- หน้าแรก
- ปลูกสมุนไพรปั้นเซียนด้วยขวดเทพหมื่นวิญญาณ
- บทที่ 46 - ต่อราคา ต้องฟันให้ยับ!
บทที่ 46 - ต่อราคา ต้องฟันให้ยับ!
บทที่ 46 - ต่อราคา ต้องฟันให้ยับ!
บทที่ 46 - ต่อราคา ต้องฟันให้ยับ!
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
เมื่อครู่นี้ที่ลูกจ้างแอบขยิบตาส่งซิก ต้าฉุยเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างชัดเจน เขาจึงได้สติกลับมาทันที ลอบด่าในใจอย่างดุเดือด
เชี่ยเอ๊ย ส่วนต่างตั้งร้อยหินวิญญาณเลยนะเว้ย พวกแกจะหน้าเลือดกันเกินไปหน่อยไหม
เมื่อคิดได้เช่นนั้น เขาก็วางกระบี่ยาวในมือลงทันที แล้วหันหลังทำท่าจะเดินออกจากร้าน
ลูกจ้างเห็นดังนั้นก็ตกใจ รีบเอ่ยปากรั้งเอาไว้
"นายท่านๆ เรื่องราคายังคุยกันได้นะขอรับ การค้าขายมันก็ต้องต่อรองกันไปมาแบบนี้แหละ ถ้านายท่านคิดว่าราคานี้ยังไม่ถูกใจ ท่านก็ลองเสนอราคาที่ท่านต้องการมาสิขอรับ"
ต้าฉุยได้ยินแบบนั้นถึงยอมหันกลับมา เขาทำท่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยปาก
"สี่ร้อยหินวิญญาณ จะขายก็ขาย ไม่ขายก็อย่ามาทำให้ข้าเสียเวลา"
พอลูกจ้างได้ยินก็เบิกตากว้าง สี่ร้อยหินวิญญาณเนี่ยนะ
นี่มันล้อเล่นกันชัดๆ
บอกให้ต่อราคา แต่ไม่ได้บอกให้ฟันราคากันจนเลือดซิบแบบนี้นะโว้ย
"นายท่าน ราคานี้ข้าขายให้ไม่ได้จริงๆ ขอรับ เมื่อกี้สหายหลี่ก็เพิ่งบอกไปว่าก่อนหน้านี้มันขายอยู่ที่สี่ร้อยห้าสิบหินวิญญาณมาตลอดเลยนะ" ลูกจ้างพูดหน้ามุ่ยทำหน้าเหมือนจะร้องไห้
หลี่เยว่ซานที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็กระแอมไอแก้เก้อ รีบโบกไม้โบกมือเป็นเชิงบอกว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเขา เขาก็แค่คนเดินตามมาดูเฉยๆ
"นั่นมันราคาเมื่อก่อนไม่ใช่หรือไง กระบี่เล่มนี้ของพวกเจ้าคงจะมีตำหนิอะไรแน่ๆ ไม่อย่างนั้นทำไมถึงได้ถูกกว่ากระบี่บินทั่วไปตั้งห้าสิบหินวิญญาณล่ะ ข้าว่าที่มันวางแหมะอยู่ตรงนี้ก็เพราะไม่มีใครเอา พวกเจ้าก็เลยตั้งราคาเวอร์ๆ ไว้หลอกคนอื่น ข้าว่าข้าให้สี่ร้อยหินวิญญาณนี่ก็ถือว่าสูงมากแล้วนะ" ต้าฉุยเถียงฉอดๆ อย่างมีเหตุผล
ลูกจ้างทำหน้าจนปัญญา ถึงแม้ว่าหลงจู๊จะเคยสั่งไว้ว่าขายสี่ร้อยก็ปล่อยได้ แต่ถ้าทำแบบนั้นเขาก็จะอดได้ค่านายหน้าน่ะสิ
อันที่จริงกระบี่บินเล่มนี้มีธาตุไฟแฝงอยู่ก็จริง แถมตอนต่อสู้อานุภาพมันก็รุนแรงกว่ากระบี่ทั่วไปตั้งเยอะ
แต่มันมีข้อเสียตรงที่เวลาใช้งานมันจะสูบพลังปราณไปอย่างมหาศาล ทุกคนที่ยังอยู่ในระดับกลั่นลมปราณ พลังปราณในร่างกายก็คือต้นทุนชีวิตทั้งนั้น
ถ้าหากโจมตีไม่เข้าแล้วพลังปราณเกิดหมดก๊อกขึ้นมา ก็ได้แต่ยืนรอโดนอัดรอความตายไม่ใช่หรือไง
ดังนั้นกระบี่เล่มนี้ถึงจะทรงพลัง แต่มันก็เป็นเหมือนของไร้ประโยชน์ที่หาคนซื้อยากเต็มที
คิดไปคิดมา ลูกจ้างก็ทำได้เพียงถอนหายใจออกมาอย่างปลงตก แอบคิดคำนวณในใจว่าถึงขายราคาต้นทุนแล้วตัวเองจะอดได้ค่านายหน้าส่วนเกิน แต่อย่างน้อยก็ยังได้ค่านายหน้าพื้นฐานก้อนหนึ่งหินวิญญาณอยู่ดี
"นายท่าน สี่ร้อยก็สี่ร้อยขอรับ ถือเสียว่าซื้อขายผูกมิตรกันก็แล้วกัน" ลูกจ้างกัดฟันพูด
ต้าฉุยได้ยินก็ยื่นมือไปหยิบกระบี่บินขึ้นมาลูบคลำเล่นอย่างพึงพอใจ
ผ่านไปพักใหญ่ เขาถึงค่อยๆ ล้วงเอาหินวิญญาณสี่ร้อยก้อนออกมาวางเรียงบนโต๊ะอย่างใจเย็น
ลูกจ้างนับจำนวนจนครบถ้วน ใบหน้าก็กลับมาเปื้อนยิ้มอีกครั้ง พร้อมกับเอ่ยว่า
"นายท่าน กระบี่บินเล่มนี้ตกเป็นของท่านแล้วขอรับ ไม่ทราบว่าท่านยังต้องการข้าวของอย่างอื่นอีกหรือไม่ ตอนนี้ที่ร้านเพิ่งจะได้ยันต์อาคมล็อตใหม่เข้ามา แล้วก็ยังมีพวกอาวุธวิเศษสายป้องกันด้วยนะขอรับ"
ต้าฉุยพอได้ยินก็ตาลุกวาว ความคิดหนึ่งแวบเข้ามาในหัวทันที
ถ้าเขาซื้อยันต์อาคมตุนไว้เยอะๆ เวลาไปมีเรื่องตีกับใครก็แค่ปายันต์ใส่เป็นกำๆ เผลอๆ อาจจะฆ่าศัตรูได้เป็นฝูงเลยก็ได้นะ
ถ้าหลี่เยว่ซานมารู้ความคิดนี้ของเขาเข้า คงต้องด่าเปิงแน่ๆ ว่าไอ้เด็กนี่มันใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายเกินไปแล้ว
"มียันต์อาคมอะไรบ้างล่ะ" ต้าฉุยถาม
ลูกจ้างพอเห็นว่าลูกค้าสนใจ ท่าทีก็ยิ่งนอบน้อมประจบประแจงมากขึ้นไปอีก
เขารีบล้วงเอายันต์อาคมปึกใหญ่ออกมาจากถุงจักรวาล แล้วนำเสนอด้วยสีหน้าตื่นเต้นสุดขีด
"นายท่าน นี่คือยันต์ลูกไฟขั้นหนึ่ง ยันต์คงกระพันขั้นหนึ่ง ยันต์โล่วารีขั้นหนึ่ง ยันต์เร่งฝีเท้าขั้นหนึ่ง..."
ต้าฉุยฟังลูกจ้างพล่ามไปเรื่อยๆ ในใจก็แอบวิเคราะห์ไปด้วย
ยันต์ลูกไฟดูเหมือนจะไม่ค่อยมีประโยชน์กับเขาสักเท่าไหร่ เพราะเขาก็ใช้วิชาลูกไฟเป็นอยู่แล้ว แถมยังร่ายแบบพริบตาได้อีกด้วย
ยันต์คงกระพันจัดอยู่ในหมวดยันต์สายป้องกัน ยันต์โล่วารีก็เหมือนกัน เขานึกถึงตอนที่ติงหลิงอวี้โดนพวกเฮยจื่อโจมตีจนม่านพลังแตกกระจาย นั่นก็น่าจะเป็นผลจากยันต์โล่วารี ถือว่าพลังป้องกันก็ใช้ได้อยู่
ส่วนยันต์เร่งฝีเท้า ถ้าเอามาแปะตัวก็จะช่วยให้ผู้ฝึกตนเคลื่อนที่ได้รวดเร็วขึ้น นี่มันไอเทมชั้นยอดสำหรับใช้หนีตายชัดๆ
"ยันต์พวกนี้ราคาแผ่นละเท่าไหร่ล่ะ" ต้าฉุยถาม
พอได้ยินคำถามนี้ ลูกจ้างก็เหลือบมองหลี่เยว่ซานแวบหนึ่ง ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงผิดหวังนิดๆ
"ยันต์โล่วารีกับยันต์คงกระพันแผ่นละสามหินวิญญาณ ส่วนยันต์เร่งฝีเท้าแผ่นละสองหินวิญญาณขอรับ"
ต้าฉุยแอบคิดในใจว่ายันต์เร่งฝีเท้าเนี่ย ถ้าเอาไปใช้หนีพวกผู้ฝึกตนที่มีกระบี่บินมันก็คงไม่รอดอยู่ดี ดูเหมือนจะไร้ประโยชน์ไปหน่อย แต่ยันต์โล่วารีกับยันต์คงกระพันน่าจะช่วยรักษาชีวิตในยามคับขันได้
"งั้นเอายันต์โล่วารีกับยันต์คงกระพันมาอย่างละสามสิบแผ่น ส่วนยันต์เร่งฝีเท้าเอามาสิบแผ่นก็พอ"
หลี่เยว่ซานที่ยืนฟังอยู่ทนไม่ไหวอีกต่อไป รีบโพล่งขึ้นมาทันที
"ข้าว่าเจ้าถึงจะหาเงินมาได้นิดหน่อย แต่มันก็ไม่ควรจะสุรุ่ยสุร่ายขนาดนี้นะ ซื้อไปเยอะแยะมันจะไปมีประโยชน์อะไรฮะ"
เขารู้สึกว่าไอ้เด็กนี่ใช้หินวิญญาณเปลืองประหนึ่งว่าเป็นเงินของเขาเองเสียอย่างนั้น
"ตาเฒ่า ของพวกนี้มันเป็นของดีเอาไว้ปกป้องชีวิตนะ มีเตรียมไว้เผื่อเหลือเผื่อขาดมันก็อุ่นใจกว่า" ต้าฉุยตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจ
"ไอ้หนู เจ้าจะไปรู้อะไร ถ้าไปเจอผู้ฝึกตนระดับกลั่นลมปราณ มียันต์พวกนี้แค่สามสี่แผ่นก็เหลือเฟือแล้ว แต่ถ้าใช้สามสี่แผ่นแล้วยังเอาไม่อยู่ ต่อให้เจ้ามีเป็นห้าสิบแผ่นมันก็ช่วยชีวิตเจ้าไม่ได้หรอก" หลี่เยว่ซานขมวดคิ้วพูด
เขาไม่ได้พูดขู่ต้าฉุยเล่นๆ เพราะถ้าสู้กับผู้ฝึกตนระดับกลั่นลมปราณด้วยกัน แค่งัดยันต์ออกมาสามสี่แผ่น อีกฝ่ายก็คงท้อจนไม่อยากสู้ต่อแล้ว เพราะกว่าจะสาดวิชาทำลายเกราะป้องกันแต่ละชั้นได้ พลังปราณในร่างกายก็คงแห้งเหือดกันพอดี
แต่ถ้าไปเจอคู่ต่อสู้ที่ระดับการฝึกตนสูงกว่ามากๆ โดนโจมตีแค่ทีเดียวก็คงพังพินาศไปทั้งเกราะทั้งคน ต่อให้มียันต์เยอะแค่ไหนก็ไร้ความหมาย
ต้าฉุยพอจะเข้าใจความหมายของตาเฒ่าหลี่ดี แต่เขาก็ขี้เกียจจะเถียงต่อ
เขาล้วงเอาหินวิญญาณสองร้อยก้อนออกมาจ่ายอย่างหน้าตาเฉย เขารู้ตัวดีว่าตอนนี้เงินที่ได้จากการขายสมุนไพรวิญญาณละลายหายไปหมดแล้ว บวกกับหินวิญญาณที่ได้มาจากสำนักไป๋อวิ๋น เบ็ดเสร็จตอนนี้เขาเหลือเงินติดตัวอยู่แค่สิบกว่าก้อนเท่านั้น
ลูกจ้างพอเห็นหินวิญญาณเป็นกองก็ยิ้มหน้าบาน ถึงคราวนี้จะหลอกฟันราคาเพิ่มไม่ได้ แต่ลูกค้าซื้อของลอตใหญ่ขนาดนี้ เขาก็ได้ค่านายหน้าอื้อซ่าอยู่ดี เขารีบกุลีกุจอนับยันต์อาคมมาส่งให้ต้าฉุยอย่างรวดเร็ว
ความจริงแล้วเหตุผลของต้าฉุยนั้นเรียบง่ายมาก นั่นคือเผื่อเวลาโดนหมาหมู่รุมกินโต๊ะ เขาจะได้มีของไว้สู้กลับได้
ในมุมมองของเขา การต่อสู้มันก็คือการวัดกันที่ของวิเศษพวกนี้นี่แหละ เวลาปะทะกัน ตัวเขายังไม่ต้องลงแรงอะไร อีกฝ่ายก็พลังปราณหมดก๊อกไปก่อนแล้ว
ต้าฉุยคิดไปคิดมาก็แอบเสียดาย น่าจะเหมายันต์ลูกไฟมาสักหลายๆ สิบแผ่นด้วยเลย มีตุนไว้เยอะๆ เผื่อวันดีคืนดีอาจจะได้งัดออกมาใช้ก็เป็นได้
แต่พอคิดแบบนั้น เขาก็รีบดึงสติตัวเองกลับมาทันที แอบถอนหายใจยาว ตอนนี้เขาแทบจะหมดตัวอยู่แล้ว หินวิญญาณระดับกลางที่ท่านอาจารย์ทิ้งไว้ให้ เขาก็ไม่กล้าเอาออกมาใช้สุ่มสี่สุ่มห้า
ขืนทำตัวอวดรวยให้พวกมิจฉาชีพเห็นเข้า มีหวังเขาคงได้ไปเฝ้ายมบาลจริงๆ แน่ เผลอๆ อาจจะตายศพไม่สวยด้วยซ้ำ
เพียงไม่นานการซื้อขายก็เสร็จสิ้นลง ต้าฉุยยิ้มกริ่มอย่างพึงพอใจ ใบหน้าเต็มไปด้วยความสุขล้นปรี่ เดินตัวปลิวออกจากร้านไปอย่างอารมณ์ดี
เขาหารู้ไม่ว่าในเวลานี้ ตัวเขากำลังถูกใครบางคนหมายหัวเข้าให้แล้ว และความซวยก็กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้เขาทุกที
ณ หอโอสถ ภายในตลาดผู้ฝึกตนแห่งนี้ บรรยากาศเริ่มดูลึกลับซับซ้อนขึ้นมาอย่างน่าประหลาด
[จบแล้ว]