- หน้าแรก
- นารูโตะ : เกิดใหม่เป็นชาวบ้านธรรมดา แต่ระบบดันบอกว่าฉันคือทายาทอุจิฮะ!
- บทที่ 21: โรคกลัวเลือด
บทที่ 21: โรคกลัวเลือด
บทที่ 21: โรคกลัวเลือด
บทที่ 21: โรคกลัวเลือด
อพาร์ตเมนต์ของเทนโด
ในฐานะนินจาหน่วยอันบุ ยูกาโอะจึงมีงานรัดตัวอยู่เสมอ เธอพึ่งกลับมาที่หมู่บ้านได้เพียงไม่กี่วันก็ต้องออกไปทำภารกิจอื่นอีกครั้ง ทำให้เทนโดต้องกลับมาใช้ชีวิตคนเดียวตามลำดับ
ตามคำเชิญของเทนโด ชิซึเนะได้ช่วยพยุงสึนาเดะที่ยังคงมีอาการทรงตัวไม่ค่อยดีเข้ามาส่งพักผ่อนภายในบ้านของเขา
หลังจากผลักประตูเปิดเข้าไปข้างใน ทั้งสึนาเดะและชิซึเนะต่างก็อดรู้สึกประหลาดใจไม่ได้ เพราะที่นี่ดูแตกต่างจากห้องพักของชายโสดทั่วไปอย่างสิ้นเชิง มันถูกจัดแต่งไว้อย่างสะอาดสะอ้านและเป็นระเบียบเรียบร้อยอย่างไม่น่าเชื่อ
พื้นไม้ขัดเงาวับสะท้อนเงาราวกับกระจก ม้วนคัมภีร์และหนังสือโบราณวางเรียงรายกันอย่างมีระเบียบบนชั้นวาง มีกระถางสมุนไพรสดตั้งรับลมอยู่ริมหน้าต่าง แสงแดดอ่อนๆ สาดส่องลอดผ่านม่านกระดาษลงมากระทบเสื่อทาทามิ บรรยากาศภายในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นอายชาและควันธูปจางๆ ชวนให้รู้สึกสงบและผ่อนคลายจิตใจ
"ท่านสึนาเดะ เชิญนั่งลงก่อนครับ"
น้ำเสียงของเทนโดดูนิ่งสงบราวกับว่าเหตุการณ์ปะทะอันน่าตื่นเต้นเมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เขาหันหลังเดินตรงไปที่เตาเล็กๆ ตรงมุมห้องครัว แล้วลงมือต้มน้ำชงชาอย่างใจเย็น
ชิซึเนะนั่งลงด้วยความรู้สึกประดักประเดิดและอึดอัดใจเล็กน้อยพลางลอบมองไปรอบๆ ห้อง ตอนนี้เธอเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมด เค้าลางออกแล้ว ปรากฏว่าท่านสึนาเดะดันเป็นฝ่ายไปเปิดฉากหาเรื่องเทนโดก่อนแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย แถมตัวเธอเองก็พึ่งจะคาดคั้นสอบสวนเขาอย่างรุนแรงไปเมื่อกี้อีก
พอคิดได้แบบนั้น ชิซึเนะเลยรู้สึกผิดเต็มประตู ทุกครั้งที่แอบชำเลืองมองเทนโดเธอจึงมีท่าทีหลบๆ ซ่อนๆ
ในตอนแรก สึนาเดะตั้งใจจะนิ่งเงียบเพื่อกดดันให้เทนโดเป็นฝ่ายเปิดปากพูดก่อน เพราะในโลกนินจา ใครที่ยอมเผยไต๋ออกมา ก่อนย่อมเป็นฝ่ายเสียเปรียบในบทสนทนา แต่ทว่าเทนโดกลับไม่ได้มีท่าทีรีบร้อนเลยสักนิด
เมื่อได้ยินเสียงน้ำเดือดปุดๆ ในกา พร้อมกับมีนินจาหญิงแพทย์ผู้งดงามมานั่งอยู่ตรงหน้า ชายหนุ่มแทบจะฮัมเพลงออกมาด้วยความสำราญใจ
สุดท้ายสึนาเดะก็เป็นฝ่ายหมดความอดทนซะเอง เธอสะบัดแขนขึ้นมาอดอก ขมวดคิ้วมุ่นพลางสาดสายตาคมกริบราวกับเหยี่ยวจ้องจับผิดทุกการเคลื่อนไหวของเทนโด
"เลิกเล่นลิ้นอ้อมค้อมได้แล้ว" เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา "เมื่อกี้ตอนอยู่ข้างนอก นายทำตัวลับๆ ล่อๆ บอกว่ามีความลับระดับคอขาดบาดตายซ่อนอยู่ และรับรองว่าถ้าฉันได้ยินแล้วจะต้องยอมเชื่อใจนายแน่ๆ ไหนล่ะ ความลับที่ว่านั่นคืออะไร?"
กากระเบิดเสียงเดือดปุดๆ พ่นไอน้ำสีขาวลอยคลุ้งขึ้นมาอย่างช้าๆ เทนโดไม่ได้รีบร้อนตอบคำถามในทันที เขาค่อยๆ บรรจงเทน้ำร้อนลงในถ้วยชาเซรามิกทั้งสามใบ ส่งผลให้กลิ่นหอมกรุ่นของใบชาโชยอบอวลเข้มข้นขึ้นมาในพริบตา
เขาประคองถ้วยชาใบหนึ่งไปวางลงตรงหน้าสึนาเดะอย่างสุภาพ จากนั้นก็ยื่นอีกใบส่งให้ชิซึเนะ และท้ายที่สุดก็ยกถ้วยของตัวเองขึ้นมาเป่าไล่ความร้อนเบาๆ
"ท่านสึนาเดะ" ในที่สุดเขาก็ยอมเปิดปาก เสียงของเขาทั้งทุ้มต่ำและชัดถ้อยชัดคำ "เธอเคยนึกสงสัยบ้างรึเปล่าว่า ทำไมจู่ๆ คุณทวดของฉันถึงเลือกที่จะกลับมาตั้งรกรากและลงหลักปักฐานอยู่ที่หมู่บ้านโคโนฮะแห่งนี้?"
สึนาเดะหรี่ตาลงซีกหนึ่ง "ก็นายพึ่งบอกไปเมื่อกี้ไม่ใช่เหรอ ว่าที่นี่เป็นบ้านเกิดเมืองนอนของคุณทวดนายน่ะ"
"ก็ใช่ครับ" เทนโดพยักหน้ารับ แต่ทว่ากลับมีรอยยิ้มเลศนัยที่ยากจะคาดเดาผุดขึ้นที่มุมปาก "แต่สิ่งที่ฉันยังไม่ได้บอกเธอไปก่อนหน้านี้ก็คือ... คุณทวดของฉันน่ะ นามสกุล อุจิวะ"
"อะไรนะ?!"
สึนาเดะตบโต๊ะลุกพรวดขึ้นมายืนจนสุดตัวด้วยความตกใจแรงส่งทำเอาถ้วยชาแทบจะคว่ำกระจาย ชิซึเนะเองก็ถึงกับตาค้างอ้าปากหวอด้วยความลืมตัว
"เป็นไปไม่ได้!"
เทนโดไม่ได้เอ่ยปากโต้เถียงหรือแสดงท่าทีปฏิเสธคำพูดของเธอแต่อย่างใด เขาเพียงแค่ค่อยๆ วางถ้วยชาในมือลงอย่างแผ่วเบา จากนั้นก็หลับตาลงนิ่งสนิทอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ เบิกตาขึ้นกว้างอีกครั้ง
วินาทีต่อมา— ฟิ้ว!
รูปลักษณ์ดวงตาของเขาแปรเปลี่ยนไปอย่างเฉียบพลัน ม่านตาสีดำสนิทเมื่อครู่ถูกย้อมไปด้วยสีแดงสดราวกับโลหิต พร้อมปรากฏสัญลักษณ์อักขระโทโมเอะสองวงหมุนวนอยู่ภายใน แฝงไปด้วยพลังกดดันอันน่าขนลุกและเปี่ยมด้วยมนต์ขลัง... เนตรวงแหวน!
นับตั้งแต่ที่เขาได้รับรางวัลนี้มาจากระบบ นี่ถือเป็นครั้งแรกที่เทนโดโชว์เนตรวงแหวนให้คนอื่นเห็นเต็มๆ ตา
และนี่ก็คือไพ่ตายชิ้นสำคัญที่ทำให้เทนโดมั่นใจว่าจะสามารถหักล้างความกังวลและโน้มน้าวใจสึนาเดะได้อย่างอยู่หมัด กลยุทธ์นี้เรียกว่าการระดมชุดข้อมูลมหาศาลมาเบี่ยงเบนความสนใจ
ด้วยการจงใจเปิดเผยความจริงอันน่าตกตะลึงข้อนี้ออกมา เขาก็จะสามารถใช้มันปกปิดร่องรอยและช่องโหว่ความไม่สมเหตุสมผลในเรื่องเล่าก่อนหน้านี้ได้ทั้งหมด
การปรากฏตัวของทายาทเนตรวงแหวนคนใหม่ในหมู่บ้านโคโนฮะ กับการมีอยู่ของคัมภีร์สัญญาอัญเชิญป่าชิคโคสึอีกฉบับ ดูเผินๆ เหมือนจะเป็นคนละเรื่องกันเลย แต่ทว่าพอความจริงข้อแรกถูกพิสูจน์ให้เห็นคาตา สมองของมนุษย์ก็จะทึกทักและเลือกที่จะปักใจเชื่อว่าความจริงข้อที่สองเป็นเรื่องจริงตามไปด้วยโดยสัญชาตญาณ
แผนการสับขาหลอกอันยอดเยี่ยมนี้ เหนือชั้นซะจนเทนโดแอบนึกชมและภาคภูมิใจในความฉลาดของตัวเองอยู่ลึกๆ
ม่านตาของสึนาเดะหดเกร็งเล็กลงเท่ารูเข็ม ลมหายใจขาดช่วงไปชั่วขณะ ความคิดในหัวแล่นพล่านด้วยความสับสนและตื่นตะลึงขั้นสุด
แวบแรกเธอแอบระแวงว่าเรื่องทั้งหมดนี้อาจจะเป็นกับดักที่ใครบางคนจงใจวางแผนล่อลวงเธอรึเปล่า แต่พอทบทวนดูอีกทีเธอก็ต้องสะบัดหัวไล่ความคิดนั้นไป เพราะทั้งคัมภีร์สัญญาอัญเชิญของแท้และเนตรวงแหวนอุจิวะต่างก็มาปรากฏอยู่ตรงหน้าพร้อมๆ กัน ลำพังในโลกนินจายุคนี้ เธอเบนสายตามองไม่ออกเลยว่าจะมีใครหน้าไหนที่มีทั้งพลังและทรัพยากรมากพอจะมาจัดฉากสร้างเรื่องหลอกลวงที่ซับซ้อนขนาดนี้เพื่อดักทางเธอได้
"นาย..." เสียงของเธอสั่นเครืออย่างควบคุมไม่อยู่ "นายเป็นคนของตระกูลอุจิวะจริงๆ งั้นเหรอ?"
เทนโดหลับตาลงอีกครั้ง และเมื่อเปิดตาขึ้นมาใหม่ เนตรวงแหวนสีเลือดก็อันตรธานหายไป เหลือเพียงนัยน์ตาสีดำขลับอันนิ่งสงบราวกับผิวน้ำที่ไร้ระลอกคลื่น
"ท่านสึนาเดะ ในเมื่อหลักฐานคาตามันโชว์อยู่ตรงหน้าเธอแล้ว จะยังต้องสงสัยอะไรอีกงั้นเหรอ?"
"เนื่องจากความขัดแย้งทางอุดมการณ์ภายในตระกูล คุณทวดของฉันเลยตัดสินใจหันหลังและละทิ้งนามสกุลอุจิวะไป" น้ำเสียงของชายหนุ่มราบเรียบแต่กลับแฝงไปด้วยความรู้สึกหนักอึ้งดึงอารมณ์ "หลังจากแอบเดินทางกลับเข้ามาอยู่ในหมู่บ้านโคโนฮะแบบเงียบๆ ท่านก็ได้พบรักและแต่งงานกับคุณยายของฉันที่เป็นชาวบ้านธรรมดา"
เขาเว้นจังหวะไปเล็กน้อย ก่อนจะตวัดสายตามองตรงเข้าไปในดวงตาของสึนาเดะ
"และเพื่อป้องกันไม่ให้เรื่องนี้แพร่พรายจนนำภัยมาสู่ตัว คัมภีร์สัญญาของป่าชิคโคสึจึงถูกคุณทวดผนึกเอาไว้แน่นหนา โดยตั้งเงื่อนไขว่าจะมีเพียงทายาทสายเลือดตรงที่สามารถปลุกพลังเนตรวงแหวนให้ตื่นขึ้นมาได้เท่านั้น ถึงจะสามารถคลายผนึกต้องห้ามนี้ออกได้"
"ถ้างั้น..." ชิซึเนะที่พึ่งจะดึงสติกลับมาจากความช็อกพึมพำออกมาเสียงเบา "เทนโดก็ไม่ได้โกหกพวกเราเลยน่ะสิคะ?"
"ฉันไม่มีความจำเป็นต้องแต่งเรื่องหลอกพวกเธอหรอก" เทนโดเอ่ยเสียงนุ่ม "สำหรับฉันแล้ว การมีอยู่ของเนตรวงแหวนในตัวมันเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและอันตรายสุด"
"เรื่องสถานการณ์เน่าเฟะและความมืดมนภายในหมู่บ้านน่ะ ท่านสึนาเดะเองก็น่าจะรู้ซึ้งถึงมันดีที่สุดไม่ใช่รึไง?"
"ไม่งั้นละก็ เธอคงไม่ตัดสินใจหันหลังเดินจากหมู่บ้านไปตั้งแต่ตอนนั้นหรอก และตัวฉันเองก็คงไม่ต้องมานั่งใช้ชีวิตหลบๆ ซ่อนๆ ไม่กล้าเสี่ยงเปิดผนึกมรดกที่คุณทวดทิ้งไว้ให้แบบนี้แน่"
สีหน้าและแววตาของเทนโดฉายแววโศกเศร้าออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ เพียงประโยคสั้นๆ ไม่กี่คำ เขากลับสามารถบรรยายถึงกลิ่นคาวเลือดและมรสุมการเมืองอันโหดร้ายที่ซุกซ่อนอยู่ภายใต้ความสงบสุขบังหน้าของหมู่บ้านโคโนฮะได้อย่างเห็นภาพชัดเจน
ถูกต้องแล้ว การโชว์เนตรวงแหวนไม่ใช่เป้าหมายหลักในกระดานนี้ของเทนโดหรอก การสร้างปูมหลังอันน่าเห็นใจให้ตัวเอง—กลายเป็นเด็กหนุ่มผู้มีพรสวรรค์แต่ต้องใช้ชีวิตอย่างหวาดระแวง คอยกังวลว่าจะโดนผู้มีอำนาจในหมู่บ้านกดขี่รังแก—ต่างหากที่เป็นหัวใจสำคัญของแผนการทั้งหมด
และประเด็นคือ คำอธิบายและเหตุผลที่เทนโดยกมาอ้าง มันดันมีความสมจริงและน่าเชื่อถือแบบสุดๆ
เพราะประวัติศาสตร์ของหมู่บ้านโคโนฮะมันไม่ได้ขาวสะอาดบริสุทธิ์มาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว นับตั้งแต่การจากไปของโฮคาเงะรุ่นที่ 1 เซ็นจู ฮาชิรามะ นโยบายการบีบครั้นและจับตามองตระกูลอุจิวะอย่างยาวนานก็เริ่มต้นขึ้นในยุคของโฮคาเงะรุ่นที่สอง เซ็นจู โทบิรามะ ลากยาวมาจนถึงเหตุการณ์บีบคั้นจนทำให้ ซาคุโมะ ฮาตาเกะ เจ้าของฉายาเขี้ยวขาวแห่งโคโนฮะผู้มีฝีมือเก่งกาจเทียบเท่าสามนินจาต้องเลือกจบชีวิตตัวเองลง และตามมาด้วยค่ำคืนนองเลือดอันสยดสยองของการกวาดล้างล้างบางตระกูลอุจิวะ นี่ยังไม่รวมถึงการตายก่อนวัยอันควรอย่างมีเงื่อนงำของโฮคาเงะรุ่นที่ 4 มินาโตะ อีกด้วย
โศกนาฏกรรมนองเลือดที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าพรรค์นี้... ประวัติศาสตร์เบื้องหลังของโคโนฮะมันเคยสะอาดใสจริงจังงั้นเหรอ?
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมบรรยากาศภายในห้องทาทามิอีกครั้ง มีเพียงไอน้ำร้อนที่ยังคงลอยม้วนตัวขึ้นสู่เพดานอย่างช้าๆ พร้อมกับกลิ่นชาที่โชยเตะจมูก
สึนาเดะค่อยๆ เอนแผ่นหลังพิงพนักที่นั่งเดิมอย่างหมดแรง นิ้วมือของเธอเผลอแตะวนอยู่ตรงขอบถ้วยชาโดยไม่รู้ตัว สีหน้าท่าทางของเธอในยามนี้ซับซ้อนจนยากจะอธิบาย มีทั้งความตกใจ ความสงสัย ความลังเล และแฝงไปด้วยประกายความเศร้าสร้อยบางอย่างที่ไม่ได้สัมผัสมานานแสนนาน...
ใจจริงแล้ว สึนาเดะไม่ได้มีความรู้สึกอคติหรือเกลียดชังอะไรในตัวตระกูลอุจิวะเลยแม้แต่น้อย ในบางมุมเธอยังค่อนข้างถูกชะตากับนิสัยตรงไปตรงมาทื่อๆ ของคนตระกูลนี้ด้วยซ้ำ
มุมมองของเธอที่มีต่อโลกนินจามันเรียบง่ายและเน้นความเป็นจริงมากกว่า นั่นคือถ้าพวกอุจิวะอยู่เงียบๆ ไม่ก่อเรื่อง ทุกฝ่ายก็อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข แต่ถ้าไอ้บ้าหน้าไหนริอ่านจะลุกขึ้นมาก่อความวุ่นวาย เธอก็แค่พุ่งเข้าไปแจกหมัดสั่งสอนให้จอดซะก็สิ้นเรื่อง
แต่น่าเสียดาย ที่ตระกูลที่เคยยิ่งใหญ่ขนาดนั้นบัดนี้กลับสูญสิ้นล้มตายจนแทบไม่เหลือหลอไปจากหมู่บ้านโคโนฮะแล้ว และในขณะเดียวกัน ตระกูลคู่ปรับตลอดกาลอย่างตระกูลเซ็นจูของเธอก็เลือนหายไปตามกาลเวลาไม่ต่างกัน
สองตระกูลมหาอำนาจผู้ร่วมกันก่อตั้งหมู่บ้านโคโนฮะอันยิ่งใหญ่ สุดท้ายทำไมถึงต้องมาลงเอยด้วยจุดจบที่น่าอนาถใจแบบนี้ด้วย?
พวกเขาสามารถจับมือก้าวข้ามผ่านยุคสงครามเซ็นโกคุอันนองเลือดแสนป่าเถื่อนมาได้แท้ๆ แต่สุดท้ายกลับต้องมาพ่ายแพ้และล่มสลายลงในยุคแห่งระบบหมู่บ้านนินจา ที่พวกเขาร่วมแรงร่วมใจตั้งความหวังไว้ซะสูงลิ่ว
ในวินาทีนี้ สายตาของสึนาเดะที่มองตรงมายังเด็กหนุ่มเบื้องหน้ามันเปลี่ยนไปคนละเรื่อง ภาพของเทนโดในยามนี้ไม่ได้เป็นแค่เด็กกวนประสาทธรรมดาๆ อีกต่อไปแล้ว ใบหน้าของเขาในยามนี้ มันซ้อนทับจนทำให้เธอหวนนึกไปถึงน้องชายคนสำคัญ คนรักที่ล่วงลับ หรือแม้กระทั่งเงาสะท้อนในอดีตของตัวเธอเอง
หลังจากนิ่งเงียบไปพักใหญ่ เธอก็สูดหายใจเข้าลึกก่อนจะเงยหน้าขึ้นมา น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาดูอ่อนลงกว่าเดิมมาก
"เอาล่ะ... นายทำให้ฉันยอมเชื่อได้แล้ว..."
แต่ทว่าในพริบตานั้นเอง แววตาคู่สวยของเธอกลับฉายประกายความเจ้าเล่ห์และเหลี่ยมจัดของนักพนันตัวยงผุดขึ้นมาแทนที่
"แล้วนายคิดจะจ่ายค่าปิดปากให้ฉันเท่าไหร่ล่ะ หืม? ถึงจะคุ้มค่ากับการที่ฉันต้องช่วยเหยียบความลับเรื่องเนตรวงแหวนของนายไว้ให้จมดินน่ะ?"
"เห้อ~"
เทนโดแกล้งทำสีหน้าเหวอพลางมองไปที่สึนาเดะด้วยท่าทางประหลาดใจแบบสุดขีด ชายหนุ่มแสร้งทำเป็นนิ่งคิดทบทวนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเริ่มเปิดฉากงัดแผนการขั้นต่อไปที่เขาอุตส่าห์เตรียมการล่วงหน้ามานานแสนนานออกมาใช้ทันที
"ท่านสึนาเดะ ในโลกนินจาแห่งนี้เนี่ย... เนตรวงแหวนมันยังมีอีกฉายาหนึ่งที่ผู้คนต่างเรียกขานกันว่า 'กระจกเงาสะท้อนส่วนลึกของจิตใจ' ใช่ไหมครับ?"
"ฉันเลยอยากจะลองถามดูหน่อยว่า... ในฐานะสุดยอดนินจาแพทย์ เธอมีความคิดเห็นยังไงเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้พลังคาถาลวงตาของเนตรวงแหวน เข้ามาช่วยทำบำบัดรักษาอาการโรคกลัวเลือดของเธอให้หายขาดดูบ้างไหมล่ะ?"