- หน้าแรก
- เล่ห์รักชายาซ่อนเร้น
- บทที่ 29 - เชื่อฟังอาเฉินเฉินที่สุด
บทที่ 29 - เชื่อฟังอาเฉินเฉินที่สุด
บทที่ 29 - เชื่อฟังอาเฉินเฉินที่สุด
บทที่ 29 - เชื่อฟังอาเฉินเฉินที่สุด
★★★★★
เยี่ยอู๋เฉินปรายตามองไทเฮาอย่างลึกซึ้ง ไม่พูดอะไรอีก เขาปลดเสื้อคลุมของตัวเองออก ห่อหุ้มตัวเวินเนี่ยนซูไว้อย่างมิดชิด
ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของผู้คน เขาก้มตัวลง สอดแขนเข้าใต้ข้อพับเข่าและแผ่นหลังของเวินเนี่ยนซู ออกแรงเพียงนิดก็อุ้มนางขึ้นมาไว้ในแนบอกอย่างมั่นคง
จากนั้นก็หันหลังเดินออกจากตำหนักฉือหนิงไปโดยไม่เหลียวหลัง
"เพล้ง!"
แจกันเครื่องลายครามล้ำค่าถูกไทเฮากวาดตกลงพื้นแตกกระจาย
"ไอ้ลูกเนรคุณ! เลี้ยงไม่เชื่องจริงๆ!!" ไทเฮาโกรธจนตัวสั่นเทิ้ม ชี้มือไปทางที่เยี่ยอู๋เฉินหายไปแล้วด่าทออย่างหมดมาด
"ทำแม่แท้ๆ ของตัวเองตายยังไม่พอ ตอนนี้ยังจะพานังโง่นั่นมาทำให้ข้าตายตามไปอีกคนหรือไง!!"
"เสด็จแม่! โปรดระวังคำพูดด้วยพ่ะย่ะค่ะ!" เยี่ยฉือโจวหน้าเปลี่ยนสี รีบก้าวเข้าไปเตือนเสียงหลง
"คำพูดพวกนี้ห้ามพูดเด็ดขาด! เรื่องเมื่อตอนนั้นมันก็มีข้อน่าสงสัยอยู่มาก อย่าเอ่ยถึงมันอีกเลยพ่ะย่ะค่ะ ระงับโทสะเถิด! ระงับโทสะ!"
เขาพูดพลางส่งสัญญาณให้เหล่านางกำนัลรีบเข้ามาเก็บกวาดซากปรักหักพัง
ไทเฮาหน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง มองดูเศษซากข้าวของและรอยเลือดบนพื้น รวมถึงแม่นมคนสนิทที่แขนขาด ยิ่งรู้สึกเหมือนมีไฟสุมทรวง สะบัดแขนเสื้ออย่างแรงแล้วตวาดกร้าว
"ไสหัวไป! ไสหัวออกไปให้หมด!"
………
เยี่ยอู๋เฉินอุ้มเวินเนี่ยนซูเดินลิ่วๆ ไม่ยอมหยุดพัก ขึ้นรถม้าแล้วก็วางนางลงบนตั่งนุ่มทันที
บรรยากาศภายในรถม้าอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
รถม้าเพิ่งจะเคลื่อนตัวออกจากเขตพระราชวัง เยี่ยอู๋เฉินก็ร่างกายโงนเงน ใบหน้าซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด
เขารีบยกมือขึ้นปิดตาเวินเนี่ยนซูไว้ ส่วนมืออีกข้างก็ล้วงเอาผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดออกมาจากแขนเสื้อ ปิดปากตัวเองไว้อย่างรวดเร็ว
"แค่กๆ..." เสียงไออู้อี้ดังขึ้น
เวินเนี่ยนซูที่ถูกปิดตาอยู่ สัมผัสได้ถึงกลิ่นคาวเลือดที่ลอยมาเตะจมูกอย่างรวดเร็ว
เขาไอเป็นเลือด!
หัวใจของเวินเนี่ยนซูกระตุกวูบ นางพยายามดิ้นรนจะดึงมือเขาออก "มืดจัง มองไม่เห็น หนูน่านจะมองอาเฉินเฉิน!"
เยี่ยอู๋เฉินพยายามข่มกลืนเลือดที่ตีตื้นขึ้นมา ขยำผ้าเช็ดหน้าที่ชุ่มเลือดนั้น แล้วโยนส่งให้องค์รักษ์อิ่งอีที่หน้าประตูรถม้าโดยไม่แม้แต่จะปรายตามอง
อิ่งอีรับผ้าเช็ดหน้าที่ยังคงอุ่นและมีคราบเลือดสีแดงสดเปรอะเปื้อนอยู่ แววตาของเขาเต็มไปด้วยไฟโทสะและความปวดใจจนแทบจะทะลักออกมา เขาขบกรามแน่นแล้วกระซิบเสียงต่ำ
"นายท่าน หากวันนี้ไม่ได้พระชายาร้องเตือนภัย ผลลัพธ์คงเกินจะจินตนาการขอรับ"
เยี่ยอู๋เฉินลูกกระเดือกขยับขึ้นลง กลืนรสคาวเลือดลงคอไปจนหมด จึงค่อยๆ ปล่อยมือที่ปิดตาเวินเนี่ยนซูออก
เขาพยายามปรับลมหายใจที่ปั่นป่วน ยื่นมือไปจัดผมเผ้าที่หลุดลุ่ยของนาง ปลายนิ้วเช็ดเบาๆ ที่หางตาซึ่งยังคงบวมแดง
"ไม่เป็นไรแล้ว เป็นอย่างไรบ้าง มีตรงไหนเจ็บปวดหรือไม่"
เวินเนี่ยนซูร้อนใจจนแทบคลั่ง ไม่ใช่ฉันที่เป็นอะไร นายต่างหากที่เป็นอะไร ไอ้คนซื่อบื้อเอ๊ย!!
น้ำตาที่คลอเบ้าของเวินเนี่ยนซูทนไม่ไหวอีกต่อไป นางปล่อยโฮออกมาดังลั่น พุ่งเข้าสวมกอดเขาไว้แน่น
"ฮือๆๆ หนูน่านกลัว ไทเฮาดุมาก! คนเลว! ตีหนูน่าน! แถม... แถมยังตีลวี่จูด้วย! เลือดเต็มไปหมดเลย... เจ็บจัง..."
นางร้องไห้ไปพลาง บ่นกระปอดกระแปดฟ้องร้องไปพลาง
พอร้องไห้หนักเข้า ก็ไม่ลืมที่จะเอาหน้าไปถูไถเช็ดน้ำหูน้ำตาลงบนเสื้อคลุมหรูหราของเขาจนเลอะเทอะไปหมด
เยี่ยอู๋เฉินก้มลงมองคราบน้ำตาบนหน้าอกเสื้อ และลูกแมวน้อยที่กำลังร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างหมดสภาพ กลิ่นอายสังหารเมื่อครู่พลันเจือจางลงไปบ้างเพราะภาพน่าเวทนาปนขบขันตรงหน้า
เขาอดไม่ได้ที่จะหลุดขำออกมา เอื้อมมือไปหยิกแก้มของนางเบาๆ
"ยัยเด็กโง่ ช่างไม่มีหัวใจเอาเสียเลย ทำเสื้อผ้าของเปิ่นหวังเลอะเทอะหมดแล้ว"
เวินเนี่ยนซูเบะปาก ทำหน้าน้อยอกน้อยใจขั้นสุด
เยี่ยอู๋เฉินมองดูท่าทางของนาง หัวใจก็เหมือนถูกขนนกปัดป่ายเบาๆ ทั้งอ่อนนุ่มและปวดหนึบ
เขาถอนหายใจออกมา สีหน้ากลับมาจริงจัง ดวงตาอันลึกล้ำจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของนาง
"บอกเปิ่นหวังมา วันนี้ที่ตำหนักไทเฮา เกิดอะไรขึ้นกันแน่ นอกจากการสะดุดล้มกับกินของว่างแล้ว ยังมีเรื่องอะไรอีก"
เวินเนี่ยนซูกะพริบตาแพขนตาที่ยังเปียกชุ่มไปด้วยหยาดน้ำตา
จู่ๆ นางก็ปีนป่ายออกมาจากอ้อมอกของเยี่ยอู๋เฉิน นั่งคุกเข่าอยู่บนตั่งนุ่ม แล้วเริ่มทำท่าทางใบ้คำอย่างเงอะงะ
นางทำท่าทางประกอบคำอธิบายไปพร้อมๆ กัน
"หญิงใจร้ายเรียกหนูน่าน ให้เดินไปหา" นางทำท่ากวักมือเรียกเหมือนที่ไทเฮาทำ
"ดุหนูน่าน แล้วก็บอกว่า เป็นเพื่อนกัน! ถามเรื่องตอนกลางคืน" นางทำท่าหลับตาพักผ่อน "หนูน่านบอกว่าอาเฉินเฉิน ไอเป็นเลือด แล้วเขาก็โรยผงน้ำตาล ใส่ขนม"
"หนูน่านเอาให้หญิงใจร้ายกิน หญิงใจร้ายปวดท้อง แล้วคนเลวก็มาจับหนูน่าน หนูน่านวิ่งหนี!"
เวินเนี่ยนซูชี้ไปที่หลังคารถม้า ทำท่าเลียนแบบองครักษ์เงา "ชุดดำๆ มาจับหนูน่าน กัดมันเลย!" เวินเนี่ยนซูทำหน้าแยกเขี้ยวทำท่ากัดอากาศ
"หนูน่านเจ็บมาก ไทเฮาก็เอายามาให้กิน" เวินเนี่ยนซูทำท่าถูกบังคับกรอกยา แล้วหดตัวงอด้วยความเจ็บปวด
"ปวดท้อง ปวดมากๆๆ ถ้าเชื่อฟังถึงจะไม่ปวด ห้าวัน ต้องไปหาอีก ไม่งั้นก็จะปวดอีก"
"หญิงใจร้าย ตี! ไม่ให้หนูน่านบอก..."
"ตีลวี่จู แล้วอาเฉินเฉินก็มาพอดี!"
เวินเนี่ยนซูดีใจจนกระโจนเข้าหาเยี่ยอู๋เฉิน "มือเลวๆ... สับทิ้งเลย!"
พูดจบ นางก็ซุกตัวอยู่ในอ้อมอกของเยี่ยอู๋เฉิน แล้วทำท่าสะบัดแขนเหมือนกำลังฟันคนเลียนแบบท่าทางของเขา
การแสดงของนางแม้จะดูเด็กๆ และติดขัด แต่ก็เก็บใจความสำคัญของเหตุการณ์ได้ครบถ้วน
เยี่ยอู๋เฉินตั้งใจฟังทุกคำพูด แววตาของเขายิ่งมืดครึ้มและเย็นเยียบลงเรื่อยๆ
มือที่วางอยู่บนตักกำหมัดแน่นจนกระดูกดังกรอบแกรบ ผู้หญิงคนนั้นกล้าดีอย่างไรถึงทำกับยัยเด็กโง่แบบนี้
"นางถึงกับกล้าวางยาพิษเจ้า เห็นเจ้าเป็นแค่หมากตัวหนึ่งที่สามารถควบคุมได้ตามใจชอบสินะ"
น้ำเสียงของเยี่ยอู๋เฉินลอดผ่านไรฟันออกมา แฝงความเย็นยะเยือกที่พร้อมจะทำลายล้างทุกสิ่ง
เขารีบคว้าข้อมือของเวินเนี่ยนซูมา จับชีพจรของนางเพื่อตรวจดูอาการทันที
แต่วิชาแพทย์ของเขามีจำกัด ประกอบกับพิษชนิดนี้ซ่อนเร้นได้ดีเยี่ยม นอกจากจะสัมผัสได้ถึงชีพจรที่เต้นเร็วกว่าปกติเพราะความตื่นตระหนกแล้ว เขากลับจับความผิดปกติอะไรไม่ได้เลย
สิ่งนี้ยิ่งทำให้เขารู้สึกร้อนรนกระวนกระวายใจยิ่งนัก ต้องรอฉู่อวี้ไป๋ ต้องรีบเรียกตัวเขากลับมาโดยด่วน
เวินเนี่ยนซูมองดูพายุอารมณ์ในดวงตาของเขา ความรู้สึกสะใจที่ได้แก้แค้นไทเฮาเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น กลับกลายเป็นความรู้สึกปวดใจเข้ามาแทนที่
นางยกมือขึ้นลูบหว่างคิ้วที่ขมวดมุ่นของเขา หวังจะคลายความเครียดให้เขา
"ไม่โกรธนะ อาเฉินเฉินไม่ต้องโกรธ หนูน่านไม่เจ็บแล้ว"
หัวใจของเยี่ยอู๋เฉินเหมือนถูกกระแทกอย่างแรงด้วยคำพูดที่แสนซื่อและอบอุ่นนี้
ความรู้สึกขมขื่นและโหดเหี้ยมในอกพลุ่งพล่าน เขาอยากจะจับดาบพุ่งกลับไปที่ตำหนักฉือหนิงเดี๋ยวนี้ แล้วสับร่างคนพวกนั้นให้แหลกเป็นชิ้นๆ
แต่ตอนนี้ยังทำแบบนั้นไม่ได้ เขาต้องตั้งสติ
เยี่ยอู๋เฉินจับมือของเวินเนี่ยนซูไว้
"ไม่ต้องกลัว เปิ่นหวังจะหาวิธีถอนพิษให้เจ้าให้ได้ ก่อนหน้านั้น..." เขาหยุดพูดไปนิดหนึ่ง สายตาดุดัน
"ในเมื่อนางอยากให้เจ้าจับตาดูเปิ่นหวัง เจ้าก็ทำตามที่นางบอกไปก่อน"
เวินเนี่ยนซูรีบส่ายหัวดิกเหมือนป๋องแป๋ง ทำปากยื่นปากยาว
"ไม่เอา! หนูน่าน ไม่ฟังคำสั่งนาง! หนูน่าน เกลียดนาง!"
เยี่ยอู๋เฉินมองดูท่าทางฮึดฮัดของนาง แววตาแฝงรอยยิ้มจางๆ พาดผ่าน น้ำเสียงอ่อนโยนลงกว่าเดิม
"ไม่ฟังคำสั่งนาง แล้วฟังคำสั่งเปิ่นหวังดีไหม เปิ่นหวังจะคอยสอนเจ้าเอง ว่าควรจะเอาอะไรไปบอกนางบ้าง"
เวินเนี่ยนซูเอียงคอ ทำท่าคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วดวงตาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที
นางยิ้มกว้างกอดคอเยี่ยอู๋เฉินไว้แน่น เอาหน้าถูไถซอกคอเขาไปมาอย่างออดอ้อน
"อื้อ! เชื่อฟังอาเฉินเฉิน! หนูน่านเชื่อฟังอาเฉินเฉินที่สุดเลย!"
[จบแล้ว]