- หน้าแรก
- แผนการตบหน้าฉบับมืออาชีพ
- บทที่ 359 ฉันชอบคนหน้าตาดี (1)
บทที่ 359 ฉันชอบคนหน้าตาดี (1)
บทที่ 359 ฉันชอบคนหน้าตาดี (1)
“ท่านมีความปรารถนาใดที่ยังไม่สมหวังงั้นหรือ?”
อันหนิงเอ่ยถามสตรีผู้สูงศักดิ์ตรงหน้า
สตรีผู้นั้นมีท่วงท่านอบน้อมและสง่างาม หลังจากทำความเคารพอันหนิงแล้ว เธอก็ทรุดตัวลงนั่งตรงข้ามพลางเอ่ยว่า “ข้าไม่อยากแต่งงานกับชายอัปลักษณ์อีกแล้ว”
เอ๋?
นี่มันคือความปรารถนาแบบไหนกัน
หลังจากอันหนิงซักถามอย่างละเอียด จึงได้ทราบถึงเรื่องราวในชีวิตของสตรีผู้นี้
ที่แท้สตรีสูงศักดิ์คนนี้มีนามว่า เหออันหนิง
เหออันหนิงสูญเสียมารดาไปตั้งแต่ยังเด็ก เธอถูกเลี้ยงดูจนเติบใหญ่มาด้วยน้ำพักน้ำแรงของบิดาผู้เป็นจวี่เหรินเพียงลำพัง
เธอกับบิดามีความผูกพันกันลึกซึ้ง
เขามีเหออันหนิงเป็นลูกเพียงคนเดียว เขาและภรรยาเติบโตมาด้วยกัน จึงมีความรักต่อกันอย่างมั่นคง เมื่อภรรยาจากไป เขาจึงไม่คิดตบแต่งใครใหม่ ทุ่มเททั้งใจให้กับการเลี้ยงดูบุตรสาวเพียงคนเดียว
เนื่องจากมีบุตรสาวเพียงคนเดียว เขาจึงพิถีพิถันในการอบรมสั่งสอนเหออันหนิงเป็นอย่างมาก
เขาเลี้ยงดูเหออันหนิงเยี่ยงบุตรชาย ไม่เพียงแต่ให้เรียนรู้คัมภีร์ซื่อซูอู๋จิงหรือศิลปะทั้งสี่ แต่ยังไหว้วานให้สหายสนิทช่วยสอนวิชาป้องกันตัวพื้นฐานให้เธออีกด้วย
เขาเฝ้าหวังว่า เหออันหนิงที่เติบโตมาเช่นนี้ ไม่ว่าจะแต่งเข้าบ้านใดก็ย่อมจะประคับประคองชีวิตให้รุ่งเรืองได้
ช่างน่าเวทนาที่เหอจวี่เหรินอุตส่าห์วางแผนเพื่อบุตรสาวอย่างสุดกำลัง แต่กลับอยู่ไม่ถึงวันที่เหออันหนิงจะได้ออกเรือน
ตอนที่เหออันหนิงอายุได้สิบเอ็ดปี สุขภาพของเหอจวี่เหรินก็เริ่มย่ำแย่ลงเรื่อยๆ จนกระทั่งเธออายุได้สิบสองปีเขาก็สิ้นใจไป
ตระกูลเหอไร้ซึ่งญาติมิตร ก่อนสิ้นลมเหอจวี่เหรินไม่อาจวางใจเรื่องบุตรสาวได้ จึงได้ฝากฝังเหออันหนิงไว้กับ 'สวี่เผิงจวี่' สหายคนสนิท
ทว่าสวี่เผิงจวี่เองก็มีบุตรสาวคนหนึ่งที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับเหออันหนิงพอดิบพอดี
บุตรสาวของสวี่เผิงจวี่มีชื่อว่า สวี่เป่าเอ๋อร์ หลังจากเหออันหนิงย้ายเข้าไปอยู่ในจวนตระกูลสวี่ ทั้งสองก็ได้อยู่และวิ่งเล่นด้วยกันจนมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นประดุจพี่น้องท้องเดียวกัน
สวี่เผิงจวี่และเหอจวี่เหรินนั้นมีความสัมพันธ์ที่เหนียวแน่นดั่งพี่น้องร่วมสาบาน เขาจึงดูแลเหออันหนิงอย่างใส่ใจ เสื้อผ้าอาหารการกินล้วนจัดหาให้ทัดเทียมกับบุตรสาวในไส้ เพราะเกรงว่าจะทำให้บุตรสาวของสหายต้องน้อยเนื้อต่ำใจ
เมื่อสวี่เผิงจวี่ดูแลเหออันหนิงเป็นอย่างดี มีหรือที่สวี่ฮูหยินจะไม่ปฏิบัติต่อเธออย่างดีตามไปด้วย
ด้วยเหตุนี้ แม้จะต้องอาศัยชายคาผู้อื่นอยู่ แต่ชีวิตของเหออันหนิงก็นับว่าราบรื่นและสุขสบายไม่น้อย
วันเวลาผ่านพ้นไปเช่นนั้น จนกระทั่งถึงวัยที่ต้องออกเรือน
เดิมทีเหออันหนิงมีการหมั้นหมายมาตั้งแต่เด็ก ส่วนสวี่เป่าเอ๋อร์เองก็มีคู่หมั้นคู่หมายที่ผู้ใหญ่หมั้นหมายกันไว้ตั้งแต่ในครรภ์
เหอจวี่เหรินผู้นี้เป็นคนมีน้ำใจกว้างขวาง คบหาสหายไปทั่วทุกวงการและไม่ได้ถือตัวเรื่องฐานะตระกูล ในอดีตนายท่านตระกูลเซียวเคยให้ความช่วยเหลือเหอจวี่เหรินไว้ เขาจึงตกลงกับนายท่านเซียวว่าจะให้บุตรของทั้งสองฝ่ายตบแต่งกันเพื่อเชื่อมสัมพันธ์
ตระกูลเซียวนี้นับว่ามั่งคั่งยิ่งนัก หลังจากหมั้นหมายกับตระกูลเหอแล้ว นายท่านเซียวก็ทำกิจการสำเร็จอีกหลายอย่างจนได้กำไรมหาศาล ส่งผลให้ตระกูลเซียวร่ำรวยขึ้นกว่าเดิม จนกลายเป็นเศรษฐีอันดับหนึ่งในพื้นที่นั้นไปโดยปริยาย
แต่นั่นยังไม่เท่าไหร่ ที่สำคัญคือ 'เซียวหยวน' บุตรชายของนายท่านเซียวนั้นมีหน้าตาหล่อเหลาคมคายเหนือสามัญ ทุกครั้งที่ก้าวเท้าออกจากบ้านเป็นต้องถูกบรรดาสตรีทั้งน้อยใหญ่รุมล้อมจดจ้อง ไม่รู้ว่าได้ครองใจหญิงสาวไปมากมายเท่าใด
ในทางกลับกัน 'เยว่จง' คู่หมั้นของสวี่เป่าเอ๋อร์กลับมีชะตาชีวิตที่ต่างจากตระกูลเซียวราวฟ้ากับเหว
นายท่านตระกูลเยว่ล้มป่วยและเสียชีวิตไปนานแล้ว ทิ้งให้เยว่จงต้องใช้ชีวิตลำบากตรากตรำกับมารดาที่เป็นหม้ายเพียงลำพัง ทรัพย์สินที่มีก็ร่อยหรอลงเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงวัยที่สวี่เป่าเอ๋อร์ควรจะแต่งงาน ตระกูลเยว่แทบจะขัดสนจนไม่มีจะกิน
เรื่องนี้ใต้เท้าสวี่ไม่ได้ติดใจอะไรนัก ด้วยตระกูลสวี่นั้นร่ำรวย แค่เจียดเงินช่วยเหลือเพียงเล็กน้อยก็ย่อมได้
แต่ติดอยู่ที่ว่า... เยว่จงผู้นี้กลับมีหน้าตาที่ขัดต่อความรู้สึกของผู้พบเห็นเสียเหลือเกิน
หากเทียบกับคนทั่วไป เยว่จงก็นับว่าน่าเกลียดมากอยู่แล้ว แต่ถ้าหากนำไปยืนคู่กับเซียวหยวนเมื่อไหร่ล่ะก็... สภาพของเขาคงดูไม่ได้จนแทบไม่อยากจะเหลียวมองเลยทีเดียว
สวี่เผิงจวี่นั้นรักและสงสารบุตรสาวจับใจ มีหรือจะยินยอมให้สวี่เป่าเอ๋อร์แต่งเข้าไปอยู่ในครอบครัวเช่นนั้นได้
เมื่อถึงเวลาที่หญิงสาวทั้งสองต้องออกเรือน สวี่เผิงจวี่จึงตัดใจทำเรื่องที่ถือว่าหักหลังต่อสหายสนิท แม้มโนธรรมในใจจะคอยหลอกหลอนจนเขารู้สึกผิดบาปยิ่งนัก แต่เพื่ออนาคตที่ดีของบุตรสาวตนเอง เขาก็จำเป็นต้องทำ
เขาตกลงกับตระกูลเซียวและตระกูลเยว่ โดยอ้างว่าสวี่เป่าเอ๋อร์กับเหออันหนิงนั้นรักใคร่กันประดุจพี่น้องแท้ๆ จึงอยากจะออกเรือนไปพร้อมกัน งานมงคลของหญิงสาวทั้งสองจึงถูกจัดขึ้นในวันเดียวกัน ซึ่งทั้งสองตระกูลก็ไม่ได้ขัดข้องประการใด
ทว่าในวันส่งตัวนั่นเอง สวี่เผิงจวี่กลับสั่งให้บ่าวไพร่แสร้งประคองเจ้าสาวขึ้นเกี้ยวผิด
เหออันหนิงที่เดิมทีควรจะได้แต่งเข้าสู่ตระกูลมหาเศรษฐี กลับต้องไปแต่งให้เยว่จง ซิ่วไฉผู้ยากไร้ ส่วนสวี่เป่าเอ๋อร์ที่ควรจะเป็นภรรยาของซิ่วไฉ กลับได้แต่งให้เซียวหยวนแทน
เหออันหนิงก้าวเท้าเข้าสู่ห้องหอเพิ่งตระหนักว่าขึ้นเกี้ยวผิดเสียแล้ว ทว่าในตอนนั้น ทุกอย่างก็สายเกินจะแก้
จะว่าไปแล้ว เหออันหนิงผู้นี้ก็คือพวกชอบคนหน้าตาดีคนหนึ่ง
นางชื่นชอบบุรุษรูปงามหมดจด ไม่ได้ชอบผู้ชายในแบบของเยว่จงเลยแม้แต่น้อย ทว่านางเป็นสตรีโบราณที่ยังคงยึดถือในหลักสามเชื่อฟังสี่คุณธรรม แม้ในใจจะรู้สึกรังเกียจเยว่จงเพียงใด แต่ในเมื่อเรื่องราวดำเนินมาถึงขั้นนี้แล้ว นางจึงทำได้เพียงยอมรับฐานะสะใภ้ตระกูลเยว่ต่อไป
เหออันหนิงเป็นคนมีปณิธาน มีศักดิ์ศรี ทั้งยังเปี่ยมด้วยความสามารถ หลังจากแต่งเข้าบ้านเยว่ นางก็เคี่ยวเข็ญให้เยว่จงหมั่นศึกษาเล่าเรียน ทั้งยังใช้สินเดิมของนางซื้อที่ดินเพิ่มพูนทรัพย์สิน จนกิจการของตระกูลเยว่รุ่งเรืองเฟื่องฟูขึ้นมา
แม้แต่มารดาหม้ายของเยว่จงที่ขึ้นชื่อเรื่องความจุกจิกและรับมือได้ยาก เมื่อต้องมาเจอกับลูกสะใภ้อย่างเหออันหนิงที่มีทั้งวรยุทธ์ ความรู้ และทรัพย์สิน นางก็ถูกกำราบจนเชื่อง ไม่กล้าก่อเรื่องวุ่นวายแม้แต่นิดเดียว
ในขณะที่สวี่เป่าเอ๋อร์นั้นถูกเลี้ยงดูมาแบบไข่ในหินจนค่อนข้างอ่อนต่อโลก ช่วงแรกที่แต่งเข้าตระกูลเซียว นางกับเซียวหยวนก็ถือว่ารักใคร่ปรองดองกันดี ทว่าเวลาแห่งความสุขนั้นช่างสั้นนัก ไม่นานเซียวหยวนก็เริ่มออกลายทำตัวเสเพล ทั้งดื่มสุรา เล่นพนัน และเที่ยวซ่อง ครบถ้วนทุกความเลวร้าย ทั้งยังมักจะไม่กลับบ้านกลับช่อง สวี่เป่าเอ๋อร์ทะเลาะกับเขาหลายต่อหลายครั้ง ทว่ายิ่งทะเลาะ เซียวหยวนก็ยิ่งรำคาญและเมินเฉยต่อนางมากขึ้นเท่านั้น
ต่อมาเซียวหยวนยิ่งพนันหนักขึ้นเรื่อยๆจนผลาญสมบัติของตระกูลเซียวไปจนแทบจะหมดสิ้น กระทั่งนายท่านและฮูหยินตระกูลเซียวก็ต้องตรอมใจตายเพราะความโกรธแค้นในตัวบุตรชาย เซียวหยวนจึงเริ่มเอาสินเดิมของสวี่เป่าเอ๋อร์ไปเล่นพนันต่อ พอเงินหมดก็ไปขอยืมจากสวี่เผิงจวี่ จนทำเอาพ่อตาอย่างสวี่เผิงจวี่ต้องตกที่นั่งลำบากไปด้วย
ส่วนทางด้านเหออันหนิง เยว่จงภายใต้การสนับสนุนของนางก็สอบติดจวี่เหริน ตามด้วยจิ้นซื่อ และได้เข้ารับราชการในที่สุด
ตอนที่เขาไปรับตำแหน่ง เขาก็พามารดาและเหออันหนิงไปด้วย เขาเป็นนายอำเภออยู่สามปี และเนื่องจากมีผลการประเมินดีเยี่ยมในทุกปี จึงได้เลื่อนขั้นเป็นเจ้าเมือง หลังจากผ่านไปห้าปีก็ได้เข้าสู่เมืองหลวงเพื่อรับตำแหน่งรองเสนาบดีกรมคลัง
จนกระทั่งถึงวันที่เซียวหยวนผลาญสมบัติจนพาให้ตระกูลสวี่ตกต่ำขัดสนไปด้วย เยว่จงก็ได้กลายเป็นขุนนางใหญ่ระดับหนึ่ง ส่วนเหออันหนิงก็ได้รับพระราชทานยศเป็นฮูหยินตราตั้งระดับหนึ่ง
แม้จะกล่าวได้ว่าในตอนแรกสวี่เผิงจวี่จะคิดร้ายสลับตัวเจ้าสาว แต่ถึงอย่างไรเหออันหนิงก็เติบโตมาในตระกูลสวี่หลายปี ในช่วงเวลาเหล่านั้น สวี่เผิงจวี่และสวี่ฮูหยินต่างก็ดูแลนางอย่างสุดความสามารถและไม่เคยละเลยแม้แต่น้อย
อีกทั้งตอนที่เหออันหนิงออกเรือน สวี่เผิงจวี่เองก็คงจะรู้สึกผิดต่อนาง จึงได้เพิ่มสินเดิมให้นางเป็นพิเศษ และหลังจากนางแต่งงานไปแล้ว เขาก็มาขอโทษนางด้วยตนเอง ทั้งยังให้ความช่วยเหลือแก่นางอีกมากมาย เดิมทีเหออันหนิงมีความโกรธแค้นต่อสวี่เผิงจวี่อยู่บ้าง แต่ภายหลังนางก็คิดตกและไม่ถือสาหาความอีก
เมื่อตระกูลสวี่และตระกูลเซียวตกอับ เหออันหนิงก็ได้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือนับว่าเป็นผู้ที่หนักแน่นในบุญคุณความแค้นและเปี่ยมด้วยคุณธรรมอย่างหาได้ยากยิ่งคนหนึ่ง
หลังจากเหออันหนิงเล่าเรื่องราวในอดีตจบ อันหนิงก็รู้สึกแปลกใจขึ้นมา "ชีวิตของท่านก็ดูราบรื่นดี แม้ช่วงครึ่งชีวิตแรกจะลำบากไปบ้าง แต่ครึ่งชีวิตหลังก็นับว่าดีเยี่ยม ยามชราก็มีวาสนาได้เสวยสุขท่ามกลางลูกหลานเต็มบ้าน แล้วท่านยังมีเรื่องใดที่ไม่สมหวังอีกงั้นหรือ?"
อันหนิงคิดไม่ตกจริงๆว่าในเมื่อเหออันหนิงใช้ชีวิตได้ประสบความสำเร็จถึงขนาดนี้แล้ว ทำไมยังต้องเดินทางมาหาเธอที่นี่อีก?