- หน้าแรก
- แผนการตบหน้าฉบับมืออาชีพ
- บทที่ 392 ฉันชอบคนหน้าตาดี (34)
บทที่ 392 ฉันชอบคนหน้าตาดี (34)
บทที่ 392 ฉันชอบคนหน้าตาดี (34)
หลังจากส่งอู๋นีเอ๋อร์กลับไปแล้ว อันหนิงก็ส่งจดหมายไปหาหวังชุนฮวา เพื่อนัดแนะออกมาเที่ยวเล่นด้วยกัน
หวังชุนฮวาเพิ่งจะปะทะคารมกับมารดาของเยว่จงมาพอดี ในใจกำลังคับแค้นใจอยู่พอสมควร พอเห็นอันหนิงนัดออกมาเช่นนี้ นางก็รีบแต่งเนื้อแต่งตัวมุ่งตรงไปยังจวนตระกูลเซียวทันที
ทั้งสองนัดกันไปเดินเที่ยวตลาด จากนั้นก็ไปฟังงิ้วที่โรงละครต่อหนึ่งรอบ ทั้งยังแวะซื้อเครื่องประดับที่ร้านทองอีกสองสามชิ้น
ในระหว่างที่เดินเที่ยวอยู่นั้น อันหนิงก็เอ่ยปากขอยืมใช้หมู่บ้านในไร่ของจวนตระกูลหวังกับหวังชุนฮวา
หวังชุนฮวากล่าวอย่างใจกว้างยิ่งนัก "เจ้าอยากยืมก็เอาไปใช้ได้เลย อยากไปเมื่อไรก็ไปได้ทุกเมื่อ"
ครั้นฟังงิ้วจบ หวังชุนฮวาจึงค่อยทราบว่าอันหนิงขอยืมหมู่บ้านในไร่ของนางไปเพื่อทำสิ่งใด
นางนึกสงสัยใคร่รู้ขึ้นมาทันที "ถึงตอนนั้นพาข้าไปด้วยนะ พูดตามตรง ข้าไม่เคยเห็นใครทำพิธีทางไสยศาสตร์มาก่อนเลยจริงๆ"
อันหนิงยิ้มบาง "ไม่มีอะไรน่าดูนักหรอก แต่ถ้าเจ้าอยากจะไปก็ย่อมได้ เพียงแต่ไปแล้วต้องสำรวมท่าทีให้ดี สิ่งใดที่ข้าสั่งห้ามแตะต้อง เจ้าห้ามแตะโดยเด็ดขาดนะเจ้าคะ"
หวังชุนฮวาทราบดีว่าเรื่องนี้มีอันตรายแฝงอยู่ จึงรีบรับคำทันที "ข้าจะฟังเจ้า สั่งให้ข้าทำสิ่งใดข้าก็จะทำ สิ่งใดที่สั่งห้าม ข้าจะไม่ทำแน่นอน"
ในขณะที่อันหนิงกำลังเตรียมข้าวของสำหรับทำพิธีอยู่นั้น
ทางด้านเซียวหยวนซึ่งอยู่ในตัวเมืองหลวงประจำมณฑล กลับกำลังนั่งทำข้อสอบอยู่ในสนามสอบด้วยอาการกระวนกระวาย
หัวข้อสอบของการสอบระดับมณฑลในครั้งนี้ ล้วนเป็นหัวข้อที่เซียวหยวนเคยฝึกทำมาแล้วทั้งสิ้น
เขาเขียนคำตอบได้รวดเร็วนัก เพียงแต่โจทย์ข้อสุดท้ายกลับดูพิลึกพิลั่นอยู่บ้าง ทำให้เขาไม่แน่ใจนักว่าควรจะตอบอย่างไรดี
เขาครุ่นคิดอยู่นานจนกระทั่งมีคำตอบในใจ ทว่าก่อนจะจรดพู่กันลงไป เขากลับนึกถึงคำพูดบางอย่างที่อันหนิงเคยสั่งสอนไว้ จึงได้เริ่มพิจารณาไตร่ตรองใหม่อีกรอบ
จนกระทั่งเซียวหยวนเขียนคำตอบเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ก็เริ่มเตรียมจะเก็บกระดาษคำตอบแล้ว
เขารีบวางพู่กันลง รอจนกระทั่งหมึกบนกระดาษแห้งสนิทดีจึงก้าวไปส่งข้อสอบ
ทันทีที่ก้าวออกจากสนามสอบ เซียวหยวนก็กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เขาตรงกลับไปยังบ้านเช่าเพื่ออาบน้ำชำระล้างร่างกายและเปลี่ยนอาภรณ์ชุดใหม่ จากนั้นจึงคิดจะออกไปเที่ยวเตร่หาความสำราญข้างนอก
ทว่ายังไม่ทันจะได้ก้าวพ้นประตู พ่อครัวแซ่อวี๋ที่เขาพามาด้วยก็เดินเข้ามาหาด้วยสีหน้าอมทุกข์
"นายน้อยขอรับ มีเรื่องสำคัญต้องรายงานท่านขอรับ"
เซียวหยวนหยุดชะงักฝีเท้า "ว่ามาสิ"
เครื่องหน้าบนใบหน้ากลมๆของพ่อครัวอวี๋แทบจะมากองรวมกันอยู่ที่จุดเดียว ดูแล้วก็น่าขันอยู่ไม่น้อย
เขาขยี้หน้าตัวเองทีหนึ่ง "ก่อนที่ท่านจะเข้าสนามสอบ มีคุณชายแซ่เฉียนส่งขนมมาให้ท่านไม่ใช่หรือขอรับ ตอนนั้นท่านไม่ยอมกินและสั่งให้ข้านำไปให้สุนัขกินแทน"
เซียวหยวนนึกดูแล้วก็พบว่ามีเรื่องเช่นนั้นจริง "แล้วมันทำไมหรือ?"
พ่อครัวอวี๋กล่าวด้วยสีหน้าปั้นยาก "หลังจากเจ้าดำมันกินเข้าไปแล้ว มันก็ท้องเสียอย่างหนักจนหมดเรี่ยวหมดแรง ข้าดูแล้วเกรงว่ามันจะไม่รอดเอาเสียแล้วขอรับ"
พอได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของเซียวหยวนก็เปลี่ยนไปทันที "สุนัขตัวนั้นอยู่ที่ไหน!"
พ่อครัวอวี๋นำทางเซียวหยวนไปยังสวนหลังบ้าน ทั้งสองเดินไปที่ใต้ต้นหลิวต้นหนึ่ง ก็เห็นสุนัขสีดำตัวใหญ่นอนหมอบอยู่ใต้ต้นไม้
เซียวหยวนจำสุนัขตัวนี้ได้ดี มันมักจะร่าเริงและเป็นสุนัขเฝ้าบ้านที่เก่งกาจตัวหนึ่ง ทว่ายามนี้มันกลับไม่มีแรงแม้แต่จะยืนหยัดขึ้น ดวงตาทั้งคู่หม่นแสงไร้ซึ่งชีวิตชีวา ได้แต่นอนนิ่งอยู่บนพื้นไม่ไหวติง หากไม่ใช่เพราะยังเห็นมันหายใจอยู่ เซียวหยวนคงนึกว่ามันสิ้นใจไปเสียแล้ว
เมื่อเห็นสภาพของเจ้าดำเช่นนี้ เซียวหยวนก็นึกถึงจานขนมนั้นขึ้นมาทันที
คุณชายเฉียนกับเซียวหยวนล้วนเป็นคนเมืองชิงหยวนเหมือนกัน ทั้งคู่ค่อนข้างสนิทสนมและเคยเที่ยวเล่นด้วยกันมาก่อน
เพียงแต่คุณชายเฉียนผู้นี้ต่างจากเซียวหยวน ในขณะที่เซียวหยวนเอาแต่เที่ยวเล่นสนุกสนานและไม่เคยใส่ใจการเล่าเรียนมาก่อน
ทว่าคุณชายเฉียนกลับเป็นคนใฝ่ดี เขาตั้งใจเล่าเรียนอยู่ที่สถานศึกษามาตลอด จะออกมาเที่ยวเล่นบ้างก็เฉพาะยามที่มีเวลาว่างเท่านั้น ในกลุ่มเพื่อนฝูงของเซียวหยวน คุณชายเฉียนจึงนับว่าเป็นคนที่มีความก้าวหน้าที่สุด
ในการสอบระดับอำเภอครั้งล่าสุด คุณชายเฉียนเองก็เข้าร่วมด้วย
ผลปรากฏว่าเซียวหยวนสอบได้อันดับที่หนึ่ง ส่วนคุณชายเฉียนสอบได้อันดับที่สอง
ยามที่มาสอบระดับมณฑล คุณชายเฉียนเดินทางมาถึงค่อนข้างเร็ว บ้านเช่าของเขาก็อยู่ไม่ไกลจากบ้านเช่าของเซียวหยวนนัก เขามาเยี่ยมเยียนเซียวหยวนอยู่หลายครั้ง ทั้งยังเคยชวนออกไปเดินเที่ยวด้วยกัน
ทว่าเซียวหยวนยังจำคำกำชับของอันหนิงได้แม่นยำ เขาได้ให้สัญญาต่อนางไว้ว่าจะสำรวมตนให้ดี ดังนั้นก่อนการสอบ เขาจึงไม่คิดจะออกไปเที่ยวเตร่กับคุณชายเฉียน และได้ปฏิเสธไปตรงๆหลายคราว
จนกระทั่งหนึ่งวันก่อนการสอบ คุณชายเฉียนได้ส่งคนนำขนมมามอบให้เซียวหยวนโดยเฉพาะ
ขนมพวกนี้ล้วนเป็นของโปรดของเซียวหยวน ทั้งยังทำออกมาได้อย่างประณีตบรรจง เดิมทีเขาตั้งใจจะหยิบมากิน ทว่าในจังหวะที่ยื่นมือออกไปพลันนึกถึงคำกำชับของอันหนิงที่ว่าห้ามกินของที่ผู้อื่นมอบให้เด็ดขาด เขาจึงรีบวางมันกลับลงไปทันที
ความจริงตอนนั้นเขาก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เพียงแต่เขาทั้งเชื่อมั่นและเต็มใจฟังคำสั่งของอันหนิงเป็นที่สุด ในเมื่อนางบอกไม่ให้กิน เขาก็ไม่กิน
ต่อมาเมื่อเขาถือจานขนมออกไปข้างนอก ก็บังเอิญเห็นเจ้าดำจ้องมองขนมพวกนั้นตาละห้อย หางตาของมันฉายแววอยากกินอย่างปิดไม่มิด ประจวบเหมาะกับที่เซียวหยวนเจอพ่อครัวอวี๋เข้าพอดี จึงสั่งให้เขานำขนมเหล่านั้นไปให้เจ้าดำกินแทน
หลังจากนั้นเซียวหยวนก็ไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้อีกเลย
ใครจะไปคาดคิดว่าพอกลับจากการสอบ เจ้าดำกลับมีสภาพอนาถเช่นนี้
เซียวหยวนนึกเวทนาสุนัขตัวนี้ยิ่งนัก “ไปตามหมอมาหรือยัง? รีบไปตามหมอมาดูอาการเจ้าดำเร็วเข้า”
พ่อครัวอวี๋ทอดถอนใจ “นายน้อยขอรับ จะมีหมอที่ไหนยอมมาตรวจอาการให้สุนัขกันเล่าขอรับ”
คำพูดนี้ก็มีเหตุผล
เซียวหยวนครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปสั่งบ่าวรับใช้คนหนึ่ง “เจ้าไปสืบดูทีว่าในเมืองนี้หมอท่านใดเก่งที่สุด พอทราบแล้วก็ไปหาหมอท่านนั้น ขอให้เขาจัดยาแก้ท้องร่วงมาให้สักหน่อย”
บ่าวรับใช้ผู้นั้นรับคำสั่งแล้วรีบวิ่งออกไปหายาทันที
ยามนี้เซียวหยวนหมดอารมณ์จะออกไปเที่ยวเตร่แล้ว เขาเดินกลับเข้าห้องด้วยความรู้สึกไม่สบายใจนัก
หากเขาไม่ใช่คนโง่จนเกินเยียวยา ย่อมมองออกว่านี่เป็นแผนร้ายของคุณชายเฉียนที่จงใจเล่นงานเขา
คงเป็นเพราะคุณชายเฉียนนึกอิจฉาที่เขาได้ตำแหน่งอั้นโส่วในการสอบระดับอำเภอจนข้ามหน้าข้ามตาไปกระมัง จึงได้แอบใส่ยาถ่ายลงในขนมแล้วนำมามอบให้ หวังจะให้เขาท้องร่วงจนหมดแรงสู้และหมดสิทธิ์เข้ารับการสอบระดับมณฑล
คนผู้นี้ช่างใจแคบนัก ทั้งจิตใจยังไม่ซื่อตรง วันหน้าเห็นทีต้องอยู่ห่างๆเข้าไว้
อย่างไรก็ตาม หนี้แค้นที่คุณชายเฉียนทำไว้ เซียวหยวนจดจำลงบัญชีไว้แล้ว ในภายหน้าเขาจะหาทางทวงคืนความยุติธรรมให้จงได้
ในขณะที่เซียวหยวนเกือบจะพลาดการสอบสำคัญ ทางด้านนายท่านเซียวที่อยู่ไกลออกไปทางทิศใต้กลับกำลังเบิกบานใจยิ่งนัก
เขาเดินทางด้วยความเร็วตามที่อันหนิงแนะนำ เมื่อไปถึงเมืองเฉวียนเฉิงก็เป็นเวลาใกล้ค่ำพอดี นายท่านเซียวจึงไม่ได้รีบร้อนออกไปดูสินค้าแต่เลือกที่จะพักผ่อนก่อน
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น เขาเดินทางไปที่ชายทะเล เดิมทีตั้งใจจะซื้ออาหารทะเลสดๆมาให้คนจัดเตรียมให้กิน
แต่ใครจะรู้ว่าเดินอยู่ดีๆ กลับไปพบกับพ่อค้าชาวตะวันตกคนหนึ่ง
พ่อค้าผู้นั้นดูท่าทางซูบเซียวเสื้อผ้าที่สวมใส่ทั้งสกปรกและขาดวิ่น ท่าทางไร้ซึ่งชีวิตชีวา
เขาเกือบจะเดินชนนายท่านเซียวเข้า นายท่านเซียวจึงช่วยพยุงไว้และเอ่ยทักทายอย่างสุภาพ
เมื่อพ่อค้าคนนั้นเห็นการแต่งกายของนายท่านเซียว ก็ล่วงรู้ได้ทันทีว่าเป็นผู้มีอันจะกิน เขาจึงทำเหมือนเจอที่พึ่งสุดท้าย เดินตามนายท่านเซียวต้อยๆ พร้อมกับพยายามเสนอขายสินค้าที่ตนนำติดตัวมาด้วย
เดิมทีนายท่านเซียวก็อยากได้สินค้าจากต่างแดนอยู่แล้ว ทว่าสิ่งที่เขาต้องการคือพวกน้ำหอม กระจกแก้ว รวมถึงอัญมณีและเครื่องเทศ
ทว่าสิ่งที่พ่อค้าชาวตะวันตกผู้นำมากลับเป็นพวกเมล็ดพันธุ์ ตำรา รวมถึงเครื่องกลและกลไกประณีตหลากหลายชนิด
แน่นอนว่าเขามีผ้าพับ อัญมณี และเครื่องเทศติดมาด้วย แต่นั่นเป็นเพียงส่วนน้อยนิดเท่านั้น
หากเขาคิดจะขายเพียงอัญมณีให้นายท่านเซียว นายท่านเซียวคงตัดสินใจซื้อโดยไม่ลังเล
ทว่าพ่อค้าผู้นี้กลับดื้อรั้นนัก เขายืนกรานว่าหากจะซื้อต้องเหมาหมดทั้งลำเรือ หากไม่เหมาเขาก็ไม่ขาย
นายท่านเซียวเริ่มนึกโมโหและคิดจะปฏิเสธไปเสีย
แต่ในจังหวะที่กำลังจะอ้าปากพูด เขาก็พลันนึกถึงคำกำชับของอันหนิงขึ้นมาได้
อันหนิงเคยบอกไว้ว่า เขาจะได้พบกับพ่อค้าชาวตะวันตกที่นี่ และกำชับให้เขาเหมาซื้อสินค้าทั้งหมดของพ่อค้าผู้นั้นไว้ให้หมดทั้งลำเรือ
หลังจากผ่านเหตุการณ์พรายน้ำมาได้ นายท่านเซียวก็กลายเป็นผู้ศรัทธาอันหนิงอย่างงมงาย
ไม่ว่าอันหนิงจะกล่าวสิ่งใด เขาล้วนเชื่อถืออย่างไร้ข้อกังขา
เขาไม่สนใจว่าจะได้กำไรหรือขาดทุน จึงตามพ่อค้าคนนั้นไปตรวจดูสินค้าทันที
สินค้าที่พ่อค้าคนนี้นำมามีจำนวนไม่น้อยเลยจริงๆ ทว่าส่วนใหญ่ล้วนเป็นของที่พ่อค้าในราชวงศ์ต้าจิ่งไม่คิดจะชายตามอง
แม้ในใจนายท่านเซียวจะรู้สึกผิดหวังอยู่บ้าง แต่เขาก็ยังต่อรองราคากับพ่อค้าชาวตะวันตกผู้นั้น ก่อนจะตัดสินใจเหมาซื้อข้าวของทุกชิ้นมาทั้งหมด