เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 32 - พลิกกระดานทวนลม

บทที่ 32 - พลิกกระดานทวนลม

บทที่ 32 - พลิกกระดานทวนลม


บทที่ 32 - พลิกกระดานทวนลม

ชัยชนะอันน่าทึ่งในศึกแรกทำให้หลินมู่กลายเป็นม้ามืดตัวฉกาจที่สุดในการประเมินประจำปีครั้งนี้อย่างไม่ต้องสงสัย

ผู้คนเบื้องล่างต่างวิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่ สายตาที่มองตามแผ่นหลังของเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึงและใคร่รู้ ส่วนหลินมู่เพียงแค่นั่งขัดสมาธิอยู่บนอัฒจันทร์ สายตาทอดต่ำทำสมาธิอย่างเงียบงันเพื่อฟื้นฟูพลังจิตและพลังปราณที่สูญเสียไปเมื่อครู่โดยไม่สนใจเสียงนกเสียงการอบด้าน

บนแท่นสูง สายตาของผู้ดูแลระดับสร้างรากฐานหลายคนก็หยุดอยู่ที่ตัวเขาเนิ่นนานเช่นกัน

"เด็กคนนี้พลิกแพลงการใช้ยันต์ได้อย่างแยบคาย การกุมจังหวะก็แม่นยำเหนือคนทั่วไป ดูท่าจะมีพรสวรรค์ด้านการวาดยันต์ไม่เบาเลยทีเดียว" ผู้ดูแลใบหน้าสุภาพบุรุษลูบเคราพลางเอ่ยชม

"ฮึ ก็แค่อาศัยของวิเศษภายนอกเท่านั้น หากไร้ยันต์คุณภาพดีเหล่านั้นคอยหนุนหลัง ลำพังแค่พลังขั้นที่ห้าช่วงปลายของเขาคงแพ้พ่ายไปนานแล้ว" ผู้ดูแลอีกคนที่มีใบหน้าเย็นชาเอ่ยขัดอย่างไม่เห็นด้วย "รอบหน้าหากเจอของจริงเข้า เมื่อยันต์หมดมือ เขาก็ต้องเผยธาตุแท้ออกมา"

ผู้อาวุโสระดับแกนทองคำที่นั่งอยู่ตรงกลางยังคงหลับตาพริ้มราวกับไม่ใส่ใจเสียงวิจารณ์เบื้องล่าง ทว่ามุมปากกลับขยับยกขึ้นเพียงเส้นสายบางเบาจนไม่มีผู้ใดสังเกตเห็น

ไม่นานนักการประลองรอบแรกก็สิ้นสุดลง ศิษย์ที่ผ่านเข้ารอบเกือบห้าสิบคนก้าวขึ้นมาจับฉลากอีกครั้ง

ครั้งนี้หลินมู่จับได้หมายเลขค่อนข้างท้าย เขาจึงมีโอกาสสังเกตการณ์คู่ต่อสู้คนอื่นๆ ต่อไป เขาสะดุดตากับศิษย์สองสามคนที่มีกลิ่นอายพลังเหนือกว่าคนอื่นอย่างชัดเจน หนึ่งในนั้นคือซุนเหยา ศิษย์ร่วมเรือนไผ่เขียวผู้ครอบครองรากวิญญาณคู่ธาตุน้ำและไม้

หญิงสาวผู้นี้ร่ายเวทมนตร์ธาตุน้ำได้ลื่นไหลงดงามรุกรับผสานเป็นหนึ่งเดียว ยิ่งเมื่อบวกกับของวิเศษระดับสูงอย่างผ้าแพรเส้นยาวที่ร่ายรำพลิ้วไหวดุจสายน้ำเชี่ยวกราก เธอก็สามารถต้อนคู่ต่อสู้ระดับรวบรวมลมปราณขั้นที่หกให้ตกจากลานประลองได้อย่างง่ายดาย พลังฝีมือของเธอยืนหยัดอยู่ในขั้นที่เจ็ดอย่างมั่นคงแล้ว

"คู่ต่อไป ลานประลองอักษรปิ่ง หลินมู่พบกับซุนเหยา!"

เสียงประกาศขานชื่อจากศิษย์ผู้ทำหน้าที่ดังขึ้น ฝูงชนฮือฮาขึ้นมาอีกระลอก ม้ามืดที่เพิ่งโค่นจ้าวเฉียนลงได้หมาดๆ กลับต้องมาเจอกับหนึ่งในตัวเต็งแชมป์ของการประเมินครั้งนี้ การเผชิญหน้าดึงดูดสายตาทุกคู่ในสนามไปรวมกันที่จุดเดียวทันที

"น่าเสียดาย หลินมู่หมดดวงเสียแล้ว ศิษย์พี่ซุนมีรากวิญญาณคู่แถมยังมีระดับพลังถึงขั้นที่เจ็ด ไม่ใช่อะไรที่จ้าวเฉียนจะเทียบติดเลย"

"คอยดูเถอะว่าเขาจะมียันต์ให้ผลาญอีกสักกี่แผ่น ของวิเศษของศิษย์พี่ซุนไม่ใช่ของเล่นหรอกนะ"

แทบไม่มีใครเชื่อมั่นในตัวหลินมู่ ทุกคนต่างคิดว่าชัยชนะก่อนหน้านี้เป็นเพียงความโชคดีที่บังเอิญเจอคู่ต่อสู้แพ้ทางเท่านั้น

หลินมู่สูดลมหายใจลึกข่มความว้าวุ่นในใจ แล้วก้าวขึ้นสู่ลานประลองอักษรปิ่งอย่างมั่นคง

ซุนเหยายืนรออยู่นิ่งสงบกลางลานประลอง ทรวดทรงอรชร ใบหน้าราบเรียบดุจผืนน้ำ สายตาที่มองมายังหลินมู่ไร้ซึ่งความดูแคลนแต่ก็ปราศจากการให้ความสำคัญ มันเป็นเพียงการพินิจพิเคราะห์อย่างเฉยชา ราวกับกำลังมองสิ่งของที่ไม่มีความสลักสำคัญอันใด

ความสงบนิ่งเช่นนี้กลับยิ่งขับเน้นความมั่นใจอันเปี่ยมล้นของเธอให้เด่นชัดขึ้น

"ศิษย์น้องหลิน เชิญ" ซุนเหยาเอ่ยเปิดปากด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ

"ศิษย์พี่ซุน โปรดชี้แนะด้วย" หลินมู่ประสานมือคารวะ ตั้งท่าเตรียมพร้อมระแวดระวังถึงขีดสุด

เริ่มการประลองได้!

ซุนเหยาไม่ได้รีบร้อนบุกทะลวง มือเรียวขาวผ่องสะบัดออกเบาๆ เวทมนตร์ศรวารีสุกใสแวววาวหลายสายก็พุ่งทะยานแหวกอากาศออกไปอย่างไร้สุ้มเสียง มุมจู่โจมสุดแสนพิสดารปิดตายพื้นที่หลบหลีกซ้ายขวาของหลินมู่จนหมดสิ้น

ในขณะเดียวกัน แพรไหมวารีอ่อนสีฟ้าครามข้างเอวเธอก็ลอยตัวขึ้นเอง มันหมุนวนเวียนอยู่รอบกายอย่างเชื่องช้า แผ่รัศมีสีน้ำทะเลนวลตาออกมา เป็นการตั้งรับอย่างรัดกุมเตรียมพร้อมอยู่ก่อนแล้ว

รูปแบบการต่อสู้ของเธอหนักแน่นมั่นคง เห็นได้ชัดว่าไม่ได้ประมาทเพียงเพราะเห็นหลินมู่มีระดับพลังต่ำกว่า เธอเลือกใช้เวทมนตร์หยั่งเชิงเพื่อประเมินฝีมือคู่ต่อสู้ก่อน

หลินมู่ไม่กล้าชักช้า เขากระตุ้นยันต์ท่องวายุระดับคุณภาพสูง ผสานเข้ากับวิชาเหยียบธุลี ร่างกายพลิ้วไหวหลบหลีกศรวารีส่วนใหญ่ไปได้อย่างฉิวเฉียด ส่วนอีกสองสายที่ไม่อาจหลบพ้นจริงๆ เขาก็จำใจงัดยันต์วัชระธรรมดาออกมาต้านรับไว้

ทว่าการโจมตีของซุนเหยากลับโหมกระหน่ำมาราวกับคลื่นสมุทร คล้อยหลังศรวารีก็เป็นเวทมนตร์หมอกวารีที่ครอบคลุมพื้นที่กว้างขวางเพื่อรบกวนทัศนวิสัยและสัมผัสวิญญาณของหลินมู่ สองมือของเธอร่ายผนึกอินอย่างรวดเร็ว ไอน้ำในอากาศควบแน่นฉับพลัน แปรเปลี่ยนเป็นเข็มน้ำแข็งขนาดจิ๋วนับไม่ถ้วนที่แฝงไอเย็นเสียดกระดูก พุ่งเข้าครอบงำร่างของหลินมู่ดุจห่าฝน!

การโจมตีแบบหว่านแหเป็นวงกว้างเช่นนี้บีบคั้นพื้นที่หลบหลีกของหลินมู่จนเหลือน้อยนิด

เขาต้องกัดฟันใช้ยันต์วัชระธรรมดาถึงสองแผ่นซ้อนจึงจะพอประคองตัวผ่านการโจมตีชุดนี้มาได้ ทว่าม่านแสงก็สั่นไหวร่อแร่เต็มทน พลังปราณของซุนเหยาราวกับไร้ขีดจำกัด การเชื่อมต่อเวทมนตร์ของเธอลื่นไหลเป็นธรรมชาติ สร้างแรงกดดันอันมหาศาลให้กับหลินมู่

"หากศิษย์น้องมีลูกไม้เพียงเท่านี้ ข้าว่ายอมแพ้ไปเสียเถอะ จะได้ไม่ต้องเจ็บตัว" ซุนเหยาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่ามือกลับไม่ยอมผ่อนปรนแม้แต่น้อย

แพรไหมวารีอ่อนสาดแสงวูบวาบ แปรสภาพเป็นกระแสน้ำเชี่ยวกรากคล้ายงูหลามน้ำปราดเปรียว พุ่งเข้าพันธนาการสองเท้าของหลินมู่เพื่อจำกัดการเคลื่อนไหว!

สถานการณ์ของหลินมู่เข้าขั้นวิกฤต ฝีเท้าถูกกระแสน้ำหน่วงเหนี่ยวจนเชื่องช้า ในขณะที่เวทมนตร์พายุหมุนวารีอันรุนแรงยิ่งกว่ากำลังก่อตัวขึ้นในมือของซุนเหยา! ผู้ชมเบื้องล่างต่างมองออกว่ายันต์และลูกไม้ของหลินมู่ถูกจับทางได้หมดแล้ว ความพ่ายแพ้มาเยือนในชั่วพริบตา

บนแท่นสูง ผู้ดูแลหน้าเย็นชาเผยสีหน้าพึงพอใจราวกับคาดการณ์ไว้แล้ว

ในจังหวะที่ทุกคนคิดว่าผลแพ้ชนะเป็นที่ประจักษ์ ประกายตาของหลินมู่กลับสาดประกายเด็ดเดี่ยว! เขารู้ดีว่ายันต์และลูกเล่นธรรมดาไม่มีทางต่อกรกับซุนเหยาได้ จำต้องงัดแผนเสี่ยงตายออกมาใช้!

เขากระทืบเท้าลงพื้นอย่างแรง คล้ายต้องการดิ้นรนให้หลุดพ้นจากพันธนาการ ทว่ากลับจงใจเผยช่องโหว่ ปล่อยให้ร่างกายซวนเซเสียหลักไปชั่วขณะ

มีหรือที่ซุนเหยาจะปล่อยโอกาสทองให้หลุดมือ พายุหมุนวารีที่ก่อตัวเสร็จสรรพในมือพุ่งทะยานออกไปอย่างไม่ลังเล พุ่งตรงเข้าใส่ช่องว่างบริเวณหน้าอกของหลินมู่อย่างจัง! หากโดนการโจมตีนี้เข้าไปเต็มๆ หลินมู่ต้องบาดเจ็บสาหัสจนสลบเหมือดเป็นแน่!

เสียงอุทานระงมลานกว้างอีกครั้ง!

ทว่า ในเสี้ยววินาทีเป็นตายเท่าการนั้นเอง ร่างที่กำลังซวนเซของหลินมู่กลับบิดเบี้ยวด้วยท่วงท่าที่ผิดธรรมชาติสุดขีดเพื่อหลบเลี่ยงการปะทะโดยตรง พร้อมกันนั้นคลื่นพลังปราณอันรุนแรงก็ระเบิดออกมาจากอกเสื้อของเขา!

โล่ขนาดเล็กเท่าฝ่ามือสีทองหม่นสลักลวดลายเกล็ดลี้ลับพุ่งทะยานออกมา มันขยายตัวรับลมกลายเป็นโล่หนาเตอะขนาดเท่ากะละมัง ขวางกั้นการปะทะด้านข้างของพายุหมุนวารีได้อย่างแม่นยำไร้ที่ติ!

ตูมสนั่น!

พายุหมุนวารีกระแทกเข้ากับโล่ทองคำอย่างจังจนเกิดเสียงอึกทึก! ตัวโล่สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง แสงวิญญาณบนลวดลายเกล็ดสว่างวาบ แรงกระแทกของสายน้ำที่มากพอจะฉีกทึ้งเหล็กไหลกลับถูกเบี่ยงเบนและสลายอานุภาพไปได้กว่าครึ่ง!

หลินมู่อาศัยแรงปะทะถอยร่อนไปด้านหลัง แม้เลือดลมในกายจะปั่นป่วนตีกลับ ทว่ากลับไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัสแต่อย่างใด!

"ของวิเศษป้องกันระดับสุดยอดรึ?!"

ศิษย์ตาแหลมเบื้องล่างถึงกับร้องอุทานเสียหลง!

"เป็นของวิเศษระดับสุดยอดจริงๆ! เขาบังคับมันได้อย่างไรกัน?!"

"ดูจากลวดลายบนนั้น... คล้ายจะเป็นโล่เกล็ดทองคำ! นั่นมันของดีเชียวนะ..."

บนแท่นสูง ซุนเหยาที่เยือกเย็นมาตลอด เบิกตากว้างเผยความตระหนกออกมาเป็นครั้งแรก

บรรดาผู้ดูแลระดับสร้างรากฐานต่างก็ชะงักงัน เผยสีหน้าประหลาดใจ ของวิเศษระดับสุดยอดสำหรับศิษย์ขั้นรวบรวมลมปราณนั้นถือเป็นของหายากยิ่งนัก อีกทั้งมักจะยากต่อการควบคุมอย่างสมบูรณ์แบบ

การที่หลินมู่สามารถงัดมันออกมาต้านทานการโจมตีอันรุนแรงของซุนเหยาในวินาทีวิกฤตได้นั้น เหนือความคาดหมายของทุกคนไปไกลลิบ

ผู้ดูแลหน้าเย็นชาถึงกับขมวดคิ้วมุ่น สายตาที่มองหลินมู่อัดแน่นไปด้วยการประเมินค่า แม้แต่ผู้อาวุโสระดับแกนทองคำตรงกึ่งกลาง เปลือกตาก็ยังเลิกขึ้นเล็กน้อย

"ตระกูลโจว... ช่างกล้าลงทุนเสียจริง" ผู้ดูแลคนหนึ่งพึมพำกับตัวเอง คล้ายจะหาแหล่งที่มาอันสมเหตุสมผลให้โล่เกล็ดทองคำวงนี้ได้แล้ว

ผู้คนต่างพยักหน้าเห็นด้วย นึกขึ้นได้ว่าหลินมู่ดูเหมือนจะมีเส้นสายกับตระกูลผู้บำเพ็ญเพียรตระกูลเล็กๆ นั้น การมีของวิเศษคุ้มกายระดับนี้ก็พอจะฟังขึ้นอยู่บ้าง

ซุนเหยาดึงสติกลับมาอย่างรวดเร็ว การโจมตีระลอกใหม่เริ่มต้นขึ้น ทว่าคราวนี้เพิ่มความรัดกุมมากขึ้นหลายส่วน ทางด้านหลินมู่เมื่อมีโล่เกล็ดทองคำคุ้มกาย แรงกดดันก็ลดฮวบลง เขาเลิกเอาแต่หลบเลี่ยงป้องกันและเริ่มมองหาจังหวะสวนกลับ

เขาสาดกระหน่ำยันต์ลูกไฟและยันต์ใบมีดวายุระดับธรรมดาออกไปอีกหลายแผ่น แม้มันจะถูกแพรไหมวารีอ่อนของซุนเหยาปัดป้องได้อย่างง่ายดาย ทว่ามันก็ช่วยกวนจังหวะของเธอได้สำเร็จ

ในเวลาเดียวกัน เขาก็ลอบร่ายวิชาไหมพัวพัน เส้นด้ายปราณโปร่งใสหลายสายเลื้อยคดเคี้ยวออกไปอย่างไร้สุ้มเสียง ไม่ได้พุ่งเป้าไปมัดร่างของซุนเหยาโดยตรง แต่มันกลับเข้าไปพัวพันเหนี่ยวรั้งแพรไหมวารีอ่อนรวมถึงแขนขาของเธออย่างแนบเนียน แม้จะมัดให้อยู่หมัดไม่ได้ แต่มันก็ถ่วงความเร็วและขัดขวางการร่ายเวทมนตร์ของเธอได้อย่างชะงัดนัก

คิ้วเรียวของซุนเหยาขมวดมุ่น เห็นได้ชัดว่าไม่คุ้นชินกับการต่อสู้แบบตอแยเหนียวหนึบเช่นนี้ จังหวะอันสง่างามของเธอถูกทำลายลงจนหมดสิ้น

ในจังหวะที่เธอกำลังเสียสมาธิไปกับการสะบัดวิชาไหมพัวพันและควบคุมผ้าแพรให้ปัดป้องเศษยันต์พื้นฐาน โอกาสที่หลินมู่เฝ้ารอก็มาถึง!

แววตาของเขาสาดประกายดุดัน ยันต์สองแผ่นที่กุมซ่อนไว้ในมือถูกกระตุ้นการทำงานพร้อมกัน!

แผ่นแรกคือยันต์ท่องวายุคุณภาพสุดยอดที่เปี่ยมไปด้วยความแผ่วพลิ้ว ความเร็วของเขาพุ่งทะยานทะลุขีดจำกัดในพริบตา! ส่วนอีกแผ่นคือยันต์ลูกไฟคุณภาพสุดยอดที่อัดแน่นไปด้วยเปลวเพลิงและแฝงรอยแตกอันพร้อมจะระเบิดตลอดเวลา!

ทว่าเป้าหมาย ก็ยังคงไม่ใช่ตัวซุนเหยา!

ภายใต้ความเร็วสูงสุดของยันต์ท่องวายุ ร่างของหลินมู่ราวกับกลายเป็นควันสีเขียวที่บิดเบี้ยว พุ่งทะยานอ้อมไปด้านหลังของซุนเหยาด้วยทิศทางที่เหนือความคาดหมายของทุกคน!

พร้อมกันนั้น ยันต์ลูกไฟคุณภาพสุดยอดที่แผ่คลื่นพลังสะพรึงกลัวก็ไม่ได้พุ่งเข้าหาซุนเหยา แต่มันกลับพุ่งเป้าไปที่พื้นที่ว่างกลางอากาศเบื้องหน้าเธอ พุ่งตรงไปยังจุดกึ่งกลางของแพรไหมวารีอ่อนที่กำลังร่ายรำป้องกันอยู่อย่างแม่นยำไร้ที่ติ!

ซุนเหยาสัมผัสได้ถึงอันตรายใหญ่หลวง ใบหน้าหวานเปลี่ยนสีฉับพลัน เธอรีบเค้นพลังควบคุมผ้าแพรให้หันกลับมาป้องกันตัว ทว่ากลับถูกวิชาไหมพัวพันอันน่ารำคาญและคลื่นกระแทกจากยันต์ก่อนหน้านี้หน่วงเหนี่ยวเอาไว้เสี้ยววินาที!

และเพียงเสี้ยววินาทีนี้แหละ!

ตูมสนั่น!!!!

ยันต์ลูกไฟคุณภาพสุดยอดระเบิดอานุภาพอย่างบ้าคลั่ง! อานุภาพของมันเหนือล้ำยันต์ทุกแผ่นก่อนหน้านี้อย่างเทียบไม่ติด! เปลวเพลิงและแรงกระแทกอันดุดันไม่ได้มุ่งหมายจะสังหารบุคคล ทว่ามันพุ่งเป้าไปทำลายล้างแพรไหมวารีอ่อนโดยตรงอย่างเต็มรูปแบบ!

แกรก...

เสียงแตกหักเบาบางทว่าชัดเจนดังก้องขึ้น! แพรไหมวารีอ่อนสีฟ้าครามส่งเสียงกรีดร้องโหยหวน แสงวิญญาณมอดดับลงในพริบตา พื้นผิวปรากฏรอยไหม้เกรียมและฉีกขาด มันถูกอานุภาพการระเบิดอัดแน่นทำลายจิตวิญญาณลงชั่วคราว ร่วงหล่นลงสู่พื้นอย่างหมดสภาพ!

เมื่อของวิเศษผูกจิตถูกทำลาย ซุนเหยากระตุกร่างอย่างรุนแรง ส่งเสียงครางต่ำ ใบหน้าซีดเผือดลงทันตา พลังปราณในร่างตีกลับปั่นป่วน!

ในขณะที่เงาร่างของหลินมู่ปรากฏตัวขึ้นข้างกายเธอราวกับภูตผี โล่เกล็ดทองคำที่ทอแสงสีทองอ่อนขวางกั้นอยู่เบื้องหน้าเพื่อป้องกันแรงระเบิด ปลายกระบี่เหล็กเขียวในมือหยุดนิ่งสนิทอยู่ห่างจากลำคอขาวผ่องของซุนเหยาเพียงคืบ ไม่ขยับเขยื้อน ทว่าแผ่ซ่านไอเย็นเฉียบทะลวงกระดูก

ทั่วทั้งลานประลอง เงียบกริบดั่งป่าช้า!

สีหน้าของทุกคนหยุดชะงักแข็งค้าง ปากอ้ากว้างทว่าไร้ซึ่งสุรเสียงใดเล็ดลอดออกมา

พังเสียแล้ว... ของวิเศษของศิษย์พี่ซุนเหยา... ถูกศิษย์ระดับรวบรวมลมปราณขั้นที่ห้าช่วงปลายทำลายลงด้วยวิธีนี้งั้นหรือ?!

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 32 - พลิกกระดานทวนลม

คัดลอกลิงก์แล้ว