- หน้าแรก
- แผนการตบหน้าฉบับมืออาชีพ
- บทที่ 312 ข้าคือฮูหยินเฒ่าแห่งจวนโหว (1)
บทที่ 312 ข้าคือฮูหยินเฒ่าแห่งจวนโหว (1)
บทที่ 312 ข้าคือฮูหยินเฒ่าแห่งจวนโหว (1)
ตอนที่อันหนิงกลับมามีสติสัมปชัญญะอีกครั้ง นางก็ได้ยินเสียงอึงคะนึงดังอยู่ข้างหู
“ท่านหญิงผู้เฒ่า ท่านหญิงผู้เฒ่า”
“ท่านแม่...”
“ท่านย่า...”
เพียงได้ยินเสียงเรียกไม่กี่คำนี้ อันหนิงก็ล่วงรู้ได้ทันทีว่านางได้เข้ามาอยู่ในร่างของหญิงชราผู้หนึ่งเข้าแล้ว แถมหญิงชราผู้นี้ยังต้องมีอายุไม่น้อย เพราะหลานๆต่างก็เติบโตจนจำความได้กันหมดแล้ว
นางพยายามจะรับความทรงจำของร่างเดิม ทว่าไม่รู้ด้วยเหตุผลใด ความทรงจำของร่างเดิมกลับมีอยู่น้อยนิด หลงเหลืออยู่แค่เศษเสี้ยวที่กระจัดกระจายเท่านั้น
ถึงกระนั้น อันหนิงก็สามารถอาศัยความทรงจำเพียงน้อยนิดนี้คาดเดาประสบการณ์ชีวิตโดยสังเขปของเจ้าของร่างออกมาได้
เจ้าของร่างเดิมมีนามว่า ซุนอันหนิง นางมีชาติตระกูลเป็นเพียงสามัญชนคนเถื่อน ในยามที่ใต้หล้าเกิดกลียุค นางได้ติดตามสามีออกจากป่าเขาเข้าสู่สมรภูมิ ช่วยเหลือองค์เหนือหัวพระองค์ใหม่กรีธาทัพบุกเหนือล่องใต้ จนกระทั่งกอบกู้แผ่นดินและสถาปนาราชวงศ์ต้าจิ้งได้สำเร็จ
ร่างเดิมมีวิทยายุทธ์ล้ำเลิศ ในยามสงครามได้สร้างผลงานไว้ไม่น้อย ความดีความชอบที่นางสั่งสมมานั้นไม่ได้ด้อยไปกว่าถังฟางผู้เป็นสามีเลยแม้แต่นิดเดียว
ในยามที่ใต้หล้าเพิ่งสงบสุข จักรพรรดิผู้ก่อตั้งทรงปูนบำเหน็จรางวัลแก่เหล่านักรบผู้กล้า ร่างเดิมเองก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็นท่านโหวหญิง เนื่องจากความดีความชอบอันเกรียงไกรในสงคราม
สามีภรรยาคู่นี้ต่างได้รับบรรดาศักดิ์โหวทั้งคู่ แม้จะมีบางคนไม่เห็นด้วย ทว่าขุนนางผู้ร่วมสถาปนาแผ่นดินส่วนใหญ่ต่างก็เคยเป็นสหายศึกที่ร่วมเป็นร่วมตายในหลุมเพาะเดียวกับซุนอันหนิงมาก่อน บางคนถึงกับเคยได้รับความช่วยเหลือจนรอดชีวิตมาได้ด้วยน้ำมือของนาง ด้วยเหตุนี้คนส่วนใหญ่จึงยินดีที่นางได้รับเกียรติยศถึงเพียงนี้
กล่าวได้ว่า นับตั้งแต่ใต้หล้าสงบสุขและสถาปนาราชวงศ์จิ้งเป็นต้นมา ชีวิตของร่างเดิมก็นับว่าดำเนินไปได้ด้วยดีทีเดียว
นางและถังฟางรักใคร่กันอย่างลึกซึ้งแต่ไหนแต่ไรมา แม้ภายหลังถังฟางจะได้ขึ้นเป็นโหว แต่ก็ไม่เคยเปลี่ยนใจ ทั้งสองถือมั่นในความรักและให้เกียรติซึ่งกันและกันเสมอมา ภายในจวนจึงไม่มีแม้แต่สาวใช้ห้องข้างหรืออนุภรรยาให้ระคายตา
เพียงแต่ในอดีตเวลาที่ถังฟางออกศึกทั่วแผ่นดิน เขาได้รับบาดเจ็บภายในเรื้อรังมาไม่น้อย แม้ตอนนี้จะอยู่ในช่วงพักรักษาตัว แต่รากฐานร่างกายกลับเสียหายหนัก หลังจากใต้หล้าสงบสุขได้ไม่กี่ปี ถังฟางก็สิ้นใจจากไป
ซุนอันหนิงรักมั่นกับถังฟางมาทั้งชีวิต เมื่อเขาจากไปอย่างกะทันหันเช่นนี้ นางจะทำใจยอมรับได้อย่างไร เพียงชั่วพริบตาก็ล้มป่วยลง ตอนนี้ยิ่งป่วยหนักจนสติฟั่นเฟือนเลื่อนลอย
ความจริงแล้วซุนอันหนิงนั้นปลงใจที่จะตายตามไป
นางปรารถนาจะจากโลกนี้ไปพร้อมกับถังฟาง
และเพราะนางไม่คิดจะมีชีวิตอยู่ต่ออีกแล้ว จึงเปิดโอกาสให้อันหนิงเข้ามาแทนที่
ร่างเดิมไม่อยากอยู่ แต่อันหนิงอยาก! เมื่ออันหนิงเรียบเรียงลำดับความคิดได้แล้ว นางจึงค่อยๆลืมตาขึ้น
สิ่งแรกที่นางเห็นคือม่านเตียงสีเขียวปักลายถงเฉ่าอยู่เหนือศีรษะ ข้างหูได้ยินเสียงร้องเรียกของบุตรหลาน
“ท่านแม่ ท่านแม่ ในที่สุดท่านก็ฟื้นเสียที”
“ท่านย่า หลานกลัวเหลือเกิน...”
อันหนิงพยายามจะเปล่งเสียง แต่กลับพบว่าลำคอแห้งผาก คาดว่าร่างเดิมคงจะไม่ได้แตะต้องข้าวน้ำมาสองวันเต็มๆแล้ว ตอนนี้นางจึงสิ้นเรี่ยวแรง แม้แต่เสียงเพียงนิดก็ยังเปล่งไม่ออก
อันหนิงพยายามยกมือขึ้นอย่างยากลำบาก ส่งสัญญาณให้สาวใช้หาน้ำมาให้นางดื่ม
เหล่าบุตรหลานที่คุกเข่าอยู่หน้าเตียงยังไม่ทันได้ปฏิกิริยาตอบโต้ บรรดาสาวใช้ทั้งห้องก็เริ่มกุลีกุจอวุ่นวายกันเสียแล้ว
รอจนน้ำอุ่นไหลลงสู่ลำคอ อันหนิงจึงพอจะมีแรงเปล่งเสียงออกมาได้บ้าง
นางกวาดสายตาไปรอบๆ “เจ้าใหญ่ อยู่ก่อน... ที่เหลือ ออกไปให้หมด”
ในไม่ช้า ผู้คนเต็มห้องต่างก็พากันถอยออกไป แม้แต่บ่าวไพร่ที่คอยปรนนิบัติร่างเดิมก็เดินเรียงแถวตามกันออกไปจนหมด
อันหนิงยื่นมือออกไป ส่งสัญญาณให้ถังติ้งกั๋วบุตรชายคนโตที่คุกเข่าอยู่ข้างเตียงเข้ามาพยุงนางลุกขึ้นนั่ง
เวลานี้ถังติ้งกั๋วร้องไห้จนน้ำตาคร่ำคร่าไปหมด
พวกเขาต่างเตรียมใจเรื่องการจากไปของร่างเดิมไว้หมดแล้ว แม้แต่หมอหลวงยังกล่าวว่าคงอยู่ได้อีกไม่นาน
ทว่ายามนี้ท่านหญิงผู้เฒ่ากลับฟื้นขึ้นมา ทั้งยังพูดจาและขยับตัวได้อีกด้วย
ในใจของถังติ้งกั๋วยิ่งทวีความตื่นตระหนก
เขาเกรงว่านี่จะเป็นเพียงอาการของผู้ป่วยหนักที่ดูเหมือนจะดีขึ้นกะทันหันก่อนสิ้นใจ
อย่างไรก็ตาม ถังติ้งกั๋วก็นับว่าเป็นบุตรกตัญญูผู้หนึ่ง
เขารีบคุกเข่าเดินเข้าไปพยุงอันหนิงให้ลุกขึ้นนั่ง พร้อมกับหยิบหมอนอิงหลายใบมาหนุนวางไว้ที่ด้านหลังของนาง
อันหนิงเอนกายพิงหมอนอิงด้วยท่าทางอ่อนแรง นางหอบหายใจหนักอยู่หลายครั้งก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “เดิมที... เดิมทีแม่คิดจะตามบิดาของเจ้าไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด ทว่ายามที่ใกล้จะหลับตาลงกลับได้พบกับเขา พ่อของเจ้าดุด่าแม่ยกใหญ่ บอกว่าแม่จะทอดทิ้งลูกหลานเต็มจวนเช่นนี้ไม่ได้ ทั้งยังบอกอีกว่าจะไปรอแม่ที่เชิงสะพานไน่เหอ ให้แม่รั้งอยู่เพื่อ... เพื่อช่วยพยุงพวกเจ้าต่อไปอีกสักระยะ”
เมื่อนางกล่าวจบ ถังติ้งกั๋วก็ยิ่งสะอึกสะอื้นจนไม่อาจกลั้นไว้ได้ “ท่านแม่ เป็นเพราะลูกไม่กตัญญูเองที่ทำให้ท่านพ่อต้องเป็นกังวล”
อันหนิงโบกมือน้อยๆ “เพียงแต่ยามนี้ร่างกายแม่ทรุดโทรมยิ่งนัก เกรงว่าคงไม่อาจจัดการดูแลเรื่องราวใดๆได้ไปอีกพักใหญ่ หากพวกเจ้ากตัญญูต่อแม่จริง ก็ขอให้แม่ได้พักรักษาตัวอยู่อย่างสงบสักสองสามเดือนเถิด ช่วงเวลานี้การเข้าคำนับเช้า-เย็นก็ให้งดเว้นเสีย รอจนแม่พักฟื้นร่างกายดีแล้ว ค่อยมาจัดสรรปันส่วนเรื่องราวต่างๆกับพวกเจ้าใหม่”
ถังติ้งกั๋วผงกศีรษะรับคำ “ทุกอย่างสุดแท้แต่ท่านแม่จะสั่งการขอรับ”
อันหนิงโบกมือส่งสัญญาณให้ถังติ้งกั๋วออกไป
ถังติ้งกั๋วประคองอันหนิงให้นอนลงอย่างระมัดระวังก่อนจะถอยออกไปจากห้อง
ทันทีที่เขาออกมา ถังเป่ากั๋วผู้เป็นน้องรองก็รีบก้าวเข้ามาหาทันที “พี่ใหญ่ ท่านแม่มีคำสั่งอันใดหรือไม่?”
ถังติ้งกั๋วทอดถอนใจ “ท่านแม่บอกว่าท่านพ่อเข้าฝัน กำชับให้ท่านแม่มีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อดูแลพวกเราพี่น้อง ทั้งยังบอกให้ท่านแม่เร่งบำรุงร่างกาย ช่วงนี้จึงสั่งห้ามไม่ให้พวกเราเข้าไปรบกวน แม้แต่พิธีเช้าเย็นก็ให้งดเว้นไปก่อน”
ถังเป่ากั๋วพยักหน้าเห็นพ้อง “ร่างกายของท่านแม่ควรได้รับการบำรุงให้ดีจริงๆนั่นแหละ ในเมื่อท่านแม่สั่งห้ามรบกวน พวกเราก็ทำตามที่ท่านแม่ต้องการเถิด”
พี่น้องคู่นี้นับว่าเป็นบุตรที่ซื่อสัตย์และว่าง่ายยิ่งนัก คำสั่งของอันหนิงสำหรับพวกเขานั้นเปรียบเสมือนประกาศิตจากสวรรค์ที่มิกล้าขัดขืน
ทว่า ‘ถังซ่งซื่อ’ ภรรยาของถังติ้งกั๋วที่ยืนอยู่ด้านข้างกลับมีสีหน้าไม่เป็นธรรมชาติอย่างยิ่ง
แม้ใบหน้าของนางจะประดับด้วยรอยยิ้ม พลางพร่ำเอ่ยคำว่าขอบคุณสวรรค์ขอบคุณโลกที่ท่านหญิงผู้เฒ่าฟื้นเสียที ทว่าในใจกลับก่นด่าไม่หยุดหย่อน ‘นังแก่หนังเหนียวคนนี้ทำไมยังไม่ตายไปเสียทีนะ เหตุใดถึงได้ดวงแข็งปานนี้!’
ส่วน ‘ถังหยางซื่อ’ ภรรยาของถังเป่ากั๋วนั้นกลับยินดีจากใจจริงที่แม่สามีฟื้นคืนสติขึ้นมาได้
นั่นเป็นเพราะตราบใดที่อันหนิงยังอยู่ พี่น้องตระกูลถังก็ย่อมจะยังไม่แยกบ้านกัน ถังหยางซื่อสามารถอาศัยอยู่ในจวนจงหยงโหวต่อไปได้อย่างสง่างาม แต่หากอันหนิงสิ้นใจไป สองพี่น้องย่อมต้องแยกบ้านกันอย่างเลี่ยงไม่ได้ เมื่อถึงยามนั้น ถังเป่ากั๋วและถังหยางซื่อก็ต้องย้ายออกไปอยู่ข้างนอก ลำพังถังเป่ากั๋วที่เป็นเพียงขุนนางเล็กๆระดับหก ยามอยู่ในเมืองหลวงย่อมถือเป็นตัวตนที่ไม่สลักสำคัญอันใดเลย
การเป็นภรรยาขุนนางระดับหก ย่อมไม่มีหน้ามีตาหรือน่าฟังเท่ากับตำแหน่งสะใภ้รองแห่งจวนจงหยงโหวเป็นธรรมดา
ถังซ่งซื่อและถังหยางซื่อต่างฝ่ายต่างมีความนึกคิดอยู่ในใจ ส่วนบุตรธิดาของพวกนางที่ยืนรออยู่ข้างๆนั้นไม่มีใครกล้าปริปากพูดสิ่งใดแม้แต่คำเดียว ชั่วขณะนั้น บริเวณภายนอกห้องของอันหนิงจึงเงียบสงบลง
อันหนิงรอจนถังติ้งกั๋วออกไปแล้วจึงนอนลงหลับตาพักผ่อน
ไม่นานนักนางก็เข้าสู่ห้วงนิทรา
ยามที่ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง แสงตะวันก็เริ่มลาลับขอบฟ้าเสียแล้ว
สาวใช้ในชุดกระโปรงยาวสีน้ำเงิน สวมเสื้อกั๊กขลิบริมสีเขียวอ่อนเอ่ยถามอันหนิงอย่างระมัดระวัง “ท่านหญิงผู้เฒ่าต้องการรับสำรับเลยหรือไม่เจ้าคะ? เมื่อครู่ทางห้องเครื่องเพิ่งส่งโจ๊กข้าวที่เคี่ยวจนข้นดีมาให้ ทั้งยังมีเครื่องเคียงรสเลิศอีกหลายอย่าง ท่านหญิงผู้เฒ่าฝืนรับประทานสักนิดเถิดเจ้าค่ะ”
อันหนิงพยักหน้า ยอมให้สาวใช้พยุงกายลุกขึ้นนั่ง พลางรับประทานโจ๊กจากมือของสาวใช้ไปเพียงชามเดียวก็ไม่สามารถทานต่อได้อีก
สาเหตุหลักเป็นเพราะร่างกายของเจ้าของร่างเดิมอ่อนแอเกินไป การจะกลับมาทานอาหารอย่างกะทันหันเช่นนี้ย่อมไม่อาจทานคราวละมากๆได้
นางโบกมือสั่งให้บ่าวไพร่ยกสำรับออกไป ก่อนจะเอ่ยกับหรูเย่ว์สาวใช้คนสนิทที่ป้อนข้าวให้นางว่า “หรูเย่ว์ เจ้าพาทุกคนออกไปเถิด ข้าจะนอนพักอีกสักครู่”
หรูเย่ว์รับคำเสียงเบา แล้วรีบนำพาทุกคนออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อในห้องไร้ผู้คน อันหนิงจึงพยายามยันกายลุกขึ้นนั่งสมาธิอยู่พักหนึ่ง จนกระทั่งจิตใจเริ่มกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาบ้าง
จากนั้น อันหนิงก็เริ่มหยั่งเชิงตรวจสอบวิถีแห่งสวรรค์ของโลกใบนี้
นางพบว่าวิถีแห่งสวรรค์ของที่นี่มีความแข็งแกร่งกว่าโลกใบเล็กๆที่นางเคยสัมผัสมาเล็กน้อย
พลังปราณที่นี่มีมากกว่าโลกก่อนๆ และดูเหมือนว่าโลกใบนี้จะมีตัวตนของเหล่าเทพ มาร ปีศาจ หรือภูตผีดำรงอยู่ เพียงแต่พลังอาคมของพวกเทพมารเหล่านั้นดูจะไม่ได้เก่งกาจสักเท่าใดนัก
อันที่จริงที่นี่ก็ไม่ใช่โลกในระดับสูงส่งอะไร อย่างมากก็แค่ดีกว่าโลกในระดับต่ำสุดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
นอกจากนี้ อันหนิงยังรู้สึกได้ว่าวิถีแห่งสวรรค์ของโลกใบนี้ ดูเหมือนจะดำรงอยู่เพื่อปกปักรักษาลูกหลานตระกูลของนางเอง
เรื่องนี้ทำให้นางถึงกับมึนงงไปชั่วขณะ
และในตอนนั้นเองอันซินก็กระโดดพรวดออกมา
“หนิงหนิง พวกเราถูกวางแผนเล่นงานเข้าให้แล้ว!”
โลกนี้เปิดให้อ่านฟรีทั้งหมดประมาณ45ตอนนะคะ เนื่องจากตัวละครค่อนข้างเยอะ ซึ่งทางต้นฉบับบางครั้งก็ใช้ชื่อสลับกันจนไรท์จับต้นชนปลายไม่ถูกเป็นบางครั้ง ดังนั้นหากมีความผิดพลาดประการใดในโลกนี้หวังว่าทุกคนจะอะลุ้มอล่วยให้ด้วยนะคะ แงง