เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 31 - เทคโนโลยีกับของโหด

บทที่ 31 - เทคโนโลยีกับของโหด

บทที่ 31 - เทคโนโลยีกับของโหด


บทที่ 31 - เทคโนโลยีกับของโหด

ผู้ฝึกตนวัยกลางคนสามคนในแอ่งน้ำ

พวกเขาขนานนามตัวเองในหมู่ศิษย์สายนอกว่าสามผู้ฝึกตนสกุลจาง

พวกเขาทั้งสามในฐานะศิษย์สายนอกรุ่นเดียวกัน ซ้ำยังมาจากเมืองใหญ่แห่งเดียวกัน

เมื่อสานสัมพันธ์กันตามน้ำ ย่อมต้องรวมกลุ่มกันโดยธรรมชาติ

กลายเป็นพี่น้องร่วมสาบานต่างบิดามารดา!

ทว่าวิถีเซียนนั้นเลือนราง ต่อให้รวมกลุ่มกันก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงพรสวรรค์รากปราณและสติปัญญาของพวกเขาทั้งสามได้

บำเพ็ญเพียรอย่างยากลำบากมาสามสี่สิบปี ก็ยังคงติดแหง็กอยู่แค่ขั้นหลอมปราณระดับกลาง ไม่ก้าวหน้าไปแม้แต่นิ้วเดียว

มองดูพวกพ้องที่เริ่มแก่ตัวลง ทว่ากลับมองไม่เห็นความหวังที่จะบรรลุขั้นสร้างรากฐานเลยแม้แต่น้อย

ดังนั้นน้องสามผู้มีหัวคิดพลิกแพลงจึงเป็นฝ่ายแสดงจุดยืนก่อน ว่าพวกเขาจะทนบำเพ็ญเพียรอย่างยากลำบากต่อไปแบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว!

หากไม่มีวาสนาเป็นของตัวเอง ผู้ฝึกตนธรรมดาจะมีโอกาสบรรลุขั้นสร้างรากฐานได้อย่างไร!

การบำเพ็ญเพียรเป็นเซียน สำคัญที่สุดคือคำว่า ‘แย่งชิง’!

ผู้ฝึกตนอย่างพวกเรา ต้องแย่งชิงชะตากรรมกับสวรรค์สิ!

นับแต่นั้นมา สามผู้ฝึกตนสกุลจางก็ตาสว่าง และเริ่มรับจ๊อบเสริมเป็นผู้ฝึกตนที่คอยดักปล้น

แรกเริ่มก็แค่หมายตากับพวกผู้ฝึกตนอิสระ

หลังจากทำสำเร็จอยู่หลายครั้ง ความทะเยอทะยานของพวกเขาก็ยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ถึงขั้นเบนเข็มไปจับจ้องเหล่าสหายร่วมเต๋าที่ล้มเลิกการบำเพ็ญเพียรแล้วเลือกที่จะใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบ

ในมุมมองของพวกเขา ในเมื่อผู้ฝึกตนเหล่านี้ล้มเลิกที่จะแย่งชิงชะตากรรมกับสวรรค์แล้ว แล้วจะยังครอบครองทรัพยากรไปเพื่ออะไร?

หินปราณและทรัพยากรการฝึกฝนเหล่านั้น เอามาให้สามผู้ฝึกตนสกุลจางยืมไปใช้ ไม่ดีกว่าหรือ?

เมื่อข่าวเรื่องปรากฏการณ์ผิดปกติที่เมืองจินเฉวียนแพร่สะพัดออกมา หลังจากที่สามผู้ฝึกตนสกุลจางรับรู้ ก็ยังคงเป็นน้องสามผู้มีหัวคิดพลิกแพลงที่เสนอแนะว่า

พวกเขาไม่ควรไปร่วมวงความวุ่นวายที่เมืองจินเฉวียน

ในมุมมองของน้องสามสกุลจาง กว่าพวกตนจะรู้ข่าวก็สายเกินไปเสียแล้ว สูญเสียความได้เปรียบในการลงมือก่อนไปแล้ว

ต่อให้มีวาสนาอะไรที่ผู้ฝึกตนขั้นหลอมปราณจะสามารถคว้ามาได้ มันก็คงตกเป็นของพวกผู้ฝึกตนที่อยู่ใกล้เมืองจินเฉวียนไปหมดแล้ว

ในเมื่อเป็นเช่นนี้ มิสู้ฉวยโอกาสนี้มาทำอาชีพเก่า ไปดักซุ่มรออยู่บนเส้นทางสัญจรสายหลักทางฝั่งนี้แต่เนิ่นๆ

หากโชคดีเจอผู้ฝึกตนที่เพิ่งได้ของวิเศษแล้วรีบร้อนอยากจะหนีไปให้พ้นจากแดนวุ่นวาย

วาสนานั้นจะไม่ตกมาอยู่ในมือพวกเขางั้นหรือ?

ต่อให้ไม่เจอของวิเศษ การที่มีผู้ฝึกตนขั้นหลอมปราณหายตัวไปบ้างในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ ใครจะไปสนเล่า?

พวกผู้ดูแลเบื้องบนเหล่านั้น ก็คงปัดสวะหาว่าสหายร่วมเต๋าพวกนั้นคงจะไปที่ซากโบราณสถานแล้วหายสาบสูญไปก็เท่านั้น

ส่วนการที่พวกเขาเลือกแอ่งน้ำแห่งนี้ ทำเลที่ตั้งก็ถูกคำนวณมาเป็นอย่างดีแล้ว

ยอดผู้ฝึกตนขั้นสร้างรากฐาน หรือพวกขั้นหลอมปราณระดับปลายที่สามารถขี่อุปกรณ์เวทบินได้ จะไม่มีทางสัญจรผ่านเส้นทางนี้ จึงไม่ต้องกังวลว่าจะไปเตะตอเข้า

ส่วนผู้ฝึกตนที่เดินทางตามถนนหลวง อย่างมากก็มีระดับการฝึกตนพอๆ กับพวกเขา

ผู้ฝึกตนระดับนี้ ยากที่จะมองทะลุค่ายกลพรางกลิ่นอายที่พวกเขากางไว้เหนือแอ่งน้ำได้

หากเป็นเช่นนี้ ต่อให้เจอคนที่เดินทางมาเป็นกลุ่ม ก็สามารถประเมินสถานการณ์ได้ว่าจะลงมือหรือไม่

สามผู้ฝึกตนสกุลจางต่างตบโต๊ะร้องชมเชยให้กับแผนการอันรัดกุมนี้

พี่ใหญ่ถึงกับตบบ่าน้องสามพลางหัวเราะร่วนว่า สามผู้ฝึกตนสกุลจางของพวกเขาจะต้องยิ่งใหญ่และแข็งแกร่งขึ้น ภายภาคหน้าจะได้เป็นยอดผู้ฝึกตนขั้นสร้างรากฐานกันทุกคน และก่อตั้งตระกูลผู้ฝึกตนของตัวเองได้เป็นแน่!

ตอนที่ซูผิงปรากฏตัวขึ้นที่เส้นขอบฟ้า

สามผู้ฝึกตนสกุลจางก็สัมผัสได้ผ่านค่ายกลบนผิวน้ำ

เพียงแต่ระยะห่างยังไกลเกินไป พวกเขาทั้งสามจึงข่มความตื่นเต้นและจิตสังหารเอาไว้ รอคอยให้เหยื่อมาติดเบ็ด

สำหรับวิชาสังหารของขั้นหลอมปราณ ระยะที่เหมาะสมที่สุดระหว่างผู้ฝึกตนด้วยกันคือการดึงระยะห่างให้เข้ามาอยู่ภายในสามสิบเมตร!

เมื่อสัมผัสได้ว่าเหยื่อหยุดลงกะทันหัน สามผู้ฝึกตนสกุลจางก็พลันตึงเครียดขึ้นมา

โชคดีที่เหยื่อเริ่มขยับอีกครั้ง แถมยังมีความเร็วเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ด้วย!

สามผู้ฝึกตนสกุลจางเชื่อมั่นว่างานนี้หมูตู้แน่นอน!

พวกเขาทั้งสามเตรียมพร้อมที่จะลงมือลอบโจมตีพร้อมกัน!

แค่ผู้ฝึกตนขั้นหลอมปราณระดับกลางคนเดียว จะไม่ถูกจัดการได้ในทันทีหรือ?

หนึ่งพันเมตร ห้าร้อยเมตร...

สองร้อยเมตร...

หนึ่งร้อยเมตร!

ทันใดนั้น!

ในขณะที่สามผู้ฝึกตนสกุลจางเตรียมตัวจะลงมือ พวกเขาก็ต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าเหยื่อหยุดนิ่งอยู่ที่ระยะร้อยเมตร

และตามมาด้วยเสียงแหวกอากาศ ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะขว้างอะไรบางอย่างมาทางพวกเขา?

“แย่แล้ว!”

“ถูกจับได้แล้ว!”

พี่ใหญ่และพี่รองแห่งสามผู้ฝึกตนสกุลจางคำรามก้องในใจ แล้วพุ่งพรวดขึ้นมาจากแอ่งน้ำ

แม้ในใจจะทั้งตกใจและโกรธเกรี้ยว แต่ก็ไม่ได้ลนลานนัก

พวกเขาสามต่อหนึ่ง ความได้เปรียบอยู่ที่พวกเราต่างหาก!

ตูม ตูม ตูม!

ลูกปัดอัสนีอัคคีอย่างน้อยยี่สิบลูกถูกซูผิงทุ่มสุดตัวขว้างออกไป โปรยปรายและระเบิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเหนือแอ่งน้ำ

สามผู้ฝึกตนสกุลจางที่เพิ่งโผล่หัวขึ้นมา ต่างร้องเสียงหลงและดำน้ำหนีกลับลงไปในแอ่งน้ำทันที

ทว่านึกไม่ถึงเลยว่า ในพริบตาต่อมา!

ขวดแก้วสองใบที่ปะปนอยู่ท่ามกลางลูกปัดอัสนีอัคคี ได้แตกกระจายออกภายใต้อานุภาพของแรงระเบิด กลายเป็นลูกไฟอันร้อนแรง

จากนั้นเมื่อลูกไฟเหล่านี้สัมผัสกับน้ำในแอ่ง ก็พลันลุกลามพรึบเดียวจนทั่ว เปลี่ยนแอ่งน้ำเล็กๆ ให้กลายเป็นทะเลเพลิง!

“อ๊าก!”

พี่ใหญ่ในบรรดาสามผู้ฝึกตนสกุลจางกรีดร้องโหยหวนพุ่งขึ้นมาจากผิวน้ำ พื้นที่ส่วนใหญ่บนร่างกายของเขาถูกเปลวไฟแผดเผา

พี่ใหญ่ผู้นี้กัดฟันทนความเจ็บปวด บีบยันต์รวมวารีแผ่นหนึ่งจนแตก

ไอละอองน้ำปรากฏขึ้นบนร่างของเขากลางอากาศ แต่กลับกลายเป็นการกระตุ้นให้เปลวไฟยิ่งลุกโชนบ้าคลั่งและมีอุณหภูมิสูงขึ้นไปอีก

ทำให้เสียงกรีดร้องของเขาแหบพร่าลงถึงขีดสุดในชั่วพริบตา

“ไว้ชีวิตด้วยเถิด!”

เมื่อเห็นสภาพอันน่าอนาถของพี่ใหญ่ สองผู้ฝึกตนสกุลจางที่เหลือซึ่งปีนขึ้นมาจากแอ่งน้ำพร้อมกับไฟที่ลุกท่วมตัว ต่างก็ร้องห่มร้องไห้ขอร้องซูผิง

แต่พวกเขากลับต้องตกตะลึงจนตาค้าง เมื่อพบว่า...

เหยื่อที่ขว้างของน่าสะพรึงกลัวเหล่านั้นออกมาเมื่อครู่... ถึงกับถอยร่นรักษาระยะห่างออกไปอีกร้อยเมตร!

เห็นได้ชัดว่ากำลังป้องกันไม่ให้พวกเขากัดฟันฮึดสู้เฮือกสุดท้าย!

“สหายเต๋าโปรดไว้ชีวิตด้วย! ข้ามีความลับยิ่งใหญ่เกี่ยวกับของวิเศษขั้นสร้างรากฐานนะ!”

น้องสามสบถด่าในใจ ดวงตาที่บาดเจ็บจ้องมองร่างอันเลือนรางของซูผิง ใช้เรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายตะโกนขอร้อง

ทว่ากลับพบว่าร่างอันเลือนรางนั้น เมื่อได้ยินคำพูดของตน กลับถอยห่างออกไปอีกระยะหนึ่ง!

“ของวิเศษขั้นสร้างรากฐานงั้นหรือ?”

“ไอ้ของพรรค์นี้จะจริงหรือปลอมก็ไม่รู้ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องกรรมเวรที่พัวพันใหญ่โตหรอกนะ ประเด็นสำคัญคือข้าไม่ต้องการมันต่างหาก!”

ซูผิงส่ายหน้าเล็กน้อย มองดูมนุษย์ไฟทั้งสามคนแต่ไกลพลางคิดในใจว่า:

“อีกอย่าง ไฟนี้ข้าจุดได้ก็จริง แต่ข้าไม่มีปัญญาดับมันหรอกนะ”

“ช่วยไม่ได้ ถึงข้าจะตั้งชื่อของสิ่งนี้ให้ดูมีกลิ่นอายแบบโลกเซียนก็เถอะ”

“แต่แท้จริงแล้วมันคือเทคโนโลยีกับของโหดจากอีกโลกหนึ่งต่างหาก!”

“ดูจากตอนนี้แล้ว สมกับที่เป็นผลึกแห่งเทคโนโลยีจริงๆ สำหรับพวกผู้ฝึกตนขั้นหลอมปราณที่ไร้อุปกรณ์และไร้วิชาลับเหล่านี้ ขอเพียงอีกฝ่ายโดนเข้าไป ก็มีแต่ตายลูกเดียว!”

ลูกปัดอัสนีอัคคีในมือของซูผิงก็คือระเบิดรสหวานฉบับอัปเกรด ส่วนขวดอาคมเพลิงยมโลกนั้น ก็คือระเบิดขวดฉบับหรูหรา

ด้วยวัตถุดิบที่นักพรตโจวเสวียนซื้อมาให้ ผนวกกับความคล่องแคล่วว่องไวที่ซูผิงมีในฐานะผู้ฝึกตน ทำให้เขาสามารถทำการผสมส่วนผสมได้อย่างแม่นยำไม่ต่างจากนักเคมีมืออาชีพ

ทำให้อานุภาพของระเบิดขวดเหล่านี้ ไม่ใช่ของเล่นเด็กปาหี่กิ๊กก๊อกที่เห็นตามข่าวในทีวีหรือข้างถนนที่แค่เอาโล่มาบังก็กันได้

แต่มันคืออาวุธสงครามที่สามารถจุดไฟเผารถหุ้มเกราะ หลอมละลายเหล็กกล้า หรือแม้กระทั่งทำลายรถถังบางรุ่นได้จริงๆ!

อย่าว่าแต่ผู้ฝึกตนขั้นหลอมปราณธรรมดาๆ เลย ต่อให้เป็นผู้ฝึกกายา แม้จะบรรลุขั้นชำระกายาระดับสมบูรณ์ ก็เป็นเพียงแค่ผู้มีร่างกายแข็งแกร่งดุจเหล็กหล่อในระดับปกติเท่านั้น

เมื่อเจอกับเปลวไฟจากระเบิดขวดนี้เข้าไป ก็ต้องคุกเข่าเหมือนกัน!

เปลวไฟยังคงลุกไหม้ต่อไปอย่างไม่หยุดหย่อน

สามผู้ฝึกตนสกุลจางสิ้นใจไปอย่างรวดเร็ว

รอจนกระทั่งเปลวไฟดับมอดลงอย่างสมบูรณ์

ซูผิงถึงได้พาหนูวิญญาณเสี่ยวไป๋ค่อยๆ เข้าไปใกล้ก้อนถ่านสีดำทั้งสามก้อนนั้น

“ใช้ดีก็ใช้ดีอยู่หรอก แต่เผาซะขนาดนี้ ของที่ยึดมาได้ก็คงจะเสื่อมสภาพไปเยอะเลยแฮะ”

ซูผิงบ่นอย่างได้ใจ จากนั้นก็ควานหาถุงเก็บของสามใบออกมาจากซากถ่านดำ

ถุงเก็บของรุ่นเดียวกันเหล่านี้ล้วนบิดเบี้ยวเสียรูปทรงอย่างหนัก พื้นผิวภายนอกเกิดการเปราะแตก

ซูผิงเพิ่งจะยื่นมือไปจับ นิ้วเพิ่งแตะโดนถุงเก็บของ

ก็เกิดเสียงดังปัง ถุงเก็บของปริแตกออกจนหมด!

จากนั้นก็ราวกับเปิดกล่องสมบัติ!

สิ่งของภายในถุงเก็บของระเบิดออกมาราวกับนางฟ้าโปรยบุปผา กระจัดกระจายเกลื่อนกลาดเต็มพื้น!

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 31 - เทคโนโลยีกับของโหด

คัดลอกลิงก์แล้ว