เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11 - การผสานวิญญาณยุทธ์

บทที่ 11 - การผสานวิญญาณยุทธ์

บทที่ 11 - การผสานวิญญาณยุทธ์


บทที่ 11 - การผสานวิญญาณยุทธ์

★★★★★

เพราะได้เห็นวงแหวนวิญญาณระดับหมื่นปีวงแรกของเชียนเริ่นเยว่เป็นตัวอย่าง หนิงหรงหรงจึงไม่พอใจที่จะได้แค่วงแหวนระดับร้อยปีเป็นวงแรกอีกต่อไป ต่อให้ไม่ได้ระดับหมื่นปีเหมือนพี่เยว่ของเธอ แต่อย่างน้อยก็ต้องเป็นระดับพันปีขึ้นไปเท่านั้น

ด้วยความที่มีเชียนเริ่นเยว่อยู่ด้วย หนิงเฟิงจื้อและผู้อาวุโสทั้งสองจึงยอมโอนอ่อนตามใจหนิงหรงหรง และเริ่มพิจารณาถึงความเป็นไปได้ที่จะให้เธอได้วงแหวนระดับพันปีเป็นวงแรก

การจะบังเอิญเจอสัตว์วิญญาณยอมสังเวยตัวเองแบบเชียนเริ่นเยว่นั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย แต่การเสริมสร้างความแข็งแกร่งของร่างกายและพลังจิตก็ยังพอมีทางเป็นไปได้อยู่ ต่อให้วงแรกไม่ได้เป็นระดับพันปี แต่วงที่สองก็ยังมีโอกาสเป็นระดับพันปีได้สูงมาก

ดังนั้น แทนที่จะให้หนิงหรงหรงรีบไปหาวงแหวนวิญญาณทันทีที่ปลุกวิญญาณยุทธ์เสร็จ สู้ให้เธออยู่ฝึกฝนร่างกายให้แข็งแกร่ง ฝึกการควบคุมพลังวิญญาณให้คล่องแคล่ว และศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับวิญญาณยุทธ์ให้ถ่องแท้เสียก่อนน่าจะดีกว่า เพราะในท้ายที่สุดแล้ว การจะเลือกสัตว์วิญญาณชนิดไหน หรือต้องการทักษะวิญญาณแบบใด เด็กสาวก็ต้องเป็นคนตัดสินใจเลือกเส้นทางเดินด้วยตัวเอง

ในช่วงหลายวันต่อมา หนิงหรงหรงและเชียนเริ่นเยว่ต้องตื่นแต่เช้าตรู่มาวิ่งและฝึกความอดทนของร่างกายโดยมีราชันย์พรหมยุทธ์กระดูกคอยควบคุมอย่างเข้มงวด ช่วงสายก็ไปเรียนรู้วิธีการต่อสู้ของวิญญาจารย์สายซัพพอร์ตและทฤษฎีวิญญาณยุทธ์กับหนิงเฟิงจื้อ ช่วงบ่ายเชียนเริ่นเยว่ก็แยกไปเรียนวิชาดาบกับราชันย์พรหมยุทธ์กระบี่ ส่วนหนิงหรงหรงก็ฝึกควบคุมพลังวิญญาณและฝึกฝนเคล็ดวิชาควบคุมแยกจิตซึ่งเป็นความลับของสำนัก เชียนเริ่นเยว่ก็จะมาฝึกร่วมกับหนิงหรงหรงในช่วงพักเบรกด้วย พอตกค่ำทั้งสองคนก็จะแช่น้ำยาสมุนไพรด้วยกันแล้วก็นั่งสมาธิโคจรพลังวิญญาณ

เวลาล่วงเลยไปสามเดือนอย่างรวดเร็ว ตอนนี้ทั้งสองคนตัวสูงขึ้นอีกนิดหน่อย แม้จะเพิ่งอายุแค่หกขวบ แต่แก้มยุ้ยๆ ของพวกเธอก็เริ่มตอบลง โครงหน้าเริ่มคมชัดขึ้นทีละน้อย

ตอนแรกหนิงหรงหรงตั้งใจจะชวนเชียนเริ่นเยว่ไปหาวงแหวนวิญญาณด้วยกัน แต่ตลอดสามเดือนมานี้เชียนเริ่นเยว่เอาแต่มุ่งมั่นรักษาระดับพลังวิญญาณของตัวเองให้มั่นคง ถึงแม้พลังวิญญาณของเธอจะควบแน่นและบริสุทธิ์ขึ้นมาก แต่ระดับก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นเลยแม้แต่น้อย

หนิงเฟิงจื้อกลับมองว่าการกระทำของเชียนเริ่นเยว่เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว การจะสร้างตึกสูงตระหง่านได้ก็ต้องมีรากฐานที่มั่นคงแข็งแรงเสียก่อน ดังนั้นเขาจึงต้องพาหนิงหรงหรงไปหาวงแหวนวิญญาณเพียงลำพัง

"ท่านอาจารย์ ให้ข้าไปกับพวกท่านด้วยเถอะค่ะ"

"ทำไมล่ะเยว่เอ๋อร์ ถ้าเจ้าแค่อยากไปฝึกซ้อมฝีมือ ตอนนี้มันยังเร็วเกินไปนะ เจ้ามีความคิดอะไรอยู่กันแน่"

"เรื่องวงแหวนวิญญาณวงแรกของหรงหรง ท่านอาจารย์วางแผนไว้ยังไงบ้างคะ" เชียนเริ่นเยว่ไม่ตอบคำถามของหนิงเฟิงจื้อ แต่กลับถามถึงเรื่องของหนิงหรงหรงแทน

หนิงเฟิงจื้อถอนหายใจออกมาเบาๆ "ถึงพวกเราอยากจะให้หรงหรงได้วงแหวนระดับพันปีเป็นวงแรกมากแค่ไหน แต่หลังจากให้ท่านอาเจี้ยนตรวจดูสภาพร่างกายของหรงหรงแล้ว ตอนนี้ก็ยังรับไม่ไหวหรอก เพื่อความปลอดภัย เลือกระดับร้อยปีน่าจะดีกว่า"

เมื่อได้ยินคำตอบของหนิงเฟิงจื้อ หนิงหรงหรงก็ก้มหน้างุดด้วยความผิดหวัง "เทียบกับพี่เยว่แล้ว ฉันยังห่างชั้นอยู่อีกไกลเลยสินะ"

แต่แล้วหนิงหรงหรงก็กำหมัดแน่น แววตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะต้องเก่งกาจขึ้นให้จงได้

เชียนเริ่นเยว่รู้สึกลังเลใจอยู่บ้าง เพราะความคิดของเธอมันค่อนข้างเสี่ยง เธอไม่อยากให้ความคิดชั่ววูบของตัวเองต้องมาทำร้ายเพื่อนรักอย่างหนิงหรงหรง

หนิงหรงหรงเหมือนจะอ่านความคิดของเชียนเริ่นเยว่ออก เธอรีบวิ่งเข้าไปกุมมือของเชียนเริ่นเยว่ไว้แน่น "พี่เยว่ พี่มีแผนอะไรดีๆ ใช่ไหมคะ บอกมาเถอะค่ะ หรงหรงก็อยากเก่งขึ้นเหมือนกันนะ พวกเราสัญญากันแล้วไงว่าต่อไปฉันจะซัพพอร์ตพี่ แล้วพี่ก็ปกป้องฉัน วงแหวนวงแรดระดับพันปีมันเท่จะตายไป"

เชียนเริ่นเยว่ลูบหัวหนิงหรงหรงด้วยความเอ็นดู บีบแก้มใสๆ ของเธอเบาๆ แล้วหันไปพูดกับหนิงเฟิงจื้อด้วยสีหน้าจริงจัง

"ท่านอาจารย์ ข้ามีความมั่นใจถึงหกส่วนว่าหรงหรงจะสามารถดูดซับวงแหวนระดับพันปีวงแรกได้สำเร็จค่ะ"

"หกส่วนเชียวหรือ เยว่เอ๋อร์ เรื่องนี้เกี่ยวพันถึงชีวิตของหรงหรงเลยนะ จะพูดเล่นๆ ไม่ได้เด็ดขาด" กู่หรงเริ่มรู้สึกกังวล ต่อให้เด็กคนนี้จะอัจฉริยะแค่ไหน แต่ยังไงเธอก็เป็นแค่เด็กหกขวบเท่านั้น

"ข้ามั่นใจหกส่วนจริงๆ ค่ะ"

"ท่านอาจารย์ ทักษะวิญญาณแรกของข้า พรแห่งทูตสวรรค์ สามารถรักษาบาดแผลภายนอกได้ทุกชนิด ทักษะวิญญาณที่สอง รัศมีทูตสวรรค์ สามารถฟื้นฟูพลังวิญญาณและลบล้างสถานะผิดปกติได้ วงแหวนวิญญาณที่อายุต่ำกว่าหมื่นปีจะไม่มีแรงกระแทกทางวิญญาณ แต่พลังวิญญาณที่ล้นทะลักออกมานั้น วิญญาจารย์ที่ระดับต่ำกว่าอัคราจารย์วิญญาณจะรับไม่ไหว นี่จึงเป็นเหตุผลที่วิญญาจารย์ทั่วไปจะรับวงแหวนระดับร้อยปีเป็นสองวงแรก และจะรับวงแหวนระดับพันปีได้ก็ต่อเมื่อบรรลุถึงระดับอัคราจารย์วิญญาณแล้วเท่านั้น"

"พลังวิญญาณที่มากเกินไปจะทำให้ร่างกายของวิญญาจารย์ระเบิด นี่คือสาเหตุที่ผู้คนมักพูดกันว่าการดูดซับวงแหวนวิญญาณเกินขีดจำกัดจะทำให้ร่างระเบิดตาย แต่ตอนนี้หรงหรงได้รับการฝึกฝนอย่างหนัก ทั้งการกินอาหารบำรุงและการแช่น้ำยาสมุนไพร ทำให้ขีดจำกัดในการรองรับวงแหวนวงแรกของนางเพิ่มขึ้นมากแล้วค่ะ"

พูดถึงตรงนี้เชียนเริ่นเยว่ก็หยุดพักครู่หนึ่ง ก่อนจะอธิบายต่อ

"แต่ถึงอย่างนั้น หรงหรงก็ยังเป็นวิญญาจารย์สายซัพพอร์ตอยู่ดี ต่อให้ฝึกร่างกายมาดีแค่ไหน ความแตกต่างทางสรีระเมื่อเทียบกับสายโจมตีก็ไม่ใช่เรื่องที่จะชดเชยกันได้ง่ายๆ ที่ข้าบอกว่ามั่นใจหกส่วนก็เพราะตลอดเวลาที่ฝึกซ้อมด้วยกัน ข้าค้นพบว่าเวลาที่พวกเราฝึกด้วยกัน พลังวิญญาณของพวกเราจะพัฒนาได้เร็วขึ้นมากค่ะ"

"เร็วขึ้นงั้นหรือ" ทุกคนในห้องทำหน้างุนงง

"ใช่ค่ะ ก่อนหน้านี้ตอนที่ข้าอยู่ที่บ้าน ท่านปู่มักจะให้ข้ากับพี่สาวไปฝึกสมาธิใต้รูปปั้นเทพทูตสวรรค์ การมีพลังปกปักรักษาจากเทพทูตสวรรค์ทำให้พวกเราที่มีวิญญาณยุทธ์ทูตสวรรค์ฝึกฝนได้รวดเร็วขึ้น"

"แต่ตั้งแต่ครั้งแรกที่ข้าฝึกสมาธิร่วมกับหรงหรง ข้าก็สัมผัสได้เลยว่าพลังวิญญาณของพวกเราเข้ากันได้ดีมาก ทุกครั้งที่นั่งสมาธิด้วยกัน พลังวิญญาณของพวกเราจะค่อยๆ หลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างเป็นธรรมชาติ การฝึกฝนในสภาพแบบนี้ทำให้พวกเราพัฒนาได้เร็วกว่าปกติมากเลยค่ะ"

"แต่ฉันแค่รู้สึกว่าฝึกกับพี่เยว่แล้วมันมีความสุข สบายตัวดีออก ไม่เห็นรู้สึกถึงอย่างอื่นเลยนี่นา"

เชียนเริ่นเยว่มองหน้าใสซื่อของหนิงหรงหรงแล้วก็ทนความหมั่นเขี้ยวไม่ไหว คว้าตัวหนิงหรงหรงมากอดรัดฟัดเหวี่ยงแล้วขยี้หัวจนฟูฟ่อง

"นั่นก็เพราะว่าเธออยู่กับฉันทุกวันน่ะสิ พอไม่มีข้อเปรียบเทียบก็เลยไม่รู้สึกอะไร ลองปล่อยให้เธอไปเก็บตัวฝึกคนเดียวสักสิบวันครึ่งเดือนดูสิ แล้วเธอจะรู้ซึ้งเองแหละ"

"ไม่เอาหรอก ยัยพี่สาวใจร้าย" หนิงหรงหรงแลบลิ้นปลิ้นตาใส่เชียนเริ่นเยว่

"เอาล่ะๆ พวกเจ้าสองคนเลิกเล่นกันได้แล้ว เยว่เอ๋อร์เล่าต่อไปสิ" หนิงเฟิงจื้อได้แต่กุมขมับส่ายหน้าให้กับความซนของเจ้าตัวแสบทั้งสอง

"ข้าคิดว่าถ้าพวกเราใช้ประโยชน์จากจุดนี้ได้ล่ะก็ ตอนที่หรงหรงดูดซับวงแหวนวิญญาณ ข้าจะคอยซัพพอร์ตอยู่ข้างๆ ส่งพลังวิญญาณไปช่วยนาง โดยใช้พลังวิญญาณของพวกเราที่หลอมรวมกันช่วยแบกรับพลังส่วนเกินที่ทะลักออกมาจากวงแหวนวิญญาณที่อายุเกินขีดจำกัดได้ แถมข้ายังใช้ทักษะวิญญาณของข้าช่วยนางได้อีก ด้วยเหตุนี้ ข้าถึงกล้าบอกว่าถ้ามีข้าอยู่ด้วย หรงหรงจะมีโอกาสดูดซับวงแหวนระดับพันปีวงแรกได้สำเร็จถึงหกส่วนค่ะ"

หนิงเฟิงจื้อฟังคำอธิบายของเชียนเริ่นเยว่แล้วก็นิ่งคิด "พลังวิญญาณที่หลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างเป็นธรรมชาติ ท่านอาเจี้ยน ท่านคิดว่านี่อาจจะเป็น..."

"ตอนนี้ยังด่วนสรุปไม่ได้หรอก ต้องรีบไปหาวงแหวนวงแรกให้หรงหรงก่อน แต่ที่เยว่เอ๋อร์พูดมาก็พอจะลองดูได้นะ ไม่เข้าถ้ำเสือย่อมไม่ได้ลูกเสือ"

"คุณพ่อคะ มันคืออะไรหรอคะ"

"มันคือสิ่งที่หาได้ยากยิ่งในโลกของวิญญาจารย์ ต่อให้เป็นคนที่มีวิญญาณยุทธ์เหมือนกันเป๊ะก็ใช่ว่าจะทำได้ แต่ถ้าทำได้สำเร็จ พลังที่ออกมาจะไม่ใช่แค่หนึ่งบวกหนึ่งเท่ากับสองหรอกนะ แต่มันคือ ทักษะวิญญาณผสาน ต่างหากล่ะ"

"ในตอนนี้ คนที่มีทักษะวิญญาณผสานล้วนแต่เป็นยอดฝีมือชื่อก้องโลกทั้งนั้น อย่างเช่น ทักษะวิญญาณผสาน พยัคฆ์ขาวโลกันตร์ ซึ่งเกิดจากวิญญาณยุทธ์พยัคฆ์ขาวของราชวงศ์แห่งจักรวรรดิซิงหลัวและวิญญาณยุทธ์วิฬาร์โลกันตร์ของตระกูลขุนนาง หรือกลุ่มสามเหลี่ยมเหล็กทองคำที่เคยโด่งดังไปทั่วทวีปเมื่อหลายปีก่อน แล้วก็ยังมีทักษะวิญญาณผสานของสองราชันย์พรหมยุทธ์แห่งวิหารวิญญาณยุทธ์อีก สิ่งเหล่านี้ล้วนมีชื่อเสียงเกรียงไกรมาก"

"ถ้าอย่างนั้น ท่านอาจารย์หมายความว่า ข้ากับหรงหรงอาจจะมีทักษะวิญญาณผสานร่วมกันอย่างนั้นหรือคะ"

"มีความเป็นไปได้สูงทีเดียว แต่ทักษะวิญญาณผสานเป็นสิ่งที่เป็นไปตามวาสนา บังคับกันไม่ได้ ต่อให้ไม่ใช่ก็อย่าเพิ่งท้อแท้ไปเลย แค่สามารถช่วยส่งเสริมการฝึกฝนของกันและกันได้ก็ถือว่ายอดเยี่ยมมากแล้วล่ะ"

"เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเถอะ ตอนนี้เรามาโฟกัสเรื่องการหาวงแหวนวิญญาณวงแรกให้หรงหรงกันก่อนดีกว่า"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 11 - การผสานวิญญาณยุทธ์

คัดลอกลิงก์แล้ว