- หน้าแรก
- ตัวแม่สายฮีล ขอจับดาบสยบเทพ
- บทที่ 3 - เติบโตและจากลา
บทที่ 3 - เติบโตและจากลา
บทที่ 3 - เติบโตและจากลา
บทที่ 3 - เติบโตและจากลา
★★★★★
เชียนเต้าหลิวอุ้มเชียนเริ่นเยว่กลับมาที่ตำหนักผู้อาวุโส เมื่อเชียนเริ่นเสวี่ยเห็นคุณปู่พาน้องสาวมาด้วย เธอก็วิ่งเข้าไปหาด้วยความดีใจ กระโดดโลดเต้นวนเวียนอยู่รอบๆ น้องสาวตัวน้อยที่น่ารักของเธอ
"ท่านปู่ ต่อไปนี้น้องจะมาอยู่กับพวกเราแล้วใช่ไหมคะ" เชียนเริ่นเสวี่ยกะพริบตากลมโต นัยน์ตาสีทองฉายแววตื่นเต้นระคนคาดหวัง
เชียนเต้าหลิวยื่นมือข้างหนึ่งไปจูงมือหลานสาวแล้วตอบด้วยรอยยิ้ม "ใช่แล้วจ้ะ ต่อไปนี้เยว่เยว่จะมาอยู่กับพวกเราแล้ว เสวี่ยเอ๋อร์ดีใจไหมลูก"
"ดีใจค่ะ หนูชอบน้องที่สุดเลย" พอได้ยินคำตอบจากคุณปู่ เชียนเริ่นเสวี่ยก็ยิ้มกว้างด้วยความเบิกบานใจ
"ถ้าอย่างนั้นเสวี่ยเอ๋อร์ก็ต้องตั้งใจฝึกฝนให้ดีนะ จะได้เป็นแบบอย่างที่ดีให้น้องยังไงล่ะ" เขาเห็นหลานสาวร่าเริงผิดปกติจึงอดไม่ได้ที่จะเย้าแหย่
"แน่นอนอยู่แล้วค่ะ อีกไม่กี่วันหนูก็จะไปล่าสัตว์วิญญาณเพื่อหาวงแหวนวิญญาณแล้ว พอถึงตอนนั้นหนูก็จะเป็นมหาวิญญาจารย์แล้ว อนาคตหนูจะต้องเก่งเหมือนท่านปู่ จะเป็นราชันย์พรหมยุทธ์ คอยปกป้องวิหารวิญญาณยุทธ์ ปกป้องผู้คนบนแผ่นดินเหมือนทูตสวรรค์ และจะปกป้องท่านปู่กับน้องด้วยค่ะ" เด็กหญิงกำหมัดแน่นประกาศกร้าวด้วยความมุ่งมั่น
เชียนเต้าหลิวมองท่าทางขึงขังของหลานสาวแล้วก็หลุดหัวเราะออกมาเสียงดัง เขาแก่ลงมากแล้ว เสวี่ยเอ๋อร์ปลุกวิญญาณยุทธ์ทูตสวรรค์หกปีกได้ แถมยังมีพลังวิญญาณสมบูรณ์แต่กำเนิดระดับยี่สิบอีก เขาฝากฝังความหวังทั้งหมดไว้ที่หลานสาวคนนี้ หวังว่าเธอจะสามารถสานต่อความรุ่งโรจน์ของเทพทูตสวรรค์ สานฝันที่เขาไม่อาจเอื้อมถึง และบรรลุสู่การเป็นเทพทูตสวรรค์ให้จงได้
ตัดภาพมาที่เชียนเริ่นเยว่ในเวลานี้
'ฉันคือใคร ที่นี่ที่ไหน' เธอมองดูฉากครอบครัวอบอุ่นระหว่างปู่กับหลานตรงหน้าด้วยความงุนงง เธอเป็นใคร ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้ รู้สึกเหมือนตัวเองลืมอะไรบางอย่างไป เธอไม่ควรจะอยู่ในร่างเด็กทารกแบบนี้สิ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
เมื่อเทียบกับบรรยากาศแสนอบอุ่นตรงหน้าแล้ว เชียนเริ่นเยว่อดไม่ได้ที่จะนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งเผชิญมาหมาดๆ ดูเหมือนพวกเขาทุกคนจะคิดว่าเธอเป็นแค่เด็กทารกที่ไม่มีความทรงจำ รู้แค่กินกับนอนเท่านั้น ปี่ปี่ตงถึงได้กล้าอุ้มเธอไปลอบสังหารเชียนสวินจี๋อย่างเปิดเผยขนาดนั้น
แต่สิ่งที่ไม่มีใครรู้ก็คือ ตอนนี้เธอไม่ใช่แค่เด็กทารกแรกเกิดธรรมดาๆ แต่เธอคือนักศึกษาจากศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดที่บังเอิญไปช่วยเด็กผู้ชายที่เกือบจะถูกรถชนจนตัวเองพลาดล้มและโดนชนตายเสียเอง พอตื่นขึ้นมาอีกทีก็พบว่าตัวเองทะลุมิติเข้ามาอยู่ในอนิเมะดัดแปลงจากนิยายเรื่องตำนานจอมยุทธ์ภูตถังซานที่เธอทั้งชอบดูและชอบบ่นเป็นประจำเสียแล้ว
แถมยังทะลุมิติมาเป็นคุณหนูรองแห่งวิหารวิญญาณยุทธ์ น้องสาวแท้ๆ ของเชียนเริ่นเสวี่ย ซึ่งเป็นตัวละครที่ไม่มีอยู่จริงในต้นฉบับอีกต่างหาก
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะการทะลุมิติหรือเพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์กันแน่ ทำให้ตอนนี้เธอมีจิตสำนึกของความเป็นผู้ใหญ่ แต่กลับไม่มีความทรงจำในชาติก่อนเลย
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับปี่ปี่ตง เชียนเริ่นเสวี่ย เชียนเต้าหลิว และคนอื่นๆ เธอเพียงแต่รู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด จึงทึกทักเอาเองว่าเป็นเพราะสายใยความผูกพันทางสายเลือดและไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่านั้น
ตอนที่ปี่ปี่ตงพาเธอไปลอบสังหารพ่อ เมื่อได้เห็นแม่คนสวยลงมือฆ่าพ่อกับตา เธอรู้สึกเหมือนได้รับรู้เรื่องที่ไม่ควรรู้ และต้องแบกรับสิ่งที่เกินวัยไปมาก
จากบทสนทนาระหว่างทั้งสองคน เธอพอจะเดาเรื่องราวคร่าวๆ ได้ว่า เมื่อก่อนพ่อคงจะบังคับให้แม่คนสวยทำเรื่องที่ไม่อยากทำ ทำให้แม่เกลียดพ่อเข้ากระดูกดำ ความแค้นสุมอกพอกพูนขึ้นเรื่อยๆ ตามกาลเวลา จนกระทั่งได้โอกาสลงมือในที่สุด
เธอไม่อาจออกความเห็นใดๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ เธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในอดีตที่ทำให้แม่เกลียดพ่อถึงขนาดกล้าเสี่ยงชีวิตเพื่อฆ่าเขา มันต้องเป็นเรื่องร้ายแรงมากแน่ๆ เธอจึงไม่มีสิทธิ์วิพากษ์วิจารณ์อะไรทั้งสิ้น
ตั้งแต่เกิดมา เธอสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าปี่ปี่ตงไม่ได้รักเธอเลย ที่ยอมอุ้มเธอมาด้วยในครั้งนี้ก็เพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการมาหาพ่อเท่านั้น พอคิดว่าแม่คนสวยอาจจะไม่รักเธอจริงๆ เด็กน้อยก็แอบรู้สึกเศร้าใจอยู่ลึกๆ
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เผลอแป๊บเดียวก็ผ่านไปหกปีแล้ว
ณ ตำหนักผู้อาวุโสสูงสุด
"เสวี่ยเอ๋อร์ หลานคิดดีแล้วจริงๆ หรือ การไปทำแผนจารกรรมชิงบัลลังก์ที่จักรวรรดินภาลัยไม่ใช่เรื่องที่จะทำสำเร็จได้ในเวลาอันสั้น ไม่ต้องพูดถึงอันตรายและความยากลำบากหรอก ที่สำคัญคือการเข้าไปพัวพันกับวังวนแห่งการแก่งแย่งชิงดีในราชสำนัก มันจะทำให้หลานเสียเวลาฝึกฝนพลังวิญญาณนะ"
เชียนเต้าหลิวรู้เรื่องที่ปี่ปี่ตงแอบตัดสินใจส่งหลานสาวไปทำแผนบ้าบอนั่นโดยไม่ปรึกษาเขา เขารู้สึกเสียใจที่ปล่อยนางไปง่ายๆ ในตอนนั้น ตอนนี้นางกุมอำนาจทั้งตำหนักสันตะปาปาและตำหนักผู้อาวุโสไว้ในมือ พลังฝีมือก็ก้าวหน้าไปมาก หากเขาคิดจะจัดการนางในตอนนี้ มันไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไปแล้ว
"หนูคิดดีแล้วค่ะคุณปู่ ในเมื่อหนูรับปากผู้หญิงคนนั้นไปแล้ว หนูจะไม่คืนคำหรอกค่ะ คุณปู่ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ หนูมีเป้าหมายที่ชัดเจน และจะไม่ละทิ้งการฝึกฝนอย่างแน่นอน" เธอมองสีหน้าโกรธเกรี้ยวของคุณปู่สุดหล่อแล้วรีบพูดปลอบใจ
"พี่คะ พี่อย่าไปเลยได้ไหม หนูไม่อยากให้พี่ไปเลย"
เชียนเริ่นเยว่รู้ดีว่าแผนจารกรรมที่พี่สาวต้องไปทำคืออะไร มันคือการปลอมตัวเป็นองค์ชายแห่งจักรวรรดินภาลัยเพื่อเข้าร่วมศึกชิงบัลลังก์ พอได้เป็นรัชทายาทก็จะใช้อำนาจหน้าที่เอื้อประโยชน์ให้วิหารวิญญาณยุทธ์ เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมก็จะสวมรอยเป็นจักรพรรดิเสียเอง แล้วประกาศสวามิภักดิ์ต่อวิหารวิญญาณยุทธ์ ถึงตอนนั้นวิหารวิญญาณยุทธ์ก็จะยึดครองจักรวรรดิได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องเสียเลือดเนื้อ
แต่ราชสำนักนั้นเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมเพทุบาย การต่อสู้แย่งชิงอำนาจเกิดขึ้นไม่เว้นแต่ละวัน พวกขุนนางต่างก็ทำทุกวิถีทางเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง การจะจัดการกับสายสัมพันธ์อันยุ่งเหยิงขององค์ชายแต่ละคนนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
อีกอย่างพี่สาวของเธอมีวิญญาณยุทธ์ทูตสวรรค์หกปีก ตอนนี้ผ่านไปหกปี พี่ก็มีพลังวิญญาณระดับห้าสิบเอ็ด เป็นถึงราชันย์วิญญาณแล้ว ถ้าต้องเอาช่วงเวลาที่เหมาะสมกับการฝึกฝนที่สุดไปเสียเวลากับแผนบ้าบอนั่น มันจะไม่ใช่การทิ้งพรสวรรค์ไปเปล่าๆ หรอกหรือ
ในตอนนี้ ไม่ใช่แค่ท่านปู่เท่านั้น แม้แต่เชียนเริ่นเยว่ที่ยังไม่ทันได้ปลุกวิญญาณยุทธ์ก็ไม่อยากให้พี่สาวไปเหมือนกัน
เชียนเริ่นเสวี่ยในวัยสิบสองปีสูงขึ้นมาก ผมสีทองยาวสลวยปล่อยสยายอย่างเป็นธรรมชาติ เธอสวมชุดกระโปรงสีขาวขลิบทอง ใบหน้างดงามสะกดสายตาแม้จะยังดูอ่อนเยาว์อยู่บ้าง แม้อายุยังน้อยแต่ก็ฉายแววความงามสง่าเหนือผู้ใดออกมาให้เห็นแล้ว
เชียนเริ่นเสวี่ยเดินมาหยุดตรงหน้าน้องสาว ย่อตัวลงเอาแก้มแนบกับแก้มยุ้ยๆ ของน้อง สองแขนโอบกอดร่างเล็กๆ นั้นไว้แน่น
"โธ่เอ๊ย พี่ก็ต้องคิดถึงยัยหนูตัวน้อยของพี่อยู่แล้วสิคะ แต่พี่ก็มีคนและสิ่งสำคัญที่ต้องปกป้องเหมือนกันนะ พรุ่งนี้พอร่วมพิธีปลุกวิญญาณยุทธ์ของน้องเสร็จ พี่ก็จะออกเดินทางแล้ว อยู่บ้านก็ต้องเชื่อฟังคำสั่งสอนของคุณปู่นะ เข้าใจไหมคะ"
เธอรู้ดีว่าการเดินทางครั้งนี้คงจะไม่ได้กลับมาในเร็ววัน เธอไม่อยากจากคุณปู่และน้องสาวไปเลย พวกเขาคือครอบครัวเพียงสองคนของเธอ ไม่นับผู้หญิงคนนั้นที่ตำหนักสันตะปาปาหรอกนะ หลายปีมานี้ ไม่ว่าเธอหรือน้องจะพยายามเข้าหาแค่ไหน ผู้หญิงคนนั้นก็ไม่เคยแยแส แถมยังได้ยินมาว่าไปรับลูกศิษย์มาคนหนึ่ง เหอะ ลูกในไส้ไม่ยอมมอง กลับไปเอ็นดูนางจิ้งจอกหน้าใหม่นั่น แถมยังสอนสั่งด้วยตัวเองอีกต่างหาก คิดมาถึงตรงนี้ นัยน์ตาของเธอก็ทอประกายเย็นเยียบ
'ผู้หญิงคนนั้นโปรดปรานนางจิ้งจอกนั่นมาก ถึงขั้นรับเป็นศิษย์ อนาคตตำแหน่งองค์หญิงศักดิ์สิทธิ์ก็คงจะตกเป็นของมัน ถ้าเราไม่ไปทำแผนจารกรรมครั้งนี้ อนาคตของวิหารวิญญาณยุทธ์อาจจะไม่มีที่ยืนสำหรับเรากับน้องก็ได้ เพื่อตัวเอง เพื่อน้องสาว เพื่อความฝันของคุณปู่ และเพื่อความรุ่งโรจน์ของเผ่าพันธุ์ทูตสวรรค์ ภารกิจครั้งนี้จะต้องสำเร็จเท่านั้น ห้ามล้มเหลวเด็ดขาด' เธอตั้งปณิธานอย่างแน่วแน่ในใจ
"แล้วต่อไปพี่จะกลับมาหาหนูบ่อยๆ ไหมคะ หรือจะให้หนูไปหาพี่ก็ได้นะ" น้องน้อยกะพริบตาปริบๆ น้ำตารื้นขึ้นมาคลอเบ้า ราวกับว่าถ้าพี่สาวปฏิเสธ เธอพร้อมจะปล่อยโฮออกมาทันที
พอเห็นท่าทางน่ารักน่าเอ็นดูของน้องสาว หัวใจของคนเป็นพี่ก็ละลายยวบ ยอมจำนนทันที "ได้สิคะ ได้เลย พอน้องปลุกวิญญาณยุทธ์แล้วก็ต้องตั้งใจฝึกฝนนะ ห้ามเกียจคร้านเด็ดขาด พี่เองก็จะพยายามเหมือนกัน จะได้หาเวลามาเจอน้องบ่อยๆ ดีไหมคะ" เธอหยิกแก้มยุ้ยของน้องสาวเบาๆ แล้วตอบด้วยรอยยิ้ม
เชียนเต้าหลิวมองดูภาพความน่ารักของสองพี่น้องแล้วเผลอยิ้มออกมาบางๆ บรรยากาศแสนอบอุ่นนี้ช่วยบรรเทาความเศร้าหมองจากการจากลาลงไปได้มากทีเดียว
[จบแล้ว]