลง และกลั้นหายใจเดินหน้าต่อไป

ไม่นานนัก รังผึ้งขนาดยักษ์ที่ห้อยต่องแต่งอยู่บนหน้าผาก็ปรากฏแก่สายตา รังผึ้งสีเหลืองหม่นมีขนาดใหญ่เท่าโม่หิน แค่อยู่ไกล ๆ ก็ยังได้กลิ่นหอมหวานของน้ำผึ้งโชยมาเตะจมูก

"ของสิ่งนี้ถ้าตัดไปขายในเมือง อย่างน้อย ๆ ก็น่าจะขายได้สักสิบกว่าตำลึงเลยนะ..." เจียงหู่กดเสียงต่ำ เอ่ยกระซิบอยู่ข้าง ๆ

"เรื่องเงินน่ะเรื่องรอง" หลี่มูถูมือไปมา ดวงตาทอประกายแวววาว "สำคัญคือของดีแบบนี้ใช่ว่าจะหาเจอกันได้ง่าย ๆ " น้ำผึ้งป่าอุดมไปด้วยพลังงาน แค่ชิ้นขนาดเท่าฝ่ามือก็สามารถช่วยต่อชีวิตคนที่ใกล้ตายให้อยู่รอดไปได้อีกเจ็ดวัน เรียกได้ว่าเป็นเสบียงช่วยชีวิตตามธรรมชาติอย่างแท้จริง

"พี่หลี่ พวกเราตัดมันเลยไหม ? " เจี่ยชวนเริ่มคันไม้คันมืออยากลองเต็มที

หลี่มูหรี่ตาลง เขาอยากจะเก็บรังผึ้งนี้มาเป็นของตัวเองจริง ๆ แต่ผึ้งป่าที่ยั้วเยี้ยหนาแน่นอยู่ในถ้ำหน้าผานั้นไม่ใช่เล่น ๆ เลย แค่กวาดตามองแวบเดียว ก็รู้แล้วว่าพวกมันมีจำนวนไม่ต่ำกว่าสองสามพันตัว เสียงกระพือปีกที่ดังระงมผสมปนเปกัน เมื่อฟังจากที่ไกล ๆ ช่างดูน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก

ผึ้งป่าแม้จะมีขนาดตัวไม่ใหญ่ แต่เวลาต่อยคนนั้นร้ายกาจมาก อำเภอผิงหยวนในแต่ละปีมักจะมีคนเก็บโสมที่หลงเข้าไปในอาณาเขตของพวกมันแล้วถูกต่อยจนพิษแล่นเข้าสู่หัวใจตายอยู่เสมอ แม้แต่ในโลกยุคปัจจุบันที่การแพทย์เจริญก้าวหน้าไปมากแล้ว ก็ยังมักจะมีข่าวทำนองนี้ให้เห็นอยู่บ่อย ๆ หากประมาทแมลงตัวเล็ก ๆ พวกนี้ล่ะก็ ผลที่ตามมาอาจจะร้ายแรงถึงตายได้

"เจียงหู่ เอาธูปไล่แมลงกับใบไม้แห้งมาที" หลี่มูครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็ให้ทีมล่าสัตว์คุ้มกันพวกติงอวี่ทั้งสามคนเดินผ่านทางเขาไปก่อน ให้ถอยห่างออกไปไกลๆ ส่วนตัวเขาเองก็เอาผ้ามาพันตัวไว้จนมิดชิด ขนธูปไล่แมลงกับกองกิ่งไม้ใบไม้แห้งไปไว้ใต้ถ้ำหน้าผาอย่างระมัดระวัง แล้วใช้ชุดจุดไฟจุดมันขึ้นมา

ไม่นานนัก ควันโขมงก็พวยพุ่งขึ้นสู่เบื้องบน พร้อมกับกลิ่นเหม็นฉุนเตะจมูก

หลี่มูสับตีนแตกวิ่งหนีทันที แม้ว่าก่อนหน้านี้จะทาน้ำคั้นจากหญ้าเพื่อกลบกลิ่นตัวเอาไว้แล้ว แต่ผึ้งป่าพวกนี้สายตาดีมาก แถมถ้าเมื่อไหร่ที่รังของพวกมันถูกโจมตี พวกมันก็จะไม่มัวมาเสียเวลาตามหาตัวการหรอก แต่จะโจมตีทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ใกล้เคียงแบบไม่เลือกหน้า!

ขอเพียงเป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในรัศมีหลายสิบจั้งนี้ ล้วนต้องโดนรุมต่อยทั้งหมด !

หึ่ง ! เมื่อควันพวยพุ่งขึ้นไป ผึ้งป่าบางตัวในถ้ำหน้าผาก็ร่วงหล่นลงมาจากกลางอากาศโดยตรง แต่ส่วนใหญ่ต่างพากันดิ้นรนกระพือปีกอย่างสุดชีวิต หวังจะบินหนีออกจากบริเวณที่ถูกควันปกคลุม

ไม่นานนัก ผึ้งป่าฝูงดำทะมึนก็พุ่งพรวดออกมา พวกมันบ้าคลั่งราวกับเสียสติ บินว่อนค้นหาสิ่งมีชีวิตในป่าเขานี้อย่างบ้าคลั่ง

กระต่ายป่าตัวหนึ่งเพิ่งจะกระโดดออกมาจากพงหญ้า พริบตาเดียวก็ถูกผึ้งป่าหลายสิบตัวรุมล้อม

"จี๊ด ๆ ๆ ! " เหล็กในอาบพิษจำนวนมากทิ่มแทงเข้าสู่ร่างกาย มันกระโจนไปข้างหน้าได้เพียงไม่กี่ก้าว ก็ล้มลงชักกระตุกด้วยความเจ็บปวดทรมาน และแน่นิ่งไปในเวลาอันรวดเร็ว

เก้งตัวหนึ่งเดิมทีกำลังนอนพักผ่อนอยู่ใต้ต้นไม้อย่างสบายอารมณ์ ก็ถูกฝูงผึ้งป่าโจมตีเข้าเช่นกัน มันกระโดดข้ามพุ่มไม้ไปหลายพุ่มราวกับบินได้ วิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงไม่คิดชีวิตจนพุ่งชนเข้ากับต้นไม้ใหญ่อย่างจัง

"มารดามันเถอะ มีของแถมด้วยรึเนี่ย ? " หลี่มูที่หลบอยู่ใต้ต้นไม้ห่างออกไปหลายสิบจั้ง ใช้ผ้าห่มขนสัตว์คลุมร่างเอาไว้จนมิดชิด ตอนนี้พอเห็นว่าเก้งตัวที่ชนต้นไม้จนมึนงงตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาได้ กลับวิ่งโซซัดโซเซตรงมาทางเขาเสียอย่างนั้น

เขาจึงง้างธนูขึ้นพาดลูกศร แล้วยิงเข้าที่หน้าอกของเก้งตัวนั้นอย่างแม่นยำ

"อี๊ด ! " เก้งตัวนั้นส่งเสียงร้องโหยหวน ลูกศรทะลุอกของมัน ทำให้มันเซถลาล้มลงกองกับพื้นทันที

[ขอแสดงความยินดี คุณได้รับหีบสมบัติเหล็กดำ*1 ! ] เสียงแจ้งเตือนอันไพเราะดังขึ้น

หลี่มูยังไม่ทันได้ออกไปดูศพของเก้งตัวนั้น ก็ได้ยินเสียงกระพือปีกที่น่าสะพรึงกลัวราวกับเสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์ดังก้องเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ เขาจึงรีบนอนขดตัว มุดหัวเข้าไปในผ้าห่มขนสัตว์ ไม่กล้าโผล่ออกมาให้เห็นแม้แต่รอยแยกเดียว

เสียงพุ่งชนเปาะแปะดังอยู่ด้านนอก ราวกับมีลูกเห็บตกลงมา ผึ้งป่าจำนวนมากเกาะอยู่บนผ้าห่มขนสัตว์ พยายามจะใช้เหล็กในโจมตีหลี่มู แต่น่าเสียดายที่ผ้าห่มผืนนี้หนามาก จึงช่วยป้องกันการโจมตีทั้งหมดของพวกมันไว้ได้

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด หลี่มูได้ยินเสียงกระพือปีกด้านนอกค่อย ๆ เบาลง และท้ายที่สุดก็กลับคืนสู่ความสงบ

เขาลองหยั่งเชิงด้วยการเลิกผ้าห่มขนสัตว์ขึ้นมาเป็นรอยแยกเล็ก ๆ เห็นเพียงว่ากลางอากาศไม่มีแมลงตัวน้อยที่ร้ายกาจเหล่านี้บินว่อนอยู่อีกแล้ว ถึงได้ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

บนพื้นดินและในพงหญ้า มีซากศพของผึ้งป่าร่วงหล่นอยู่ไม่น้อย เหล็กในของผึ้งนั้นเชื่อมต่อกับลำไส้ เมื่อใดที่ฝังเหล็กในลงบนเป้าหมายแล้ว ก็จะดึงเอาเครื่องในของมันหลุดติดออกมาด้วย นี่จึงนับว่าเป็นวิธีการโจมตีที่โหดร้ายรุนแรงราวกับพลีชีพไปพร้อมกับศัตรู

ในตอนนั้นเอง กลุ่มทีมล่าสัตว์ที่หนีไปหลบอยู่ไกล ๆ ก็กลับมาอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าผึ้งป่าในถ้ำหน้าผาถูกกำจัดไปจนเกือบหมดแล้ว ส่วนพวกที่เหลือก็ถูกรมควันจนมึนงงไร้เรี่ยวแรง ก็พากันลูบหน้าอกด้วยความหวาดเสียวพลางเอ่ยว่า "ความวุ่นวายเมื่อกี้ทำเอาตกใจแทบตายเลย"

"โชคดีนะที่พวกเราหนีไปไกล ไม่อย่างนั้นถ้าโดนต่อยเข้าสักทีสองทีล่ะก็ จุ๊ ๆ ..." สายตาของพวกเขามองไปที่ซากศพของกระต่ายป่าที่ถูกผึ้งป่ารุมต่อยจนตาย กล้ามเนื้อบนใบหน้าก็อดไม่ได้ที่จะกระตุกยิก ๆ

"น่าจะได้ที่แล้วล่ะ ไปตัดรังผึ้งลงมาเถอะ" หลี่มูก้าวฉับ ๆ ไปที่ซากศพของเก้ง หิ้วมันยัดใส่ตะกร้าสะพายหลังอย่างลวกๆ ต่อหน้าผู้คนมากมายขนาดนี้ เขาจึงไม่ได้เลือกที่จะเปิดหีบสมบัตินั้นทันที

ชายหนุ่มฉกรรจ์ในทีมล่าสัตว์สองคนปีนป่ายขึ้นไปบนถ้ำหน้าผาอย่างคล่องแคล่ว เหยียบผึ้งป่าที่ถูกรมควันจนสลบให้ตายสนิท แล้วใช้มีดตัดรังผึ้งลงมาด้วยความตื่นเต้น กลับมาพร้อมกับของล้ำค่าเต็มไม้เต็มมือ

"มื้อเที่ยงวันนี้ พวกเราลาภปากกันแล้ว" หลี่มูมองดูเก้งและรังผึ้งในตะกร้าสะพายหลัง พลางหัวเราะเสียงดังลั่น

……

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ก็ล่วงเลยเข้าสู่ยามเที่ยงวัน ทีมล่าสัตว์ได้ช่วยกันตั้งเตาดินขึ้นในลานกว้างกลางป่า

กองไฟแตกปะทุดังเปรี๊ยะปร๊ะ น้ำผึ้งในหม้อดินเผาละลายกลายเป็นน้ำเชื่อมสีเหลืองทองมันวาว หลี่มูแล่เนื้อขาเก้งออกเป็นแผ่นบางๆ ทาด้วยน้ำเชื่อม แล้วนำไปเสียบไม้ย่างไฟอ่อน ๆ

หยดน้ำมันหยดลงในกองไฟ ส่งกลิ่นหอมหวนชวนน้ำลายสอ

"พี่หลี่ นี่มันวิธีทำอาหารแบบไหนกัน ? " เจียงหู่จ้องมองเนื้อย่างที่ส่งเสียงฉ่า ๆ พลางกลืนน้ำลายอึกใหญ่

น้ำเชื่อมสีเหลืองทองส่องประกายแวววาวภายใต้แสงไฟ ผสมผสานกับกลิ่นหอมกรุ่นของเนื้อสัตว์ป่าย่างเกรียม ดึงดูดให้ทุกคนถึงกับน้ำลายสอด้วยความหิวโหย

"เนื้อย่างเคลือบน้ำผึ้ง" หลี่มูหมุนไม้เสียบเนื้อ เพื่อให้ชิ้นเนื้อสุกอย่างทั่วถึง "รสชาตินี้ ข้าไม่ได้ลิ้มลองมาตั้งนานแล้วนะ ! "

จบบทที่ ตอนที่ 136 รังผึ้ง

คัดลอกลิงก์แล้ว