- หน้าแรก
- เจ้าบอกว่าเขาเป็นแค่เจ้าเมืองธรรมดาหรือ
- ตอนที่ 131 ได้มาโดยไม่ต้องออกแรง
ตอนที่ 131 ได้มาโดยไม่ต้องออกแรง
ตอนที่ 131 ได้มาโดยไม่ต้องออกแรง
ตอนที่ 131 ได้มาโดยไม่ต้องออกแรง
"นายท่าน พวกหลี่มูถูกจับแล้วขอรับ ! "
ในจวนตระกูลเหมียว บ่าวรับใช้ที่หน้าตาบวมปูดเขียวช้ำคนหนึ่งวิ่งพรวดพราดเข้ามา เอ่ยด้วยน้ำเสียงร้อนรน "ข้าเห็นกับตาเลยว่าพวกมันถูกสวมเครื่องพันธนาการกลางถนน แล้วถูกคุมตัวไปที่คุกหลวงแล้วขอรับ"
เถ้าแก่เหมียวที่เพิ่งได้รับการรักษาจากหมอและค่อย ๆ ฟื้นคืนสติขึ้นมา เมื่อได้ยินดังนั้นก็ดีใจจนเนื้อเต้น
เขากำหมัดที่ผอมแห้งแน่น เอ่ยเสียงสั่น "สวรรค์มีตา กล้าทำร้ายคนกลางวันแสก ๆ ... ข้าจะไปจ้างจ้วงซือฝีมือดี ฟ้องร้องให้มันติดคุกจนตายอยู่ในนั้นแหละ ! "
……
คุกหลวงประจำอำเภอผิงหยวน
มืดมิดและคับแคบอับชื้น
เมื่อผู้คุมสองคนดึงประตูเหล็กเปิดออก พวกมือปราบก็คุมตัวทีมล่าสัตว์ทั้งหมดเข้าไปด้านใน
"น้องหลี่ คงต้องให้พวกเจ้าทนลำบากอยู่ที่นี่ไปสักพักก่อนนะ"
หัวหน้ามือปราบจินเอ่ยด้วยน้ำเสียงแฝงความเสียดายอยู่บ้าง "ข้าจะไปรายงานใต้เท้านายอำเภอ ให้ท่านเป็นคนตัดสินเรื่องนี้เอง"
หลี่มูกวาดสายตามองไปรอบ ๆ
เห็นเพียงว่าห้องขังที่นี่ถูกแบ่งออกเป็นห้องเล็ก ๆ แคบ ๆ ภายในมีนักโทษสวมเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งถูกขังอยู่ไม่น้อย
กลิ่นเหม็นคาวคละคลุ้งลอยมากระทบจมูก
เขาลูบจมูกเบา ๆ พยักหน้าช้า ๆ พลางเอ่ย "รบกวนพี่จินแล้ว"
"เป็นหน้าที่อยู่แล้ว" หัวหน้ามือปราบจินฉีกยิ้ม
แม้จะถูกจับขังคุก แต่เขาก็รู้ 'เบื้องหลัง' ของหลี่มูดี จึงไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะได้รับโทษหนักหนาอะไร ดังนั้นจึงยังคงแสดงท่าทีเกรงใจอย่างมาก
หลังจากกำชับผู้คุมที่ดูแลที่นี่เสร็จ หัวหน้ามือปราบจินก็รีบพาคนจากไป
หลี่มูกับเจียงหู่และคนอื่น ๆ ถูกแยกขังไว้ในห้องขังคนละห้อง
เมื่อเห็นว่าในคุกมีเด็กใหม่เข้ามา ก็มีนักโทษชราผมหงอกขาวที่ส่งกลิ่นเหม็นเปรี้ยวไปทั้งตัวคนหนึ่งขยับเข้ามาใกล้ทันที ลดเสียงต่ำเอ่ยถาม "พ่อหนุ่ม... พวกเจ้าไปทำผิดอะไรมาล่ะ ? แล้วทำไมข้าถึงเห็นว่าพวกเจ้าหน้าที่นั่นดูเกรงอกเกรงใจพวกเจ้ายิ่งนัก ? "
"หึ ๆ ก็แค่ไปทุบร้านมาสองสามร้าน แล้วก็สั่งสอนไอ้พวกสวะที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงไปไม่กี่คนเท่านั้นแหละ" หลี่มูนั่งลงบนกองฟางในห้องขัง สภาพจิตใจดูสงบเยือกเย็นมาก ตอบกลับด้วยรอยยิ้มบาง ๆ
เขารู้ดีว่าตัวเองไม่มีทางถูกขังอยู่นานแน่
สำหรับนายอำเภอเฉาแล้ว ขอแค่ดูแลพวกติงอวี่ทั้งสามคนให้พอใจ เส้นทางขุนนางของเขาก็จะราบรื่นไร้อุปสรรค
ในยุคสมัยนี้ การประจบสอพลอต่างหากที่เป็นหนทางเลื่อนขั้นในแวดวงขุนนาง
และหลี่มูก็คือคนสำคัญที่นายอำเภอเฉาต้องใช้เพื่อเอาใจติงอวี่ ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะยอมตัดหนทางนี้ทิ้งเพียงเพราะเถ้าแก่โรงบ่มสุราเพียงไม่กี่คน
"เข้าคุกมาแล้วยังจะอารมณ์ดีอีก" นักโทษชราเลิกคิ้ว บ่นอุบอิบกับตัวเอง "วันนี้ทำไมถึงมีแต่คนแปลก ๆ เยอะนักนะ เมื่อกี้ก็เพิ่งจะมาคนนึง ตอนนี้ก็โผล่มาอีกเป็นพรวน"
"ไม่รู้จริง ๆ ว่าไอ้คุกเหม็นเน่าเบียดเสียดนี่มันมีดีอะไร พวกข้าแทบจะแย่งกันออกไปแทบตาย แต่พวกเด็กใหม่ที่มาวันนี้กลับแปลกนัก... พอเข้าคุกมาได้ ถ้าไม่ขอบคุณสวรรค์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก็ยิ้มระรื่นหน้าบานกันทั้งนั้น"
หลี่มูได้ยินดังนั้นก็หัวเราะออกมา ไม่ได้เก็บคำพูดของเขามาใส่ใจ หลับตาลงเตรียมจะพักผ่อน
จู่ ๆ เขาก็รู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง
"ขอบคุณสวรรค์งั้นรึ ? " หลี่มูลุกพรวดขึ้นมานั่งหลังตรง หันไปถามนักโทษชราว่า "คนผู้นั้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ? ตอนนี้อยู่ที่ไหน ? "
นักโทษชราอึ้งไปครู่หนึ่ง ยกมือเกาหัว "ก็เมื่อชั่วยามกว่า ๆ นี่ล่ะ..."
เขายกนิ้วชี้ไปทางนักโทษที่มุมห้อง บุ้ยปากออกไป "นั่นไง ด้านในสุดนั่น... ไอ้คนที่หัวโต ๆ อ้วน ๆ หูใหญ่อย่างกับหมูนั่นแหละ ! "
หลี่มูมองตามทิศทางนั้นไป
เห็นเพียงชายอ้วนสวมชุดนักโทษคนหนึ่งกำลังหันหลังให้เขา ทำตัวหดหัวมุดเข้าไปในกลุ่มคนอย่างลุกลี้ลุกลน พยายามซ่อนใบหน้าของตัวเองสุดชีวิต
"เถ้าแก่สวี่ ! "
หลี่มูชะงักไปไม่กี่วินาที จู่ ๆ ก็ระเบิดเสียงหัวเราะลั่นแล้วลุกขึ้นยืน "พลิกแผ่นดินหาแทบตาย กลับได้มาโดยไม่ต้องออกแรงจริง ๆ "
"คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะมามุดหัวหลบอยู่ในคุกแบบนี้ ! "
นักโทษคนนั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเถ้าแก่สวี่ที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยนั่นเอง
ตอนนี้ เขาค่อย ๆ หันหน้ากลับมาอย่างยากลำบาก สีหน้าเต็มไปด้วยความสิ้นหวังจนแทบจะร้องไห้ออกมาอยู่แล้ว "หลี่มู ! มารดามันเถอะ เจ้ามันไม่ใช่คน... ข้าอุตส่าห์หนีมาหลบในคุกแล้ว เจ้ายังตามมาเจอข้าอีกรึ ! "
"อะไรนะ ? "
"ไอ้แซ่สวี่อยู่ที่นี่ ! "
เหล่าชายฉกรรจ์ในทีมล่าสัตว์ที่ถูกแยกขังอยู่ตามห้องต่าง ๆ เมื่อได้ยินเสียงเอะอะก็รีบหันขวับมองมาทางนี้ทันที
เมื่อเห็นใบหน้าอ้วนฉุที่เต็มไปด้วยน้ำหูน้ำตาของเถ้าแก่สวี่อย่างชัดเจนแล้ว พวกเขาทั้งหมดก็แสยะยิ้มเหี้ยมเกรียมออกมา ราวกับฝูงหมาป่าที่จ้องตะครุบลูกกระต่ายน้อย !
หลี่มูลุกขึ้นยืน ก้าวฉับ ๆ สองสามก้าวพุ่งเข้าไป คว้าหมับเข้าที่เส้นผมของเถ้าแก่สวี่แล้วลากตัวเขาออกมาจากฝูงคน
"หลี่มู เถ้าแก่หลี่... ท่านปู่หลี่ ! "
เถ้าแก่สวี่ตกใจกลัวจนตัวสั่นเทาไปทั้งร่าง เป้ากางเกงเปียกแฉะ ร้องขอความเมตตาซ้ำแล้วซ้ำเล่า "เจ้าปล่อยข้าไปเถอะ ข้ายินดีชดใช้..."
ปั้ก !
หมัดลุ่น ๆ พุ่งกระแทกเข้ากลางหน้าของเขาอย่างจัง
ฟันกรามสองซี่พร้อมกับเลือดกำเดากระเด็นลอยขึ้นไปในอากาศ วาดเป็นเส้นโค้งอันงดงาม
"ไอ้สวะนี่มีลูกไม้แพรวพราวไม่เบา ถึงกับคิดแผนมุดหัวเข้ามาหลบในคุกได้" หลี่มูเช็ดคราบเลือดบนหมัด ตอนนี้เขายอมรับนับถืออีกฝ่ายจากใจจริงเลย หากไม่ใช่เพราะทีมล่าสัตว์บังเอิญถูกหัวหน้ามือปราบจินจับตัวเข้ามา เกรงว่าครั้งนี้เขาคงหาตัวเถ้าแก่สวี่ไม่เจอจริง ๆ
"หลบรึ ? ข้าจะให้เจ้าหลบ ! "
สีหน้าของหลี่มูดุดันเหี้ยมเกรียม กระหน่ำเตะเข้าใส่ร่างของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าราวกับเตะกระสอบทรายแตก ๆ
ตอนแรกเถ้าแก่สวี่ยังพอส่งเสียงร้องโหยหวนออกมาได้ แต่พอโดนเตะไปเรื่อย ๆ เสียงของเขาก็เริ่มแผ่วลง แผ่วลง จนเหลือเพียงเสียงครวญครางขอความเมตตาเท่านั้น
ผู้คุมที่ดูแลความเรียบร้อยเห็นดังนั้นก็ตีหน้าขรึมเดินเข้ามาห้ามปราม แต่เมื่อเจียงหู่ยัดเงินตำลึงก้อนหนึ่งใส่มือ ท่าทีของเขาก็อ่อนลงทันที "พวกเจ้าก็ระวัง ๆ หน่อย อย่าให้ถึงตายล่ะ... นักโทษคนนั้นติดคุกข้อหาอกตัญญูไม่เคารพบิดาพี่ชาย ต้องติดคุกแค่สิบห้าวัน"
"ถ้าเกิดตายหรือพิการขึ้นมา ข้าจะรายงานเบื้องบนไม่ได้"
ในคุกหลวง การที่นักโทษทะเลาะวิวาท ต่อยตีกันเองถือเป็นเรื่องปกติ ผู้คุมเองก็เห็นจนชินตา ขอแค่ไม่มีใครตาย เขาก็ขี้เกียจจะเข้าไปยุ่งให้เปลืองแรง
"วางใจเถอะ พวกข้ารู้ตัวดี" เจียงหู่ฉีกยิ้ม "ต่อให้ขวัญกล้าเทียมฟ้า ก็ไม่กล้าฆ่าคนต่อหน้าท่านหรอก"
ผู้คุมพยักหน้า กำลังจะหันหลังเดินจากไป
แต่เถ้าแก่สวี่ที่นอนหมอบกระแตอยู่บนพื้น กลับไม่รู้ว่าไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน แหกปากตะโกนอย่างเสียสติ "หลี่มูมันทุบตีข้า ท่านเป็นถึงเจ้าหน้าที่ทางการ จะทำเป็นมองไม่เห็นได้ยังไง ? ข้าขอเปลี่ยนห้องขัง ! "
เดิมทีผู้คุมก็ไม่อยากจะสนใจเขาอยู่แล้ว แต่พอถูกตะโกนใส่จนน่ารำคาญ ก็เลยทิ้งท้ายด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ไปประโยคหนึ่ง "แล้วทำไมเขาไม่ไปทุบตีคนอื่น ทำไมต้องทุบตีเจ้าด้วย ? เจ้าก็พิจารณาตัวเองดูก่อนเถอะ ! "
"เข้าคุกมาแล้ว คิดอยากจะเปลี่ยนห้องขังก็เปลี่ยนได้ตามใจชอบรึไง ? "
เถ้าแก่สวี่สิ้นหวังอย่างสมบูรณ์แบบ
เพื่อหลบหนีการแก้แค้นของหลี่มู เขาจงใจให้ภรรยาไปฟ้องร้องที่ศาลว่าการ แต่งเรื่องสร้างข้อหาเล็ก ๆ น้อย ๆ ขึ้นมา เพื่อให้ตัวเองติดคุกได้สำเร็จ
แต่คิดไม่ถึงเลยว่าสุดท้ายก็ยังหนีไม่พ้นเคราะห์กรรมในครั้งนี้อยู่ดี
"หลี่มู... เลิกทุบตีข้าเถอะ ข้ายินดีชดใช้ให้..." เถ้าแก่สวี่รู้สึกเพียงว่ากระดูกทั่วทั้งร่างแทบจะหลุดออกจากกันอยู่แล้ว เขาพยายามดิ้นรนร้องขอความเมตตา "เจ้าปล่อยข้าไปเถอะ ข้าจะยกทั้งร้านและที่ดินของโรงบ่มสุราสกุลสวี่ให้เจ้าทั้งหมดเลย ถือซะว่าเป็นการไถ่โทษ"
ตอนนี้เขาถูกทำให้หวาดกลัวจนขวัญหนีดีฝ่อไปหมดแล้ว
ตัวเองทำธุรกิจมาทั้งชีวิต กว่าจะเก็บหอมรอมริบมาได้ขนาดนี้ แต่ถ้าถูกหลี่มูทรมานแบบนี้ต่อไป เกิดกระดูกหักเอ็นขาด อนาคตต้องนอนเป็นผักอยู่บนเตียง ต่อให้มีเงินทองมากมายก่ายกองไปก็เปล่าประโยชน์
เกรงว่าถึงตอนนั้น แม้แต่นังเมียตัวดีที่ชอบหว่านเสน่ห์ของตัวเอง ก็คงจะหอบสมบัติหนีหายเข้ากลีบเมฆไปแน่นอน!
เมื่อชั่งน้ำหนักผลดีผลเสียแล้ว เถ้าแก่สวี่จึงจำต้องเลือกวิธีเสียทรัพย์เพื่อปัดเป่าภัยพิบัติ
"……"
เมื่อได้ยินดังนั้น หมัดของหลี่มูที่ชูค้างอยู่กลางอากาศก็หยุดชะงัก
ร้านของโรงบ่มสุราสกุลสวี่มีพื้นที่กว้างขวางกว่า ซ้ำทำเลยังดีกว่ามาก อย่างน้อย ๆ ก็มีมูลค่าถึงหนึ่งพันตำลึง
หากสามารถฮุบมันมาไว้ในมือได้ เรื่องนี้... ก็ถือว่าไม่ได้ลงแรงไปเปล่า ๆ
"ไอ้แซ่สวี่"
หลี่มูค่อย ๆ นั่งยอง ๆ ลง ใช้มือตบหน้าเขาเบา ๆ เอ่ยเน้นย้ำทีละคำ "มอบโฉนดร้านกับโฉนดที่ดินมา แล้วพาครอบครัวของเจ้าไสหัวออกไปจากเมืองอันผิงซะ ไม่อย่างนั้นล่ะก็ เรื่องนี้ยังไม่จบแค่นี้แน่"