- หน้าแรก
- แผนการตบหน้าฉบับมืออาชีพ
- บทที่ 319 ข้าคือฮูหยินเฒ่าแห่งจวนโหว (8)
บทที่ 319 ข้าคือฮูหยินเฒ่าแห่งจวนโหว (8)
บทที่ 319 ข้าคือฮูหยินเฒ่าแห่งจวนโหว (8)
ทางฝั่งครอบครัวเดิมของซ่งซื่อและหยางซื่อต่างเดินทางมาถึง รวมถึงสวี่ซื่อ แม่เลี้ยงของหยางซื่อด้วย
สวี่ซื่อผู้นี้เป็นคนเจ้าเล่ห์ เวลาอยู่ที่บ้านนางปฏิบัติกับหยางซื่ออย่างย่ำแย่และด่าทอไม่เว้นวัน ทว่ายามออกสู่สายตาภายนอก นางกลับรู้จักวางท่าเป็นมารดาผู้แสนดีและเปี่ยมด้วยเมตตาได้อย่างแนบเนียน
ภายในห้องโถงพิธีศพ สวี่ซื่อคอยไต่ถามสารทุกข์สุกดิบกับหยางซื่ออย่างใกล้ชิด จนคนนอกมองดูแล้วพากันนึกไปว่าความสัมพันธ์ของแม่ลูกคู่นี้ช่างลึกซึ้งยิ่งนัก
หยางซื่อเห็นสวี่ซื่อเสแสร้งร่ายงิ้วเช่นนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะหวนคิดถึงอันหนิง นางนึกถึงยามที่อันหนิงแสดงท่าทีเย็นชาใส่ ทว่าความจริงแล้วกลับห่วงใยและคอยช่วยเหลืออยู่ลับๆโดยไม่เคยปริปากบอก
พอนึกได้ดังนั้นนางก็ร้องไห้โฮออกมาอีกครั้ง ยามที่มองสวี่ซื่อ หยางซื่อก็ยิ่งสะอื้นไห้อย่างเจ็บปวด แม้ปากจะบอกว่าอาลัยอันหนิง แต่ความจริงนางกำลังเวทนาในชะตากรรมของตนเอง
นอกจากนี้ หยางซื่อยังจงใจจะยั่วโมโหสวี่ซื่อด้วย ยามที่นางร้องไห้หน้าศพ นางไม่ยอมเรียกอันหนิงว่าฮูหยินผู้เฒ่าตามยศ แต่กลับขานเรียก "ท่านแม่" อย่างสนิทสนม
"ท่านแม่... เมื่อวานลูกมาคำนับ ท่านแม่ยังบอกลูกอยู่เลยว่าอากาศเริ่มหนาวแล้ว ให้ลูกสวมเสื้อผ้าเพิ่มหลายๆชั้น ทั้งยังบอกว่าหากหนาวนักก็ไม่ต้องมาหาด้วยเกรงว่าลูกจะหนาวจนล้มป่วย ใครจะนึกว่าเพียงข้ามคืนลูกจะไม่มีโอกาสได้เห็นหน้าท่านอีกแล้ว ท่านทำให้ลูกเจ็บปวดใจเหลือเกินเจ้าค่ะ ท่านแม่ของลูก... ท่านจากไปเช่นนี้ แล้วลูกจะเหลือใครให้ขานเรียกชื่อแม่ได้อีก"
หยางซื่อร้องไห้คร่ำครวญเสียงดังลั่น จนสวี่ซื่อที่ปั้นหน้าเมตตาอยู่ถึงกับรักษาหน้ากากเอาไว้ไม่อยู่
สวี่ซื่อโกรธจนตัวสั่น แต่ในโถงพิธีศพเช่นนี้ทางทำอะไรไม่ได้เลย เพราะเจ้าของงานศพคืออดีตฮูหยินโหวผู้ที่เคยช่วยชีวิตองค์ไท่จู่เอาไว้ แม้แต่จักรพรรดิเจี้ยนหยวนยังทรงให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ หากใครบังอาจมาสร้างความวุ่นวายที่นี่ มีหวังได้ถูกฮ่องเต้เล่นงานจนไม่มีที่ยืนแน่
ใบหน้าของสวี่ซื่อเปลี่ยนสีไปมาอย่างน่าขัน
หยางซื่อลอบสังเกตเห็นก็รู้สึกสะใจอยู่ลึกๆ จึงยิ่งแสร้งโศกเศร้าหนักขึ้น "ลูกไม่เคยรู้เลยว่าการมีแม่คอยรักนั้นเป็นอย่างไร จนกระทั่งแต่งเข้าตระกูลถังและได้มาพบกับท่านแม่ ถึงได้รู้ซึ้งว่าการถูกมารดาเอ็นดูนั้นอบอุ่นเพียงใด ท่านแม่เจ้าคะ เหตุใดท่านถึงจากไปเร็วเช่นนี้ ท่านทำให้ลูกปวดใจเหลือเกิน..."
นางทั้งร้องไห้ทั้งแสดงละคร จนทำเอาเด็กๆในโถงพิธี รวมถึงถังไป๋ ต่างก็พลอยร้องไห้จนตาแดงก่ำไปตามๆกัน
โดยเฉพาะถังไป๋... วันนี้เขาเพิ่งถูกซ่งซื่อด่าทอมาอีกชุดใหญ่
เมื่อวานยามถูกซ่งซื่อลงโทษ เขายังวิ่งไปหาอันหนิงเพื่อขอความคุ้มครองได้ แต่วันนี้ไม่มีใครคอยปกป้องเขาอีกแล้ว
เมื่อถังไป๋นึกว่าจากนี้ไปจะไม่มีท่านย่าที่คอยรักและเมตตาเขาอีก เขาก็ร้องไห้โฮออกมาอย่างสุดกลั้น
สวี่ซื่อทนอยู่ในโถงพิธีศพต่อไปไม่ไหว จึงหาข้ออ้างปลีกตัวออกมาข้างนอก
ทันทีที่พ้นสายตาคน สวี่ซื่อก็ฮึดฮัดอย่างหัวเสีย "ทีแรกนึกว่าเป็นคนวาสนาน้อย ที่ไหนได้กลับมีโชคลาภมหาศาลเช่นนี้"
ใช่แล้ว สวี่ซื่อกำลังนึกเสียใจภายหลังอย่างหนัก
ยามที่นางส่งหยางซื่อแต่งเข้าตระกูลถังในตอนนั้น ตระกูลถังยังไม่ได้มียศถาบรรดาศักดิ์เป็นโหว ถังฟางเป็นเพียงแม่ทัพที่มาจากตระกูลชาวนา ไม่อาจเทียบกับตระกูลหยางได้เลยสักนิด
ยิ่งไปกว่านั้น หยางซื่อเป็นบุตรสาวคนโตที่เกิดจากภรรยาเอก แต่ถังเป่ากั๋วกลับเป็นบุตรชายคนที่สอง
ตามธรรมเนียมแล้ว บุตรสาวคนโตย่อมต้องแต่งกับบุตรชายคนโตเพื่อสืบทอดกิจการตระกูล
สวี่ซื่อเห็นว่าถังเป่ากั๋วเป็นลูกคนที่สองที่ดูไม่มีอนาคต คงไม่มีมรดกให้สืบทอดมากมายนัก แถมพี่สะใภ้ใหญ่ตระกูลถังยังเป็นคนเฉลียวฉลาดทันคน สวี่ซื่อหวังจะให้หยางซื่อไปลำบาก จึงแกล้งหว่านล้อมใต้เท้าหยางให้ยกหยางซื่อให้แต่งกับถังเป่ากั๋ว
หลายปีมานี้หยางซื่อถูกซ่งซื่อกดข่มมาตลอด สวี่ซื่อจึงมักจะกระหยิ่มยิ้มย่องในใจว่าบุตรสาวของตนแต่งงานไปได้ดิบได้ดีกว่าหยางซื่อหลายเท่า
แต่ใครจะนึกว่า ฮูหยินโหวที่ใกล้ตายกลับยกตำแหน่งโหวให้ถังเป่ากั๋วสืบทอด มิหนำซ้ำยังแบ่งสมบัติให้มากมายมหาศาล พอแบ่งสมบัติเสร็จยายแก่คนนี้ก็ดันมาตายเสียได้ ช่างเป็นการปูทางที่แสนดีให้หยางซื่อจริงๆ
ตอนนี้หยางซื่อกลายเป็นใหญ่ในบ้าน ไม่มีแม่สามีหรือพี่สะใภ้มาคอยกดหัว ทั้งยังเป็นที่รักใคร่ของสามี ลูกๆก็ดูเชื่อฟังและกตัญญู ช่างเป็นชีวิตที่สมบูรณ์แบบจนไม่มีที่ให้ติจริงๆ
ที่สำคัญคือ ยามนี้หยางซื่อเป็นถึงฮูหยินตราตั้งขั้นหนึ่งพิเศษ ซึ่งบุตรสาวของสวี่ซื่อไม่มีทางเทียบติดได้เลย
นั่นจึงเป็นเหตุให้สวี่ซื่อโกรธจัดจนแทบกระอัก
ภายในโถงพิธีศพ
ถังไป๋เห็นหยางซื่อร้องไห้โศกเศร้าปานนั้น เขามองออกว่านั่นคือการหลั่งน้ำตาจากความจริงใจโดยไม่มีสิ่งใดเคลือบแฝง จึงรู้สึกสนิทใจกับหยางซื่อมากขึ้นอย่างมาก
ในทางกลับกัน เมื่อเขามองไปทางซ่งซื่อที่แสร้งก้มหน้าทำเป็นร้องไห้ แต่กลับลอบแววตาพึงพอใจออกมาเป็นระยะ ไม่รู้เพราะเหตุใด ภายในใจของเขาจึงบังเกิดความโกรธแค้นขึ้นมาหลายส่วน
ทางด้านถังเป่ากั๋วที่ร้องไห้จนอ่อนแรง เมื่อหันไปสังเกตเห็นหยางซื่อร้องไห้แทบขาดใจจนเกือบจะสิ้นสติ ก็รู้สึกว่าหยางซื่อช่างเป็นคนดีนัก นางมีความกตัญญูต่ออันหนิงจากใจจริง
ยิ่งได้ยินหยางซื่อคร่ำครวญเรียกท่านแม่ทุกคำ บอกว่าท่านแม่จากไปลูกปวดใจเหลือเกิน ท่านแม่สิ้นแล้วลูกก็เหมือนถูกควักหัวใจออกไป เขาจึงรู้สึกตื้นตันใจอย่างยิ่ง และคิดว่าเพียงแค่ความจริงใจที่หยางซื่อมีต่ออันหนิงเช่นนี้ หากวันหน้าเขาทำตัวไม่ดีต่อนาง เขาก็คงไม่ใช่คนแล้ว
อันหนิงหาได้สนใจไม่ว่าหลังจากนางจากไปแล้ว จวนจงหยงโหวจะเป็นอย่างไร
ยามนี้นางนั่งอยู่ภายในรถม้า ยิ่งออกห่างจากเมืองหลวงมากเท่าใด นางก็ยิ่งรู้สึกว่าแรงกดข่มบนร่างกายเบาบางลงเท่านั้น อันหนิงจึงรู้ว่านางคาดเดาไม่ผิด
และในเวลานี้เอง อันซินก็กล้าปรากฏตัวออกมา
ทันทีที่ปรากฏกาย อันซินก็ปาดเหงื่อเย็นเฉียบพลัน "หวุดหวิดไปจริงๆ"
อันหนิงหัวเราะเสียงหนึ่ง "ก็หวุดหวิดน่ะสิ เกือบจะต้องทิ้งชีวิตไว้ที่นี่เสียแล้ว"
"หนิงหนิง นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?"
อันซินไม่เข้าใจว่าโลกใบนี้เป็นอะไรไป "เธออย่าบอกนะว่าเป็นเพราะกฎของโลกหรือชะตาฟ้าลิขิต ต่อให้เป็นเจตจำนงแห่งฟ้าของโลกใบเล็กๆก็ไม่น่าจะว่างงานจนจงใจพุ่งเป้ามาที่เธอคนเดียวแบบนี้ อีกอย่างสวรรค์นั้นยุติธรรม ไม่น่าจะเห็นแก่ตัวถึงขั้นบีบคั้นไม่ให้เธอมีทางรอด ต่อให้เจ้าของร่างเดิมถึงคราตาย แต่เมื่อเธอผ่านพ้นเคราะห์นั้นมาได้ สวรรค์ก็ไม่ควรจะเข้ามาแทรกแซงอีก แต่ครั้งนี้มันกลับ..."
สิ่งที่อันซินพูดนั้นถูกต้อง
มหาธรรมนั้นยุติธรรมยิ่งนัก ทุกสิ่งดำเนินไปตามกฎเกณฑ์ที่แน่นอน ส่วนมนุษย์เดินดินในโลกใบนี้จะเป็นอย่างไร ตราบใดที่ไม่ได้ออกนอกเส้นทางหลักจนเกินไป สวรรค์ย่อมไม่ลงมาข้องเกี่ยว
สรรพสิ่งในโลกนี้สำหรับเจตจำนงแห่งฟ้าแล้วล้วนเป็นเพียงมดปลวก ใครจะมาสนกันว่ามดตัวหนึ่งในรังจะอายุยืนกว่าปกติเพียงไม่กี่วินาที?
อันหนิงไม่รู้จะอธิบายให้อันซินฟังอย่างไรดี
นางนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจและอธิบายในรูปแบบที่อันซินจะเข้าใจได้ง่ายว่า "ฉันรู้สึกว่าโลกใบนี้มันผิดปกติมาก เหมือนโลกนี้ถูกควบคุมโดยมิติที่เหนือกว่าอีกทีหนึ่ง ที่นี่เป็นเหมือนเกมที่คนในมิตินั้นสร้างขึ้นมาเล่นกัน"
พอพูดเช่นนี้ อันซินก็เข้าใจได้ในทันที
"เธอจะบอกว่าโลกใบนี้เป็นแค่ของเล่นของใครบางคน หรือพูดง่ายๆคือเป็นโลกในเกมที่ถูกสร้างขึ้นมา ส่วนเธอคือ NPC อย่างนั้นเหรอ?"
อันหนิงพยักหน้า
อันซินรู้สึกตกใจมาก "แบบนี้มันประหลาดเกินไปแล้ว แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง มันก็อธิบายได้ว่าทำไมเธอถึงถูกกดข่มจนพูดสิ่งที่อยากพูดไม่ได้ เพราะ NPC ไม่ได้รับอนุญาตให้มีความคิดเป็นของตัวเอง เขาต้องทำกิจกรรมที่ไหน มีชีวิตแบบไหน จะพูดคำพูดแบบไหน หรือตายเมื่อไหร่ ทั้งหมดล้วนถูกกำหนดไว้แล้ว ถ้าถึงเวลาตายแล้วไม่ตาย มันอาจจะกระทบต่อระบบเกมทั้งหมด และคำพูดที่ไม่ใช่บทของ NPC เธอก็ย่อมพูดออกมาไม่ได้"
อันหนิงขมวดคิ้ว "หลังจากที่ฉันแก้ไขฮวงจุ้ยของจวนจงหยงโหว ร่างกายของฉันก็ถูกโจมตีอย่างหนัก และหลังจากที่ฉันจัดการแยกบ้านให้ลูกชายโง่ทั้งสองคน ร่างกายก็เริ่มทรุดโทรมลงทุกวัน นี่คงเป็นคำเตือนสำหรับฉันล่ะมั้ง"
นางพูดมาถึงตรงนี้ก็อดไม่ได้ที่จะแค่นยิ้มเย็น "ถ้าฉันไม่มีวิชาป้องกันตัวอยู่บ้าง และหากเป็นคนอื่นมาแทนที่ป่านนี้คงได้ไปเฝ้ายมบาลนานแล้ว"