เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16 ท่านอาเล็กได้รับเควสต์

บทที่ 16 ท่านอาเล็กได้รับเควสต์

บทที่ 16 ท่านอาเล็กได้รับเควสต์


บทที่ 16 ท่านอาเล็กได้รับเควสต์

"แล้วผมรู้จักเขาไหมครับ?"

"คุณไม่รู้จักหรอกค่ะ"

ฟู่เฉิงเยี่ยนและฉีอาน่านเป็นเพื่อนร่วมชั้นสมัยมัธยมปลายด้วยกัน ทั้งคู่ครองคู่กันมานานหลายสิบปี คนที่ฉีอาน่านรู้จักเขาก็แทบจะรู้จักไปเสียหมดทุกคน แล้วยังจะมีใครที่ตกหล่นไปอีกอย่างนั้นหรือ?

ฉีอาน่านตบหลังมือฟู่เฉิงเยี่ยนเบาๆเพื่อเป็นการปลอบโยน "เป็นคนที่ฉันรู้จักก่อนจะเข้าเรียนมัธยมปลาน่ะค่ะ เกี่ยวข้องกับสำนักของฉันด้วย"

เมื่อได้ยินเช่นนั้นฟู่เฉิงเยี่ยนจึงไม่ถามต่อ

สำนักของฉีอาน่านนั้นลึกลับเป็นอย่างมาก นอกจากตัวฉีอาน่านเองแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเขาที่เป็นสามีข้างกาย ลูกๆของพวกเขา หรือแม้แต่พ่อแม่ของฉีอาน่านเอง ก็ไม่มีใครมีสิทธิ์ได้รับรู้เรื่องราวภายในสำนักของเธอเลยแม้แต่น้อย

การที่สำนักของฉีอาน่านอนุญาตให้เธอนำเคล็ดวิชาบำเพ็ญเพียรมาสอนให้แก่ทางรัฐบาลได้ ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ฟู่เฉิงเยี่ยนรู้สึกเหลือเชื่อมากพออยู่แล้ว

เมื่อเห็นฉีอาน่านตกอยู่ในภวังค์ความคิดของตัวเองอีกครั้ง ครั้งนี้ฟู่เฉิงเยี่ยนจึงไม่ได้เข้าไปขัดจังหวะ เขาคิดว่าฉีอาน่านคงกำลังนึกถึงเรื่องภายในสำนักของเธออยู่กระมัง

ฉีอาน่านกำลังนึกถึงสำนักของเธอจริงๆแต่ทว่ามันคือสำนักในชาติที่แล้วของเธอต่างหาก

ในชาตินี้ฉีอาน่านไม่ได้มีสำนักที่ไหนเลย ตัวเธอเองนั่นแหละที่เป็นสำนักของตัวเอง

เธอเกิดใหม่พร้อมกับความทรงจำที่ติดตัวมา ชาติที่แล้วเธอใช้ชีวิตอยู่ในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียร และต้องจบชีวิตลงภายใต้การโจมตีของยอดฝีมือฝ่ายมารเพราะถูกคนใกล้ชิดทรยศ ไม่นึกเลยว่าหลังจากตายแล้วจะได้มาเกิดใหม่ในอีกโลกหนึ่ง

หากจะบอกว่าไม่มีความอาลัยอาวรณ์ต่อโลกในชาติก่อนเลยก็คงเป็นไปไม่ได้ ทว่าความผูกพันในชาติที่แล้วของเธอนั้นช่างเบาบางนัก ในใจของเธอมีเพียงการมุ่งมั่นบำเพ็ญเพียรเพื่อก้าวข้ามเคราะห์กลายเป็นเซียน แม้แต่กับสำนักเธอก็ไม่ได้มีความผูกพันอะไรมากมาย นอกจากอาจารย์ที่ล่วงลับไปแล้ว ก็มีเพียงศิษย์น้องหญิงเพียงคนเดียวที่เธอทุ่มเทความรักให้มากที่สุด แต่สุดท้ายศิษย์น้องคนนั้นกลับทรยศเธอเพียงเพื่อผู้ชายแค่คนเดียว

เธอและผู้ชายคนนั้นมีความสัมพันธ์ต่อกันเพียงเพราะเรื่องเหนือความคาดหมายจนมีลูกด้วยกัน ทั้งคู่ไม่ได้มีความรักต่อกันเลยแม้แต่น้อย การที่ผู้ชายคนนั้นไม่ชอบศิษย์น้องมันก็ไม่เห็นจะเกี่ยวกับเธอตรงไหน แต่ศิษย์น้องกลับมาโกรธแค้นเธอและอยากให้เธอตายเสียให้ได้

เฮ้อ จิตใจมนุษย์นี้ช่างยากแท้หยั่งถึงจริงๆ

แต่จะว่าไปเธอก็ถือว่าได้รับโชคในคราบเคราะห์ เพราะการได้มาเกิดใหม่ในโลกนี้ทำให้เธอมีพ่อแม่ที่รักใคร่ มีคู่ชีวิตที่รู้ใจกันไปตลอดชีวิต และมีลูกชายลูกสาวที่กตัญญู สิ่งเดียวที่น่าเสียดายคือโลกใบนี้มีพลังปราณวิญญาณเบาบางจนการบำเพ็ญเพียรไม่อาจประสบความสำเร็จได้ ทว่าสุดท้ายสวรรค์ก็ช่วยปัดเป่าความเสียดายนั้นให้หายไป ด้วยการทำให้พลังปราณวิญญาณฟื้นฟูขึ้นมา ต่อไปเธออาจจะสามารถพาครอบครัวทั้งหมดทะยานขึ้นสู่สรวงสวรรค์ไปพร้อมกันได้

ฉีอาน่านนึกถึงเรื่องราวมากมายในชาติก่อน ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนเกี่ยวข้องกับสำนักและการบำเพ็ญเพียร ส่วนเด็กที่เธอให้กำเนิดออกมาแต่กลับได้เห็นหน้าเพียงไม่กี่ครั้งคนนั้น กลับถูกเธอจงใจละเลยไปจากความทรงจำ

ทางด้านเสวียนม่อและฟู่เสวียซินพร้อมกับเพื่อนอีกสามคนต่างพากันล่ามอนสเตอร์จนเริ่มรู้สึกเบื่อหน่าย จึงตัดสินใจพร้อมกันว่าจะออกจากดันเจี้ยนเขตลี้ลับไปทำเควสต์อย่างอื่นแทน พวกเขามาเล่นเกมเพื่อพักผ่อนหย่อนใจ ไม่ได้มาเพื่อให้ตัวเองต้องลำบากตรากตรำ

ทั้งห้าคนพากันไปกินอาหารรสเลิศที่เหลาอาหารจูเชว่ เพื่อนอีกสี่คนล้วนเป็นกระเป๋าหนัก เสวียนม่อจึงกินของพวกเขาได้โดยไม่รู้สึกกดดันอะไร

หลังจากอิ่มหนำสำราญแล้ว ทั้งห้าคนก็แยกย้ายกันไปเดินเตร็ดเตร่รอบเมืองเพื่อหาโชควาสนา เผื่อว่าจะโชคดีได้รับเควสต์อะไรบางอย่าง

ในเกมนี้ เควสต์มากกว่าครึ่งเป็นเควสต์ถาวรที่ผู้เล่นเพียงแค่ไปหาเอ็นพีซีตามจุดที่กำหนดก็สามารถรับเควสต์ได้ เควสต์รูปแบบนี้ก็เหมือนกับเกมกดแป้นพิมพ์สมัยก่อนที่ไม่มีความแปลกใหม่อะไร แต่อีกส่วนที่เหลือนั้นคือเควสต์วาสนา

เอ็นพีซีที่จะเป็นผู้มอบเควสต์นั้นไม่แน่นอน วันนี้อาจจะเป็นนายกอเป็นคนมอบ แต่วันพรุ่งนี้อาจจะเป็นนายขอมาทำหน้าที่แทน เควสต์เหล่านี้ส่วนใหญ่มักจะเป็นเควสต์แบบจำกัดเพียงหนึ่งเดียว เมื่อมีคนทำสำเร็จแล้วเควสต์นั้นก็จะหายไปโดยสิ้นเชิง ไม่มีการทำซ้ำให้ผู้เล่นคนอื่นได้ทำเควสต์แบบเดียวกันอีก

เควสต์ลักษณะนี้ เมื่อทำสำเร็จแล้วรางวัลตอบแทนจะมหาศาลมาก

เควสต์ที่ทำให้เพี่ยวเสวี่ยเหรินผิงเซิงและพรรคพวกได้เข้าสำนักรั่วสุ่ยก่อนหน้านี้ก็คือเควสต์วาสนาเช่นเดียวกัน

และเควสต์วาสนาแบบนี้แหละที่สร้างความท้าทายและเป็นที่ชื่นชอบของผู้เล่นเป็นอย่างมาก

เพียงแต่การจะได้มาซึ่งเควสต์วาสนานั้นต้องพึ่งพาดวงของผู้เล่นล้วนๆ หากใครที่เป็นพวกสายเกลือดวงซวย การจะได้รับเควสต์วาสนาสักครั้งนั้นยากยิ่งกว่าการปีนขึ้นไปบนสวรรค์เสียอีก

ในสายตาของหานเจียงเทียนว่ายและคนอื่นๆ เพี่ยวเสวี่ยเหรินผิงเซิงคือเทพแห่งโชคโดยแท้จริง เพราะหลังจากแยกย้ายกันไปได้ไม่นาน พวกเขาก็ได้รับข้อความจากเพี่ยวเสวี่ยเหรินผิงเซิงว่าเขาได้รับเควสต์วาสนาเข้าให้แล้ว

หานเจียงเทียนว่าย : ลูกพี่ ผมขอเกาะขาแบ่งความเฮงหน่อยครับ

หลานฉิวต้าเกอ : ขอแบ่งด้วยคนนะ

ฝูเหยาเวยเหลียง : บวกหนึ่ง

เสวียนอีโม่ฟ่า : เอ่อ คือผมเองก็เพิ่งได้รับเควสต์วาสนามาเหมือนกันครับ

หานเจียงเทียนว่าย : เสวียนอี้น้อยก็นับว่าเป็นเทพแห่งโชคเหมือนกันสินะเนี่ย

หลานฉิวต้าเกอ : สุดยอดไปเลย

ฝูเหยาเวยเหลียง : มีเควสต์วาสนามาพร้อมกันสองเควสต์แบบนี้ จะเริ่มทำอันไหนก่อนดีล่ะ?

เพี่ยวเสวี่ยเหรินผิงเซิง : เสวียนอี เควสต์วาสนาของนายมีการจำกัดเวลาไหม?

เสวียนอีโม่ฟ่า : ไม่มีครับ

เพี่ยวเสวี่ยเหรินผิงเซิง : งั้นมาทำเควสต์ของฉันก่อนเถอะ เควสต์นี้มันมีการจำกัดเวลาด้วย

เสวียนอีโม่ฟ่า : ได้เลยครับ

ทั้งห้าคนกลับมารวมตัวกันอีกครั้งที่ชั้นสองของเหลาอาหาร เพี่ยวเสวี่ยเหรินผิงเซิงและเสวียนอีโม่ฟ่าต่างแชร์เนื้อหาเควสต์วาสนาที่ได้รับมาให้คนอื่นๆดู

เมื่อเพี่ยวเสวี่ยเหรินผิงเซิงเห็นเควสต์ที่เสวียนม่อแชร์มาให้ เขาก็ถึงกับแอบเดาะลิ้นอยู่ในใจ

เด็กคนนี้นี่แหละคือเทพแห่งโชคตัวจริงเสียงจริง

การที่เขาได้รับเควสต์วาสนานั้น เป็นเพราะเกมนี้ถูกพัฒนาขึ้นโดยบริษัทของตระกูลฟู่ ในฐานะที่เขาเป็นนายน้อยของบริษัท เขาจึงมีความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาการวางแผนของเกมอยู่บ้าง และอาศัยความรู้นั้นทำให้ได้รับเควสต์วาสนามา ไม่ได้ดวงดีเหมือนอย่างที่เพื่อนร่วมห้องเข้าใจกัน

แต่เทพแห่งโชคที่แท้จริงคือคนตรงหน้าคนนี้ต่างหาก เควสต์ที่เด็กคนนี้ได้รับมาไม่ใช่เพียงเควสต์วาสนาธรรมดา แต่มันคือเควสต์วาสนาที่เกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่องหลักเลยนะ! ผลตอบแทนจากการทำเควสต์นี้สำเร็จ จะมากกว่าการทำเควสต์วาสนาอื่นถึงสิบเควสต์รวมกันเสียอีก

เนื่องจากเวลามีจำกัด ทุกคนจึงไม่ได้สั่งเหล้ายาปลาปิ้งมากินต่อ แต่รีบตามเพี่ยวเสวี่ยเหรินผิงเซิงไปทำเควสต์วาสนาให้เสร็จสิ้นทันที

หลังจากใช้เวลาไปสองวัน ทุกคนก็ช่วยกันทำเควสต์วาสนาของเพี่ยวเสวี่ยเหรินผิงเซิงจนสำเร็จ และสุดท้ายแต่ละคนก็ได้รับรางวัลเป็นอุปกรณ์เกรดสีส้มคนละหนึ่งชิ้น

อุปกรณ์เกรดสีส้มเชียวนะ!

ในยุคที่อุปกรณ์เกรดสีเขียวและสีน้ำเงินยังคงยึดครองตลาดส่วนใหญ่เอาไว้ได้เช่นนี้ พวกเขากลับสามารถข้ามขั้นอุปกรณ์เกรดสีม่วงไปได้รับอุปกรณ์เกรดสีส้มมาครอบครองได้โดยตรง!

หานเจียงเทียนว่ายและคนอื่นๆต่างยิ้มจนแก้มปริ พลางหยิบอุปกรณ์ที่ได้มาจูบฟอกเฟ้นด้วยความรักใคร่

เสวียนม่อเอ่ยขึ้น "มีใครอยากได้อุปกรณ์ชิ้นนี้ของผมไหม? ถ้าไม่มีใครเอา ผมจะส่งเข้าโรงประมูลแล้วนะ"

"อะไรนะ! นายคิดจะเอาอุปกรณ์เกรดสีส้มไปขายอย่างนั้นเหรอ? นายรู้ไหมว่าของมันหายากแค่ไหน?" หลานฉิวต้าเกอถามด้วยความไม่เชื่อหู

เสวียนม่อมองดูต่างหูที่ประดับด้วยทับทิมอันแสนวิจิตรบรรจงคู่นั้นพลางเบะปาก "ของที่ดูเป็นผู้หญิงจ๋าขนาดนี้ ผมไม่ใส่หรอก"

เขาเป็นชายแท้ทั้งแท่ง ไม่มีทางมาใส่ของกะจุ๊กกะจิ๊กพวกนี้เด็ดขาด

หลานฉิวต้าเกอมองใบหน้าของเสวียนม่อที่ดูสวยงามจนแยกเพศไม่ออกแล้วก็นึกในใจว่า หน้าสวยๆอย่างนายนี่ก็ดูเหมาะกับผู้หญิงดีนะ

แต่ทว่าเขาไม่กล้าพูดประโยคนี้ออกไป เพราะกลัวว่าเสวียนอีโม่ฟ่าจะเกิดคลั่งขึ้นมาแล้วคว้ากระบี่มาสับเขาเข้า พลังต่อสู้ของเสวียนอีโม่ฟ่านั้นสูงกว่าเขาตั้งไม่รู้กี่เท่า

"ขายให้ฉันเถอะ" เพี่ยวเสวี่ยเหรินผิงเซิงเอ่ยขึ้น "ฉันจะเอาไปเป็นของขวัญให้น้องสาว"

"ได้ครับ คิดราคาเป็นกันเอง ยี่สิบหินวิญญาณแล้วกัน" เสวียนม่อกดส่งการแลกเปลี่ยนต่างหูไปให้เพี่ยวเสวี่ยเหรินผิงเซิง พร้อมกับบอกราคาที่สูงลิบลิ่วออกมาอย่างไม่ลังเล เพราะอย่างไรเสียเพี่ยวเสวี่ยเหรินผิงเซิงก็เป็นมหาเศรษฐีตัวจริงอยู่แล้ว แค่นี้ขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอก

หินวิญญาณหนึ่งก้อนสามารถแลกเป็นเหรียญทองได้ถึงหนึ่งร้อยเหรียญ คราวนี้เขาก็ไม่ต้องกังวลเรื่องเงินไม่พอใช้อีกต่อไปแล้ว

จากคนที่เคยถังแตก กลายมาเป็นชนชั้นกลางในพริบตา เสวียนม่อถึงกับยิ้มจนตาหยีด้วยความสมใจ

"เอาละ ต่อไปพวกเราไปทำเควสต์วาสนาของเสวียนอีโม่ฟ่ากันเถอะ"

จบบทที่ บทที่ 16 ท่านอาเล็กได้รับเควสต์

คัดลอกลิงก์แล้ว